แสงสีขาวที่ในห้องทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ยาวประมาณ 10x10ม. ไม่ใหญ่ไม่เล็กนักอากาศภายในห้องก็เยือกเย็นด้วยอุณหภูมิ เพียงแค่10 องศามีเตียงน้ำแข็งวางชิดมุมด้านซ้ายของห้อง บนเตียงนั้นมีร่างเด็กน้อยอายุประมาณ 12 ปีนอนหลับอยู่มือขวากอดตุ๊กตาหมีสีขาว ข้อมือซ้ายมีสร้อยข้อมือมุขหิมะ ร่างของเด็กชายใส่ยูคาตะพื้นสีฟ้าใบหน้าของเด็กน้อยช่างน่าเอ็นดูนัก ผมสีบอร์นเทาที่ซอยสั้นปะบ่าหน่อย ดูรื่นสบายตาทำให้ใครๆที่เห็นก็อยากจะัักับผมของเด็กน้อยนั้น ถึงแม้เวลาผ่านไปกิริยาท่านอนของเด็กน้อยนั้นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปเลยซักนิดเด็กน้อยนั้นยังคงนอนหงายอยู่ไม่กระดิกตัวเหมือนร่างที่ถูกควบคุมเอาไว้อย่างงั้นแหละ
สักพักประตูได้เปิดขึ้นพร้อมกับชายอายุประมาณ 29ปีเดินเข้ามา เขาใส่ยูคาตะสีขาวสีแห่งความบริสุทธิ์ หน้าตาใจดี สีตาเป็สีฟ้าอ่อนๆทำให้ดวงตาคู่นั้นดูช่างอ่อนโยนปนความเยือกเย็นเขาเดินเข้ามาแล้วนั่งบนเตียงข้างๆร่างของเด็กชายนั้น แล้วเริ่มยิ้มที่มุมปากเขาค่อยๆเอื้อมมือที่แสนจะอบอุ่นไปเขย่าร่างเด็กน้อยคนนั้นเบาๆ
“ยูคิมูระตื่นเถอะลูกนอนนานมากแล้วนะ” เสียงที่ใหญ่และฟังดูมั่นคงเล็ดลอดออกมาจากลำคอของชายผู้นั้นทันใดนั้น ร่างที่ดูเหมือนมันถูกสะกดไว้ก็ค่อยๆลืมตาขึ้นสีของดวงตาของเด็กคนนั้นเป็สีฟ้าน้ำทะเล ดูแล้วเ็าไร้ความอบอุ่นั์ตาคู่นั้นเหลียวมองไปทางด้านซ้ายมือของตน ยูคิมูระเห็นชายคนนั้นนั่งอยู่ข้างๆร่างของตัวเองใบหน้าของยูคิมูระไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเขาเหลียวตาคู่เดินกลับมามองที่เพดานข้างบน
“ใครฆ่าพ่อผม?” เด็กน้อยถาม
สิ้นสุดเสียงเล็กๆของยูคิมูระลงรอยยิ้มที่อยู่บนใบหน้าของชายผู้นั้นก็หายไปทันที สายตาของชายคนนั้นเศร้าลงก่อนที่จะเอ่ยปากตอบคำถามยูคิมูระ
“พ่อตอบไม่ได้” ยูคิมูระลุกขึ้นมานั่งบนเตียงอย่างเงียบๆใบหน้าของยูคิมูระถึงจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆแต่สายตาของยูคิมูระมันบ่งบอกว่าเขากำลังเศร้าสายตาที่ดูเยือกเย็นอยู่แล้วปนกับความเศร้าลงไปยิ่งทำให้ดูทรมานนักทั้งคู่นั่งนิ่งไประยะหนึ่ง ก็มีเสียงฝีเท้าของอีกคนวิ่งเข้ามาในห้องยูคิมูระหันไปพร้อมกับชายผู้นั้น ก็เห็นเด็กชายอีกคนอายุประมาณ14ปีวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ั์ตาสีแดงอ่อนๆที่ยิ้มจนเกือบจะมองไม่เห็นลูกตา
