บทที่ 30: กำแพงมนุษย์
คำพูดของเย่เฉินทำให้ทุกคนตกตะลึง พวกเขามองแผ่นหลังที่ดูไม่กว้างใหญ่นักของเขาด้วยความไม่เชื่อสายตา...คนเพียงคนเดียว จะต้านทานลมปีศาจที่กัดกร่อนได้ทั้งหุบเขาได้อย่างไร? มันเป็เื่ที่เป็ไปไม่ได้!
แต่เย่เฉินไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เขาเพียงแค่โคจรพลังกายาโลหิตทั้งหมดในร่างอย่างเงียบๆ
วูม!
พลังสีโลหิตที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าได้แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา มันไม่ได้ก่อตัวเป็ม่านพลังปราณเหมือนที่คนอื่นทำ แต่กลับสร้างเป็ "เขตแดน" แห่งพละกำลังที่หนาแน่นและหนักหน่วงขึ้นรอบๆ ตัวเขา!
เมื่อลมปีศาจที่เกรี้ยวกราดพัดเข้ามาปะทะกับเขตแดนนี้ มันกลับถูกเบี่ยงออกไปด้านข้างราวกับสายน้ำที่ไหลกระทบโขดหินขนาดมหึมา!
พื้นที่ด้านหลังของเย่เฉิน...กลายเป็เขตปลอดภัยในทันที!
"นี่...นี่มัน!" สือเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนพูดไม่ออก เขาไม่เคยเห็นการใช้พลังในรูปแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต
"ทุกคน! รีบเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังท่านผู้าุโเร็ว!" หลินเวยเวยะโขึ้นเป็คนแรก นางรีบพาทหารรับจ้างที่าเ็เข้าไปหลบในพื้นที่ปลอดภัยนั้นทันที
ทุกคนรีบตามเข้าไปอย่างรวดเร็ว พวกเขายืนซ้อนกันอยู่ด้านหลังของเย่เฉิน และััได้ถึงความแตกต่างราวฟ้ากับเหว ลมปีศาจที่เคยพัดกระหน่ำจนแทบจะฉีกร่างพวกเขา บัดนี้กลับกลายเป็เพียงสายลมเย็นธรรมดาๆ เท่านั้น
พวกเขาทั้งหมด...กำลังได้รับการปกป้องจากแผ่นหลังของชายผู้เดียว!
"ออกเดินทางต่อ" เย่เฉินสั่งเสียงเรียบ ก่อนจะเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ และมั่นคง
ขบวนคาราวานได้เริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง แต่ในรูปแบบที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง ทุกคนเดินเรียงแถวตามหลังชายในชุดคลุมคนหนึ่งซึ่งกำลังใช้ร่างกายของตนเองเป็กำแพงฝ่าพายุที่มองไม่เห็น
การกระทำนี้ไม่ใช่เื่ง่ายเลยสำหรับเย่เฉิน แม้ร่างกายของเขาจะไม่ถูกกัดกร่อน แต่การต้องแผ่พลังกายาโลหิตออกมาต้านทานแรงลมมหาศาลอยู่ตลอดเวลานั้น เป็การสิ้นเปลืองพละกำลังและความอดทนอย่างที่สุด
เหงื่อเม็ดโป้งเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผากของเขา ลมหายใจเริ่มหนักหน่วงขึ้นเล็กน้อย กล้ามเนื้อทุกมัดในร่างกายของเขากำลังสั่นสะท้านจากการเกร็งพลังอย่างต่อเนื่อง
'โง่เง่า! เผาผลาญพลังโลหิตอันล้ำค่าเพื่อช่วยมดปลวกพวกนี้...' เสียงของหุนตุ้นบ่นอุบในใจ 'แต่ก็เอาเถอะ... นี่ก็เป็การฝึกฝนความอดทนชั้นยอดเช่นกัน จงอดทนต่อไปซะ!'
เย่เฉินขบกรามแน่น เขาเพิกเฉยต่อความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา และยังคงก้าวเดินต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ
หลินเวยเวยที่เดินอยู่ใกล้ที่สุด สังเกตเห็นแผ่นหลังของเขาที่เริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ในใจของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนและจุกแน่นในอก นางยื่นกระบอกน้ำของตนเองส่งไปให้เขาอย่างเงียบๆ
เย่เฉินรับมันมาและดื่มโดยไม่ได้หันกลับมามอง แต่น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ นั้นก็ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นได้บ้าง
เวลาผ่านไปราวกับชั่วนิรันดร์...
หลังจากเดินทางฝ่าลมปีศาจมาตลอดทั้งคืน ในที่สุด...พวกเขาก็มองเห็นแสงสว่างที่ปลายหุบเขา! ลมเริ่มอ่อนกำลังลง...พวกเขาใกล้จะพ้นแล้ว!
เมื่อก้าวสุดท้ายถูกเหยียบย่ำลงบนผืนดินนอกหุบเขา ลมปีศาจที่น่าสะพรึงกลัวก็หายไปโดยสิ้นเชิง
เย่เฉินหยุดเดิน เขาสลายเขตแดนพลังรอบกายลง และในวินาทีนั้นเอง ร่างกายของเขาก็โซซัดโซเซจนเกือบล้มลง!
"ท่านเย่!"
สือเฟิงและต้าหู่รีบพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาทันที! คำเรียกขานของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้วโดยไม่รู้ตัว มันแฝงไว้ด้วยความเคารพและความภักดีอย่างสูงสุด
"ข้าไม่เป็ไร...แค่พักสักครู่ก็พอ" เย่เฉินกล่าวเสียงแหบ
ทุกคนในกลุ่มต่างมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หากการสังหารหมีเกราะโลหิตทำให้พวกเขา "ยำเกรง" ในพลังของเขา...การกระทำในค่ำคืนนี้ก็ได้ทำให้พวกเขา "ภักดี" ต่อตัวเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ในขณะที่เย่เฉินกำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อฟื้นฟูร่างกายอยู่นั้นเอง...
เขาก็รู้สึกได้ถึงการเต้นตุบๆ เบาๆ จากในอกเสื้อของตนเอง!
เขารีบหยิบเมล็ดพันธุ์อสูรกลืน์ออกมาดู และก็ต้องประหลาดใจ!
เมล็ดพืชสีดำสนิทที่เคยนิ่งสนิท บัดนี้กลับกำลังสั่นะเืเบาๆ และเปล่งแสงสีดำจางๆ ออกมา บนผิวของมันปรากฏ "รอยร้าว" เล็กๆ ขึ้นมาเส้นหนึ่ง!
'ฮ่าๆๆๆ!' เสียงหัวเราะอย่างสะใจของหุนตุ้นดังขึ้นในหัว 'ลมปีศาจพวกนั้นมันไร้ประโยชน์กับเ้า แต่มันเป็อาหารชั้นเลิศสำหรับเ้าเมล็ดนี่! มันดูดซับพลังงานที่กัดกร่อนเ่าั้เข้าไปจนอิ่มหนำ! ดูท่าแล้ว...มันกำลังจะฟักตัวแล้ว!'