สามวันหลังจากฝนตกหนักหมู่บ้านกลับมาสดใสอีกครั้ง ท้องฟ้าสีครามไร้เมฆ ลมต้นฤดูร้อนพัดผ่านสวนแอปเปิลที่เริ่มเขียวชอุ่มมากขึ้นทุกวัน
มาซาอากิกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าคาเฟ่ฟูมิกาแฟร้อนวางอยู่ข้างมือ หนังสือเปิดค้างอยู่หน้าเดิมมาสิบนาทีแล้วเพราะเขาไม่ได้อ่านสายตากลับมองไปทางถนนเป็ระยะโดยไม่รู้ตัว
“รอใครอยู่หรือไง” เสียงคุณยายฟูมิดังขึ้นจากหลังเคาน์เตอร์
มาซาอากิสะดุ้งเล็กน้อย“ไม่ได้รอครับ”
“เหรอ”
“ครับ”
“งั้นมองถนนทุกสามสิบวินาทีทำไม”
“...”
“ฉันแก่ก็จริง” คุณยายยิ้มเ้าเล่ห์ “แต่ยังไม่ตาบอดนะ”
มาซาอากิถอนหายใจยอมแพ้ั้แ่ยังไม่เริ่มเถียงเสียงหัวเราะของคุณยายดังขึ้นเบาๆ แล้วในจังหวะนั้นเอง
เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น
กรุ๋งกริ๋ง
“สวัสดีค่ะ!” เ้าของเสียงไม่เคยเปลี่ยน อาโออิเดินเข้ามาพร้อมกล้องตัวเดิมและรอยยิ้มเดิม
“อ้าว” เธอทำตาโต
“คุณอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย”
“ทำไมฟังเหมือนบังเอิญ”
“ก็ฉันเดาเอา”
“เดา?”
“่นี้คุณชอบมานั่งที่นี่” หญิงสาวลากเก้าอี้มานั่งตรงข้ามเหมือนเป็ที่ประจำของตัวเองไปแล้ว
“คุณยาย กาแฟค่ะ”
“เงิน?”
“ไว้พรุ่งนี้”
“ฉันเริ่มสงสัยว่าพรุ่งนี้ของเธอมีจริงไหม”
อาโออิหัวเราะส่วนคุณยายฟูมิส่ายหน้าอย่างเอ็นดู
...
“วันนี้ว่างไหมคะ” อาโออิถาม
“อีกแล้วเหรอ”
“อีกแล้วค่ะ”
“จะพาไปไหน”
“ไปถ่ายรูป”
“ผมถ่ายไม่เป็”
“ไม่เป็ไร”
“งั้นทำไมต้องไป”
“ฉันอยากให้ไป”
คำตอบตรงไปตรงมาจนมาซาอากิไปต่อไม่ถูกหญิงสาวยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มราวกับรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเขาจะปฏิเสธไม่สำเร็จ
...
ปลายทางอยู่ห่างจากหมู่บ้านราวครึ่งชั่วโมงเป็เนินเขาเล็กๆ ที่มองเห็นหุบเขาอีกฝั่งระหว่างทางอาโออิหยุดถ่ายรูปนับไม่ถ้วน ดอกไม้ริมทาง ผีเสื้อก้อนเมฆ แม้แต่เงาของต้นไม้บนพื้นดิน
“คุณถ่ายทุกอย่างเลยเหรอ” มาซาอากิถาม
“เกือบทุกอย่างค่ะ”
“แล้วดูรูปทั้งหมดไหม”
“ดูสิ”
“จริงเหรอ”
“จริง” เธอพยักหน้า
“บางรูปถ่ายมาเป็พันรูปก็ยังดู”
“ทำไม”
หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนตอบ“เพราะแต่ละรูปไม่เหมือนกัน”
“ผมมองไม่ออก”
“นั่นเพราะคุณไม่ใช่ฉัน”
คำตอบนั้นทำให้เขาหัวเราะ
ก็จริง
...
เมื่อถึงยอดเนินอาโออิเลือกมุมหนึ่งใต้ต้นไม้ใหญ่ก่อนวางกระเป๋ากล้องลง ลมพัดผ่านยอดหญ้า คลื่นสีเขียวทอดยาวไปตามไหล่เขา ูเาไกลๆ ซ้อนทับกันหลายชั้น ภาพสวยงามจนแทบไม่ต้องแต่งเติม
“คุณเคยเสียอะไรที่สำคัญมากไหม” อาโออิถามขึ้นมาเฉย ๆ
มาซาอากิหันมอง“คำถามะโไปหน่อยไหม”
“ตอบก่อนสิ”
เขานิ่งคิดก่อนตอบช้าๆ “เคย”
“อะไร”
“เวลา”
อาโออิชะงัก“เวลา?”
“ผมคิดว่าผมเสียเวลาไปเยอะ”
สายลมพัดผ่านอีกระลอก
“ตอนหนุ่ม ๆ เอาแต่ทำงาน พอรู้ตัวอีกที ก็อายุสี่สิบห้าแล้ว”
เขาหัวเราะเบาๆ แต่ไม่มีความขำอยู่ในนั้น “บางทีผมยังไม่แน่ใจเลยว่าคุ้มไหม”
อาโออิมองเขาอยู่พักหนึ่งก่อนพยักหน้า “เข้าใจนะ”
“คุณอายุยี่สิบสองเองนะ”
“อายุไม่เกี่ยวสักหน่อย”
เธอยิ้มแต่รอยยิ้มคราวนี้อ่อนลงไม่สดใสเหมือนเคย
“การเสียดายอะไรบางอย่างไม่จำเป็ต้องแก่ก่อนนี่”
...