“ลุงครับผมขอพายูคิมูระไปเล่นนะ”เสียงเล็กๆแบบออดอ้อนพูดออกมาจากลำคอของเด็กคนนั้นโทดะผู้ซึ่งเป็ลุงก็อดใจอ่อนไม่ได้ โทดะยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย
เด็กชายคนนั้นหันมามองยูคิมูระที่นิ่งเฉยอยู่และะโขึ้นเตียงน้ำแข็งไปจับมือยูคิมูระยูคิมูระทอดสายตามองไปที่มือของเด็กคนนั้นที่จับมือของตนอยู่
“ไปเล่นกันเถอะฉันมีที่หนึ่งที่ยังไม่เคยพานายไปเลย เราไปกันเถอะ แต่ถ้าสายกว่านี้มันจะไม่มีให้เห็นแล้วนะ” คำพูดนั้นทำให้ยูคิมูระรู้สึกสนใจเขามองไปที่ตาของเด็กคนนั้น
“ที่ไหน?” ยูคิมูระถาม เด็กคนนั้นไม่ตอบแล้วกระชากมือยูคิมูระให้ลงจากเตียงยูคิมูระค่อยๆลงจากเตียง สายตาของโทดะคอยจ้องมองทั้งสองด้วยความเอ็นดูมองไปก็ยิ้มไปด้วยตาที่อ่อนโยนคู่นั้น เด็กคนนั้นกำลังจะจูงมือยูคิมูระออกจากห้องเสียงใหญ่ๆก็ดังขึ้นมา
“ทาเคชิ ดูแลยูคิมูระด้วยล่ะ” โทดะพูดด้วยความเป็ห่วงยูคิมูระทาเคชิมองที่ยูคิมูระแล้วก็ยิ้มก่อนที่จะหันมาตอบลุงโทดะ
“ครับ ผมจะดูแลยูคิมูระให้ดีก็ยูคิมูระเป็น้องชายของผมนิ”สายตาของพี่ชายที่จ้องมองดูน้องชายด้วยความรักสายตาและใบหน้าของยูคิมูระก็ยังนิ่งเหมือนเดิมไม่มีอะไรที่เปลี่ยนแปลง
แล้วทั้งสองมาถึงสถานที่ทาเคชิได้พูดไว้ยูคิมูระมองรอบๆที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ สีสันแปลกตาเป็สีที่ไม่เคยได้เห็นจากที่ไหน ยูคิมูระเดินเข้าไปใกล้ๆดอกไม้สีม่วงที่บานรับแสงตะวันอยู่กลีบเป็สีม่วง เกสรเป็สีน้ำเงิน เป็ดอกไม้ที่ไม่มีใบไม้และบางเบาพลิ้วไหวไปมาตามสายลม
ยูคิมูระเอามือไปัักับดอกไม้ดอกนั้นทันใดนั้นกลีบของดอกไม้ก็ร่วงลงจนหมด เขาใ นึกว่าตนทำดอกไม้ตายซะแล้วเปล่าเลยมันกลับแตกกลีบออกมาใหม่ และยังเป็สีฟ้าขึ้นมาแทนยูคิมูระเห็นความพิสดารของดอกไม้ดอกนั้นทำให้เขารู้สึกสนใจทาเคชิที่ยืนมองอยู่ห่างๆก็เดินเข้ามาหายูคิมูระที่กำลังเอามือไปัักับดอกไม้พวกนั้นเพื่อให้มันเปลี่ยนสีทาเคชินั่งลงข้างๆยูคิมูระ
“สวยใช่ไหม?” ทาเคชิถาม ยูคิมูระที่เพลินอยู่ก็หันมาพยักหน้าให้กับทาเคชิพร้อมกับรอยยิ้มที่เกิดขึ้นครั้งแรกบนใบหน้าของเขา
“นายมาอยู่ที่นี่ได้ปีหนึ่งแล้วซินะ”ยูคิมูระหยุดเล่นดอกไม้แล้วหันมามองทาเคชิอีกครั้ง
“ใช่ฉันมาอยู่นี่ปีหนึ่งแล้ว”สายตาที่เศร้าหมองของยูคิมูระก็ปรากฏขึ้นได้ชัด
“ชอบที่นี่ไหม?” ยูคิมูระส่ายหน้าเล็กน้อย
“ทำไมล่ะ?”
