ณ เมืองหลวงแคว้นฉี
ในศาลาแปดเหลี่ยมภายใต้แสงแดดอันอบอุ่น ปรากฏร่างของหญิงงามนางหนึ่ง ที่ในตอนนี้กำลังเอนกายพักผ่อน นางขยับกายอย่างเกียจคร้านอากัปกิริยางดงามน่าชม สตรีผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนางก็คือซูเหยียน สตรีผู้ที่มีใบหน้างดงามล่มบ้านล่มเมืองนั่นเอง
นอกจากซูเหยียนจะมีรูปโฉมเป็หนึ่งแล้ว นางยังมีเรือนร่างเย้ายวนที่สตรีทุกคนพึงปรารถนาจะมี หลังจากวันที่นางได้อาละวาดในเรือนใหญ่ นี่ก็ผ่านมาสามวันแล้ว ที่ทางฝั่งเรือนใหญ่ตระกูลฟางยังคงเงียบอยู่
"ฮูหยินเ้าคะ เหล่าผู้ดูแลร้านค้าและที่ดินมากันครบแล้วเ้าค่ะ"
ชุ่ยเหอบ่าวรับใช้คนสนิทรีบเข้ามารายงานเ้านายของตน ตัวนางเองก็ยังแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของนายหญิง
"อืม รอประเดี๋ยวนึง"
ซูเหยียนเอ่ยบอกกับบ่าวหญิงอย่างเฉื่อยชา นางบิดซ้ายบิดขวาอย่างี้เีจะลุก
"ถ้าเช่นนั้นบ่าวให้พวกเขาไปรอฮูหยินที่โถงด้านในนะเ้าคะ"
"ไม่ได้! เอ่อข้าหมายถึงอย่าดีกว่า เพราะคนเหล่านี้เป็คนที่ดูแลสินเดิมของข้า หาได้เกี่ยวข้องกับตระกูลฟานไม่ อย่าได้ทำเื่ให้วุ่นวายไป เ้าพาทุกคนไปรอข้าในห้องโถงของเรือนไผ่งามเถอะ เช่นนั้นถึงจะเหมาะสม ทั้งยังไม่เป็การทำเื่ให้ผู้อื่นมาว่าทีหลังได้"
ซูเหยียนกล่าวอย่างระมัดระวังกับบ่าวหญิงคนสนิท นางไม่อยากให้คนตระกูลฟาง มาสอดรู้ถึงเื่ที่นางกำลังจะทำ มันคงจะดีกว่าถ้าจะต่างคนต่างอยู่จนถึงวันที่ได้อิสรภาพ
"บ่าวทราบแล้วเ้าค่ะฮูหยิน"
พูดจบชุ่ยเหอก็รีบวิ่งไปจัดการตามที่นายหญิงของตนสั่งการ
ซูเหยียนเดินลุกออกจากศาลาแปดเหลี่ยม หลังจากจัดอาภรณ์และทรงผมให้เข้าที่แล้ว นางก็เดินมุ่งตรงไปยังห้องโถงของเรือนไผ่งามโดยทันที
"ข้าน้อยคารวะนายหญิง"/"ข้าน้อยคารวะนายหญิง"
เหล่าผู้ดูแลร้านค้าและที่ดินกล่าวทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงกัน
"ทุกคนตามสบายเถิด ทุกท่านนั่งลงก่อน พวกท่านทุกคนคงสงสัยซินะ ว่าข้าเรียกตัวพวกท่านมาทำไม"
ซูเหยียนไม่รอช้ารีบเปิดประเด็นขันมาทันที
"ขอรับ"/"เ้าค่ะ"
หลงจู๊ผู้ดูแลร้านค้าของซูเหยียนต่างรับคำอย่างพร้อมเพรียงกัน
"เอาล่ะที่ข้าเรียกพวกท่านมาก็ไม่มีอะไรมาก ข้าก็แค่อยากรู้รายรับของร้านแต่ละร้านก็เท่านั้น"
"เริ่มที่ร้านผ้าก่อนแล้วกัน ร้านผ้าของข้าเป็เช่นไรบ้างผู้ดูแลลั่วเหนียง"
"เรียนนายหญิง รายรับของร้านหาได้ขาดทุน แต่ก็ทำกำไรได้ไม่มากนัก เนื่องจากมีร้านที่เปิดใหม่มาขายตัดราคา จนทำให้ร้านของเรา และร้านละแวกใกล้เคียงขายผ้าแทบไม่ออกเลยเ้าคะ"
ลั่วเหนียงเอ่ยรายงานผู้เป็นายตามความจริง
"เื่เกิดั้แ่เมื่อใด"
"ราวสามเดือนก่อนเ้าค่ะ"
