[New Life] อิสระของชีวิต

    [6] สร้างใหม่



    [6] สร้างใหม่
    หลังจากผลาญเงินเป็นบ้าเป็นหลัง เซ็ทก็ปิดท้ายด้วยการซื้อจักรยานคุณภาพดีคันหนึ่งขี่กลับบ้าน แม้การหิ้วของมากมายกลับมาด้วยจักรยานคันเดียวกลับบ้านด้วยร่างกายเปลี้ยๆ เพลียๆ จะลำบากไปหน่อยแต่ก็ใช่ว่าเซ็ทจะทำไม่ได้เซ็ทล็อกล้อจักรยานที่ซื้อมาแล้วขนของทั้งหมดเข้าบ้านไป เมื่อปิดประตูก็เห็นว่ารองเท้าของอดัมไม่อยู่ เจ้าตัวคงจะออกไปข้างนอกเซ็ทก็ไม่ได้คิดจะสนใจอะไรมากอยู่แล้ว เขาขนของทั้งหมดเข้าห้อง แยกอุปกรณ์ทุกชนิดที่ซื้อมากับข้าวของอื่นๆ ไว้คนละฝั่ง “อย่างแรกเลยก็คอมใหม่ล่ะนะ”เซ็ทเอาคอมเก่าออกมาแยกส่วนกับพื้นห้อง จัดการโละชิ้นส่วนภายในออกให้เหลือแต่โครง จัดการประกอบชิ้นส่วนทั้งหลายเข้ากับแผงวงจรใหม่ ส่วนประมวลผล เมนบอร์ดและอื่นๆ ต่างถูกจับแยกแล้วประกอบใหม่หมด เหลือแค่ตัวโครงที่เป็นของเก่า ชิ้นส่วนใหญ่เล็กถูกประกอบอย่างคล่องแคล่วเพราะเซ็ทมีโครงสร้างต่างๆ อยู่ในหัวอย่างละเอียดตัวแสดงผลหน้าจอก็ถูกเปลี่ยนด้วยวิธีง่ายๆ คือซื้อจอแอลซีดีมาเปลี่ยนแล้วจัดการเปลี่ยนโครงสร้างภายในนิดหน่อย คีย์บอร์ดกับเม้าส์ใกล้เจ๊งถูกโยนทิ้งไปแบบไม่คิด เปลี่ยนมาเป็นของที่พึ่งซื้อมาใหม่อย่างรวดเร็ว พอประกอบทุกอย่างเสร็จก็จัดการลงโปรแกรมแบบที่มีหนึ่งเดียวในโลก เพราะมันเป็นโปรแกรมที่เซ็ทเขียนขึ้นมาใหม่เองทั้งหมด วินด้งวินโดวส์คือบอกลา มันยังไม่ได้คุณภาพเท่าที่เซ็ทต้องการ แถมถูกหาข้อมูลง่ายด้วย ยกเว้นโปรแกรมทั่วไปที่ต้องเนียนติดกับเครื่องไว้ก็ก็อปปี้โค้ดแล้วเขียนเพิ่มให้มีรูปลักษณ์เหมือนเดิมแต่ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเซ็ทต่อสายไฟเสร็จก็เปิดเครื่องแล้วปล่อยให้ตัวเครื่องทำการติดตั้งและลงโปรแกรมทั้งหมดที่เตรียมไว้“น่าจะซักสี่ชั่วโมง มาต่อที่ร่างของโรเลยดีกว่า”{ยินดีเป็นอย่างยิ่ง}เซ็ทลงมือประกอบชิ้นส่วน ‘ร่าง’ ของโรอย่างว่องไว แม้ภายนอกจะเป็นโครงหุ่นกระบอกของพัดลมไอน้ำ แต่ภายในจะเป็นยิ่งกว่าซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ถึงจะทำให้เป็นหุ่นรบอัตโนมัติเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่เคลื่อนไหวได้เอง จนเหมาะสำหรับเฝ้าและดูแลบ้านอย่างเมื่อชาติก่อนไม่ได้ แต่ขอแค่ท่องไปในระบบเน็ตเวิร์คได้อย่างอิสระก็ถือว่าเกินพอ...เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในสงครามคือข้อมูลและยุคไอที (ที่ถึงจะล้าหลัง) ข้อมูลส่วนใหญ่จึงถูกเก็บไว้ในระบบอินเตอร์เน็ตที่ใช้ร่วมกัน ดังนั้นไม่ว่าใครต่อให้ซ่อนเนียนแค่ไหน ถ้ามีความสามารถข้อมูลทุกอย่างก็ถูกหาจนพบได้“จากข้อมูลตัวเลขมันน่าจะรับไหวสิน่า”เซ็ทเอาคีย์บอร์ดมาเชื่อมให้ไอแพดตัวหนึ่งเป็นหน้าจอแสดงผล ลดทอนข้อมูลที่ไม่จำเป็นทุกอย่างก่อนจะลงมือขยับมือไปมาแล้วพิมพ์ข้อมูลอย่างว่องไว“บอกโค้ดพาสเวิร์ดที่เปลี่ยนทุกสิบวิมา”{X145FTD32567SW097G}“โอเค ต่อไป”{S125U78DEV67XER321$Y}“ต่อไป”{2214DES234WW4385GT3A1} โค้ดเลขสุ่มกว่าสี่สิบชุดคือระบบข้อมูลของโร การจะถ่ายข้อมูลคอมพิวเตอร์ชั้นหนึ่งของโลกที่ถูกบรรจุไว้ในสมองของเซ็ทได้ มีขั้นตอนมากมายจนน่าปวดหัว และแน่นอนว่าขั้นตอนเหล่านั้นห้ามผิดพลาดแม้แต่น้อย และถึงถ่ายข้อมูลมาได้ก็ไม่ใช่ว่าจะได้โรในแบบที่สุดยอดเหมือนเดิม แถมยังเสี่ยงต้องเสียทั้งโรและเซ็ทไปพร้อมกัน ชาติก่อนกองทัพจึงไม่คิดดึงโรออกมา แต่เลือกที่จะพัฒนาตัวใหม่ขึ้นในแนวทางเดิมโรเป็นโปรแกรมตัวที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่ถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กับเขา อีกทั้งยังถูกนำมาทดลองใช้พร้อมกัน เรียกได้ว่าเป็นเหมือนพี่น้องที่เกิดมาด้วยกันแล้วก็ตายด้วยกัน ไม่รู้ว่ากองทัพสร้างโรขึ้นมาใหม่สำเร็จหรือยัง แต่ตอนเขายังมีชีวิตอยู่โรคือสุดยอดระบบที่ถูกพัฒนาจนใช้ได้จริงเพียงหนึ่งเดียวจากความบังเอิญ...ระบบที่คิดได้เองเหมือนมนุษย์ และพัฒนาได้เองโดยไม่ต้องป้อนโปรแกรม...โรเป็นสุดยอดผู้ช่วยเกี่ยวกับข้อมูล โรสามรถจัดการทุกอย่างที่เขาต้องการแล้วส่งข้อมูลที่ประมวลผลแล้วเข้าสู่สมองเขาโดยตรง โรสามารถจดจำทุกอย่างที่เขาอ่านผ่านตาไปแล้วไม่มีวันลืม โรสั่งการคอมพิวเตอร์ทุกตัวได้ เจาะระบบได้ทุกอย่าง ละสามารถรู้ทุกอย่างที่โรอยากจะรู้ แต่โรไม่สามารถอยู่ที่ไหนได้นอกจากสมองเขา ร่างของโรก็เป็นเพียงร่าง สิ่งที่ควบคุมร่างพวกนั้นคือโรในสมองเขาเท่านั้นโรและเขาจึงเหมือนเป็นคนๆ เดียวกัน และโรเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นทั้งเจ้าหน้าที่พิเศษที่ศูนย์ตำแหน่งที่พิเศษที่สุดในกองทัพ และในขณะเดียวกันก็ถือเป็นแบล็กลิสต์อันดับศูนย์ด้วย“ยืนยันตัวตนผู้ถือครอง Code Name : ZET ZERO หมายเลขอนุญาติ 285002-582174151 ตำแหน่งเจ้าหน้าที่พิเศษที่ศูนย์ แผนผังข้อมูลพันธุกรรม...”{ตัดส่วนโปรแกรมที่ไม่จำเป็นทั้งหมด เชื่อมต่อโปรแกรมกับร่างใหม่}“ดี ใกล้แล้ว”{ข้อมูลที่ได้รับจากการท่องจะถูกส่งมาที่ผมที่อยู่ในหัวของคุณ จากนั้นข้อมูลที่ผ่านการประมวลผลจากผมจะถูกถ่ายทอดไปที่ระบบสมองของคุณโดยตรง แต่ผมไม่ทราบว่าสมองคุณในร่างมนุษย์ธรรมดาจะรับไหวรึเปล่า?