บทที่ 56
ในขณะเดียวกันนั้นเอง รถยนต์ของกลุ่มดาร์กโซเยอร์ก็เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้วในเวลานี้ พวกเขามาจอดที่โรงเก็บเครื่องบินส่วนตัวหมายเลข 17 ซึ่งมันก็พร้อมแล้วที่จะออกตัวจากโรงที่เก็บมันไว้ อาร์ทเดินลงมาจากรถอย่างชิลๆ ทำเหมือนกับว่าเป็นพวกเดียวกันกับกลุ่มดาร์กโซเยอร์ “แกจะชิลเกินไปหรือเปล่าเนี้ย ทำตัวให้มันเหมือนกับว่าโดนลักพาตัวมาหน่อยซิวะ..” หัวหน้ากลุ่มกล่าวออกมา ส่วนอาร์ทก็ยกไหล่ขึ้นมาครั้งหนึ่งพร้อมกับรอยยิ้ม มันเล่นเอาตัวของหัวหน้าถึงกับถอนหายใจกับรุ่นน้องคนนี้จริงๆ“ก็ยังไม่เจอตัวคนที่สั่งลักพาตัวสักหน่อยนี่ครับ ถึงตอนนั้นค่อยแสดงมันก็ยังไม่สายนะครับ.. พี่สิงห์” อาร์ทกล่าวชิลๆ พร้อมกับเรียกชื่อหัวหน้ากลุ่มนี้อย่างเป็นกันเอง ใช่แล้ว หัวหน้าของกลุ่มดาร์กโซเยอร์เป็นคนไทยที่มีชื่อว่าสิงห์ และเพราะอย่างนี้มันอาจจะทำให้พวกเขานั้นสนิทกันมากกว่าคำว่าทหารร่วมรบก็เป็นไปได้“..ก็พวกมันอยู่บนเครื่องนั่นไงเล่า รีบๆแสดงได้แล้ว เดี๋ยวพวกข้าก็ไม่ได้เงินกันพอดี หลังจากที่ส่งตัวแล้ว แกจะทำอะไรมันก็เรื่องของแกแล้วล่ะ.. อีกอย่างข้าก็ใจดีอยู่บ้าง เครื่องติดตามอยู่ตรงกุญแจข้อมือ ลูกน้องแกจะได้ตามหาได้ง่ายๆ..” สิงห์กล่าวออกมาพร้อมกับใบหน้าที่เหนื่อยใจ“ครับบบ ทราบแล้วครับรุ่นพี่ .. ยังใจดีเหมือนเดิมเลยนะครับ แต่มันก็คงจะไม่ง่ายขนาดนั้นซินะครับ พี่เหลาคงวางโปรแกรมอะไรสักอย่างให้เจ้าปาร์คมันแฮกซินะครับ ช่างเถอะ ก็คงไม่นานเท่าไร ไปกันเถอะครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าพวกไหนที่ลากตัวผมมา เดี๋ยวนี้มีหลายคนหลายองค์กรเหลือเกินที่ต้องการตัวของผมเนี้ย จะได้จัดให้ทีล่ะที่เลย...” อาร์ทกล่าวออกมาเหมือนกับติดตลก เขาไม่ได้รู้เลยว่าจะต้องพบเจอกับอะไรหลังจากนี้ ถึงจะไม่มีตัวช่วยอะไรเลยเขาก็มั่นใจว่าด้วยตัวคนเดียว เขาก็สามารถที่จะจัดการพวกมันได้ทั้งหมด“เหอะ ทำเป็นเก่งไปได้ ไปได้แล้ว รีบๆเลย ..” พี่สิงห์กล่าวพร้อมกับผลักหลังของอาร์ทให้เดินไปทางเครื่องบินลำนั้น เมื่อเข้าใกล้ตัวเครื่องก็ปรากฏเป็นชายคนหนึ่งแต่งตัวอย่างกับนักธุรกิจลงมาจากเครื่อง เขาคนนั้นมองมาทางอาร์ท และสิงห์“ไม่คิดว่าหัวหน้าของดาร์กโซเยอร์จะเป็นคนเอเชียนะ .. แล้วนี่น่ะเหรอ เซทซีโร่ ก็แอบแปลกใจนะที่เป็นคนไทยเหมือนกัน..” ชายคนนี้คือเสธ.ใหญ่ ที่กำลังจะนั่งเครื่องไปแหล่งกบดานที่มิสซิสแป้งได้จัดเตรียมไว้ให้ และแน่นอนว่ารวมถึงเครื่องบินลำนี้เองก็ด้วยเช่นกันที่เป็นสมบัติของมิสซิสแป้ง หรือก็คือของแม่อาร์ท “นายทหารเก่าอย่างคุณใหญ่ มาทำอะไรตรงนี้ล่ะครับ.. โอ้ แล้วผมรู้เรื่องนี้ได้ยังไงกันเนี้ย..