บทที่ 17 อะไรวะเนี่ย พาร์ท 3
ยังเหลือระยะห่างค่อนข้างมากระหว่างแชลเธียร์และจักรกลรบ จักรกลเคลื่อนที่เข้าหาเธอและเธอเพียงถอยหลังเพื่อหลีกเลี่ยง
‘ดูเหมือนไม่มีการโจมตีระยะไกลจากมัน’
เธอสังเกตจักรกลรบอยู่ห่างๆ และเมื่อไม่มีการโจมตีมาที่เธอขณะทิ้งระยะห่าง นั่นทำให้อนุมานได้ว่าจักรกลที่กำลังเผชิญอยู่ไม่สามารถโจมตีระยะไกลได้
เธอยังค่อนข้างระมัดระวังเมื่อเธอพยายามถอยกลับ มันค่อนข้างแปลกสำหรับจักรกลรบที่ไม่มีการโจมตีระยะไกล เมื่อเธอพบสถานการณ์ที่ผิดปกติเช่นนี้ เธอจึงไม่ได้ลดการป้องกันของเธอลง
*ชิบ.. ชึบ*
จักรกลรบยังคงพุ่งเข้าหาเธอแต่เธอก็ยังคงถอยหนีอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาสักพักจนเธอเริ่มมั่นใจแล้วว่าจักรกลตัวนี้อาจไม่เป็นภัยคุกคามกับเธอ เธอจึงเริ่มมีความคิดที่จะปะทะ
“เสริมความแข็งแกร่งร่างกาย”
ปังง**
ดาบของเธอปะทะกับจักรกลรบ ไม่มีความเสียเปรียบแต่อย่างใดในด้านของเด็กหญิงตัวน้อย
“พสุธาประทับร่าง”
อีกหนึ่งทักษะถูกใช้ ความแข็งแกร่งของเธอถูกกระตุ้นจนเพิ่มขึ้นอย่างมากในปัจจุบัน มันมากพอที่จะผลักจักรกลรบกลับ
ดาบของเธอยังคงตวัดอย่างพลิ้วไหว งดงาม กระนั้น ท่วงท่ากลับดูหนักแน่นราวกับภูผาที่ไม่สามารถสั่นคลอน การปะทะแต่ละครั้งยังคงผลักจักรกลรบกลับอย่างต่อเนื่องด้วยเสียงปะทะอันหนักหน่วง
จักกลรบที่ปะทะกับเธอถือขวานและโล่กลมขนาดใหญ่ ร่องลึกยังปรากฏขึ้นที่โล่และเกราะของมันจากคมดาบของแชลเธียร์
ในตอนนั้นเองที่จักรกลรบเริ่มเปลี่ยนไป พลังเวทพุ่งออกที่ด้านหลัง โล่กลมเริ่มหมุนอย่างรวดเร็วขณะที่มันผลักตัวเองเข้าหาแชลเธียร์โดยมีโล่กลมที่หมุนอย่างบ้าคลั่งด้านหน้าในขณะที่มืออีกข้างที่ถือขวานพร้อมสำหรับกวาดโจมตีในแนวนอน
เธอกระโดดถอยกลับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ปะทะกัน เพียงแต่ครั้งนี้เธอถอยกลับมาเพื่อเตรียมการโจมของเธอ
ดาบถูกจับด้วยสองมือในท่าเตรียมแทง พายุเริ่มก่อตัวขึ้นที่ปลายดาบพัดผมสีบลอนด์ของเธอกลับไปด้านหลังทำให้เห็นร่องรอยความงามที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
ตูมมมม!!!
