บทที่ ๑๘ : โอรส์คนที่เจ็ด
“ทหาร!?! ใครกันถึงปล่อยให้นักโทษฏเข้ามาในโถงพระราชพิธีอันศักดิ์สิทธิ์” ฮ่องเต้ฉีคังะโลั่น มือไม้ชี้สั่งตรงไปที่ฟางเซียน
“ไร้ยางอาย...นี่คงร่วมมือกับท่านแม่ทัพเตียวชิงเทียน เพื่อหาทางกลับเข้าวังหลวงสินะไม่รู้ว่าเ้าโปรยเสน่ห์หรือใช้เรือนร่างมอมเมาอีกฝ่ายให้ทำตาม แต่ยศถาบรรดาศักดิ์ตำแหน่งของเ้า ก็มิมีอีกต่อไปแล้ว” ฮองเฮาอ้ายเหรินทำหน้าทำตาหยิ่งยโสโอ้อวดน่องเล็กก้าวย่างประจันหน้ากับฟางเซียนในระยะประชิด
เฟยหลงฉีกยิ้มมุมปากเล็กน้อยพลางทำสัญญาณมือห้ามปรามเหล่าเด็กๆ ผู้อยู่เื้ัให้สงบสติอารมณ์ “ลั่วลั่ว ถิงถิง อย่า!”
“เ้ามันิญญาชั่วผีร้ายสิงร่างคนตาย นี่คิดจะทำลายอาณาจักรแห่งนี้ด้วยตัวของเ้าเองเลยรึ” ไทเฮาชราตวาดลั่น เนื้อตัวสั่นเทาขาสั่น
“ถวายบังคมฝ่าากระหม่อมประมุขพรรคจวนบุปผาหมื่นกระบี่ เคยร่วมสาบานตนจะปกป้องพิทักษ์ราชบัลลังก์ กระหม่อมจึงขออาสาจัดการแขกที่ไม่ได้รับเชิญพ่ะย่ะค่ะ”เงาร่างในชุดสีส้มลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ เ้าสำนักใหญ่ะโก้องหวังเอาหน้า
“ดี!จัดการตามที่เ้าเห็นสมควร” องค์ฮ่องเต้ฉีคังเดินกลับไปนั่งอยู่บนบัลลังก์สบายอารมณ์อีกครั้งั์ตาหรี่ลงแบบพึงพอใจ “ส่วนองค์ไทเฮาและชิงเหอจบพระราชพิธีเมื่อไหร่ ข้าจะจัดการกับพวกเ้าภายหลัง ปัญหาภายใน ข้าไม่อยากทำกระทำการอันใดในที่สาธารณะ”สิ้นประโยคขององค์ฮ่องเต้ฉีคัง ไทเฮาชราและฉีชิงเหอถึงกับสะดุ้งโหยงเพราะโอรส์ต่างอาณาจักรทั้งหก ยังคงนั่งนิ่งไม่ก่อการใดๆ เลยสักนิด
เงาร่างของประมุขพรรคจวนบุปผาหมื่นกระบี่ย่างก้าวขวางทางฟางเซียนกระบี่แก้วถูกชักออกจากฝัก “แม่นางโปรดกลับออกไปจากท้องพระโรงแห่งนี้ด้วยเถิด ข้าไม่อยากลงมือกับผู้หญิงวังหลวงไม่ขอต้อนรับท่าน”
“เ้าเองก็เช่นกันโปรดกลับที่นั่งของเ้า อย่าให้พิธีศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ต้องแปดเปื้อนเื” เฟยหลงเอื้อนเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าสะสวยจริงจังกำลังแผ่รังสีน่ากลัว
ประมุขพรรคบุปผาหมื่นกระบี่ชะงักนิ่งเมื่อร่างกายของเขาััได้ถึงความเย็นของโลหะพิเศษกำลังจ่อท้ายทอยจากด้านหลังน้ำลายอึกโตกลืนลำบาก หางตาของเขามองเห็นเด็กสาวผมทองนางหนึ่งกำลังเล็งสะบั้นคอของเขาอยู่
“ตะั้แ่เมื่อไหร่?”เขาสบถบ่นพึมพำขวัญเสีย ขณะที่หรงเอ๋อค้างนิ่งในท่าฟาดฟันเหมือนจะตัดศีรษะ“ปราณแมวกระบวนท่าที่ ๓ แมวหง่าวขู่ฟ่อ” ใบหน้าน่ารักกำลังทำท่าทางแมวโมโห
เวลาเดียวกันนั้น...
