ปู้มั่วเสวียนรีบล่าถอยออกจากบริเวณเขตเป่ยซูอาทันที หากนางยังอยู่ก็คงจะถูกบุรุษผู้นั้นคาดโทษแล้วเป็แน่ ดูท่าทางแล้วเป็บุรุษที่หยิ่งยโสอย่างยิ่งทั้งสายตาที่มองผู้คนอย่างเ็าคล้ายอยู่คนล่ะโลกกับผู้คนนั้นอีก ดวงตาที่กักเก็บซ่อนบางสิ่งไว้มากมายมืดยากจะหยั่งลึก
ปู้มั่วเสวียนรู้สึกตนนั้นพลาดท่าไปทำให้คนเช่นนั้นเคยพบหน้า ดูแล้วเหตุการณ์ครั้งนี้เขาอาจจะอคติต่อนางเล็กน้อยที่ไร้มารยาทเพียงนั้นดันไปแอบฟังเวลาส่วนตัวของเขาเช่นนี้ เป็ไปได้เมื่อเจอก็สมควรอยู่ให้ห่างสักหน่อย สายตาของคนผู้นั้นมีความเป็ไปได้ที่นางไม่อาจคาดเดาความคิดได้ ความรู้สึกของนางบอกเช่นนี้
"เ้า หายไปที่ใดกัน ข้าหาเสียนาน
"คุณชายน้อย ข้าไม่ใช่ติดตามของเ้านะ เรียกแล้วต้องไปหาทันทีทันใด "
ปู้มั่วเสวียนเอ่ยตอบสหายใหม่ผู้นี้ หูชิงไคได้ยินเช่นนี้ก็หยักไหล่ให้ปู้มั่วเสวียน
"เช่นนั้นสหายข้า หายไปที่ใดมาหรือ บอกข้าได้หรือไม่"
"เ้าหนู คิดว่าใบหน้าเ้าเหมาะกับวาจาเช่นนี้หรือ ดูมีวาจาไพเราะยิ่ง ข้าไปเขตเป่ยซูอามา บังเอิญเจอเื่ไม่เป็เื่เล็กน้อย "
"เป็เช่นนั้น เ้ารีบตามข้ามาเถิด ข้าจะพาเ้าไปดูสิ่งประดิษฐ์ของพวกศิษย์พี่ "
"ประดิษฐ์สิ่งใดกันหรือ"
"น่าสนใจใช่ไหมเล่า ตามข้ามาเ้าจะรู้ว่าเขาประดิษฐ์อะไรกัน"
หูชิงไคถือวิสาสะดึงแขนคล้ายลากปู้มั่วเสวียนให้ตามตนไปยังบริเวณที่มีการเรียนการสอนวิชาเครื่องกล
หูชิงไคเมื่อเห็นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเ่าั้ก็ตาลุกวาวดีใจเป็ที่สุดคล้ายเด็กผู้ชายได้ของเล่นเช่นนั้น
ปู้มั่วเสวียนมองไปตรงหน้าก็สนใจกับสิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ไม่น้อย รูปร่างสิ่งนั้นเหมือนจะเป็ที่ดักจับแมลง อีกสิ่งเหมือนจะเป็ตัวช่วยตัดกิ่งบนต้นไม้สูง มีขอบที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับยุคนี้ดูสะดวกสบายขึ้นมาบ้าง แต่ที่ทำให้ปู้มั่วเสวียนสนใจไม่เพียงแต่ของพวกนี้ นางมองตรงไปยังน้องชายของตนที่ยามนี้กำลังมีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่เพียงแต่เขายังมีเด็กหนุ่ม และเด็กสาวอีกหลายคนที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นเดียวกับเขา ส่วนคนที่เหมือนจะประดิษฐ์เสร็จแล้วก็จะนำสิ่งของตนมาตั้งไว้ที่แท่นด้วยความโล่งใจ
ปู้มั่วเสวียนเห็นแต่ละคนมีคู่ในการประดิษฐ์แต่ปู้เฉินต่งกลับไร้สหาย นี่หมายความว่าเขาต้องทำเองผู้เดียวหรือนี่ ปู้มั่วเสวียนหันไปมองอาจารย์ที่ดูจะเป็ผู้ฝึกสอน นางเห็นสายของตนกำลังสนใจสิ่งประดิษฐ์ตรงหน้าเหลือเกินจึงเอ่ยบอก
"เ้าหนู ข้าขอไปตรงนู้นสักครู่ เ้าคงอยากอยู่ดูที่นี่ต่อกระมัง"
"เ้าไปเถอะ ข้ารออยู่ที่นี่แล้วกัน"
หูชิงไคเอ่ยออกมาอย่างไม่ได้ให้ความสำคัญปู้มั่วเสวียน เพราะจิตใจของเขายามนี้สนใจสิ่งประดิษฐ์น่าทึ่งเ่าั้
ปู้มั่วเสวียนเดินเข้าไปหาอาจารย์ที่เป็ควบคุมวิชาเรียนนี้
"คารวะอาจารย์"
"เ้าจะมาร่วมทดสอบด้วยหรือ แต่ข้าว่าคงจะไม่ทันเสียแล้ว คนอื่นเขามากันสักพักแล้ว เ้าพึ่งมาเช่นนี้คงประดิษฐ์ไม่ทัน"
"ศิษย์ไม่กังวล ศิษย์เห็นว่ามีคนผู้หนึ่งที่ไร้คู่ในการประดิษฐ์ของจึงหวังจะไปร่วมกับเขาสักหน่อย "
