บทที่4.1 นักหลอมโอสถ
หลังจากที่ประสบพานพบกับรังสีฆ่าฟันอันน่าสยดสยองผองเกล้าของจิวเฉินความกลัวได้เกาะกุมหัวใจของชายชราผู้เป็ยอดฝีมือระดับสามเขตแดน์ไว้อย่างรวดเร็วเจียวหวงมิกล้าเสียมารยาทต่อจิวเฉินอีกต่อไป
"ทั้งหมดให้ราคาเท่าใด!"
จิวเฉินถามออกมาด้วยน้ำเสียงมิเป็มิตรสักเท่าใดถึงอย่างนั้นเจียวหวงก็มิได้มีความโกรธขึ้นมาแม้แต่น้อย เขากับยิ้มให้จิวเฉินอย่างเป็มิตรแต่เฟิ่งอี้กับต้องขมวดคิ้วให้กับความไร้มารยาทของจิวเฉิน
"ของเหล่านี้ของท่านลูกค้าผู้! นั้นมีมูลค่ามากจนมิสามารถตีราคาออกมาได้โดยเร็วขอท่านลูกค้าโปรดไปรอที่ห้องพักชั้นที่สามของสมาคมการค้าตระกูลเจียวก่อน พอข้าน้อยตีราคาเรียบร้อยเมื่อใดข้าน้อยจะรีบไปที่ห้องพักอย่างรวดเร็วขอรับ"
เจียวหวงพูดออกมาอย่างนอบน้อมถึงแม้ชายชราจะมิรู้ระดับพลังที่แน่ชัดของชายกลางคนตรงหน้าแต่ทว่าด้วยรังสีฆ่าฟังที่รุนแรงนั้นทำให้มันเชื่ออย่างสนิทใจว่าจิวเฉินมีระดับสูงกว่าตัวมันมากอย่างแน่นอนเฟิ่งอี้ดูจะแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทีนอบนอมให้ความเคารพต่อจิวเฉินของผู้จัดการสมาคมการค้าตระกูลเจียวอย่างเจียวหวงซึ่งเป็ปู่ของนางนั่นเอง
แต่สิ่งที่นางแปลกใจมากก็คือทำไมเจียวหวงถึงได้บอกให้ชายกลางคนคล้ายขอทานผู้นี้ไปรออยู่ที่ชั้นสามของสมาคมการค้าตระกูลเจียวกันเพราะชั้นสามนั้นต้องเป็บุคคลที่ยิ่งใหญ่จริงๆถึงจะสามารถขึ้นไปได้ หญิงสาวจ้องมองจิวเฉินไม่วางตา
'หรือว่าชายคนนี้จะไม่ธรรมดาจนทำให้ท่านปู่ให้ความเคารพเช่นนี้'
"เฟิ่งอี้พาท่านลูกค้าท่านนี้ไปรอที่ชั้นสามและต้องเป็ห้องที่ดีที่สุดด้วยนะ..อย่าลืม"
ขณะที่เฟิ่งอี้กำลังจ้องมองจิวเฉินอย่างไม่วางตาและคิดเกี่ยวกับตัวตนของเขาต่างๆนาๆอยู่นั้นเจียวหวงก็พูดขึ้นทำให้หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย
"เ้าค่ะ ขอคุณชายท่านโปรดตามเฟิ่งอี้มาเ้าค่ะ"
จิวเฉินมิพูดอันใดตอบพรางเดินตามหญิงสาวไปจนถึงชั้นที่สามของสมาคมการค้าตระกูลเจียวไม่นานเฟิ่งอี้ก็พาจิวเฉินเข้าไปนั่งในห้องที่ถูกตกแต่งอย่างงดงามห้องหนึ่ง หญิงสาวทำเพียงยืนนิ่งจ้องมองจิวเฉินอย่างไม่วางตา
"บนหน้าข้ามีอันใดรึ? แม่หนูน้อย!"