ลั่วเหนียงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแ่เบา
"แล้วเหตุใดท่านถึงไม่มารายงานเื่นี้ให้ข้ารู้"
ซูเหยียนถามออกไปด้วยความสงสัย
"เรียนนายหญิง เพราะร้านเปิดใหม่แห่งนี้เป็ร้านค้าของตระกูลฟาง ตระกูลสามีของนายหญิงเ้าค่ะ"
ลั่วเหนียงตอบกลับด้วยสีหน้าจนปัญญา
"เอาล่ะ..เป็อันว่าข้ารับรู้แล้ว มาพูดถึงเื่สำคัญกันเถอะ ต่อไปนี้ร้านของข้าจะไม่ขายเพียงผ้าเท่านั้น ข้าจะขายชุดตัดสำเร็จด้วย รับนี่ไปแล้วเร่งให้คนตัดเย็บออกมาตามแบบที่ได้ไป"
ซูเหยียนยื่นแบบชุดที่ตนเองได้วาดขึ้นมาให้กับผู้ดูแลร้านผ้า
"นี่..นี่คือ"
ลั่วเหนียงเปิดดูแผ่นกระดาษก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความใ
"นี่เป็แบบชุด4ฤดู ที่ข้าได้ออกแบบเอง ส่วนแผ่นที่อยู่ด้านหลังนั่น เรียกว่าชุดชั้นใน ส่วนแผ่นนั้นเรียกว่าชุดนอนไม่ได้นอน เ้าจงให้คนงานในร้าน เร่งตัดเย็บออกมา ชุดเหล่านี้จะมีขายหน้าร้านเท่าที่ตัดเย็บออกมาได้เท่านั้น ห้ามรับสั่งจองเป็อันขาด จะได้ไม่มีปัญหาตามมาทีหลัง ชุดทุกแบบที่ตัดออกมานั้น ให้ปักตราของร้านไว้ในตะเข็บด้านใน เพื่อกันการปลอมแปลงและแอบอ้างจากผู้ไม่ประสงค์ดี" ซูเหยียนเอ่ยกำชับคนของตน
"นายหญิงช่างคิดได้ละเอียดรอบคอบยิ่งนักเ้าค่ะ" ลั่วเหยียงอดเอ่ยชมถึงความรอบคอบของเ้านายไม่ได้
"แน่ล่ะ..เมื่อร้านผ้าของข้า ค้าขายดีย่อมต้องมีคนนึกอิจฉา และหาทางกลั่นแกล้งเป็แน่ กันเอาไว้ก่อน ดีกว่าต้องมานั่งแก้ไขให้ปวดหัวทีหลัง" ซูเหยียนพูดที่เล่นทีจริงกับคนของตน
"ลั่วเหนียงรับทราบแล้วเ้าค่ะ ขอนายหญิงได้โปรดวางใจ ข้าจะทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่เลยเ้าค่ะ"
หลงจู๊หญิงร้านผ้าตาเป็ประกายเมื่อได้เห็นแบบชุด4ฤดูที่งดงาม ไหนจะแบบของชุดนอนที่ทำให้นางหน้าแดงนี้อีก คาดการณ์ว่าชุดตัดสำเร็จเหล่านี้ จะต้องเป็ที่ฮือฮาของสตรีในเมืองหลวงอย่างแน่นอน
"เื่ของร้านผ้าจัดการแล้ว งั้นก็มาพูดเหลาอาหารกันบ้าง ผู้ดูแลซือ เหลาอาหารของข้าค้าขายเป็เช่นไร รายรับดีเป็ที่น่าพอใจหรือไม่"
"เรียนนายหญิง ตอนนี้กิจการของเหลาอาหารซบเซายิ่งนักขอรับ"
"เฮ้อ.คงเพราะมีเหลาอาหารเปิดใหม่มากมายในเมืองหลวงกระมัง"
"ขอรับ..ไม่ผิดจากที่นายหญิงกล่าว ขืนเป็อย่างนี้ต่อไปคงพยุงกิจการต่อไปไม่ไหวแน่ขอรับ"
"เอาล่ะท่านอย่าพึ่งร้อนใจไป รับนี่ไป..นี่คือสูตรอาหารคาวหวานกว่า100อย่าง และยังมีสูตรการหมักสุราอีกสี่ห้าชนิด ข้ามอบมันให้ท่าน อย่าได้ทำให้ข้าผิดหวังเล่า"
ซูเหยียนยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี พอคิดถึงรายได้ที่จะเข้ากระเป๋า นางก็รู้สึกเบิกบานใจ จะมีผู้ใดเล่าที่จะไม่ชอบความร่ำรวย
"ขอรับ..ขอรับ นายหญิงวางใจได้เลย"