ดาบปะทะโล่.. มันแทงทะลุพร้อมกับเสียงโล่แตก.. แขนของจักรกลยังคงทะลุรวมถึงร่างของมันที่อยู่ในแนวเดียวกัน
อย่างไรก็ตามด้วยโมเมนตัมของจักรกลหนัก มันไม่กระเด็นถอยหลัง… ร่างที่ใหญ่โตยังคงพุ่งอัดใส่แชลเธียร์ด้วยโมเมนตัมมหาศาล.. ร่างจักรกลขนาดใหญ่.. ปะทะกับเด็กหญิงตัวน้อย… เด็กหญิงไม่ถูกผลักถอยในขณะที่ชิ้นส่วนของจักรกลบางอย่างฉีกขาดพุ่งผ่านไหล่ของเธอจากแรงปะทะ มีเพียงรอยข่วนเล็กๆบนร่างเด็กหญิง
โดยการใช้เท้ายันร่างของจักรกล เธอจึงสามารถนำดาบที่ปักในร่างมันออกมาได้ สักพักจักรกลรบก็ส่งชิ้นส่วนบางอย่างออกมาจากร่างของมันพร้อมกับเอกสาร
เธอเก็บชิ้นส่วนและเริ่มล่าต่อไป…
//////
“บ้า… ทำไมจักรกลพวกนี้ถึงเริ่มอยู่กันเป็นคู่”
โทบี้โอดครวญ เขาล่ามันได้เพียงอีกหนึ่งตัวหลังจากมุ่งลงทางใต้..
ตอนนี้มันเป็นคืนแรกในการทดสอบ ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้วแต่ยังไม่พ้นวันแรกดูเหมือนความยากจะเพิ่มขึ้นทวีคูณสำหรับโทบี้
เขาไม่เก่งเมื่อเผชิญหน้ากับผู้คน ทว่าความหวังเดียวจากการเผชิญหน้ากับจักรกลรบก็ถูกเพิ่มระดับขึ้น ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะสิ้นหวัง
‘โชคดีที่พื้นที่ทางใต้ไม่มีผู้คนมากนัก’
มันเป็นความจริงที่โทบี้ใช้ปลอบใจตัวเอง เขาไม่พบใครเลยตั้งแต่เข้าเขตแดนทางใต้ มีเด็กหลายคนที่เขาตรวจพบกำลังมุ่งไปทางเหนือในตอนที่เขาพยายามไปทางใต้ และเขาเดาว่านั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาไม่พบใครที่นี่
มีอีกหนึ่งสิ่งที่เขาพบว่าค่อนข้างแปลก เขาพบจักรกลรบเพียงคู่เดียวในพื้นที่
ในฝั่งที่เขาจากมาเขาพบจักรกลรบถึงห้าตัวแม้เขาอยู่สุดขอบในเขตทดสอบ เขาจัดการ 2 ตัวในนั้น และเริ่มลงใต้เพราะกังวลกับผู้คน และเพราะนักเรียนหลายคนมาจากด้านนั้นทำให้เขาเชื่อว่ามีคนเหลือไม่มากในทางใต้
ความคิดของเขาถูกต้อง เขาไม่พบใครเลยเมื่อเริ่มเดินเข้าใจกลางพื้นที่ทดสอบทางใต้ มันค่อนข้างสงบเพราะไม่มีแม้แต่จักรกล
เขาสงสัยว่าเพราะจักรกลรบที่จับคู่กันเป็นสาเหตุหลักในการผลักพวกเขาออกไปเพราะสิ้นหวังในการล่า แต่มันควรจะเป็นเรื่องดีเพราะสามารถเอาตัวรอดได้ง่ายขึ้น… เขาคิดเช่นนั้น
หลังจากที่เดินเตร่มาสักพักห่างจากคู่หูจักรกลรบ เขาเห็นจักรกลอีกสองตัวกองอยู่บนพื้น???
สภาพของมันยังดูสมบูรณ์ดี หรือจักรกลต้องการพักผ่อน??