ธิดาเทพแห่งอาณาจักรเฉินพลันลุกขึ้นเดินมากลางโถงประชุมสตรีศักดิ์สิทธิ์ตรงมายืนเบื้องหน้าฟางเซียนอยู่ครู่หนึ่งจนทำให้ฮ่องเต้ฉีคังหัวเราะร่า “จบสิ้นแล้วฟางเซียนต่อให้เ้าพกยอดยุทธมากฝีมือมากี่คน ก็ไม่อาจเป็คู่มือแก่ธิดาเทพแห่งอาณาจักรเฉินได้หรอกผู้หญิงโง่เช่นเ้าจะไปทำการอันใดได้”
ฮองเฮาอ้ายเหรินร่วมหัวเราะด้วยสองแขนกุมเกาะพระสวามีอยู่ไม่ห่าง “เ้ามิรู้อะไรเลยรึบัดนี้...องค์ฮ่องเต้เป็ของของข้า และของของเ้าทุกอย่างกลายมาเป็ของของข้าหมดแล้ว เอาสิ! ร้องไห้แสดงน้ำตาชอกช้ำให้ประชาชนเห็นว่าเป็หญิงที่ถูกเฉดหัวออกจากวังเพราะไร้คุณสมบัติในการเป็ฮองเฮา อย่างเ้าน่ะรึเป็นางบำเรอยาจกยังมิได้เลย”
องค์ฮ่องเต้แห่งฉีหน้าบานระรื่นสวมกอดอ้ายเหรินเหมือนยั่วยุฟางเซียนทว่า...
“ถวายบังคมจักรพรรดินีแห่งอี้หม่อมฉันหลิวเสี่ยวเฟินนำอาชาวิเศษหนึ่งพันตัวมาถวาย พวกมันในตอนนี้ล้วนอยู่ด่านนอกเมืองและอาณาจักรเฉินขอเป็พันธมิตรกับอาณาจักรอี้สืบต่อไป”ธิดาเทพย่อขาทำความเคารพฟางเซียน เหล่าข้าราชบริพารน้อยใหญ่แห่งอาณาจักรฉีอ้าปากค้าง
“ขอบใจเ้ามากธิดาเทพแห่งเฉิน” เฟยหลงตอบกลับแบบอ่อนน้อม ระหว่างที่องค์ฮ่องเต้ฉีคังและองค์ฮองเฮาอ้ายเหรินหน้าถอดสี
“ในเมื่อทุกท่านมากันพร้อมหน้าแล้วพระราชพิธีสถาปนาอาณาจักรอี้จะเริ่มบัดเดี๋ยวนี้” มหาอุปราชอาณาจักรหยูะโก้องเหล่าโอรส์ทั้งหกลุกขึ้นยืนแบบให้เกียรติ ทุกคนชูจอกเหล้าขึ้นเหนือศีรษะ จนฮ่องเต้ฉีคังต้องเกาหัวเขาดูมึนงงในเหตุการณ์เบื้องหน้า
“ขอแสดงความยินดีกับอาณาจักรอี้และขอจงทรงพระเจริญจักรพรรดินีฟางเซียน”คนทุกผู้จากอาณาจักรทั้งหกกระดกจอกเหล้าเข้าปากเฉลิมฉลอง...
“นี่มันเื่อะไรกัน?”ชายชุดเหลืองลายับนบัลลังก์เหงื่อแตกใ ั์ตาล่อกแล่กไปมาสับสนอลหม่าน“นี่ก็หมายความว่า ฟะฟางเซียน คือ...”เมื่อคิดอะไรบางอย่างออก ชายหนุ่มก็ผลักองค์ฮองเฮาอ้ายเหรินออกจากตัวก่อนจะปั้นหน้าฝืนยิ้มตรงเข้าหาฟางเซียนแบบปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ “องค์ฮองเฮาฟางเซียนของข้า”
เฟยหลงมองอีกฝ่ายด้วยหางตาใบหน้าเรียบเฉยเอื้อนเอ่ยตอบกลับ “ใครคือ...ฮองเฮาของเ้า?”