หลงจู๊ซือรับสูตรอาหารและสูตรหมักสุรา มาด้วยมือที่สั่นเทา เขารีบนำกระดาษเ่าั้ยัดใส่ในอกเสื้อ ทั้งยังเอาแขนสองข้างกอดอกตนไว้แน่น เขาหันซ้ายแลขวา แสดงท่าทางเหมือนกลัวว่าจะถูกแย่งชิงสูตรอันล้ำค่านี้ไป
ซูเหยียนยังมอบแบบร่างของเครื่องประดับ ให้กับผู้ดูแลร้านเครื่องประดับ
"นี่คือแบบของเครื่องประดับทั้งหมดที่ข้าออกแบบขึ้น รับไปซิ"
"เ้าค่ะนายหญิง"
ซูเหยียนจัดการทุกอย่าง อย่างใจเย็นเป็ขั้นเป็ตอน ยังไม่หมดเท่านั้น นางยังมอบวิธีทำชาดกลิ่นดอกไม้ที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง และแป้งผัดหน้าที่มีส่วนผสมของผงไข่มุก ที่ช่วยให้ใบหน้ากระจ่างใส ยังมีสูตรครีมสครับผิวที่ทำจากมะขามและขมิ้นชัน ที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวกายผุดผ่องลดผื่นคันตามร่างกาย ซูเหยียนมอบสูตรดูแลความงามทั้งหมดให้กับหลงจู๊ผู้ดูแลร้านขายเครื่องประทินผิว
“เ้าได้สูตรทำเครื่องประทินผิวเพื่อความงามไปแล้ว ก็จงใส่ใจทุกขั้นตอนการผลิตเล่า อย่าได้ทำสินค้าออกมาชุ่ยๆเป็อันขาด อย่าให้เสียชื่อมาถึงข้าเชียวนะ” ซูเหยียนเอ่ยกำชับอย่างจริงจัง
“เ้าค่ะนายหญิง”
“สิ่งที่จะนำมาใช้กับผิวหน้าและผิวกาย จำต้องพิถีพิถันเป็อย่างมาก ไม่เช่นนั้นถ้าเกิดความผิดพลาดขึ้น กับผู้ที่ซื้อสินค้าไปจากร้านของข้า เื่อาจลุกลามใหญ่โตไปจนถึงขั้นขึ้นโรงขี้นศาลก็เป็ได้" ซูเหยียนพูดเตือนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด
"ข้าน้อยทราบแล้วเ้าค่ะ ขอนายหญิงได้โปรดวางใจ ข้าน้อยจะทำทุกอย่างด้วยความละเอียดรอบคอบอย่างแน่นอนเ้าค่ะ"
"อืม..เหลาอาหารก็เช่นกันนะ ควรเน้นและใส่ใจเื่ความสะอาดเป็หลัก อย่าได้ละเลยเป็อันขาด การค้าขายอย่าได้ถือเอาผลประโยชน์เป็ที่ตั้ง โบราณว่าซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน"
"ขอรับนายหญิง"
"การค้าขายต้องมีความซื่อสัตย์ อย่าได้คดโกงเอารัดเอาเปรียบลูกค้าเป็อันขาด แต่ถึงกระนั้นพวกท่านก็ไม่จำเป็ ที่จะต้องก้มหัวให้กับผู้อื่นมากจนเกินไป อย่าได้ทำให้ตนเองดูต่ำต้อย ถ้ามีลูกค้าคนไหนที่รับมือยากก็จงจัดการอย่างเด็ดขาดได้เลย โดยเฉพาะกับคนที่ตั้งใจจะมาหาเื่ที่ร้าน จงตอกหน้ากลับไปอย่าได้เกรงกลัว ถ้าเกิดมีเื่ตามมาทีหลังจากสิ่งที่พวกท่านได้ลงมือทำไป ข้าซูเหยียนจะแบกรับมันเอาไว้เอง คนของข้าไม่จำเป็ต้องยอมทน กับความคับข้องใจหรืออัปยศอดสูใดๆ จงให้เกียรติ์กับผู้ที่สมควรได้รับมันเท่านั้น แต่ก็อย่าได้เลือกปฏิบัติ เพียงเพราะลูกค้าที่เข้ามาที่ร้านแต่งตัวไม่ดี ให้ถือว่าทุกคนที่เข้ามาที่ร้าน มีค่าและศักดิ์ศรีของความเป็คนเท่าเทียมกัน”
ซูเหยียนแนะนำและให้ข้อคิดกับเหล่าผู้ดูแลร้านค้า นางพูดจาอย่างหนักแน่นและชัดถ้อยชัดคำ