ค่อยๆขยับเข้าใกล้จักรกลรบมากขึ้น ใช้เท้าเขี่ยจนสามารถแน่ใจแล้วว่ามันไม่สามารถขยับได้แน่นอนเขาจึงเริ่มตรวจสอบรายละเอียดอย่างจริงจัง
“มันแทบจะไม่พบร่องรอยการต่อสู้”
สภาพของจักรกลดีมากจนเขาไม่แน่ใจว่าจักรกลเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งในบททดสอบหรือไม่ หากมันเป็นหนึ่งในบทสอบนั่นหมายความว่าด้านในของจักรกลทั้งคู่ควรจะมีชิ้นส่วนมหาสมบัติอยู่ด้านใน
ในความทรงจำของโทบี้ กลไกดังกล่าวโผล่ออกมาจากช่วงอกของจักรกล ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำก็คือพยายามเปิดเกราะอกของจักรกลออกให้ได้
ค้อนและสิ่วถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง รูนเปราะบางถูกสลักลงบนแผ่นเกราะอกทีละเส้นจนเสร็จก่อนที่จะทุบเกราะอกของจักรกลจนแหลกละเอียดด้วยค้อน
ทรงกลมของกลไกที่ผลักมหาสมบัติออกมาสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนหลังจากที่เกราะอกถูกทำลาย
กลไกเหล่านี้ไม้ได้มีเกราะปกป้อง แต่เพราะเขาไม่รู้ไม่ทราบวิธีเปิดอยู่ดีทำให้สิ่งที่เขาต้องทำกลายเป็นการใช้ค้อนเคาะไปรอบๆ
เคาะๆ**
ป๊อก**
ชิ้นส่วนบางอย่างเริ่มหลุดออกมานั่นทำให้โทบี้เริ่มสกัดชิ้นส่วนต่างๆออกอย่างใจเย็น
ตอนนี้โทบี้สามารถมองเห็นชิ้นส่วนมหาสมบัติอยู่ด้านใน เพราะไม่ต้องการให้เกิดความเสียหายกับมัน เขาจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ
ชิ้นส่วนมหาสมบัติค่อยๆหลุดออกมาในขณะที่กระดาษที่แจ้งคะแนนยังคงติดอยู่กับมัน
“มีเอกสารอะไรอยู่ในนั้นสินะ”
เสียงเด็กหญิงดังมาจากด้านหลังของโทบี้นั่นทำให้เขาสะดุ้งตกใจพุ่งหนีไปในทิศตรงข้าม
เด็กหญิงผมสีน้ำตาลหน้าตาน่ารักคือคนที่พูดกับเขา ‘อาเรีย’
เธอก้มลงอ่านเอกสารที่โทบี้ทำหลุดมือ..
“… มีชิ้นส่วนมหาสมบัติอยู่ในจักรกลพวกนี้.. อืมม”
สักพักกรรมการคุมสอบปรากฎตัวขึ้นและเริ่มชี้แจงรายละเอียด
“แม้ชิ้นส่วนมหามหาสมบัติจะถูกขุดโดยผู้อื่น แต่คะแนนจะจ่ายให้กับคนที่จัดการกับจักรกลรบเท่านั้น ดังนั้นคะแนนสำหรับจักรกลรบเหล่านี้จะยังเป็นของเธอส่วนชิ้นส่วน สามารถแย่งชิงได้ในภายหลัง”
สิ่งที่กรรมการคุมสอบกล่าวทำให้โทบี้เหงื่อตก เขาเตรียมร้อมที่จะวิ่งหนีแม้ว่าเขาไม่แน่ใจว่าสามารถหนีได้หรือไม่
“เคาะตัวนี้ด้วย”
อาเรียชี้ไปที่จักรกลอีกตัวโดยบอกให้โทบี้เริ่มจัดการกับมัน โทบี้ทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น
ตอนนี้ทุกอย่างเริ่มสมเหตุสมผล ทำไมแถวนี้ถึงไม่ค่อยมีคน?? ทำไมคนอื่นๆถึงหลีกเลี่ยงโซนนี้??.. และจักรกลรบหายไปไหน.. มันเป็นเพราะเธอทั้งหมด
เขาเริ่มสลักรูนลงไปในในจักรกลอีกตัวที่อยู่ด้านข้างในขณะที่กรรมการคุมสอบจากไป