หญิงสาวหยิบกล้องขึ้นมาปรับเลนส์ มองผ่านช่องมองภาพ
“ฉันเคยคิดว่าตัวเองจำทุกอย่างได้” เธอพูดขึ้น
สายตายังอยู่ที่กล้อง“จำหน้าคน” “จำท้องฟ้า” “จำูเา”“จำสีของพระอาทิตย์ตก”
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น
แชะ
“แต่พอโตขึ้น”
แชะ
“ฉันเริ่มรู้ว่าไม่จริง”
แชะ
“ความทรงจำมันหายไปเรื่อย ๆ”
มาซาอากินั่งเงียบปล่อยให้เธอพูด
“คุณเคยไหม” อาโออิถาม
“อะไร”
“จำวันที่มีความสุขมาก ๆ ได้ แต่จำรายละเอียดไม่ได้”
เขานิ่งไปก่อนพยักหน้า“เคย”
“ใช่ไหมล่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ “สุดท้ายเราจำได้แค่ว่าเคยมีความสุข”“แต่ลืมไปแล้วว่าท้องฟ้าวันนั้นสีอะไร” “ลืมไปแล้วว่าคนตรงหน้ายิ้มแบบไหน” “ลืมไปแล้วว่าลมพัดแรงแค่ไหน”
หญิงสาวลดกล้องลงสายตามองไปยังหุบเขาไกลออกไปเหมือนกำลังมองบางสิ่งที่อยู่ไกลกว่านั้นมาก
“ฉันไม่อยากลืม”
น้ำเสียงเบามากจนเกือบปลิวหายไปกับลม“เพราะงั้นเลยถ่ายรูป”
...
ความเงียบทอดตัวอยู่ระหว่างทั้งคู่ไม่มีใครรีบพูด ไม่มีใครรีบเติมช่องว่าง
มาซาอากิมองหญิงสาวข้างกายเป็ครั้งแรกที่เธอดูเงียบเงียบจริงๆ ไม่ใช่เงียบเพื่อรอหัวเราะต่อ ไม่ใช่เงียบเพื่อเปลี่ยนเื่แต่เป็ความเงียบของคนที่กำลังพูดความจริง
“แค่นั้นเองเหรอ” เขาถาม
อาโออิหันมา“อะไร”
“เหตุผลที่ชอบถ่ายรูป”
เธอนิ่งลมพัดเส้นผมสีดำปลิวผ่านแก้มดวงตาคู่นั้นมองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้ม แต่ครั้งนี้เป็รอยยิ้มที่ต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมาไม่มีความซุกซนไม่มีความสดใสเกินจริง ไม่มีเกราะป้องกัน มีเพียงความอ่อนโยนบางอย่าง
“ไม่รู้สิ” เธอตอบ
“บางที...” หญิงสาวเงยหน้ามองท้องฟ้า เมฆสีขาวกำลังเคลื่อนตัวช้า ๆ เหนือูเา
“ฉันแค่กลัวว่าวันหนึ่งจะมองไม่ทัน”
หัวใจของมาซาอากิสะดุดประโยคนั้นแปลกแปลกมากแต่ก่อนที่เขาจะถามต่ออาโออิก็ยิ้มกว้างอีกครั้งเหมือนประตูที่เปิดออกเพียงเสี้ยววินาทีถูกปิดลง
“เอาล่ะ!” เธอลุกขึ้นยืน “หมดเวลาซึ้งแล้ว”
“เมื่อกี้คุณเป็คนเริ่มนะ”
“จริงเหรอ”
“จริง”
“งั้นถือว่าฉันไม่ได้พูด”
“กฎแบบไหนกัน”
“กฎอาโออิค่ะ” หญิงสาวยิ้มกว้าง
ก่อนยกกล้องขึ้นมาทางเขา“อย่าขยับนะ”
แชะ
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้น
มาซาอากิขมวดคิ้ว
“ถ่ายทำไม”
“เก็บไว้”
“ไว้ทำอะไร”
“ไว้ดูตอนคุณแก่”
“ผมก็แก่แล้ว”
“งั้นไว้ดูตอนแก่กว่านี้”
“ฟังดูไม่ช่วยเลยนะ”
อาโออิหัวเราะเสียงดังเสียงหัวเราะใสกังวานลอยออกไปบนสายลมและแม้มาซาอากิจะหัวเราะตามแต่ส่วนหนึ่งในใจกลับยังติดอยู่กับประโยคเมื่อครู่ฉันแค่กลัวว่าวันหนึ่งจะมองไม่ทัน เขาไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร ไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกหน่วงในอกและไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ใกล้ความจริงมากขึ้นทุกวัน
ทีละนิด
ทีละน้อย
โดยที่อาโออิเองก็กำลังพยายามถ่วงเวลาเอาไว้อย่างสุดกำลัง