ตกเย็นมา เมื่อหมดเวลาขุด พวกเราอเล็กกับผมก็มานั่งคุยกันหน้ารูขุด แน่นอนว่าพวกเรากะว่าจะวางแผนกัน แต่มันเื่มันยุงยากกว่านั้นมาก เพราะว่าเขาขาดหนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดไป
“นายมีแผนที่รึเปล่า?” ผมถามทันทีที่เราเริ่มคุยกัน
“ไม่มีหรอก… แต่จะมีอยู่ ถ้าเกิดว่าฉันส่งข้อมูลกลับไปให้พวกพี่น้องได้ เป็ข้อมูลที่ตั้งตำแหน่งปืนใหญ่ของนักสู้หยก พี่น้องฉันบอกว่า ล่าสุดพวกนักสู้หยกกำลังเคลื่อนที่ตำแหน่งปืนใหญ่ไปตั้งที่ป้อมปราการที่ใหม่ ถ้าฉันหามันเจอและส่งข้อมูลกลับไปได้ พวกเขาจะให้รางวัลเรากลับ เราอาจจะขอแผนที่ได้ก็ได้”
“ตำแหน่งปืนใหญ่เหรอ?” ที่เขาพูดมา น่าจะบอกผมให้เร็วกว่านี้ เื่นี้เป็เื่สำคัญมาก ๆ ตำแหน่งปืนใหญ่ที่เดียว ถ้าเกิดเจอเข้าและส่งข้อมูลให้ฝ่ายพันธมิตรทำลายได้ จะกลายเป็การตัดกำลังศัตรูได้อย่างมหาศาล ส่งผลถึงที่นี่อย่างแน่นอน
“ใช่ แต่มันไร้ประโยชน์ใช่มั้ยล่ะ?… ใช่รึเปล่า… นายคิดว่าเราจะทำอะไรกับตำแหน่งปืนใหญ่นั่นได้เหรอลีโอ?”
“อเล็ก ตำแหน่งปืนใหญ่น่ะ รู้มั้ยว่าที่ไหนจะหาได้ง่ายมากที่สุด? หลังแนวรบไง ที่นี่ก็ถือว่าเป็หลังแนวรบ พวกนายมีงบกันเท่าไหร่? ถ้าเกิดว่าเราจะขอรางวัล” เมื่อผมพูดแบบนั้น หน้าของเขาก็กระตือลือร้นขึ้นมาทันที เหมือนเขาจะรู้ว่าผมมีไอเดียอะไรบางอย่าง
“ถ้าค่าตอบแทนของตำแหน่งปืนใหญ่ก็…. แป้งครึ่งตันได้ คิดอะไรออกเหรอ?” เขายื่นหน้ามาพร้อมฟังเต็มที่
“แน่นอน… ฉันว่าที่นี่ต้องมีห้องวิทยุแน่ ๆ นายจำคลื่นสัญญาณที่ฐานใช่รึเปล่า เราต้องสามารถจะส่งข้อมูลไปมาได้ถึงจะทำอย่างที่ว่าได้นะ”
“ได้สิ จำได้อยู่แล้ว”
“ถ้าได้ เราต้องหาคนต่อรองที่เป็คนนอกเพื่อติดสินบนผู้คุมซักคนให้ได้ก่อน เราที่เป็หัวหอกต้องปกปิดตัวตนตัวเองไว้ก่อน น่าจะหาทาสจากรูขุดข้าง ๆ เราก็ได้ จ้างเขาด้วยอาหารหรืออะไรก็ช่าง ให้ไปต่อรองกับผู้คุมที่หิวแป้งครึ่งตันนั่น ให้เขาบอกตำแหน่งกองปืนใหญ่ที่ว่า แลกกับการที่เขาจะได้รับแป้งครึ่งตัน รักษาความปลอดภัยโดยให้เขาให้ข้อมูลของตัวเอง ชื่อ ที่อยู่ คนรู้จัก ขู่ไม่ให้เขาบอกฝ่ายตัวเองว่าพวกเรากำลังทำอะไรกันอยู่โดยให้สมาคมพี่น้องยาซอพจัดการเื่นั้น พอเราได้แผ่นที่กับข้อมูล ต้องย่องเข้าไปในห้องวิทยุของพวกศัตรู… บอกตำแหน่งกับยาซอพ แล้วก็ขอค่าตอบแทนเป็แป้ง แป้งนั่นเราจะให้ผู้คุมที่เราติดสินบน ให้พวกยาซอพจัดฉากกันว่า นายผู้คุมคนนั้นไปเจอแป้งครึ่งตันเองที่โรงนาเก่า ๆ ใกล้ ๆ แล้วก็ พวกเราขอแผ่นที่เพิ่ม… ให้พวกยาซอพใช้โดรนตรวจการเข้ามาทำแผนที่ พอได้แผนที่แล้วก็ให้ส่งผ่านผู้คุมที่เราติดสินบนมาให้กับเราอีกที หลังจากนั้นถึงจะวางแผนกันได้ ถ้ามีแผนที่ที่ดี ตำแหน่งศัตรู รูขุดทั้งหมด ทุกอย่างจะอยู่ในสายตาเรา เพิ่มความได้เปรียบ”