เฟิ่งอี้สะดุ้งเมื่อเห็นสายตาของจิวเฉินมองมาที่ตนจิวเฉินเองก็แปลกใจเช่นกันว่าเหตุใดหญิงสาวผู้นี้ถึงมองตนไม่วางตา เฟิ่งอี้หลบสายตาเบื้อนหน้าหนี
"ไม่มีใดเ้าค่ะ...ขออภัยที่เสียมารยาทเ้าค่ะ"
จิวเฉินโบกมือไปมาเพื่อบอกว่าไม่เป็ไรยี่สิบนาทีผ่านไปอย่างเงียบงัน ทั้งสองมิได้คุยกันอีกแม้เพียงครึ่งคำ ไม่นานประตูห้องก็เปิดออกตามมาด้วยร่างของชายชราเจียวหวงที่เดินเข้ามาพอเจียวหวงนั่งลงตรงข้ามกับจิวเฉินแล้วมันก็พลันพูดออกมา
"ท่านลูกค้าทางเราได้ตีราคาสินค้าทั้งหมดของท่านแล้ว หินผลึกิญญาสามสิบก้อนกับสมบัติทั้งหมดของท่ารวบแล้วเป็เงินสามสิบล้านเหรียญทอง!ขอรับ"
จิวเฉินถึงกับตกตะลึงเมื่อได้รับฟังราคาทั้งหมดสำหรับเขาแล้วคิดไว้แค่เพียวว่าคงได้มาหนึ่งล้านเหรียญทอง เฟิ่งอี้ที่ยืนอยู่ด้านข้างก็ต้องตกตะลึงเช่นกันนางมิคาดว่าสมบัติของชายคล้ายขอทานผู้นี้จะได้ราคาสูงถึงเพียงนี้เจียวหวงเมื่อเห็นสีหน้าของจิวเฉินก็พลันคิดไปว่าจิวเฉินไม่พอใจ
"หากว่าท่านลูกค้าไม่พอใจทางเราสามารถเพิ่มให้อีกไ....."
"ไม่จำเป็! ตกลงราคานี้"
ก่อนที่เจียวหวงจะพูดจบจิวเฉินก็พูดตกลงอย่างรวดเร็ว ด้วยขายได้มาถึงสามสิบล้านเหรียญทองจะมิให้เขาพอใจได้อย่างไรเจียวหวงเมื่อได้ฟังคำตอบของจิวเฉินแล้วนั้นสีหน้าของชายชราก็ดูผ่อนคลายลงอย่างมาก
"สมาคมการค้าของท่านคงมีสินค้ามากมายใช่หรือไม่?"
"เื่นี้ย่อมแน่นอนขอรับ"
"เช่นนั้นช่วยหาของพวกนี้ให้ข้าที"
จิวเฉินยืนกระดาษแผ่นเก่าเคอะให้เจียวหวงชายชรารับไปดูต้องอดตื่นตระหนกตกตะลึงมิได้ ด้วยของที่อยู่มนกระดาษ
ดอกไม้เจ็ดสี
หญ้าิญญาแฝก
หยดน้ำค้างจากต้นตื่น์
กำไลมิติขนาดพื้นที่เก็บมากที่สุด
ดวงจิตสัตว์อสูรระดับสามเขตแดนมนุษย์
ทุกอย่างยกเว้นกำไลเอาอย่างล่ะสามสิบชิ้น
"ท่านเป็นักหลอมโอสถ?"
____________________________________________________________________
บทที่4.2 เขาเป็เด็ก?