}“ก็ไม่ต้องส่งทั้งหมด ส่งมาเฉพาะที่ต้องการ แล้วค่อยคำนวนปริมาณข้อมูลเท่าที่สมองรับได้ทีหลัง หรือถ้าส่งข้อมูลกันแบบเดิมๆ ไม่ได้ก็สรุปให้ฟังหรือไม่ก็ส่งไว้ที่คอมเดี๋ยวฉันไปอ่านเอาเองก็ไม่มีปัญหา”{ตกลง การเชื่อมต่อเสร็จสิ้น เปิดระบบร่าง R3 เซ้นท์การตั้งชื่อของคุณยังแย่ตามเดิม}“ร่างเก่า R2 ร่างใหม่ก็ต้อง R3 ก็ถูกแล้ว”เซ็ทตอบแบบไม่ใส่ใจ ชื่อเรียกร่างของโรคือง่ายมากก็แค่ตัวอักษรชื่อแล้วเติมเลข เพราะโรจริงๆ อยู่กับเขาในหัว แค่ร่างชั่วคราวจะมีชื่อว่าอะไรเซ็ทไม่เคยคิดสน“เอาล่ะ ใช้ได้ ทีนี้ก็ลองท่องดวยการเทียบข้อมูลภูมิศาสตร์จากตั้งแต่ข้อมูลเก่าชาติก่อน เทียบกับข้อมูลภูมิศาสตร์ทั้งหมดในอินเตอร์เน็ต จะกระทรวงอะไรหน่วยงานอะไรเทียบดูให้หมดได้เลย”{รับทราบ จะรายงานผลตอนคอมของคุณรันโปรแกรมทั้งหมดเสร็จสิ้น ตัวคุณไปเก็บของที่ซื้อมาก่อนเถอะ}“โอเค งั้นฝากด้วยนะโร”เซ็ทหันกลับไปจัดการถุงข้าวของมากมายที่ซื้อมา จัดการเก็บพวกมันเข้าที่เข้าทางทีละอย่าง พอเก็บแล้วเสร็จห้องโล่งๆ ก็กลายเป็นห้องที่มีของใช้เก็บไว้ทั่วทุกที่ โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่มากมายเป็นพิเศษกว่าจะทำทุกอย่างเรียบร้อยก็ฟ้ามืดแล้ว เสียงผู้ใหญ่ที่ได้ยินจนเบื่อก็ดังมาจากหน้าบ้าน“กลับมาแล้วเซ็ท หิวมั้ย พ่อซื้อกระเพราหมูสับไข่ดาวมาฝาก”{พ่อคุณจะตามใจคุณเกินไปแล้ว ร่างนี้ไม่ใช่ร่างเก่านะ ถ้าคุณยังกินแบบนี้ต่อไปได้ป่วยแน่}“ไว้ฉันจะกินอย่างอื่นด้วยน่าโร นายเทียบข้อมูลไปเถอะ”เซ็ทตอบกลับเสียงบ่นที่ดังสม่ำเสมอในหัว ทุกมื้อที่เซ็ทกินอาหารที่ชื่อว่ากระเพราหมูโรจะบ่นเหมือนเซ็ททำเกินขอบข่ายภารกิจแบบเมื่อก่อนยังไงยังงั้น“กำลังหิวพอดี อดัม เอ้านี่”เซ็ทเอาไอแพดยัดใส่มือหนาแล้วเดินไปเปิดกล่องข้าวผัดกระเพราไปกินที่โต๊ะกินข้าว อดัมยืนมองไอแพดในมือด้วยใบหน้างุนงง ตอนแรกเขาก็สงสัยว่าลูกหาของแพงแบบนี้มาจากไหน ยังไม่ทันอ้าปากถามตาก็เหลือบมองไปยังหน้าจอที่เปิดค้างอยู่ สองตาเบิกกว้างแทบทำไอแพดราคาแพงตกพื้น“นะ...นะ...นี่-นี่มัน....นี่มันหมายความว่ายังไงน่ะเซ็ท!?”โปรแกรมเล่นหุ้นในชื่อแอคเค้าท์ของเขามียอดเงินกำไรมากกว่าหนึ่งแสนบาท ทั้งๆ ที่เขาเคยจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เล่นหุ้นคือเมื่อหลายปีที่แล้วก่อนที่สติเขาจะแตกเพราะผู้หญิงคนนั้น แล้วหุ้นตัวที่ซื้อทิ้งไว้ก็ตกต่ำจนขาดทุนขนาดที่ว่าเขาขี้เกียจจะขายมันทิ้งเพราะคงไม่มีคนซื้อแล้วยอดเงินขนาดนี้มันมาได้ยังไง!?“ก็อย่างที่เห็น ผมเล่นหุ้นในชื่อคุณ เงินที่ได้นั่นถือว่าผมให้ไว้ใช้จนกว่าคุณจะได้เริ่มงานใหม่ที่ตั้งใจไว้ จะได้ไม่ต้องไปอดข้าวนอกบ้าน”“...เซ็ท...ลูกรู้...”