“ขอรับนายหญิง”/"เ้าค่ะนายหญิง"
"ขอให้หลงจู๊ทุกท่านตั้งใจทำงานและทำหน้าที่ของตนเองให้ดี ข้าซูเหยียนหาใช่คนตระหนี่ไม่ หากว่าร้านค้ามีกำไร ข้าจะปันส่วนของกำไรให้พวกท่าน 2 ใน 10 ส่วน เพื่อตอบแทนที่พวกท่านช่วยข้าดูแลร้านเป็อย่างดี"
ซูเหยียนยื่นข้อเสนอออกมาอย่างใจกว้าง ในยุคนี้แทบไม่เคยมีให้เห็น ที่เ้านายจะแบ่งผลประโยชน์กำไรที่ได้มาให้กับลูกน้องเช่นนี้
"ขอบพระคุณนายหญิงเ้าค่ะ"/"ขอบพระคุณนายหญิงขอรับ"
หลงจู๊ผู้ดูแลร้านต่างก็ซาบซึ้ง ในน้ำใจของซูเหยียนพวกเขาตั้งมั่นว่าจะทำงาน ที่ได้รับมอบหมายมาไม่ให้มีขาดตกบกพร่องเลยทีเดียว
"เอาล่ะ..เมื่อไม่มีอะไรแล้ว พวกท่านก็กลับไปเถอะ"
"ข้าน้อยลานายญิงเ้าค่ะ"/"ข้าน้อยลานายหญิงขอรับ"
ผู้ดูแลร้านกลับออกไปจากจวนตระกูลฟางด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม กำไร2ใน10ส่วน ทำให้พวกเขายิ้มแก้มแทบปริ
"ฮูหยินเ้าคะ บ่าวจากเรือนใหญ่มาขอเข้าพบเ้าคะ" ชุ่ยเหอรีบเข้ามารายงานนายหญิงของตน
"อืม..ให้เข้ามา"
"เ้าค่ะ"
ไม่นานบ่าวหญิงาุโ แม่นมคนสนิทของฮูหยินใหญ่ก็เดินตามชุ่ยเหอเข้ามาในเรือนพักของซูเหยียน
"บ่าวคารวะฮูหยินน้อยเ้าค่ะ"
"อืม..ตามสบายเถอะ มีเื่อะไรจะพูดก็ว่ามา" ซูเหยียนแสดงท่าทีเหมือนไม่ใส่ใจ
"เรียนฮูหยินน้อย ท่านแม่ทัพให้บ่าวมาเรียนเชิญฮูหยินน้อยให้ไปพบที่เรือนใหญ่เ้าค่ะ"
มามาาุโก้มหน้าก้มตากล่าว ั้แ่วันที่ซูเหยียนอาละวาดที่เรือนใหญ่ในวันนั้น ก็เป็ที่ตกอกใของทุกคนในจวนตระกูลฟาง โดยเฉพาะบ่าวไพร่ในจวน คนที่เมื่อก่อนเคยทำตัวกำแหงกับซูเหยียน ต่างพากันหวาดกลัวถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของนาง
"ฮึ!..นายของเ้าอยากที่จะพบข้า เหตุใดถึงไม่มาหาข้าที่เรือนพัก! กล้าดียังไงถึงมาออกคำสั่งให้ข้าไปพบเขา กลับไปบอกฟางลั่วเฉิน ว่าถ้าอยากพบข้าหรือมีเื่จะพูดคุย ก็ให้เขาไสหัวมาที่นี่! ไปกลับไปได้แล้ว! อย่ามาอยู่รบกวนเวลาพักผ่อนหย่อนใจของข้า น่ารำคาญจริงๆ"
"จะ..เ้าค่ะ บ่าวจะออกไปเดี๋ยวนี้"
แม่นมเฒ่ารีบออกจากห้องอย่างไม่รีรอ นางใจนขวัญหนีดีฝ่อไปหมด นางรีบกุลีกุจอไปรายงานเื่ให้ทางเรือนใหญ่ทราบ
ซูเหยียนไล่บ่าวของเรือนใหญ่ออกไปอย่างไม่ไว้หน้า นางหาได้สนใจไม่ว่าจะทำให้ผู้ใดโกรธเคือง ถึงแม้การกระทำของนางจะทำให้คนตระกูลฟางไม่พอใจ แต่นางก็ไม่ใส่ใจสักนิด
ณ เรือนใหญ่จวนตระกูลฟาง
บ่าวหญิงของเรือนใหญ่ รีบกลับมารายงานเ้านายในทันที ในตอนนี้ที่พักของฮูหยินใหญ่เต็มไปด้วยเศษแจกันเกลื่อนพื้น เหตุมาจากการอาละวาดอย่างหนัก ของฮูหยินใหญ่เ้าของเรือน
'เพล้ง' 'เพล้ง'
"นี่มันจะมากไปแล้วนะ นางยังจะเห็นคนตระกูลฟางอยู่ในสายตาอยู่หรือไม่!"