"มิผิดข้าคือนักหลอมโอสถ"
คำพูดของจิวเฉินราวสาดฟ้าสายหนึ่งฟาดลงกลางใจของผู้คนทั้งสองเพราะนักหลอมโอสถนั้นมีจำนวนน้อยยิ่งกว่าน้อยเสียอีกการจะจ้างนักหลอมโอสถให้ลงหลักปักฐานอยู่ในตระกูลใดตระกูลหนึ่งนั้นต้องสูญเสียทรัพยากรเป็อย่างมากแม้สมาคมการค้าตระกูลเจียวจะมีนักหลอมโอสถอยู่คนหนึ่งแต่มันก็อยู่ในเขตกลางของเมืองหนานกงส่วนสาขาเขตใต้นั้นมิได้มีเมื่อมีนักหลอมโอสถมาปรากฏตัวจะมิให้พวกเขาทั้งสองตื่นใได้เยี่ยงไร
"มีอะไรรึ? หรือว่าที่นี้ห้ามนักหลอมโอสถเข้ามา!"
จิวเฉินจ้องมองชายชรากับหญิงสาวอยู่นานพวกเขาทั้งสองต่างทำตัวนิ่งค้างจิวเฉินพรานคิดไปว่าที่นี้มิยอมให้นักหลอมโอสถเข้ามา เจียวหวงพลันได้สติกลับคืนมาชายชราจึงรีบพูดอย่างร้อนรน
"ไม่...ไม่...ท่านลูกค้าโปรดสบายใจพวกเราล้วนยินดีและเต็มใจต้อนรับนักหลอมโอสถเช่นท่านอย่างยิ่ง"
"เช่นนั้นก็ไปเตรียมของที่ข้า้าได้แล้ว ข้ายังมีเื่อีกมากที่ต้องไปทำ"
จิวเฉินนั้นมิอยากเสียเวลาสักเท่าใดนักเนื่องด้วยระดับพลังของเขาตอนนี้มิได้ต่างจากต่ำเตี้ยเรี่ยดินเลยเจียวหวงก็มิอยากขัดใจจิวเฉินที่เป็นักหลอมโอสถ เพราะวันข้างหน้าจิวเฉินอาจจะอยากร่วมงานกับสมาคมการค้าตระกูลเจียวก็เป็ได้ส่วนเฟิ่งอี้นั้นหญิงสาวตกตะลึงแล้วตกตะลึงเล่ากับชายวัยกลางคนท่าทางเหมือนขอทานผู้นี้แต่หญิงสาวก็มิได้พูดอันใดทำเพียงเงียบเช่นเคย
จิวเฉินนั่งรออย่างสบายอารมณ์ในห้องพักหลังจากเจียวหวงออกจากห้องไปไม่นานเขาก็กับเข้ามาพร้อมกำไลสีเงินประกายฟ้า มันคือกำไลมิติ!ที่สามารถนำสิ่งของหรือเงินทองเก็บเข้าไปได้มากมาย
"นี่คือของที่ท่าน้าขอรับสิ่งของทั้งหมดล้วนอยู่ในนี้หมดแล้วโปรดตรวจดูเลยขอรับ"
เจียวหวงยื่นกำไลมิติให้กับจิวเฉินพร้อมทั้งพูดด้วยความนอบน้อมจิวเฉินรับมาอดตื่นเต้นมิได้ที่จะได้หลอมโอสถระดับสูงมาเพิ่มพลังเขตแดนของตน
"ส่วนนี้คือเงินที่เหลือทั้งหมดขอรับ ค่าสินค้าทั้งหมดรวมแล้วเป็เงินยี่สิบห้าล้านเหรียญทอง! ส่วนเงินที่เหลือของท่านเหลือห้าล้านเหรียญทองขอรับโปรดตรวจดูด้วย"
เจียวหวงก็ยื่นบัตรสีทองขนาดเท่าฝ่ามือให้เขาจิวเฉินรับมาเก็บไว้ในกำไลมิติ อย่างรวดเร็ว เมื่อเขาบอกกับสองคนว่าจะกลับแล้วเฟิ่งอี้ก็นำทางจิวเฉินออกไปด้านหน้าประตูทางออกของสมาคมการค้าที่อยู่ชั้นหนึ่งจิวเฉินก็ค่อยเดินออกจากสมาคมไป
"โอกาศหน้าขอเชิญใหม่เ้าค่ะ"
เสียงเฟิ่งอี้ไล่ตามหลังเขามาหญิงสาวดูจะมองแผ่นหลังของชายวัยกลางคนผู้นี้ไม่วางตาเลย เจียวหวงเดินเข้ามาหยุดยืนข้างเฟิ่งอี้และจ้องมองไปที่แผ่นหลังของจิวเฉินเช่นกันหญิงสาวหันข้างมองชายชราอย่างแปลกใจ
"ท่านปู่ข้าสงสัยว่าท่านทำไมถึงได้ ให้ความเคารพย่ำเกรงต่อชายผู้นั้นมากนักชายคนนั้นเขามีอะไรหรือ?"