“ฉันอยากเจอพ่อ” สายตาที่ดูเยือกเย็นจ้องไปที่ดอกไม้
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าพ่อของนายอยู่ที่ไหนแต่ฉันจะช่วยหานะ” ยูคิมูระหันมาแล้วยิ้มทาเคชิถอดสร้อยที่ใส่อยู่ที่คอของตน มันเป็สร้อยที่สวยมากทำด้วยทับทิมเป็รูปเปลวเพลิง แล้วใส่ให้ยูคิมูระ
“ฉันให้นาย เวลาที่ฉันไม่อยู่นายจะได้ไม่รู้สึกแหมือนอยู่คนเดียว” ทาเคชิพูดพร้อมกับยิ้มยูคิมูระ หยิบจี้มาดู
“แม่เป็คนให้ฉันเอง”
“อิจฉาจัง ที่นายมีแม่ที่ดี” ยูคิมูระรู้สึกน้อยใจ
“นั่นซินะฉันยังไม่เคยเห็นแม่นายเลย พ่อนายก็ด้วย หน้าตาเป็ยังไงเหรอ?” ทาเคชิถามพร้อมกับเอื้อมมือไปเล่นดอกไม้เ่าั้
“พ่อเป็คนที่รักฉันมากที่สุดหน้าตาของพ่อ...คงเหมือนฉัน” ใช่เหมือนจริงๆ เหมือนมาก
“ฉันก็เป็พี่ชายของนายมาตั้งปีหนึ่งแล้วดีใจไหมที่มีพี่ชายอย่างฉัน”ยูคิมูระหันมามองทาเคชิที่จ้องมองตนด้วยสายตาที่อ่อนโยน ยูคิมูระยิ้มขึ้นเป็คำตอบที่ทาเคชิเองก็หมายไว้เช่นเดียวกัน
“แล้วแม่นายล่ะ?” ทาเคชินอนลงมีพื้นหญ้ารองรับตัว
“แม่...ฉันไม่ค่อยได้เจอแม่เลย แม่เป็คนสวยมาก อย่างกับเทพธิดาที่อยู่บนท้องฟ้า แต่...ทุกครั้งฉันจะเห็นแม่ร้องไห้อยู่เสมอ ฉันอยากกอดแม่ แต่...”น้ำตาของยูคิมูระค่อยๆไหลออกมา
“นี่นายอย่าร้องไห้ซิ ยิ้มซิยิ้ม” ทาเคชิพูดสายตาของเขาจ้องยูคิมูระตลอด
“แม่ไม่เคยรักฉัน” ทาเคชิลุกขึ้นแล้วกอดยูคิมูระ ความอบอุ่นจากตัวทาเคชิทำให้ยูคิมูระรู้สึกอบอุ่น ถึงแม้มันจะไม่ใช่อ้อมกอดของแม่ ทาเคชินั่งมองยูคิมูระ สักพักเขาเห็นยูคิมูระน้ำตาจะไหลอีกแล้วเขาเห็นท่าไม่ดีก็ลุกขึ้นยืน พร้อมกับสูดลมหายใจเข้าปอด
“ฮ้า.. อากาศสดชื่นดีจังนายเองก็ลองหายใจให้เต็มปอดดูซิ”ทาเคชิชักชวนให้ยูคิมูระที่ทำหน้าเศร้าอยู่ให้ทำตามที่ตนบอกยูคิมูระก็หายใจเข้าอย่างแรงแล้วก็ค่อยๆปล่อยลมหายใจออก
“สดชื่นใช่ไหม?” ทาเคชิยิ้ม ยูคิมูระก็พยักหน้า เขาลงมานั่งข้างๆยูคิมูระอีกครั้ง
“ฉันอยากรู้จักน้องชายคนนี้ของฉันให้มากกว่านี้” ทาเคชิเอามือไปจับที่หัวของยูคิมูระที่เงยหน้ามองพี่ชายด้วยความสงสัยทาเคชิเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วค่อยๆเอนตัวลงนอนบนพื้นหญ้าที่เขียวชะอุ่มอีกครั้ง
“นายเคยบอกฉันว่าลุงโทดะไม่ใช่พ่อแท้ๆของนาย แล้วพ่อแท้ๆของนายเป็ใคร?”ทาเคชิถามข้อสงสัยของตนที่เก็บไว้มานาน