“ที่คุณไม่ยอมกินอะไร รอกลับมาเนียนกินข้าวเย็นกับผมมื้อเดียวอ่ะเหรอ รู้สิ ดูหน้าก็รู้แล้ว”ด้วยความที่ก่อนหน้านี้ตอนชีวิตเสียศูนย์อดัมเป็นคนติดเหล้า มีเงินเท่าไหร่ก็ละลายไปกับเหล้าแถมงานการก็ไม่ยอมทำ ถึงจะเคยรวยก็จนได้เงินที่เซ็ทได้จากการทำงานพาร์ทไทม์ก็น้อยนิด ดังนั้นเมื่อได้สติอดัมถึงได้พยายามประหยัดเงินที่สุด จนกว่าจะหาเงินได้อย่างมั่นคง ขนาดกินข้าววันละมื้อเลยทีเดียวตอนแรกเซ็ทคิดว่าสองสามวันก็คงจอด ที่ไหนได้อดัมมีความอดทนมากกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ“ตะ-แต่นี่เป็นเงินที่ลูกหามา ดังนั้น...”“ผมยังมีวิธีหาเงินอีกเยอะ ไม่อดตายหรอกน่า กว่าคุณจะได้เริ่มงานก็อีกตั้งเดือนกว่าไม่ใช่รึไง ไปถอนมาไว้ใช้ซะอย่าให้พูดมาก”“เซ็ท...”“ใบแจ้งเข้าทำงานเห็นทนโถ่อยู่โน่น จะไปสอนภาคมัธยมปลายของโรงเรียนใกล้ๆ นี่ไม่ใช่รึไง นี่พึ่งกลางๆ เดือนมีนา กว่าจะได้ทำงานก็สิบหกพฤษภา กว่าเงินเดือนจะออกอีกล่ะ ใช้ๆ ไปซะเดี๋ยวก็เป็นลมตายกลางถนนที่ไหนพอดี”เซ็ทเสียงขุ่นออกปากสั่งเป็นรอบที่สอง ด้วยความที่เริ่มรำคาญหน้าจึงบูดขึ้นมาค่อนข้างมาก อดัมยิ้มแหยแล้วพยักหน้าเบาๆ ใครรู้เข้าคงขายหน้าแย่ว่าเขากลัวลูกชายดุ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็มองยอดเงินบนหน้าจอแล้วยิ้มไม่ใช่ยิ้มที่มีเงินใช้ แต่ยิ้มเพราะลูกชายแสดงออกว่าเป็นห่วง“ถ้างั้นก็จะรับไว้ ขอบใจ แต่เซ็ทก็ควรเอาไปใช้ พอพ่อทำงานได้จะเอามาคืนให้”“ผมมีเงินเหลือใช้ไม่เชื่อไปดูในห้อง ดูเสร็จก็หยุดพูดแล้วมานั่งกินข้าว”อดัมเดินเข้าไปดูในห้องของลูกชายแล้วก็ต้องอ้าปากค้างอีกหน ตู้เส้อผ้าที่เปิดค้างไว้เต็มไปด้วยเสื้อผ้า รองเท้าหลายคู่วางเรียงกันอยู่ริมผนัง ข้าวของเครื่องสำอางค์อยู่บนโต๊ะเครื่องแป้งตัวเก่า อะไรซักอย่างที่รูปร่างเหมือนพัดลมไอน้ำตั้งพื้น หน้าจอคอมใหม่ที่กำลังรีโปรแกรม โทรศัพท์สองเครื่องและน่าจะยังมีอีกหลายอย่างที่เขายังไม่ได้เห็น อดัมรู้สึกเหมือนถูกทำให้ตกใจหลายต่อหลายครั้ง จนไม่รู้ว่าควรรู้สึกยังไงก่อนแต่อย่างหนึ่งที่เขาไม่รู้สึกคือ ไม่รู้สึกห่วงว่าลูกชายมีเงินแล้วจะฟุ่มเฟือยจนไม่มีเงินเก็บ มีอยากรู้อยู่บ้างว่าหาเงินมาด้วยวิธีไหน แต่เขาเชื่อใจลูกชายว่าไม่ได้ทำอะไรผิด เซ็ทในตอนนี้น่ะแค่ดูก็รู้ว่าเจ๋งขนาดไหน ทั้งท่าทาง บรรยากาศ ต่างจากเดิมลิบลับ แต่นั่นก็คือลูกชายของเขาลูกชายที่น่าภูมิใจที่สุดในโลก ในชีวิตคนเป็นพ่อ ไม่มีอะไรน่าดีใจไปกว่านี้อีกแล้ว


