“กลับมาแล้วหรือคะจื่อหยวน อ้าว...อาเฉียว วันนี้ทำไมนายถึงว่างมาที่ร้านของฉันได้ล่ะ” หลินซูลี่ทัก
“ฉันพาคู่หมั้นของฉันมาแนะนำให้เธอรู้จัก” เหวินเฉียวแนะนำหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง “คนนี้คือคู่หมั้นของฉันเอง ไป๋เยี่ยนอิง”
“สวัสดีค่ะคุณซูลี่ ฉันได้ยินอาเฉียวพูดถึงคุณอยู่บ่อยๆ ค่ะ เขาบอกว่าคุณทำอาหารอร่อยมาก วันนี้ฉันก็เลยตั้งใจจะมาฝากท้องที่นี่ด้วยคน” ไป๋เยี่ยนอิงทักทายหลินซูลี่
“อร่อยอะไรกันคะ ตอนที่พวกเราอยู่ชนบทอาหารการกินก็ไม่ได้มีให้พวกเราเลือกมากมาย ฉันทำอะไรให้เขากิน เขาก็ชมฉันตลอดนั่นล่ะค่ะ คงจะกลัวว่าตัวเองจะอดกินมากกว่า” หลินซูลี่ตอบอย่างถ่อมตัว
“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย เธอทำอาหารเก่งจริงๆ นะซูลี่ ไม่เชื่อเธอลองให้ซินเยว่ทำอาหารอย่างเดียวกับที่เธอทำดูสิ ฉันเชื่อว่าอาหารของยัยนั่นคงกินไม่ได้แน่ๆ” เหวินเฉียวพูดยิ้ม
“ฝีมือฉันแย่ขนาดนั้นเลยหรือยะนายเหวินเฉียว”
“เฮ้ย! ซิ...ซินเยว่ เธอมาั้แ่เมื่อไหร่เนี่ย” เหวินเฉียวใเมื่อได้ยินเสียงของฟางซินเยว่ แต่ก็แค่ใแค่นั่นล่ะ เขาไม่ได้กลัวเธอสักหน่อย เพราะปกติเขากับเธอก็ชอบต่อล้อต่อเถียงกันอย่างนี้อยู่แล้ว เพียงแต่เขาเถียงไม่สู้เธอเท่านั้นเอง
“ฉันก็มาทันได้ยินที่นายกำลังนินทาฉันอยู่พอดีน่ะสิ”
“อ้าว...คุณซินเยว่ก็รู้จักกับอาเฉียวด้วยหรือคะ บังเอิญจังเลยนะคะ ฉันเป็คู่หมั้นของอาเฉียวค่ะ” ไป๋เยี่ยนอิงทักฟางซินเยว่
“คุณเยี่ยนอิงไม่คิดจะเปลี่ยนใจบ้างหรือคะ ผู้ชายปากเสียอย่างอาเฉียวไม่เหมาะกับคุณเลยสักนิด คุณน่าจะหาคนใหม่ได้ดีกว่านี้” ฟางซินเยว่หันไปย่นจมูกใส่เหวินเฉียว
“นี่แม่คุณ ฉันแค่ล้อเธอเล่นนิดเดียว แต่เธอกลับมายุให้คู่หมั้นฉันไปหาคนใหม่เลยหรือ เธอยังเป็เพื่อนฉันอยู่หรือเปล่าฮะ” เหวินเฉียวเริ่มโวยวาย
“เป็สิ แต่คุณเยี่ยนอิงก็เป็เพื่อนฉันด้วยเหมือนกัน ฉันก็เลยอยากแนะนำทางเลือกดีๆ ให้เธอเท่านั้นเอง”
“พอแล้วพอ ว่าแต่เธอไปรู้จักกับคุณเยี่ยนอิงได้ยังไงหรือซินเยว่” หลินซูลี่รีบห้ามทัพ
“คุณเยี่ยนอิงก็เรียนคณะบริหารธุรกิจเหมือนกัน แต่เธอเรียนคนละสาขากับฉัน” ฟางซินเยว่ตอบพร้อมกับหยิบขนมไข่มากิน
“คุณซินเยว่เป็นักศึกษาปีหนึ่งที่ดังที่สุดในคณะของเราเลยล่ะค่ะ เพราะเธอทั้งสวยทั้งเรียนเก่ง เพื่อนในรุ่นและรุ่นพี่ต่างก็มาขายขนมจีบเธอกันใหญ่เลย” ไป๋เยี่ยนอิงอธิบายต่อ
“อย่างยัยซินเยว่เนี่ยนะที่มีแต่คนมารุมจีบ ผู้ชายพวกนั้นต้องเรียนหนักจนเบลอไปแล้วแน่ๆ หรือว่าเขาสงสารที่เธอยังโสดอยู่ อืม...อาจจะเป็ไปได้นะ” เหวินเฉียวส่งยิ้มกวนให้ฟางซินเยว่
“คอยดูเถอะฉันจะยุให้คุณเยี่ยนอิงเปลี่ยนใจจากนาย”