เขานั่งฟังผมพูดอย่างจริงจัง
“นายเหมือนข้ามขั้นตอนแบบไม่ค่อยจะจำเป็เท่าไหร่นะ ถ้าจะย่องเบาทำไม่ไม่ย่องเบาไปขโมยแผนที่จากที่นี่เลย” คำถามนี้ทำให้ผมรู้ว่าเขาตั้งใจฟังจริง ๆ ไม่ใช่คำถามที่แย่เลย
“อเล็ก… ถ้าทำแบบนั้นจะเสี่ยงเปล่า… แผนที่นั่นพวกเราไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ถ้าไปหาแล้วไม่เจอจะทำยังไง ถ้าโดนจับได้ทุกอย่างจะแย่ไปหมด ถ้าทำอย่างที่ฉันว่า เครือข่ายในเหมืองจะใหญ่ขึ้น เพราะเรามีหนอนเป็ผู้คุมอย่างน้อยคนหนึ่ง พี่น้องยาซอพจะให้ความสนใจนายมากขึ้น เพราะ้าข้อมูลจากภายใน ถ้าพวกเขาเห็นว่านายมีประสิทธิภาพในการหาตำแหน่งปืนใหญ่ เรายิ่งจะได้การสนับสนุนภายนอกเพิ่มอย่างลับ ๆ และเราใช้พวกเขาได้หลายอย่างแน่นอน คิดยังไง?” เขาพยักหน้าเหมือนคิดได้
“ฉันว่า… เราควรจะทำแบบที่นายว่า… และเริ่มตอนนี้เลย”
“ไปเลยสิ รูขุดข้าง ๆ เราก็ใช้ได้แล้ว”
ที่ว่าเริ่มตอนนี้เลย เขาเริ่มตอนนี้เลยจริง ๆหลังจากนั้น อเล็กได้แอบย่องไปหารูขุดข้าง ๆ ซึ่งห่างออกไปประมาณสี่สิบเมตร คุยว่าจ้างกับทาสอีกคนให้รู้เื่ อาหารของพวกเราสองมื้อ จะเป็ของเขา แลกกับการที่เขาไปต่อรองกับผู้คุมนายหนึ่งให้ให้ข้อมูลเื่ตำแหน่งปืนใหญ่ที่พวกเราอยากได้นักหนา… ผมแอบอยู่ไกล ๆ พวกเขาคุยกัน นานกว่าที่คิดเอาไว้ไม่น้อย
พออเล็กกลับมาพวกเราก็คุยกัน
“ได้แล้ว” เขาว่าและกลับมานั่งลงอย่างแเี “ฉันบอกให้พวกเขารู้เื่ดอกไม้ขาวด้วย แล้วก็จ้างพวกเขา อาหารของพวกเราสองมื้อให้เขา แลกกับการไปเจรจากับผู้คุมเื่ตำแหน่งปืนใหญ่ที่ผู้คุมจะได้แป้งครึ่งตัน”
“เวลาชวนใครเข้ามาในดอกไม้ขาวก็ระวัง ๆ หน่อยล่ะ ไม่ใช่ทุกคนจะยอมเข้าร่วมด้วยนะ”
“รู้แล้วหน่า ฉันดูแล้วและรู้ว่าพวกเขาก็ต้องอยากออกไปเหมือนกับคนอื่น ๆ” ผมก็เลยพยักหน้าตอบเป็การไว้วางใจ
เมื่อเขาพูดแบบนั้น พวกเราสองคนก็เงียบไปซักพัก ก่อนที่จะมองหน้ากัน และมันหุบยิ้มไม่ได้ มันเหมือนกับว่ามีบางอย่างได้เริ่มขึ้น อะไรบางอย่างที่ที่จะทำให้พวกเราหลุดออกจากที่นี่ อะไรบางอย่างที่ทำให้พวกเราคาดหวังการต่อสู้เพื่ออิสระภาพในอีกไม่ช้า และมันเป็ชินเป็อัน มองเห็นและหวังผลได้อย่างชัดเจน เขาเอาหมัดชกไหล่ผมทำท่าที่ตื่นเต้นอย่างเงียบ ๆ ผมยื่นมือให้เขากลับ พวกเราสองคนจึงจับมือกันเหมือนสหายร่วมรบ มือสองมือของทาสที่มีแต่รอยแผลและรอยถลอก ตอนนี้ทำมากกว่าขุดเหมืองไปวัน ๆ และได้หอบความหวังของคนทั้งเหมืองเอาไว้แล้ว