“ฉันไม่รู้หรอกว่าพ่อฉันเป็ใครฉันรู้แต่ว่า พ่อฉันชื่อ...”ยูคิมูระยังพูดไม่จบก็มีเสียงคนแก่ดังขึ้นเรียกชื่อของตน ยูคิมูระหันไปมองพร้อมกับทาเคชิ ทาเคชิลุกขึ้นมานั่ง
ชายแก่คนนั้นผมสีขาวทั้งหัวอายุราวๆ80ปี ใส่เสื้อคลุมสีดำถือไม้เท้าสีทองหัวไม้เท้าเป็รูปหัวม้าที่เชิดคอขึ้นดูแล้วสง่างามชายแก่นั้นก็ค่อยๆเดินเข้ามาหายูคิมูระ
“มาอยู่กันที่เองเหรอ?” ชายแก่คนนั้นถาม
“ลุงโยริฮิสะ” ทาเคชิเอ่ย
“ครับ..ลุงมีอะไรเหรอครับ” ทาเคชิถาม โยริฮิสะก็นั่งลงยองๆ พร้อมกับเอามือลูบหัวยูคิมูระเบาๆลูบไปก็ยิ้มไป ยูคิมูระกับทาเคชิก็รู้สึกสงสัย
“ลุงมีเื่อะไรหรือเปล่าเนี่ย?” ทาเคชิถามอย่างไม่ค่อยพอใจ
“ยูคิมูระเอ๋ย..เ้าจงอย่าบอกชื่อของพ่อเ้าให้ใครฟัง เพราะพ่อที่แท้จริงของเ้าตอนนี้ก็คือโทดะเ้าจะมีพ่อได้คนเดียวเท่านั้น” ยูคิมูระยืนขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจสายตาที่ดูเศร้ากลับดูดุดันเยือกเย็นสีฟ้าน้ำทะเลดูเหมือนมันจะค่อยๆเข้มขึ้นเรื่อยๆ
“ลุงพูดอย่างนี้ได้อย่างไงนั่นก็พ่อผมเหมือนกัน เขาให้กำเนิดผมมา ทำไมผมจะเอ่ยชื่อเขาไม่ได้เขาไม่ใช่คนไม่ดีซักหน่อย เขาดูแลผมตอนที่แม่ไม่อยู่กับผม พ่อเป็คนดีทำไมทุกคนทำเหมือนว่าพ่อผมเป็คนไม่ดีล่ะ”ยูคิมูระพูดเสร็จน้ำตาของเด็กผู้ชายตัวน้อยๆก็ค่อยๆไหลออกมาอีกครั้ง เด็กน้อยเอามือขึ้นมาเช็ดน้ำตาทาเคชิที่ไม่รู้เื่ก็ได้แต่ยืนงง โยริฮิสะยืนขึ้นแล้วเดินเข้าไปใกล้ยูคิมูระยูคิมูระเด็กน้อยก็เงยหน้ามองหน้าโยริฮิสะด้วยสายตาที่โกรธมาก โยริฮิสะมองไปที่สายตาของเด็กั์ตาฟ้าที่จ้องมองตนด้วยความโกรธ
“เหมือนจริงๆ สายตาซาตาน” โยริฮิสะคิด เขาหัวเราะออกมา
“ลุงหัวเราะทำไม?” ทาเคชิที่ยืนงงเอ่ยถามอย่างงงงวย
“ฮึ...ฮึ....บอกแล้วว่าไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้หรอก เชื้อสายซาตานก็ต้องเป็ซาตานอยู่ดีจะขัดเกลายังไงก็ปีศาจชัดๆ ไม่มีใครฟังฉันเลยซักคน”โยริฮิสะถอนหายใจคำพูดของโยริฮิสะยิ่งทำให้ยูคิมูระโกรธมากขึ้นที่มาหาว่าพ่อของตนเป็ซาตานยูคิมูระเดินไปผลักโยริฮิสะ เขาถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สายตาของโยริฮิสะเบิกกว้างด้วยใ