เหล่าข้าราชบริพารอาณาจักรทั้งหกคุกเข่าก้มหัวคนทุกผู้หมอบกราบฟางเซียนถวายบังคม
“ขอให้จักรพรรดินีฟางเซียนทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
ไทเฮาชราตาโตเพราะหญิงแก่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพระนางฟางเซียนจะมีอำนาจวาสนาถึงเพียงนี้ จึงทำให้ไม่ได้สนับสนุนพระนางฟางเซียนั้แ่แรก“ข้านี่ชราจนมองคนไม่ออก สนับสนุนอ้ายเหรินแทนฟางเซียนเหมือนโยนเพชรเม็ดงามในมือแลกกับก้อนขี้หมา”
“ใครคือก้อนขี้หมา”ฮองเฮาอ้ายเหรินเส้นเืปูดโปน ั์ตาวาวโรจน์มุ่งร้าย
“หมายถึงเ้าอย่างไรล่ะ! หรือว่าก้อนขี้หมามันยังสูงค่าเกินไป? ตอนนี้สถานะฉีคังคงไม่มีอีกแล้วเ้าก็เป็ได้แค่เมียของสวะผู้หนึ่งเท่านั้น ไม่เหมือนชิงเหอลูกข้า เขายังพอมีโอกาสหากกลับมาทำดีกับองค์จักรพรรดินีฟางเซียนล่ะก็”หญิงชราตวาดแหว ใบหน้าแก่ยับย่นเอื้อนเอ่ยดูถูกดูแคลนอีกฝ่าย
พวกอำมาตย์หวังมหาอุปราชซีห่าว เสนาบดีทั้งซ้ายและขวาวิ่งตาลีตาเหลือกมาเบื้องหน้าฟางเซียนด้วยอาการหอบเหนื่อยพวกมันก้มกราบแนบเท้ากษัตริยาผู้สูงศักดิ์ ั์ตาแทบเหลือกถลนเต็มไปด้วยความหวาดกลัว“ซะ ซะ ทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่นหมื่นปีพ่ะย่ะค่ะพวกหม่อมฉันไม่เกี่ยวในเหตุการณ์ใดๆ ในพระราชวังเลย ขอฝ่าาทรงโปรดวินิจฉัย”
“เหรอ?”เฟยหลงลากเสียงยาวพวกขุนนางอำมาตย์ทั้งหลายหนาวสั่นเย็นะเืเมื่อได้ยิน
“ฟางเซียนข้ารู้ว่าข้าทำไม่ดีหลายอย่างต่อเ้า” ฮ่องเต้ฉีคังเอื้อนเอ่ยแก้ตัวตะกุกตะกักแต่เฟยหลงกลับยืนหันหลังให้
“เด็กๆจับคนเหล่านี้ไปขังคุก และปล่อยตัวคนสกุลอี้ทั้งหมด แล้วข้าจักพิจารณาโทษของพวกมันในภายหลัง” น้ำเสียงสูงปนแววอาฆาตดังกึกก้อง ทหารยามหลายพันคนแห่งอาณาจักรฉีสะดุ้งโหยงพลันปฏิบัติตามคำสั่งจักรพรรดินีอี้ ฟางเซียนอย่างว่าง่ายนั่นก็เพราะโอรส์ทั้งหกกำลังปล่อยปราณระดับเทวะออกมาทั่วบริเวณ เพื่อข่มขู่คุกคามเหล่าทหารแห่งฉีให้เชื่อฟัง
“ฮองเฮาของข้า...ได้โปรด อย่าทำแบบนี้” ฉีคังแหกปากร่างในชุดเหลืองลายักำลังถูกทหารคุมตัวไปห้องขัง
“ฟางเซียนพวกเราเคยเป็เพื่อนสนิทกันมิใช่หรือ” อ้ายเหรินะโตะครุบเกาะขาเฟยหลงแน่นน้ำตาไหลนองหน้า “ข้าโดนท่านพ่อกับยัยแก่บังคับเ้าลองคิดดีๆ สิ ฟางเซียน”
เฟยหลงส่ายศีรษะหัวเราะขบขันแน่ล่ะ! มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะหลงเชื่อคำพูดเหล่านี้ได้ “ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไป ตำแหน่งยศถาบรรดาศักดิ์ของขุนนางอาณาจักรฉีเดิม...จะถูกถอดออกหมดทุกคนไม่มีตำแหน่งใดๆ อีกต่อไป แล้วข้าจักพิจารณาแต่งตั้งขุนนางใหม่เข้าแทนที่... เพื่อทำงานแก่อาณาจักรอี้ของข้าส่วนทหารหลวงทั้งหมดให้ไปรายงานตัวกับองครักษ์ลั่ว เพื่อแบ่งการทำงานใหม่ทั้งหมดเข้าใจหรือไม่?”