ฮูหยินใหญ่แม่สามีของซูเหยียนเมื่อได้ฟังคำจากบ่าวหญิงคนสนิทก็เดือดดาลในทันที
"ใจเย็นก่อนเถิดขอรับท่านแม่ หากนางไม่ยอมมา ข้าก็จะไปพบนางที่เรือนของนางด้วยตัวเอง จะได้จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยเสียทีขอรับ"
"ถ้าทำอย่างนั้น นางก็ยิ่งได้ใจไปกันใหญ่นะซิ!ลั่วเฉิน" ฮูหยินใหญ่กล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ
"ช่างเถิดเ้าค่ะท่านแม่ ให้นางได้ใจไปก่อนก็ไม่เป็ไร หรอกเ้าค่ะ ให้พี่ใหญ่ไปพูดคุยกับนางจะได้จบเื่โดยไว ดีกว่าที่จะต้องมานั่งเป็กังวลเช่นนี้" ฟางหยูน้องสาวของฟางลั่วเฉินเอ่ยปลอบมารดาของตน
"อืม..เอาเช่นนั้นก็ได้ แล้วถ้าเกิดว่านางยังคงดื้อรั้นไม่ยอมให้แต่งรั่วเซียนเข้ามาเล่า แล้วเ้าจะทำยังไง" ฮูหยินเอ่ยถามบุตรชายของตนเสียงเครียด
"ข้ายอมลงให้นางถึงเพียงนี้แล้ว นางคงต้องพอใจซิขอรับ" ลั่วเฉินเอ่ยกับมารดาเสียงเข้ม เมื่อนึกถึงสตรีนางนั้น ก็ทำให้เขาเกิดอารมณ์ไม่ดีขึ้นมา
"ฮูหยินใหญ่...ท่านแม่ทัพ ทุกท่านหาได้ต้องลำบากใจเพื่อรั่วเซียนไม่..หากฮูหยินน้อยไม่เห็นด้วย รั่วเซียนยินดีเข้าจวนตระกูลฟางในฐานะอนุเ้าค่ะ" รั่วเซียนแสร้งพูดเสียงสั่น เรียกร้องความสงสารจากคนตระกูลฟาง
"ไม่ได้..ข้าจะไม่มีวันยอมให้เ้าได้รับความคับข้องใจถึงเพียงนั้นเป็อันขาด ข้าจะพูดคุยกับซูเหยียนเอง ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย ขอเ้าได้โปรดเชื่อใจข้า" ฟางลั่วเฉินเอ่ยปลอบโยนรั่วเซียน ด้วยน้ำเสียงเอาใจ
บ่ายของวันนั้นฟางลั่วเฉินจึงยอมวางทิฐิของตนลง แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนพักของซูเหยียน เพื่อพูดคุยกับนาง ใจจริงเขาอยากหย่าขาดกับสตรีนางนี้ แต่บิดาและท่านปู่ของเขากลับไม่เห็นด้วย
นั่นเพราะเกรงกับคำครหาที่จะตามมา กลัวว่าชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลจะเสียหาย เมื่อปรึกษาหารือกันแล้ว สุดท้ายจึงได้ข้อสรุป เขาจำใจต้องให้ซูเหยียนอยู่ในตำแหน่งเดิม แต่แต่งรั่วเซียนเข้ามาในฐานะภรรยารองแทน