“ลุงไม่มีสิทธิ์มาว่าพ่อผมนะพ่อไม่ใช่ซาตาน” ยูคิมูระะโด้วยความโกรธโยริฮิสะเห็นท่าทางโกรธของยูคิมูระหัวเราะออกมาเสียงหัวเราะของโยริฮิสะเหมือนมีดที่เฉือนหัวใจของตนยูคิมูระรู้สึกเ็ปกับคำกล่าวหาของโยริฮิสะน้ำตาที่ไหลดูท่าแล้วมันยากนักที่จะหยุดลงทาเคชิที่ยืนงงวิ่งเข้าหายูคิมูระที่ร้องไห้อยู่
“ยูคิมูระเงียบเถอะฉันเชื่อว่าพ่อของนายต้องไม่ใช่คนไม่ดีแน่” คำปลอบของพี่ชายทำให้ยูคิมูระสงบลงบ้าง ยูคิมูระเงยหน้ามองทาเคชิแล้วเอามือจับต้นแขนของทาเคชิ
“จริงๆนะ ฉันไม่ได้โกหกพ่อฉันเป็คนดีจริงๆ ฉันไม่ได้โกหก”ยูคิมูระเขย่าตัวทาเคชิเหมือนคนบ้า
สีตาของยูคิมูระเปลี่ยนสีด้วยความโกรธตาจากสีฟ้าน้ำทะเลก็ค่อยๆจางลง จนกลายเป็สีเทา โยริฮิสะเห็นสีตาของยูคิมูระก็ใเขาฟาดฝ่ามือไปที่ท้ายทอยของยูคิมูระ เด็กน้อยสลบลงพร้อมกับความโกรธของเขาทาเคชิประคองร่างของยูคิมูระเอาไว้ด้วยความใ สายตาจ้องไปที่โยริฮิสะ
“ทำไมลุงต้องทำแบบนี้ด้วย?” ทาเคชิถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ
“ไม่ทำแบบนี้เ้าแหละที่จะเป็อันตราย เ้าไม่เห็นหรือไง สายตาของเ้านั่นน่ะมันเป็สายตาของซาตานชัดๆ ตาของมันเหมือนพ่อมันไม่มีผิด แย่แน่ๆ” โยริฮิสะพูดแล้วส่ายหัวกับความในใจที่ตนกังวลมากโยริฮิสะมองหน้ายูคิมูระแล้วค่อยๆเดินเข้ามาและค่อยเอื้อมมือไปจับที่ศรีษะของยูคิมูระแต่ยังไม่ทันได้ัั ทาเคชิดึงร่างน้อยๆของยูคิมูระหนี ไม่ให้โยริฮิสะจับและมองโยริฮิสะด้วยสายตาที่โกรธ
“อย่ามาแตะน้องชายผมนะ”
“น้องชายงั้นหรือ?” โยริฮิสะพูดแล้วหัวเราะออกมา
“ลุงหัวเราะทำไม?”
“อยากรู้เื่ทั้งหมดไหมล่ะ?” ทาเคชิพยักหน้า
“เ้าก็ไปถามจักรพรรดิเอรอสเอาซิ” โยริฮิสะยิ้มที่มุมปากแล้วก็เดินไป
ทาเคชิก้มลงมองดูน้องชายของตนที่หลับอยู่ไม่รู้สึกตัวใบหน้าเหมือนเด็กผู้ธรรมดาทั่วไปไม่เห็นว่าจะดูน่ากลัวตรงไหนทำไมถึงหาว่ามีสายเืของซาตาน ด้วยความอยากรู้ของทาเคชิทาเคชิจึงตัดสินใจที่จะไปหาจักรพรรดิเอรอส
ทาเคชิอุ้มร่างของยูคิมูระเดินกลับไปที่ห้องเดิมที่ยูคิมูระอาศัยอยู่โทดะเห็นทาเคชิอุ้มยูคิมูระและกำลังเดินตรงไปที่ห้องของยูคิมูระ เขารีบเดินเข้าไปแล้วมองยูคิมูระที่อยู่ในอ้อมแขนของทาเคชิ โทดะผู้ซึ่งเป็พ่อก็ใรีบเข้าไปอุ้มยูคิมูระจากมือทาเคชิโทดะประคองยูคิมูระให้นั่งลงและพยายามเขย่าตัวยูคิมูระพร้อมกับเรียกชื่อไปด้วยโทดะเงยหน้ามองหน้าทาเคชิ สายตาที่อ่อนโยนคู่นั้นมันกำลังบอกว่าห่วงลูกคนนี้มาก