    ในขณะที่เซ็ทนั่งกินข้าวจนเสร็จก็ไปสาละวนอยู่นหน้าจอคอมพิวเตอร์ จบจนค่ำมืดดึกดื่นก็ยังไม่นอน นั่งๆ กินๆ นอนๆ เฝ้าจอคอมอย่างสบายอารมณ์ แตกต่างจากอีกฝั่งอย่างรุนแรง...“ข้อมูลพื้นฐานบริษัทหายไปถึง 5% ในสองนาทีเนี่ยนะ จะบ้าเรอะ!!”“อุส่าห์ส่งคนไปตรวจสอบ นี่กลายเป็นว่าไม่ได้อะไรเลยซะอย่างนั้น แถมยังมีแต่เสียกับเสีย นี่เรามองข้ามอะไรไปรึเปล่า?”“เราดูถูกอีกฝ่ายมากไป ไม่คิดว่านอกจากเขียนโปรแกรมที่สุดยอดได้ ยังระวังตัวแจขนาดนี้”ในห้องปิดที่บรรยากาศอึดอัด ในห้องมีเพียงโต๊ะตัวยาวที่มีคนนั่งอยู่มากกว่าสิบคน กับรายงานเอกสารข้อมูลปึกหนาในมือ บริษัทไอทีชั้นนำของโลกมีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศอเมริกาเกือบจะต้องสั่นคลอน เพราะการแทรกแทรกเพียงสองนาทีของคนเอเชียที่หาที่มาที่ไปไม่ได้“เขาน่าจะยังปราณีเราอยู่ที่ลบแค่ข้อมูลไม่สำคัญ ในขณะที่ข้อมูลสำคัญๆ แค่เขียนข้อมูลเพิ่มเพื่อก่อกวนเฉยๆ ดูท่าเขาแค่จะต้องการเตือนที่เราตั้งใจจะหาข้อมูลของเขา”“ก่อกวนเฉยๆ ยังต้องเสียกำลังคนเสียเวลาเช็คข้อมูลที่ถูกต้องอีกหลายวันแน่ๆ”“ขนาดใช้คนตำแหน่งไม่ใหญ่ไม่มีรายชื่อในบริษัท แถมยังส่งไปดูสถานที่ก่อนตั้งสองสามวันยังถูกจับได้ แย่ที่สุด”“แถมดูท่าคนของเราได้ไปเพราะมันปล่อยให้ไปอีกต่างหาก”“ใช่สิ พวกนักสืบฝีมือดีทั้งของเราเองและจัดจ้างจากภายนอกอยู่ๆ ก็ขอออกนอกประเทศไม่ได้กันเป็นแถว ไม่งั้นคนไม่มีฝีมือเราคงส่งไปหรอกมั้ง ชิ!”คนนับสิบหน้าดำคร่ำเครียดในขณะที่ต่างคนต่างพูดความคิดเห็นตัวเองออกมา คนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะยกมือทำเป็นสัญญาณสั่งให้เสียงที่ดังเอะอะนี้เงียบลง ก่อนที่เสียงหวานจะดังขึ้น“เราจะเริ่มลำดับเรียบเรียงเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นใหม่อีกครั้ง เพื่อที่ว่าจะได้จัดระดับความสำคัญของผู้ชายคนนี้ใหม่ หวังว่าผู้อาวุโสทุกท่านจะตั้งสติก่อนพูดด้วย”เหล่าผู้อาวุโสทำหน้าไม่พอใจที่ถูกเด็กรุ่นลูกจิกกัด แต่ก็เก็บอารมณ์โกรธทั้งคนทางนู้นและหญิงสาวหน้าโต๊ะแล้วพูดออกมาทีละคน สมกับฐานะผู้อาวุโสที่ตัวเองได้ครอบครอง“ตัวต้นแบบโปรแกรมถูกส่งมาเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนในเมลล์ของบริษัทและผู้บริหารทุกคน เมลล์นั้นหาที่มาไม่ได้ และทีมนักพัฒนาของเราทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นโปรแกรมที่สุดยอดมากๆ”“พวกเราก็ได้ดูโปรแกรมนั้นด้วย แต่พอดูไปซักพักก็รู้ว่านั้นเป็นแค่ตัวแบบ ที่นักพัฒนาของเราบอกว่าไม่สามารถเขียนโปรแกรมที่สมบูรณ์ต่อได้”“หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจว่าคุ้มค่า พวกเราส่งเอกสารซื้อขายให้อีกฝ่ายทันที ซึ่งนี่คือสัญญาฉบับก่อนกับฉบับปัจจุบันที่อีกฝ่ายขอแก้ไขข้อตกลง”กระดาษสองปึกถูกวางเทียบกัน