อ๊าก” อาร์ทกล่าวออกมาอย่างติดตลก ก่อนที่จะโดนฟาดด้วยสันมือของสิงห์ อาร์ทได้แต่สงสัยว่าจะแสดงทำไมถึงต้องเล่นซะมือหนักขนาดนี้ด้วย เขาได้แต่หันไปมองหน้าของรุ่นพี่ด้วยความคาดโทษ“ไม่คิดว่าจะปากดีอย่างนี้เลยนะครับ .. เอาเถอะ นี่คือสิ่งที่เราตกลงกันเอาไว้ เหมืองแร่นั้นเป็นของคุณ ผมจัดการการโอนให้ทุกอย่างแล้ว ..” เสธ.ใหญ่กล่าวออกมา แน่นอนว่าเหมืองแร่นี้มันเคยเป็นของรัฐบาลที่ปล่อยให้เอกชนเข้ามาจัดการ แต่หลังจากมีการฮั่วกันเกิดขึ้น มันจึงหลุดลอยจนมาเป็นทรัพย์สินของเสธ.ใหญ่ แต่ถึงเป็นอย่างนั้นก็ทำให้เขาเสียเงินไปไม่น้อยเลยทีเดียวกว่าจะได้มันมาในครอบครอง“ขอบคุณ.. การแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังจากนี้พวกเราหมดสัญญาการว่าจ้างต่อกันแล้ว.. และผมเองก็ขอเตือนคุณเอาไว้อย่างสองอย่าง อย่างแรกเลยคุณไม่ควรจะปล่อยให้ชายคนนี้อยู่คนเดียวตามลำพัง สองคือทหารของคุณน้อยเกินไป เขาสามารถที่จะหนีได้สบายๆด้วยจำนวนคนเพียงเท่านี้..” สิงห์รับซองเอกสารกรรมสิทธิ์ของเหมืองแร่มา ก่อนที่เขาจะเอ่ยเตือนกับเสธ.ใหญ่ในทันที ส่วนอาร์ทก็ได้แต่มองหน้ารุ่นพี่ว่าจะเล่นเขาโหดร้ายไปถึงไหนกัน“ทางนี้เองก็เช่นกัน เอาไว้ถ้ามีโอกาสได้ร่วมงานกันอีก ผมจะติดต่อไปอีกแน่นอนครับ..ส่วนคำเตือนนั้นผมก็ขอรับแต่น้ำใจก็แล้วกันนะครับ ทางผมเองก็ไม่ประมาทอยู่แล้วครับ”เสธ.ใหญ่กล่าวออกมาแบบยิ้มๆ พร้อมกับนำตัวของอาร์ทขึ้นเครื่องบินไป ภายในเครื่องที่นั่งนั้นเป็นโซฟาคุณภาพดี และมีที่นั่งมากกว่า 10 ที่นั่ง“เชิญนั่งก่อนซิครับคุณเซทซีโร่ หรือจะให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีล่ะครับ..” เสธ.ใหญ่กล่าวกับอาร์ท“โอ้... เป็นการลักพาตัวที่แหวกแนวกว่าปกติไปเยอะเลยนะครับ .. เรียกเซทซีโร่นั่นแหละครับดีแล้ว คุณควรไม่รู้จักผมดีที่สุด อ๊ะ แล้วก็พยายามอย่าสืบว่าผมเป็นใครจะดีกว่านะครับ พอดีผมไม่อยากให้ใครรู้เรื่องส่วนตัวสักเท่าไร .. และถ้าหากคุณใหญ่ยังไม่ฟังคำเตือนของผมแล้วละก็ ...” อาร์ทกล่าวกลับก่อนจะแผ่รัศมีออร่าการฆ่าฟัน หรือที่เราเรียกกันว่าจิตสังหารระดับเข้มข้นออกไปใส่กับเสธ.ใหญ่“น่ากลัวจริงๆเลยนะครับ... แน่นอนว่าผมก็ไม่อยากให้ใครรู้เรื่องส่วนตัวสักเท่าไร เอาเป็นว่าผมต้องการเพียงแค่สิ่งที่คุณมีอยู่เพียงเท่านั้น หลังจากนั้นคุณอยากจะทำอะไรผมก็ไม่ว่าทั้งนั้น เป็นยังไงครับ แฟร์ดีไหมครับ อ้อจริงซิ ที่ว่าจะให้ทำอะไรก็ได้ ยกเว้นอย่างหนึ่งนะครับนั่นก็คือชีวิตของผม...” เสธ.