“ทาเคชิยูคิมูระเป็อะไร?” ทาเคชินั่งลง
“ลุงโยริฮิสะเขาทำให้ยูคิมูระสลบครับ”
“ทำไมล่ะ?” โทดะถามไปเขย่าตัวยูคิมูระไป
“ลุงบอกว่าสีตาของยูคิมูระเปลี่ยนไป”มือของโทดะที่เขย่าตัวยูคิมูระอยู่ก็หยุดเขย่าทันทีสายตาก็เหลียวกลับมามองยูคิมูระที่หลับไปรู้เื่อยู่
“โตแล้วซินะ” โทดะพึมพำ ทาเคชิสงสัยกับคำพึมพำของโทดะ
“อะไรโตเหรอครับ?” ทาเคชิถาม แต่ดูเหมือนโทดะไม่อยากตอบโทดะอุ้มยูคิมูระแล้วเดินไปยังห้องของยูคิมูระโดยไม่มีเสียงหรือคำตอบให้ทาเคชิเลยการกระทำของทุกคนเหมือนมีบางอย่างเป็ความลับ มันยิ่งทำให้ทาเคชิอยากรู้มาก
ทาเคชิเดินตรงไปยังวังในเพื่อไปหาจักรพรรดิเอรอส ผู้ที่จะสามารถให้คำตอบกับเขาได้ ทาเคชิเดินไปถึงวังในมีทหารอยู่สองคนยืนอยู่อยู่ที่ซุ้มประตู และมีทหารอีกสองคนยืนอยู่ที่ประตูด้านใน
“เ้ามาทำไมที่นี่?” ทหารนายหนึ่งถาม
“มาหาจักรพรรดิ” เสียงตอบจากทาเคชิทำให้ทหารหัวเราะ
“ตัวแค่นี้ทำเป็ใหญ่จังเลย องค์จักรพรรดิไม่ใช่คนอย่างเ้าเข้าเฝ้าง่ายๆนะ”
เสียงเอะอะข้างนอกทำให้จักรพรรดิสงสัยเรียกคนสนิทออกไปดูเซยะเดินออกมาตามคำสั่งของจักรพรรดิ
“มีเื่อะไรกัน?” เขาถาม แล้วมองไปที่ทหาร พวกทหารรีบทำความเคารพกันใหญ่เลย
“คือมีเด็กมาเล่นแถวนี้กระผมกำลังจะไล่ไปครับ” ทหารรายงาน
“เด็กที่ไหนล่ะ?” ทาเคชิตะวาดใส่ เซยะมองไปที่ทาเคชิ
“ให้เขามากับข้าพวกเ้าวอนตายกันแล้ว นี่คือคนโปรดของจักรพรรดิ จำไว้ให้ดีล่ะ” เซยะพูด ทาเคชิเดินตามเซยะ ไม่วายยังหันกลับมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่พวกทหาร
ทาเคชิเดินเข้ามาในวังในสายตาของเขาดูออกจะหาเื่ ทาเคชิมองไปที่จักรพรรดิที่นั่งอยู่บนบัลลังค์ จักรพรรดิเอรอสผู้ยิ่งใหญ่มีหน้าตาที่เป็ะ เพราะได้ยาวิเศษทำให้เขาดูไม่แก่ตามอายุจริง เขานั่งตระหง่านอยู่ที่บัลลังค์ดูยิ่งใหญ่สมคำล่ำลือ
“มีอะไรเหรอ? ทาเคชิ” เอรอสถาม
“นายกำลังปิดบังอะไร?” คำพูดที่ไม่กลัวอะไรเลย ไม่รู้เหรอว่ากำลังคุยอยู่กับใคร
“ทาเคชิเ้าพูดอย่างนี้ได้ไง” เซยะตะวาดขึ้น
“ไม่เป็ไรหน้าตาของข้าก็ดูอายุมากกว่าเขาไม่เท่าไรนัก” เอรอสพูดแล้วหันมามองทาเคชิที่ยืนอยู่ข้างล่างห่างกันไม่เท่าไร
“ปิดบังอะไร?ไหนเ้าว่ามา ข้าจะฟัง”
“แก่แล้วยังจะมาทำเป็เล่นตัวเื่ยูคิมูระไง”
“ยูคิมูระ” เอรอสนั่งคิดพักหนึ่ง
“ข้าคิดออกแล้วเด็กคนนั้นเหรอ? มีอะไรล่ะ?”