“ผมผิดไปแล้วครับคุณซินเยว่” เหวินเฉียวทำหน้าทะเล้น
“ปล่อยเขาไปเถอะซินเยว่ เขาก็แค่พูดแหย่เธอไปอย่างนั้นเอง” ซ่งจื่อหยวนผลักเพื่อนให้ไปหาที่นั่งในร้าน “นายก็ทำตัวเป็เด็กไปได้ ไปเถอะไปหาที่นั่งกัน กินข้าวเสร็จนายจะได้รีบไปส่งคุณเยี่ยนอิงกลับบ้าน ส่วนฉันจะอยู่ช่วยคุณแม่กับซูลี่เก็บร้านก่อน”
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ เป็ยังไงบ้างคะ คุ้นกับการค้าขายหรือยัง” ฟางซินเยว่ถามฟางิกับฉั่วปิงปิง
“พี่รู้สึกว่ามันสนุกและเป็อิสระมากเลยล่ะ เมื่อก่อนตอนอยู่ที่โรงงานมันจะเกร็งไปหมด กลัวว่าถ้าทำผิดไปก็จะต้องถูกหัวหน้าเรียกไปต่อว่า เพื่อนร่วมงานแต่ละคนก็จ้องแต่จะจับผิด” ฟางิตอบ
“อยู่ร้านอาหารเราได้คุยกับลูกค้ามากมายหลายคนไม่มีเวลาเหงาเลย ยิ่งเวลาที่ลูกค้าชมว่าอาหารของร้านเราอร่อยนะ พี่ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ พี่ขอบใจเธอมากนะซินเยว่ที่เธอคอยสนับสนุนพวกเรา” ฉั่วปิงปิงพูดสนับสนุน
“เห็นพวกพี่อยู่กันอย่างมีความสุขก็ดีแล้วล่ะค่ะ แล้วทุกสิ้นเดือนพี่ใหญ่ก็อย่าลืมเอาเงินไปให้แม่ด้วยนะคะ อย่าให้เธอได้มาอาละวาดที่ร้านเลยเชียว พี่ใหญ่ก็รู้ว่าแม่น่ะเห็นเงินสำคัญกว่าอะไร แล้วยิ่งลูกสะใภ้สุดที่รักกำลังท้องอยู่ด้วย” ฟางซินเยว่เตือนพี่ชาย
“อืม...พี่รู้แล้ว” ฟางิบีบมือให้กำลังใจภรรยา
“ฉันขอโทษค่ะพี่สะใภ้ ฉันพูดไม่ระวังเอง” ฟางซินเยว่รีบขอโทษเมื่อเห็นสีหน้าของฉั่วปิงปิง
ฉั่วปิงปิงพยักหน้ายิ้ม “พี่ไม่ได้คิดมากเื่นั้นแล้วล่ะ”
“ฉงเต๋อ นายกลับมาอยู่เมืองหลวงั้แ่เมื่อไหร่ แล้วนี่ยังพักอยู่ที่เดิมหรือเปล่า” ผู้ช่วยฉั่วถามซูฉงเต๋อ
“อ้อ...นายเองหรืออาฉั่ว ฉันกลับมาอยู่เมืองหลวงได้สักพักแล้วล่ะ แล้วก็ยังพักอยู่บ้านหลังเดิมด้วย”
“นายได้เจอคุณหวั่นฮุ่ยหรือยัง แล้วเธอรู้ไหมว่านายกลับมาอยู่ที่เมืองหลวงแล้ว”
“ฉันบังเอิญเคยเจอเธออยู่ครั้งหนึ่ง”
“เอ่อ...นายยัง...นายยังไม่ลืมเธอใช่ไหม เื่มันก็ผ่านมาหลายปีแล้วนะ ฉันคิดว่านายควรตัดใจจากเธอได้แล้ว”
“ฉันตัดใจจากเธอได้นานแล้วล่ะ ว่าแต่นายเถอะ ยังทำงานเป็ผู้ช่วยคุณท่านอยู่หรือ” ซูฉงเต๋อถามถึงจ้าวเหลียง
ผู้ช่วยฉั่วก็เป็ลูกของคนงานในบ้านของจ้าวเหลียง(พ่อของแม่เลี้ยงนางเอกค่ะ) เช่นเดียวกับหวังหลันหลัน แต่พอหวังหลันหลันแต่งงานกับหลินฮ่าว เธอก็ย้ายออกจากบ้านจ้าวไป แต่ผู้ช่วยฉั่วกลับยังอยู่คอยรับใช้จ้าวเหลียงต่อ ซึ่งจ้าวเหลียงก็ส่งเสียให้เขาเรียนจนจบมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว
“ฉันยังทำงานเป็ผู้ช่วยคุณท่านอยู่ คุณท่านน่าสงสารมากเลยนะ ั้แ่ลูกชายของท่านตายไปท่านก็ดูเคร่งขรึมกว่าเดิม” ผู้ช่วยฉั่วเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ “นายคงไม่รู้สินะว่าคุณชายใหญ่กับอาฮ่าวน่ะประสบอุบัติเหตุตายพร้อมกัน”