"เ้าหนุ่มนั้นรึ ข้าบอกเขาแล้วว่าให้พาสหายมาอีกสักคนแต่เขาบอกว่าไม่มี แล้วยังดึงดันจะลงทดสอบ โจทย์ในวันนี้คือประดิษฐ์ของที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ต้องซับซ้อนมากหากทำได้ดีและสร้างสรรค์ ก็ร่วมเรียนวิชาข้าได้"
"รับทราบ"
ปู้มั่วเสวียนเริ่มสังเกตแล้วว่าวิชาที่มีการคัดคนเช่นนี้จะเป็วิชาที่รับคนมาอย่างมั่วๆไม่ได้ แต่หากเป็วิชาพวกดนตรีหรือมารยาทก็รับไม่จำกัด น่าสนใจไม่น้อยที่นี่ใช่วิธีการคัดคนเช่นนี้ หากอยากเรียนก็ต้องขวนขวายไขว่คว้า อยากน้อยก็อ่านหนังสือให้รู้เื่ที่กำลังจะเรียนเสียก่อน แคว้นตี้ดูจะเป็แผ่นดินที่มีความก้าวหน้าและเจริญรุ่งเรืองในอนาคตเป็แน่
ปู้มั่วเสวียนเดินเข้าไปหาน้องชายของนาง
"ว่าไง น้องชาย"
ปู้มั่วเสวียนเดินเข้าไปทักทายปู้เฉินต่งที่ยามนี้มีสีหน้าทั้งเคร่งเครียดและไม่มั่นใจในตัวเองเสียแล้ว เขามองหน้าปู้มั่วเสวียนอย่างไม่อยากจะสนใจ เวลานี้เขาเจอปัญหาใหญ่ สิ่งที่เขาประดิษฐ์ดันใช้ไม่ได้ไม่รู้ปัญหามันอยู่ที่ตรงใด
"อืม ฉากกั้นหรือ"
"จะ..เ้าดูออกหรือ"
ปู้เฉินต่งรู้สึกแปลกใจที่ปู้มั่วเสวียนดูสิ่งประดิษฐ์ของตนออก กล่าวออกไปเช่นนี้ก็รู้สึกหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย มีคนมองสิ่งนี้ออกด้วย เขาดีใจน่ะ
"เ้าคิดว่าผู้อื่นดูไม่ออกหรือ"
ปู้เฉินต่งพยักหน้า ไม่มีใครดูออกสักคนว่าเขากำลังทำสิ่งใด ปู้มั่วเสวียนก็ยักไหล่แล้วเดินเข้าไปอยู่ข้างกายปู้เฉินต่ง
"เ้าทำได้ไม่เลวเลย ให้ข้าดูสักหน่อย"
ปู้มั่วเสวียนมองดูแล้วก็เริ่มเข้าใจชัดเจนแล้วว่าเ้าเด็กนี่คงหวังว่าฉากกั้นนี่จะใช้เชือกเส้นเดียวในการดึงแล้วม้วนเก็บมันขึ้นไปไว้้า แต่ติดที่มันดึงไม่ขึ้นสักที
ปู้มั่วเสวียนดูไปสักพักหนึ่งก็บอกกับเขาว่า
"ตัวเชื่อมที่ใช้เกี่ยวมีขนาดใหญ่เกินไปมันใหญ่จนทำให้ไม่สามารถม้วนได้ เป็ไปได้ต้องแกะออกมาทั้งหมดแล้วลดขนาดของตัวเชื่อมลง"
"แต่ข้าคำนวณมาแล้วว่ามันพอดี เ้าเห็นหรือไม่ เป็ไปที่ตำรากล่าวทั้งสิ้น"
"นี่สิ่งประดิษฐ์ของเ้า ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ในหนังสือ หากเ้าเป็ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ข้าจะไม่เถียงเ้า แต่เ้าไม่ใช่ผู้เขียนเ้าทำมันในแบบของเ้าเอง ตำรามีไว้เรียนเป็ทฤษฎีก็พอแล้ว"
ปู้มั่วเสวียนกล่าวจบก็เอื้อมมือไปปิดตำราเล่มนั้นของปู้เฉินต่งโดยไม่สนใจมันอีก แล้วนางก็เร่งมือแกะตัวเชื่อพวกนั้นออก
"มันจะไม่ทัน"
"เหตุใดจึงกล่าวเช่นนั้น"
ปู้เฉินต่งมีสีหน้ากังวลพร้อมทั้งมองไปยังแท่นที่วางสิ่งประดิษฐ์มากมายที่เสร็จไปเยอะแล้ว หากแกะมันออกมาทั้งหมดกว่าจะเชื่อมเสร็จก็ต้องใช้เวลาอีกมาก
"มีเวลาไม่พอ"
"กล่าวเช่นนี้ตอนทำอยู่คนเดียวเถิด ตอนนี้ข้าอยู่ที่นี่ด้วย เ้าเลิกกังวลแล้วมาช่วยข้าหน่อยเถิด เยอะไม่ใช่เล่น"
ปู้เฉินต่งเห็นปู้มั่วเสวียนไม่มีท่าทีถอดใจสักนิดแล้วยังทำให้เขารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอีกด้วย เมื่อได้ฟังวาจาเช่นนั้นจากนางเขาก็ไม่กล้ารอช้ารีบไปช่วยกันแกะตัวเชื่อแล้วนำตัวเชื่อมที่เล็กกว่าเดิมมาประกอบทันที ยามนี้เขายอมรับเป็ครั้งแรกที่รู้สึกว่าการมีปู้มั่วเสวียนอยู่ด้วยทำให้เขารู้สึกดียิ่งนัก