ใหญ่กล่าวออกมา จิตสังหารขนาดนี้ด้วยที่มีอายุเพียง 20 กลางๆนั้น นับว่าหายากมาก ชายคนนี้จะต้องฆ่าไปแล้วกี่ศพกัน ถึงเขาจะเอาจิตสังหารการเป็นทหารทั้งชีวิตออกมาต้านแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังทำให้เขาเหงื่อตกได้อยู่ดี“..เข้าใจก็ดีแล้วครับ.. ว่าแต่ที่ต้องจ้างทหารระดับมือพระกาฬขนาดนั้น คุณใหญ่ต้องการอะไรจากผมอย่างนั้นเหรอครับ อย่าว่าอย่างนู้นอย่างนี้เลยนะ ช่วงนี้มีแต่คนหมายหัวน่ะ…” อาร์ทกล่าวออกมาถาม“งั้นผมจะไม่อ้อมแล้วนะครับ ผมได้อุปกรณ์ตัวหนึ่งไว้ในมือ มันมีชื่อว่าเพอซิอุส พอจะคุ้นหูบ้างไหมครับ.. สิ่งที่ผมอยากจะได้มากที่สุดนั้นก็คือรหัสสั่งการของมันในส่วนของคุณครับ..” เสธ.ใหญ่กล่าวออกมาอย่างยิ้มๆ ส่วนอาร์ทที่ได้ยินก็โล่งใจนิดหน่อยที่มันเป็นเพอซิอุส ไม่ใช่กุญแจที่เขาเป็นผู้ครอง ก่อนที่เขาจะเอ่ยออกไป“เพอซิอุสอย่างนั้นซินะครับ ผมสามารถให้มันกับคุณได้เลย เพียงแต่ว่ารหัสในส่วนที่ผมถือครองนั้น มันมีความพิเศษนิดหน่อย คุณจะต้องทราบรหัสทั้งหมดจากท่านประธานาธิบดีรัสเซีย ฝรั่งเศส และอเมริกาก่อน ถ้าใช้รหัสของผมใส่เข้าไปก่อน มันจะกลายเป็นการทำลายดาวเทียมดวงนั้นแทนครับ..แล้วทำไมผมต้องบอกด้วยล่ะเนี้ย บางทีให้มันหายไปก็ดีอยู่แล้ว ไม่ซิมันอาจจะเอาไว้ใช้ในยามจำเป็นก็ได้..”อาร์ทกล่าวกับเสธ.ใหญ่ก่อนจะทำหน้าตาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ก็อย่างที่เขาเคยกล่าว บนโลกนี้มีอีกหลายอย่างที่เขายังไม่เคยได้ล่วงรู้ ยังมีความลับอีกมากที่มีแต่คนส่วนน้อยที่เก็บมันไว้ เพอซิอุสเองก็เช่นกัน บางทีมันอาจจะเอาไว้ต่อต้านกับอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างน่ากลัวก็เป็นได้ “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงไปหรอกนะครับ ตอนนี้เรามีรหัสเกือบครบแล้ว เหลือก็เพียงแต่ท่านประธานาธิบดีสหรัฐเพียงคนเดียวเพียงเท่านั้น.. และอีกไม่กี่นาทีนี้เราก็จะได้มันไว้ในครอบครอง ถึงตอนนั้นก็ขอให้ทางคุณให้ความร่วมมือกับทางเราด้วยนะครับ..” เสธ.ใหญ่กล่าว และนั่นมันก็ทำให้อาร์ทถึงกับยิ้มออกมา เขาไม่คิดว่าชายคนนี้จะฉลาดอยู่ไม่น้อย แต่ชายคนนี้ก็ยังพลาดอะไรไปอยู่“คุณใหญ่.. ผมยอมรับจากใจจริงเลยว่าคุณเป็นคนที่สามารถทำอะไรก็ได้ แม้แต่ความคิดที่จะบุกป้อมปราการขาวไวท์เฮาส์คุณก็คิดที่จะทำมัน.. ผมไม่รู้หรอกนะว่าแผนการของคุณเป็นอย่างไร แต่คุณมีสิ่งที่คุณพลาดอยู่สองอย่างใหญ่ๆ..” อาร์ทกล่าว...