กระดาษแผ่นแรกมีความหนากว่าปึกที่สองอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งถ้าอ่านดูดีๆ ก็จะสังเกตเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าสัญญาฉบับเก่านั้นภายใต้ความเยิ่นเย้อมีความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ข้อตกลงที่แทบไม่เกื้อประโยชน์แก่ผู้สร้างเลย คงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะโมโหแล้วแก้สัญญามาให้ใหม่แบบที่ละเอียดและตรงประเด็นมากกว่า ซึ่งแน่นอนว่าครอบคลุมจนหาช่องโกงไม่ได้เลยสิ่งที่ถูกส่งกลับมาต่อจากเอกสารสัญญาคือข้อมูลบริษัทในส่วนที่สำคัญๆ ทั้งนั้น ซึ่งไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนไหนที่หลุดออกไปก็มีแต่ทำให้บริษัทระส่ำระส่ายถึงขั้นล้มละลายได้ทั้งสิ้น นั่นคือการขู่เชิงเอาจริงข้อหาพยายามหาข้อมูลตัวตนของผู้สร้างโปรแกรมนี้ ทางบริษัทจึงต้องจำยอมรับเงื่อนไขทุกข้อของอีกฝ่ายอย่างช่วยไม่ได้“เรื่องหลักจากนั้นเราทุกคนรู้กันว่าพอจะส่งสายสืบออกนอกประเทศ หรือคิดจะจัดจ้างสายสืบที่ไทย ก็เป็นอันต้องเจอทางตันทุกที มีพวกระดับล่างที่ผ่านไปได้คนเดียวเท่านั้น”“เพราะสถานที่แลกเปลี่ยนเป็นตัวเมืองมากพอจะหาลู่ทางได้เราถึงยอมเสี่ยง เอาเงินร้อยล้านไปแลกเปลี่ยนเพื่อโปรแกรมตัวนี้ แต่ถึงไม่ได้โปรแกรมมาจริงเราก็จะถือว่าเงินนี้เป็นค่าปิดปากข้อมูลที่เขามี”“ซึ่งจริงๆ เขาจะเรียกซักสามร้อยล้านก็ยังถือว่าเหมาะสม ถ้าเขาปิดปากสนิทล่ะนะ”“การแลกเปลี่ยนเป็นไปอย่างยุติธรรม โปรแกรมที่เขาให้มาคือของจริง ทีมพัฒนากำลังทดลองโปรแกรมนั้นกันอย่างสนุกสนานเชียวล่ะ เพราะงั้นการที่เราละเมิดข้อตกลงที่เขาย้ำมาท้ายกระดาษว่าไม่อนุญาตให้ตามหาตัวตนเขา เขาเลยลงกับข้อมูลบริษัทของเรา”“พอหาข้อมูลจากกล้องวงจรปิดก็พบว่าข้อมูลทุกอย่างในวันนั้นถูกลบทิ้งหมดแบบกู้คืนไม่ได้ เขาต้องระวังตัวซักแค่ไหน ยังดีที่เขาไม่โกรธจนเผยข้อมูลเราหมด เพราะไฟล์ที่ได้มานั่นก็จะเปิดขั้นสุดท้ายก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายยอมให้รหัสด้วย”“ก็คือบริษัทเราผิดก่อน ก็คงโทษเขาฝ่ายเดียวไม่ได้ นี่ไม่รู้ว่าถ้าถอนตัวช้ากว่านี้ข้อมูลจะหายไปอีกซักเท่าไหร่”“แต่ไอ้หมอนั่นก็ทำเกินไปอยู่ดี!!”ในขณะที่เก้าในสิบเข้าใจถึงความจริงในสถานการณ์ ก็ยังมีคนส่วนน้อยที่เห็นแก่ตัวจนไม่มองภาพตามความเป็นจริงอยู่เช่นกัน ต่อให้คนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะพยายามคัดมาดีแค่ไหนก็ไม่สามารถกรองคนพวกนี้ออกไปได้ทั้งหมด“ยังไงก็ตามต้องบอกก่อนว่าโปรแกรมที่แลกเปลี่ยนมาก็ถือว่าคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป ข้อมูลที่ไม่ได้สำคัญมากพวกนั้นค่อยกู้ใหม่ก็ยังไม่สาย โปรแกรมนั่นที่ได้มามีค่ากว่าเยอะ ฝ่ายพัฒนาคึกคักฮึดจะลุยงานกันแบบไม่เอาโอทีด้วยซ้ำ พวกเขาว่ามันคุ้มค่ากับการจะได้เรียนรู้อะไรที่สุดยอด”“เหอะ!! นี่ถ้ามันไม่ได้ลบแต่มันเอาไปปล่อยก็จะยังจะใจเย็นอยู่มั้ย!?”