เจียวหวงหลังจากที่ฟังคำถามของหลานสาวนามเจียวเฟิ่งอี้ก็ต้องยกมุมปากยิ้มขึ้นแต่สายตายังจ้องมองแผ่นหลังที่ไกลออกไปของจิวเฉินเช่นเดิม
"เขาไม่ธรรมดาน่ะสิ ปู่คิดว่าในทวีปตะวันออกนี้คงมิมีใครสามารถสู้กับเขาและแข็งแกร่งไปกว่าเขาได้อีกแล้วรังสีฆ่าฟันของเขาทำให้ปู่กลัวจนแทบคุกเข่าลงกลับพื้นเลยล่ะ"
สิ้นคำขอของชายชราร่างกายของเจียวเฟิ่งอี้ก็สั่นสะท้านก่อนทะยานร่างออกจากสมาคมตามชายวัยกลางคนผู้นั้นไปอย่างรวดเร็ว
"เฟิ่งเอ๋อร์..."
เจียวหวงแทบตอบสนองการกระทำของหญิงสาวมิทันเขาคิดว่านางคงไปขอให้ชายผู้นั้นช่วยเป็แน่ ชายชราทำได้เพียงถอนหายใจเฮือกใหญ่และหวังว่าชายวัยกลางคนผู้นั้นจะช่วยหลานสาวตน
จิวเฉินนั้นก็ะโข้ามกำแพงเมืองหนานกงเขตใต้ออกไปเช่นเดิมเมื่อได้เงินมากแล้วเขาก็คิดจะกลับบ้านของท่านลุงและท่านป้าของเขาทันที จิวเฉินมิคาดว่าจะใช้เวลารวดเร็วถึงเพียงนี้การที่เขาเขียนจดหมายบอกนั้นว่าจะไปฝึกตนสามวันก็เพื่อเผื่อมีอะไรเกิดขึ้นกับการค้าขายแต่เมื่อไม่มีสิ่งใดเขาก็คิดกลับไปอย่างรวดเร็ว
จิวเฉินออกมาห่างจากตัวเมืองพอสมควรและคืนร่างเป็เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีเช่นเดิมมุมปากของเขายิ้มจนเห็นฟันขาว
"ฮ่าฮ่าฮ่า!ด้วยเงินจำนวนห้าล้านครอบครัวของท่านลุงและท่านป้าคงอยู่ได้สบายไปอีกหลายปี"
จิวเฉินหัวเราะออกมาอย่างยินดีด้วยความประหยัดเป็คนมัธยัสถ์ของสองสามีภรรยาจิวเฉียนกับจิวฮวาสมควรใช้เงินก้อนนี้ได้ไปอีกหลายปี
ทว่าที่พุ่มไม้ด้านข้างห่างจากจิวเฉินราวยี่สิบเมตรกับมีหญิงสาวสวมชุดสีม่วงผู้หนึ่งแอบอยู่การกระทำทั้งหมดของจิวเฉินล้วนอยู่ในสายตาของเจียวเฟิ่งอี้ทั้งสิ้น แม้แต่การคืนร่างจากชายวัยกลางคนผู้ดุร้ายเป็เด็กหนุ่มรูปงามผู้หนึ่งส่งผลให้ร่างของหญิงสาวสั่นสะท้าน
'เขาเป็เด็ก?'