“เขาเป็ใครมาจากไหน?” ทาเคชิเริ่มเดินขึ้นมาหาเอรอสแต่โดนเซยะฟาดที่ขาด้วยสายฟ้าทำให้เขาต้องนั่งลงกับพื้น
“เ้าจะมากไปแล้วนะ” เซยะรู้สึกไม่พอใจในการกระทำของทาเคชิ
“อืม... ยูคิมูระลูกปีศาจที่มีสิทธิ์ได้มาอยู่ในอาณาจักรข้า เพราะมีเชื้อสายเทพอยู่บ้างน่ะเหรอ?” เอรอสยักคิ้วข้างหนึ่ง
“พ่อของยูคิมูระไม่ใช่ปีศาจซะหน่อย” ทาเคชิเถียงทันที
“เ้ารู้ได้ยังไงว่าไม่ใช่” เอรอสยิ้ม ทาเคชิเงียบทันที
“เ้านั่นเป็ลูกปีศาจจริงๆแล้วก็เป็ลูกปีศาจที่ร้ายกาจมากซะด้วยเ้าเองก็โตพอแล้วเื่อย่างนี้ก็ควรจะรู้เหมือนกัน”เซยะใในคำพูดของเอรอส
“อย่าดีกว่าท่าน” เขาห้าม
“ไม่เป็ไร เขาควรรู้ข้าจะบอกอะไรให้เ้ารู้อย่างหนึ่ง” ทาเคชิลุกขึ้นยืนเซยะก็ฟาดสายฟ้าไปที่ขาอีกครั้งทำให้ทาเคชิล้มลง
“พ่อของเด็กนั่นชื่อยูคิ มันเป็ปีศาจที่จับตัวแม่เ้าไป แล้วก็มีลูก2คนอีกคนข้าไม่เคยเห็นหน้า แต่ได้ข่าวว่าตายไปตอนเกิด อีกคนก็คือ... ยูคิมูระยังไงล่ะ”คำพูดของเอรอสทำให้ทาเคชิถึงกับอึ้งเขาไม่เชื่อว่ายูคิมูระจะเป็น้องชายต่างพ่อกับเขา
“มะ..มะ.. ไม่จริงนายโกหก” เขาไม่เชื่อ เอรอสหัวเราะปนยิ้ม
“จริงนี่คือเื่จริงที่เ้าควรรู้ มีอะไรที่เ้าอยากรู้อีกไหม?”เอรอสถามพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูประชด
“แล้วพ่อของยูคิมูระอยู่ไหน?” ทาเคชิถามด้วยปากที่ยังสั่นอยู่
ยูคิมูระตื่นขึ้นเขามองไปที่ตุ๊กตาหมีสีขาว ถึงมันจะดูสะอาด แต่ตุ๊กตาหมีตัวนี้เคยเปื้อนมาแล้วเขาตัดสินใจเดินไปหาโยริฮิสะ
โยริฮิสะกำลังปรุงยาอยู่หันมามอง เขาก็ต้องใ
“เ้ามาั้แ่เมื่อไร?” สายตาเขามองไปที่เด็กน้อยตาสีฟ้า
“ลุงบอกมาเดี๋ยวนี้พ่อผมอยู่ไหน?” เสียงที่ดูก้าวร้าวดังขึ้น
“ฮะ..ฮะ...ฮ่าพ่อของเ้าเหรอ? หายไปแล้ว หายไปจากโลกนี้แล้วไง”
“หมายความว่าไง?” ยูคิมูระเข้าไปกระชากเสื้อของเขา
“ตาย” มือที่กระชากเสื้อเริ่มสั่น โยริฮิสะรีบผลักยูคิมูระออกจากตัวเขาเด็กน้อยล้มไปนั่งกับพื้น
“ไม่จริง ไม่จริง” เขาะโแล้วน้ำตาก็ไหล
ภาพที่เขาอยู่กับพ่อก็ผุดขึ้นมา