ชายคนเดิมทุบโต๊ะขัดท่าทางปล่อยวางของคนรอบตัว บรรยากาศที่ดูจะดีขึ้นกลายเป็นเคร่งเครียดด้วยความคิดมากอีกหน เป้าหมายของหญิงสาวคือต้องการให้คนพวกนี้รู้ว่าตนเองเป็นฝ่ายทำให้เกิดเรื่อง เธอจึงให้พวกเขาเรียบเรียงลำดับเหตุการณ์ พวกเขาจะได้เลิกเอาความผิดไปโยนให้ฝ่ายตรงข้าม แต่พอทุกอย่างกำลังเป็นไปตามที่คิดก็ดันมีคนพยายามเสี้ยมต่อ เธอจึงโมโหขึ้นมาบ้าง“ถ้าเขาไม่ได้ลงมือทำอะไรต่อเพราะพวกเราหยุดแล้ว พวกเราก็ไม่ควรลงมือทำอะไรที่เกี่ยวกับเขาอีก” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างเฉียบขาดและเย็นชา เธอตัดสินใจแล้วว่าไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครหรือฝ่ายไหนก็ตาม คนที่สามารถกุมข้อมูลของฝั่งเธอไว้ได้ก็ไม่ควรไปล้ำเส้น“แต่อย่างนี้มันก็ได้ข้อมูลเราไปฝ่ายเดียวน่ะสิ!!”“แล้วถ้าคุณจะตรวจสอบฝ่ายตรงข้าม จะเริ่มจากไหนล่ะ นอกจากสถานที่แลกเปลี่ยนเขาทิ้งอะไรไว้ให้คุณบ้าง เรารู้แค่ว่าคอมที่เขาใช้ไม่ใช่ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์แต่เราเจาะอะไรมากกว่านั้นไม่ได้แถมยังไม่รู้แม้แต่ที่ตั้ง การที่เราตีความว่าเขาเป็นคนเอเชียเพราะการแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นที่นั่นอาจจะผิดก็ได้ ไม่คิดหรือว่าอีกฝ่ายอาจจะเป็นเหมือนเราคือนั่งเครื่องไปเพื่อแลกเปลี่ยนเฉยๆ”“...”“เราไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามคือใคร มาจากไหน จะมีพรรคพวกเส้นสายอะไรบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ ต่อให้เขาตัวคนเดียว แล้วยังไง เขาก็เป็นคนตัวคนเดียวที่เจาะระบบบริษัทชั้นนำของโลกอย่างพวกเราได้ เมื่อเป็นแบบนั้นยังคิดจะลองของหาปัญหาเข้าตัวกันอีกรึไง?”“...”“อีกฝ่ายจะเป็นใครก็ช่าง ตราบใดที่ฝ่ายตรงข้ามไม่เอาข้อมูลของเราไปเผยแพร่ให้คู่แข่ง เขาก็จะเป็นเหมือนพันธมิตรทางธุรกิจของเรา และในเมื่อเขาขายโปรแกรมให้เรานั่นก็แปลว่าเขาจะไม่ทำอะไรขัดแข้งขัดขาเรา ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของกำไรมันเป็นเม็ดเงินมหาศาลได้มาแบบที่ไม่ต้องทำอะไรทั้งยังปลอดภัย ใครก็ตามที่ที่สุดยอดขนาดที่เราจับทางไม่ได้ย่อมไม่ใช่คนโง่ที่จะทิ้งหนทางนี้แน่ ไม่คิดกันแบบนั้นเหรอ?”“...”