ขณะที่หญิงสาวกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นจิวเฉินก็ััได้ถึงตัวตนที่แอบดูเขาอยู่ จิวเฉินเลิกหัวคิ้วขึ้นสูง
"ผู้ใดกัน? ตามข้ามาด้วยเหตุอันใดออกมาเดี๋ยวนี้!"
____________________________________________________________________
บทที่4.2 เรียกข้าว่าเฉิน
หญิงสาวสวมชุดสีม่วงผู้หนึ่งเดินออกจากพุ่มไม้เจียวเฟิ่งอี้นั้นเมื่อถูกจับได้ก็ออกมาอย่างง่ายดาย จิวเฉินมัวแต่ดีใจจนเลินเล่อเผลอลดััรอบตัวลงส่งผลให้มีคนสะกดรอยตามมาได้จนเขาแทบไม่รู้ตัวเขาจ้องมองเจียวเฟิ่งอี้อย่างสงสัยว่านางจะเห็นตอนที่เขากลับร่างหรือไม่? แล้วนางตามเขามาด้วยเหตุอันใด?เพียงชั่ววินาทีเท่านั้นเจียวเฟิ่งอี้ก็เดินมาหยุดห่างจากจิวเฉินเพียงห้าเก้าเท่านั้นหญิงสาวมองจิวเฉินไม่วางตาใบหน้าของนางนั้นมีเครื่องหมายคำถามอยู่มากมาย
"ท่านเป็เด็กงั้นรึ? แล้วร่างเมื่อครู่? หรือว่ามันจะเป็วิชาแปลงกาย!"
จิวเฉินกุมขมับในทันทีเจียวเฟิ่งอี้นั้นเห็นเขาตอนกลับร่างจริงๆด้วยแล้วตอนนี้เขาควรจะทำอย่างไรดี จิวเฉินครุ่นคิดสักพัก เขาคิดว่าเมื่อหญิงสาวเห็นแล้วก็คงจะปิดไม่ได้จึงต้องยอมรับความจริงออกไป
"ถูกแล้ว! มันคือวิชาแปลงกาย!"
เจียวเฟิ่งอี้นั้นคิดถูกจริงๆและนางก็อดตื่นเต้นมิได้ที่สามารถได้เห็นวิชาแปลงกายเป็ครั้งแรกวิชาแปลงกายนั้นเป็สิ่งที่หายากมากในทวีปตะวันออกแห่งนี้คนที่สามารถใช้มันได้สามารถนับนิ้วได้เลยจิวเฉินมิสนใจท่าทีที่ตื่นเต้นของหญิงแม้แต่น้อยเขาคิดว่าเหตุใดหญิงสาวผู้นี้ถึงตามเขามา
"เ้าตามข้ามาด้วยเห็นอันใด?"
"ข้าแค่สงสัยว่าท่านแข็งแกร่งอย่างที่ท่านปู่ข้าพูดรึเปล่า?"