ก่อนที่พวกเราจะได้ใจไป ผู้คุมก็เดินมาตรวจการ พวกเราจึงทำตัวเงียบ ๆ และหยุดทำเป็ใกล้กัน แต่อเล็กกระซิบกับผมจากห่าง ๆ ว่า “จากนี้เราหยุดสนิทกันไปก่อนนะ รอจนกว่าภารกิจจะสำเร็จเรียบร้อย หลังได้แผนที่ ก็คุยแผนกันต่อ พอคุยแผนกันแล้วก็ค่อยกระจายกันออกไปสร้างเครือข่ายเพิ่ม”
“ตามนั้น” และจากนั้น นักรบสองคนก็กลายเป็แค่ผู้ชายสองคน เป็ทาสเหมือง เป็สหายกัน และถือร่วมต่อสู้ด้วยกันแล้ว ภารกิจใหญ่นี้ อเล็กได้แบ่งให้กับผมเป็คนรับผิดชอบร่วมกันอีกคนหนึ่่ง และผมแน่ใจว่าจะมีอีกหลายคนที่่เข้ามามีส่วนร่วม ถ้ามองดูตอนนี้แล้วอาจจะเห็นแค่แผนบ้า ๆ บอ ๆ ของไอ้หนุ่มที่อยากหนีสองคน แต่ความหวังที่ผมมีทำให้ผมมองเห็นการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่เกินที่จะคิดได้ และผมตั้งหน้าตั้งตารอวันนั้นแล้ว ผมแน่ใจว่าอเล็กก็เช่นกัน
ถึงแม้ว่าจะเจอกันได้ไม่นาน พวกเราขุดเหมืองร่วมกันมาแล้วทั้งวัน และมันมากพอที่จะทำให้เราสนิทกันแล้ว พวกเราช่วยกันวางแผนก่อฏในเหมือง และหลังจากนี้คงมีอีกหลายอย่างที่ผมต้องร่วมมือกันกับ “เพื่อน” คนนี้
ในวันรุ่งขึ้น วันนี้กับวันหน้าจะเป็วันที่ผมกับเขาไม่ได้กินข้าว ผมตื่นขึ้นไปขุดกับอเล็กเป็ปกติ ทำตัวปกติทุกอย่าง ขุดๆๆ แล้วก็ขนๆๆๆ ขุดไปเรื่อย ๆ แล้วก็ขนออกมา ทำวนไปซ้ำไปซ้ำมา ไม่ได้จะอวดอะไรหรอก แต่รู้สึกว่าพวกผมเริ่มเก่งกับสิ่งนี้แล้ว
พอมาดูภาพรวม ๆ หลังจากผ่านมาเป็สัปดาห์ ๆ มันเจ็บและมันทรมานก็จริง แต่ว่าผมเริ่มขุดเหมืองเก่งขึ้นเรื่อย ๆ แรงในการทำงานก็ไม่ได้น้อยลงเลย ที่ว่าเก่งขึ้นเรื่อย ๆ หมายถึงรู้ว่าต้องขุดยังไงให้ดีที่สุด ขุดยังไงไม่เปลืองแรง ขุดยังไงให้ถ่านออกมาเยอะและไม่ทำให้ตัวเองปาดเจ็บ แม้ว่าความเ็ปและความเหนื่อยล้าจะต้องใช้เวลาอีกนานถึงจะชิน แต่ว่าอีกหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้น เพราะผมรู้ว่าตัวเองยังไม่ตาย ทุกอย่างเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
ผมที่เข้ามาใหม่ต้องขุดและพักอยู่เรื่อยเพราะว่าความเ็ปที่มือมันยังอยู่และไม่หายไปไหน ทำงาน่แรก ๆ ของวันจะไม่ค่อยรู้สึก แต่เมื่ออะดรีนาลีนหมดความเ็ปก็เริ่มเข้ามาเรื่อย ๆ
พอถึงมื้อเที่ยงพวกเราก็ทำตามสัญญา เราวางอาหารไว้ขอบ ๆ ระหว่างรูขุดของพวกเรากับพวกเขา เมื่อผู้คุมถอยไปทานมื้อเที่ยง ทาสชายที่เราทำข้อตกลงก็จะฉวยโอกาสมาเอาอาหารของพวกเราที่ตกลงกันไว้ เมื่อเขากินเสร็จเขาก็จะแอบเอามาคืนไว้ที่เดิม ส่วนข้อมูลก็ค่อยแลกเปลี่ยนกันตอนค่ำ