“จริงหรือ! ฉันไม่เคยรู้เื่นี้มาก่อนเลย” ซูฉงเต๋อถามอย่างแปลกใจ
“ก็ตอนนั้นนายมัวแต่โกรธที่อาฮ่าวแต่งงานกับคุณหวั่นฮุ่ย นายก็เลยตัดขาดการติดต่อทั้งหมดของอาฮ่าวยังไงล่ะ”
“แล้วอุบัติเหตุที่ว่ามันคืออะไร” ซูฉงเต๋อยังไม่หายสงสัย
“ตกหน้าผาน่ะสิ นายก็รู้นี่ว่าอาฮ่าวกับหลันหลันชอบปีนเขา พวกเขามักจะชวนกันไปปีนเขาตลอดไม่ใช่หรือ แล้วไอ้เื่ปีนเขานี่หลันหลันก็ได้มาจากคุณชายใหญ่นี่ล่ะ เมื่อก่อนตอนที่พวกเรายังเด็ก หลันหลันมักจะตามคุณชายใหญ่ไปปีนเขาด้วยตลอด ผิดกับฉันที่ี้เี ไอ้เื่ต้องใช้แรงหรือเื่ที่เหนื่อยเกินกำลังนี่ฉันขอสละสิทธิ์ั้แ่แรกแล้ว” ผู้ช่วยฉั่วยังอธิบายต่อ
“นายหมายความว่าคุณชายใหญ่กับอาฮ่าวนัดกันไปปีนเขา แล้วทั้งคู่ก็พลัดตกหน้าผาไปพร้อมกันอย่างนั้นสิ”
“อืม ตำรวจสรุปคดีออกมาแบบนั้น”
“ปกติเวลาคุณชายใหญ่ไปปีนเขาก็มักจะมีคนดูแลตามเขาไปด้วยตลอดไม่ใช่หรือ ฉันพอจะจำเื่นี้ได้อยู่นะ”
“คุณท่านก็เคยสงสัยในเื่นี้อยู่เหมือนกัน ว่าแต่ทำไมนายถึงถามฉันอย่างนี้ล่ะ” ผู้ช่วยฉั่วถามกลับ
“นายอย่าลืมสิว่าเมื่อก่อนฉันก็เคยคบกับจ้าวหวั่นฮุ่ยอยู่พักใหญ่เลยนะ ฉัน อาฮ่าว หลันหลัน พวกเราก็เคยไปปีนเขากับคุณชายใหญ่กันทั้งนั้น และทุกครั้งคุณชายใหญ่ก็จะมีผู้ดูแลตามไปด้วยตั้งหลายคน” ซูฉงเต๋ออธิบาย
“วันนั้นคุณชายใหญ่ไปปีนเขากับอาฮ่าวแค่สองคนโดยไม่ได้บอกใคร คุณท่านก็คิดว่าเื่นี้มันออกจะแปลกอยู่เหมือนกัน คุณท่านก็เลยส่งคนไปสืบหาความจริงอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้เื่อะไรกลับมา พอผ่านไปหลายปีท่านก็เริ่มถอดใจ”
“เอ่อ...แล้วตอนนั้นจ้าวหวั่นฮุ่ยไม่เสียใจแย่หรือ เธอรักอาฮ่าวออกปานนั้น” ซูฉงเต๋อถาม
ผู้ช่วยฉั่วมองเพื่อนกลับก็สบายใจ เพราะยังเห็นสีหน้าของซูฉงเต๋อยังเป็ปกติ เขาก็เลยตอบคำถามอย่างไม่ปิดบัง “คุณหวั่นฮุ่ยเสียใจมากเลยสิ เธอร้องไห้จนเป็ลมไปตั้งหลายรอบ หลังจากงานศพเธอก็แทบไม่เป็ผู้เป็คนเลยนะ ดื่มเหล้าก็หนัก เข้าบ่อนไพ่นกกระจอกก็หมดเงินทีละตั้งเยอะ เฮ้อ...ตอนนั้นคุณท่านก็แทบจะล้มป่วยเลยล่ะ ไหนจะเพิ่งสูญเสียลูกชาย ไหนจะต้องมาดูลูกสาวใช้ชีวิตเหลวไหลไปวันๆ อย่างนั้นอีก”
“ฉันเข้าใจแล้ว ว่าแต่นายมาทำอะไรแถวนี้ล่ะ”
“ลูกสาวของฉันเปิดร้านขายอาหารว่างกับเพื่อนของเธอ วันนี้ฉันว่างฉันก็เลยว่าจะมากินอาหารฝีมือของลูกสาวสักหน่อย” ผู้ช่วยฉั่วยิ้มตอบพร้อมกับทำท่าคิด “อ้อ...เพื่อนของเธอก็คือลูกสาวของอาฮ่าว ชื่อว่าอะไรนะ”
“หลินซูลี่น่ะหรือ ถ้าอย่างนั้นเราก็ไปพร้อมกันเลยก็แล้วกัน ฉันก็กำลังจะไปกินข้าวที่ร้านนั้นอยู่พอดี” ซูฉงเต๋อชวน