จิวเฉินงงงันในทันทีนี้เขาไปแสดงความแข็งแกร่งให้คนอื่นดูเมื่อไหร่เขาคิดสักพักจึงเข้าใจในทันทีเขาลืมลบจิตสังหารตอนเข้าไปด้านในสมาคมการค้าตระกูลเจียวนั่นเองและเป็ผลทำให้เจียวหวงรู้ถึงรังสีฆ่าฟันอันมากล้นของเขา
"ข้าไม่ได้แข็งแกร่งอะไรเลย"
"โกหก! ท่านปู่ของข้าบอกว่าท่านนั้นอาจจะแข็งแกร่งที่สุดในทวีปตะวันออกนี้เลยนะ"
เจียวเฟิ่งอี้เถียงเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีตรงหน้านางทันทีเมื่อเขาคิดโกหกจิวเฉินนั้นเขามิได้พูดโกหกอันใดเลย จริงอยู่ที่เขาแข็งแกร่งและแข็งแกร่งที่สุดในโลกเลยด้วยแต่นั้นมันเมื่อก่อนแต่ตอนนี้เขานั้นอ่อนแอจริงๆและเขาก็ไม่ได้โกหกอะไรนางเลย จิวเฉินต้องขมวดคิ้วกับท่าทางอันแน่วแน่ของเจียวเฟิ่งอี้
"ข้าไม่ได้โกหกเ้าเลยสาวน้อย! มิเชื่อเ้าก็ััเองข้าจะปลดปล่อยพลังให้เ้าดู!"
จิวเฉินเริ่มรีดเค้นพลังระดับสองเขตแดนมนุษย์ออกมาเพราะการััถึงระดับพลังของคนที่้ารู้นั้นมันเป็ไปไม่ได้ หากคนผู้นั้นไม่ปลดปล่อยพลังออกมาส่วนว่าทำไมจิวเฉินถึงสามารถรู้ระดับของผู้ใดก็ได้นั้นล้วนเป็พลังจากยุคาของเขาเจียวเฟิ่งอี้ต้องสะดุ้งเมื่อรับรู้พลังของจิวเฉินเช่นนั้นแล้วปู่ของนางโกหกนางรึ? นั้นเป็ไปไม่ได้หญิงสาวไม่ยอมเชื่อเด็ดขาดว่าปู่ของตนจะโกหก
"ระดับสองเขตแดนมนุษย์! นี้มันเป็ไปไม่ได้!ท่านปู่ของข้าไม่เคยโกหกข้ามาก่อนและข้าก็จะไม่ยอมเชื่อด้วยว่าท่านปู่โกหก"
"จะเชื่อหรือไม่นั้นมันก็เื่ของเ้าแต่ข้าต้องไปแล้ว"
จิวเฉินไม่รอให้เจียวเฟิ่งอี้ตอบเขารีบหันหลังและเตรียมสาวเท้าจากไปทันที
"ช้าก่อน! ข้าอยากรู้ว่าร่างไหนคือร่างที่แท้จริงของท่าน?"
"ย่อมเป็ร่างนี้ ส่วนสาเหตุที่ข้าตองใช้วิชาแปลงกายนั้นล้วนเพื่อปกป้องตนเองจากอันตรายเพราะข้าในตอนนี้นั้นข้าอ่อนแอเกินไป"
จิวเฉินตอบแบบไม่ปิดบังเจียวเฟิ่งอี้มิแปลกใจเลยหากร่างนี้เป็ร่างจริงเพราะระดับพลังของเขานั้นอยู่ระดับสองเขตแดนมนุษย์ซึ่งหากมิใช่พวกตระกูลใหญ่มีทรัพยากรมากมายแล้วล่ะก็สมควรระดับพลังต่ำเตี้ยเรี่ยดินเช่นจิวเฉิน
"หมดเื่แล้วใช่หรือไม่? เช่นนั้นข้าต้องขอตัว"
"เดี๋ยวก่อน! ยัง...ยังมีอีกนามของท่านเรียกว่าอะไร?"
"เรียกข้าว่าเฉิน แค่เฉินเฉยๆ"
จิวเฉินบอกชื่อต่อหญิงสาวไปแต่เขาบอกแค่ชื่อเท่านั้นส่วนแซ่ของเขานั้นมิอาจบอกได้เขาจะให้คนอื่นรู้ไม่ได้ว่าเขานั้นเป็คนของตระกูลจิวถ้าหากบอกออกไปแล้วปัญหามากมายคนเข้าหาเขาอย่างมิหยุดมิหย่อนแน่นอน
จบบทที่4