“ยูคิมูระ เ้ารู้ไหมว่าทำไมพ่อถึงตั้งชื่อเ้าว่ายูคิมูระ” พ่อถาม เด็กน้อยที่กำลังนั่งเล่นทรายอย่างสนุกสนาน
“ก็เพราะสีผมของผมไงล่ะ” เด็กน้อยตอบโดยไม่ส่งสายตาให้ผู้เป็พ่อเลย
“ไม่ใช่หรอกเพราะเ้าเหมือนพ่อมาก พี่ชายเ้าก็ด้วย”
“ผมมีพี่ด้วยเหรอ?” เด็กน้อยหันมาถามพ่อ
“มีซิพี่ของเ้าเหมือนเ้าไม่มีผิด”
“เหมือนผม” น้ำตาของเด็กน้อยไหลออกมาใหญ่เลย
แล้วเขาก็คิดถึงแม่ของเขาผู้ซึ่งไม่เคยเห็นเขาเป็ลูก
“แม่เลิกร้องไห้เถอะผมเห็นแม่ร้องตลอดเลย”หญิงสาวคนหนึ่งผลักเด็กน้อยกระเด็นออกไป
“ออกไป ไอ้ตัวสกปรกแกมันน่าเกลียดที่สุด” เด็กน้อยคลานเข้าไปหาแม่อีกครั้ง
“ผมน่าเกลียดมากเลยครับทำไม... ทำไมแม่ไม่รักผมเลย” หญิงสาวคนนั้นตบหน้าเด็กคนนั้นอย่างแรงมันไม่จริงเลย เขาเป็เด็กน้อยหย้าตาจิ้มลิ้ม มองยังไงก็น่ารักผิวขาวเนียนละเอียดจนน่าสัผัส แต่การกระทำของผู้เป็แม่ ไม่ใช่เลย...
“ก็แกเป็ปีศาจยังไงล่ะ” เธอวิ่งหนีเด็กน้อยคนนั้นไปยิ่งคิดนึกถึงเท่าไรก็เหมือนมันยิ่งทำให้ยูคิมูระเจ็บเท่านั้น
ภาพครั้งสุดท้ายในหัวที่ผุดขึ้น
“ไฟไหม้ๆๆๆ” เสียงคนะโเด็กน้อยวิ่งไปหาพ่อของตนมืออุ้มตุ๊กตาหมีสีขาวเอาไว้ด้วยความหวงแหน
“พ่อ พ่ออยู่ไหน? แม่แม่อยู่ไหน?” เสียงเล็กๆะโจนเกือบแหบแห้งเพราะควันไฟเด็กคนนั้นเห็นแม่ของตนอยู่ในอ้อมกอดของใครก็ไม่รู้
“แม่!” เด็กน้อยะโเรียกพร้อมกับวิ่งไปหา แต่ยังไม่ทันถึง เสาต้นใหญ่ก็ล้มลงมาสักพักเหมือนมีอะไรมากระแทรก ทำให้เด็กน้อยคนนั้นกระเด็นออก หัวของเด็กน้อยไปชนขอบบันไดแล้วภาพแม่ก็ค่อยๆจางหายไป
ความทรงจำเล่านั้นยิ่งทำให้เขารู้เจ็บนักยูคิมูระยืนขึ้น แล้วเดินเข้าใกล้ๆโยริฮิสะ
“ใคร... ใครฆ่าพ่อ?” ยูคิมูระถามด้วยเสียงที่แข็งก้าว
“อยากรู้เหรอ? จ้างให้ข้าก็ไม่บอกหรอก” โยริฮิสะหันไปปรุงยาต่อยูคิมูระมองไปที่โต๊ะ เขาเห็นมีดเล่มหนึ่งวางอยู่ เขาค่อยๆเดินไปหยิบมีดแล้ววิ่งเข้าแทงโยริฮิสะทางด้านหลังทันทีโยริฮิสะผลักยูคิมูระกระเด็น
“แก... แก...ไอ้....ปี... ศาจ” เขามองไปที่สายตาของยูคิมูระ
“ยะ...ยูคิ... แก....แก” โยริฮิสะล้มลงต่อหน้ายูคิมูระ ยูคิมูระเองร่างกายอ่อนแอเขาล้มลงแล้วสลบเหมือนกัน