“รับพระบัญชาฝ่าา” พวกทหารยามก้มหัวถวายบังคม พลางแยกย้ายไปประจำหน้าที่แบบกุลีกุจอ
ไทเฮาชราฉีชิงเหอ อ้ายเหริน ฉีคังถูกถอดชุดยศต่างๆ ออกทั้งหมดพวกเขาถูกมัดมือและลากจูงไปที่คุมขังใต้ท้องพระโรงพระราชวัง ใบหน้าของทุกคนซีดเซียวราวกับไก่ต้มเหงื่อกาฬไหลรินเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
“เสด็จทางนี้เพคะฝ่าา” ธิดาเทพแห่งเฉินทำไม้ทำมือเชื้อเชิญ ร่างระหงย่างก้าวตามไปยังบริเวณโต๊ะกลมขนาดใหญ่ซึ่งจัดไว้สำหรับรับรองการประชุมโอรส์
จักรพรรดิอาณาจักรต่างแดนทั้งหกมุ่งหน้ามารวมตัวก่อนที่คนทั้งหมดจะนั่งลงพร้อมกันบนเก้าอี้ไม้สลักเสลาสวยงาม
เฟยหลงลากเก้าอี้ออกลงนั่งเป็คนสุดท้ายสายตามองกวาดไปทั่วบริเวณออกอาการประหม่าเพราะยังไม่รู้ว่าใครเป็ใครก่อนที่เสียงหนึ่งจะเอื้อนเอ่ยแทรกขึ้นว่า “ช่างงดงาม”จักรพรรดิหยวนชิงทำตาหวานเยิ้ม “ข้าเคยคิดไปเองว่าเ้าขี้เหร่ดูไม่ได้ข้านี่ช่างมีความผิดใหญ่หลวงนัก เชิญพระนางคนสวยลงโทษได้ตามใจ อา...”
“ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาหลายปีดีดักแล้วการประชุมโอรส์เฉกเช่นนี้” กษัตริย์เว่ยหลับตาพ่นลมหายใจขณะที่หลี่เหวิ่นเทียนบิดี้เี “ข้ายังรอให้เ้ามาเป็ฮองเฮาของข้าอยู่นะพระนางคนสวย”
“ข้าเองก็อยากคุยกับทุกคนเช่นกันมีตั้งหลายเื่ที่อยากจะเล่า” จักรพรรดิเฉินม่อยิ้มแย้มพูดพร่ำแต่เหมือนคนบนโต๊ะทุกคนจะไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูด...
“ในเมื่อมีบุตรี์คนที่เจ็ดถือกำเนิดเกรงว่าอีกไม่นานคงเป็ตามคำนายขององค์เทพหรานหนาน” หยูเหมาพูดพร้อมเอามือขยับผ้าปิดตาใบหน้าเคร่งขรึมดูเป็กังวล
“คำทำนาย?”เฟยหลงทวนคำ ใบหน้าสะสวยขมวดคิ้วเป็ปม
“เ้าเพิ่งได้รับตำแหน่งเพื่อปกครองอาณาจักรเกิดใหม่วันนี้ย่อมไม่รู้สิ่งใดก็มิแปลก” จักรพรรดิมู่หรงเก๋อแห่งอาณาจักรมู่หยิบเอาแผ่นหนังสัตว์เก่าแก่ออกมาวางดวงหน้าหล่อเหลาคล้ายกับอ๋องอันดับสี่แห่งมู่อยู่ไม่น้อย
“ตำนานว่าไว้หากครบแปดจะมีอาเพศจะเกิดเื่น่ากลัวขึ้น” เฉินม่อเอ่ยบอกแต่ก็ไม่มีใครสนใจฟังอยู่ดี
“ครบแปดเมื่อไหร่พวกเราต้องเตรียมรับภัยพิบัติที่จะเกิดกับทวีปเฟิงหยู” หยูเหมาพูดแทรกทุกคนผงกหัวรับฟังแบบเข้าใจ ในขณะที่เฉินม่อเริ่มเบะปาก