แต่ถามว่าพวกเรากินอะไร? พวกเรากินแค่น้ำ น้ำมากพอที่จะทำให้เราหายหิว แน่นอนว่าไม่ใช่น้ำจากที่เหมือง แต่เป็น้ำที่มาจากพลังเวทของอเล็ก อเล็กเป็จอมประเภทที่มีความสามารถการใช้มานาแปลงเป็น้ำ แสงและลม และมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ นั่นเองที่ทำให้ผมได้กินน้ำเย็น ๆ ได้จนพออยู่รอด
เวลาพวกเราเข้าไปในรูขุด อเล็กก็จะใช้พลังเวทโดยการแบมือและทำให้อากาศบริเวณบนมือของเขาเย็นเฉียบจนอากาศควบแน่นกลายเป็น้ำแข็ง พวกเราอมน้ำแข็งไปด้วยทำงานไปด้วยทั้งวัน และพวกเราทั้งสองไม่ได้คุยกันเลย ผู้คุมก็จะได้เห็นว่าเราไม่ได้สนิทกันมากขนาดที่ต้องจับแยกกัน
ทุกอย่างเป็ไปตามแผนการ แค่ว่าในแผนนั้นผมกับอเล็กต้องอดทนกับความหิวโหยสุดทรมานเพียงเท่านั้น ไม่ว่าท้องจะร้องแค่ไหนพวกเราก็ทำงานต่อไป จะไม่มีแรงแค่ไหนก็ต้องพยายามเหวี่ยงที่ขุดเพื่อไม่ให้ตัวเองถูกยิงทิ้ง เพราะเสียงปืนประจำวันยังคงดังอยู่เรื่อย ๆ
ถึงจุดหนึ่ง พวกเราหิวมากจนกระทั่งพากันล่าสัตว์ตัวเล็กในรูขุด พวกเรากินจิ้งจกดิบไปคนละหนึ่งตัวและกินหนอนไปอีกคนละครึ่งตัว ผมไม่แน่ใจเลยว่าพวกเราบ้าไปแล้วหรือเปล่า แต่ว่าสิ่งที่กินเข้าไปมันอร่อยมาก อาจจะเพราะโหยหาอาหารจนลิ้นรับทุกอย่าง
ที่แน่ที่สุด พวกเราก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปอย่างไม่บ่นอะไรซักคำ ทำงานจนเหงื่อแห้ง จนมือด้าน จนหมดแรงในตอนเย็น จิติญญาพวกเรายังคงแข็งแรง ไม่ใช่เพราะว่าพวกเราแข็งแรง แต่เพราะว่าพวกเรามีความหวัง ความหวังที่เห็นได้ชัด ๆ ตรงนี้ ที่เห็นได้ผ่านสหายร่วมรบข้างกายกัน
เมื่องานของวันนี้หมดแล้ว ผมกับอเล็กก็วางที่ขุดไว้ข้าง ๆ กันที่หน้ารูขุดแล้วพวกเราก็นั่งลงพักเหนื่อยหลังจากการทำงานทั้งวันทั้งผมและอเล็กก้มหน้ามองพื้น นั่งกอดเข่าเพื่อเอาหัวพิงกับเข่าของตัวเอง
“ลีโอ!!” เสียงเรียกของผู้หญิงที่คุ้นเคยได้ดังขึ้น เสียงของอาญ่าดังมาจากหน้าข้างของผมไกล ๆ ผมรีบเงยหน้าขึ้น
“เธอจริิงด้วย…” อาญ่าผ่านหน้ารูขุดของผม เธอกำลังเข็นรถเข็นที่เต็มไปด้วยแร่ โบกมือถลอกด้าน ๆ ของเธอให้ผม ผมก็เลยโบกมือกลับเบา ๆ มองเธออย่างไม่ขาดสายตา เกือบไม่รู้ตัวว่าผมยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพที่ยัง “ปลอดภัย” ของเธอ และพวกเราเห็นกันได้ไม่นานนัก ผู้คุมของเธอก็ใช้แท่งเหล็กจี้เธอให้เดินต่อไป แต่ผมก็มองเธอจนสุดสายปลายทาง ก่อนทีี่จะกลับมานั่งลงข้าง ๆ อเล็ก
“มีกำลังใจแล้วล่ะ” อเล็กถึงกับขำออกมา ขำอะไรของเขากัน ผมก็แค่ดีใจที่เห็นหน้า “เพื่อนรัก” ของผม
“นายชอบนางเหรอ? นางเป็ผู้หญิงที่ดูไม่เลวเลยนะ” ยิ่งเป็ความจริงที่ว่าที่นี่พวกเราไม่ได้ใส่เสื้อผ้ายิ่งทำให้ผมรู้สึกตะขิดตะขวงกับอเล็กที่พูดเล่น ๆ แบบนั้น
“หุบปากไปเลย” ผมกล่าวด้วยเสียงรำคาญ ทุบไหล่ของอเล็กเบา ๆ