“ก็แค่ไม่รับให้ครบแปดคนเสียก็สิ้นเื่”เฟยหลงเสนอแนะ หากแต่ว่าทุกคนบนโต๊ะทรงกลมกลับส่ายศีรษะ “ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก พวกเราจะขัดบัญชาเทพหรานหนานไม่ได้อย่างที่เ้าได้รับตำแหน่งเป็คนที่เจ็ดนี้ ก็มีบัญชาแก่ธิดาเทพแห่งเฉินเช่นกันหากกระทำการอันใดผิดประสงค์ ทัณฑ์์จะทำลายพวกเราทุกคน”จักรพรรดิเว่ยเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าขึงขังจริงจัง
“ที่ข้ารับรองสถานะพระนางั้แ่ตอนอยู่ในหนานซาก็เพราะคำทำนายกล่าวว่าโอร์คนที่เจ็ดจะมีสิ่งพิเศษที่มนุษย์ทั่วไปกระทำการไม่ได้ข้าก็ไม่ค่อยมั่นใจนักหรอก ว่าคนที่เจ็ดจะใช่ท่านหรือไม่?แต่ก็รับรองสถานะของท่านไปเสียแล้ว” หลี่เหวิ่นเทียนกล่าวสำทับ“และมันก็ถูกต้องเสียด้วย! ก็ใครบ้างล่ะจะปลูกพืชให้เติบโตได้ในวันเดียว...เฉกเช่นท่าน!”
“เดิมทีพวกเรา้าตัวท่าน...เพื่อผลประโยชน์ต่อราชอาณาจักรที่เราดูแลเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าท่านจะเป็ผู้ถูกเลือกให้เป็โอรส์คนที่เจ็ด” จักรพรรดิเว่ยพูดต่อ พลางกวาดตามองทุกคนรอบโต๊ะ ยกเว้นเฉินม่อ
“แต่ธิดาเทพได้ใช้คทาหรานหนานทำสัญลักษณ์์ให้ท่านสำเร็จจึงทำให้สถานะของท่านถูกยกระดับขึ้นมาเทียบเคียงกับพวกเรา... เพราะถ้าหากธิดาเทพทำไม่สำเร็จพระนางฟางเซียนคงโดนทัณฑ์์คร่าชีวิตตายอย่างอนาถแน่นอน...เอ่อ ไม่ว่าพระนางจะแข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม” จักรพรรดิมู่เอ่ยตบท้าย เฟยหลงน้ำมูกไหลย้อยตาเบิกกว้างตื่นตระหนกเมื่อได้ยิน
‘ไอ้พวกฉิบหาย!นี่กล้าเอาความเป็ความตายมาคัดเลือกคนเชียวรีนี่ถ้าเราไม่ได้ถูกเลือกจริงๆ คงนอนซี้แหงแก๋จมกองขี้ไปแล้วใช่ไหม?’ ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวครุ่นคิดในสมอง เหงื่อกาฬไหลรินไปทั่วร่าง
“โชคดีเนอะที่ท่านรอดพ้นจากทัณฑ์์มาได้ ข้าล่ะเก่งเื่เสี่ยงโชคเสี่ยงดวงอยู่แล้ว”จักรพรรดิแห่งต้าหลี่เอื้อนเอ่ยหัวเราะหน้าบาน
‘มันไม่ตลกนะเว้ย...เอ็งแหละตัวดีพาพวกถือวิสาสะรับรองสถานะให้ข้าเป็คนแรก ไอ้หลี่!’ เฟยหลงมองค้อนั์ตาอาฆาตมาดร้าย
“กลับเข้าเื่เถอะเื่จะเป็มาอย่างไรก่อนหน้านี้ก็ช่าง อย่างไรตอนนี้ก็มีถึงเจ็ดโอรส์เสียแล้ว” จักรพรรดิหยูเหมาทำสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นไปอีก ใบหน้านั้นแดงก่ำจนเฟยหลงหวาดผวา...
‘ถ้าครบแปดจะเกิดอะไรขึ้น?ทำไมหนึ่งในจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ถึงได้แสดงอาการขนาดนั้น!’ ร่างระหงจ้องมองอีกฝ่ายเขม็งขณะที่หยูเหมาเอ่ยเสริมขึ้นว่า “ทางไปสุขาของท้องพระโรงแห่งนี้ไปทางไหน?”
โปรดติดตามตอนต่อไป