“สิ่งที่ฉันพูดมามันชัดเจนพอรึเปล่า หรือพวกคุณคนใดคิดต่างจากฉัน กรุณาอธิบายให้คนอ่อนประสบการณ์อย่างฉันเข้าใจด้วยค่ะ”หญิงสาวยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบขณะพูดจบ ดวงตาสวยกวาดมองผู้อาวุโสรอบตัว ความจริงแม้เธอจะไม่พูดขึ้นพวกเขาก็เดาสถานการณ์แบบที่เธอว่าได้อยู่แล้ว แต่เพราะไม่มีใครกล้าพูดขึ้นมาชี้นำจึงไม่มีใครยอมฟันธงกับความคิดที่ไม่มีหลักฐานแน่นอนของตัวเอง จะมีก็เพียงไม่กี่คนที่ทำหน้าไม่พอใจ เพราะในใจพวกเขาเหล่านั้นโลภจนน่าเกลียด ...ใช่ ...โลภ พวกเขาต้องการคนที่สุดยอดนั้นมาเป็นคนของตัวเอง ใครก็ตามที่เขียนโปรแกรมแบบนั้นได้ก็ย่อมเขียนโปรแกรมอื่นและทำอะไรได้อีกมาก ถ้าหากได้มาเป็นมือเท้าของตัวเองตำแหน่ง ฐานะ ทรัพย์สินก็จะไหลมาเทมา การคิดจะยักยอกบริษัทก็ไม่ถือเป็นเรื่องยากอีกต่อไป“ถ้าไม่มีใครคัดค้านการค้นหาตัวฝ่ายนั้นถือเป็นสิ่งต้องห้ามหลังจากนี้ไป บริษัทของเราจากนี้จะมุ่งเน้นไปที่การจัดการกับโปรแกรมที่ได้มา แผนงานต่างๆ จะให้พวกผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยมานำเสนอในการประชุมครั้งหน้า ส่วนวันนี้เลิกได้”หญิงสาวผู้ครอบครองตำแหน่งประธานกล่าวปิดการประชุมที่หาสาระไม่ได้ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ดวงตาสวยมองจ้องผู้อาวุโสตัวปัญหาแบบเห็นกันจะๆ เป็นการเตือนว่าอย่าได้คิดจะทำอะไรนอกเหนือคำตัดสินของเธอเด็ดขาดเมื่อผู้อาวุโสทั้งหลายลุกออกจากที่นั่งแล้วเดินออกจากห้องไปทีละคน หญิงสาวที่นั่งหน้านิ่งมาตลอดก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เดินออกประตูข้างกลับไปที่ห้องส่วนตัว ภายในห้องที่กว้างขวาง ตู้หนังสือเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารและหนังสือจำนวนมาก เธอเดินผ่านความอู้ฟู่ของสิ่งของตกแต่งไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่งมือบางหยิบกรอบรูปเก่าขึ้นมามองแล้วถอนหายใจอีกหน“อีกฝ่ายเป็นใครหนูไม่รู้หรอกค่ะ แต่หนูคิดว่าเขาน่ากลัวและไม่ควรไปยุ่งด้วย ตั้งแต่ทำหน้าที่ต่อจากพ่อหนูพึ่งเคยรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก ...หนูเหนื่อยจังเลยค่ะคุณพ่อ”


    คนที่ถูกหวาดกลัวในเวลานี้นั้นก็ยังคงสาละวนกับหน้าจอไอแพดเครื่องใหม่ ก้มๆ เงยชี้ๆ หุ้นที่น่าลงทุนตัวใหม่ๆ ให้ผู้เป็นพ่อด้วยท่าทางเบื่อๆ“เก็บระยะยาวตัวนี้ไม่ดีใช้ปั่นระยะสั้นได้อย่างเดียวไปถอนๆ มาใช้ซะ อัตรามันขึ้นๆ ลงๆ เกินไป ถ้าจะเก็บระยะยาวตัวนี้ดีกว่า ซื้อเก็บไว้เก็งกำไรยาวๆ ได้ ราคาไม่แพงมากด้วย”“งั้นตัวนี้พ่อเก็บส่วนนึงไว้ปั่นหุ้นเนอะเซ็ท”“ก็แล้วแต่ ผมให้ไปแล้วอดัมจะใช้ยังไงก็แล้วแต่สิ”เซ็ทว่าพลางหาว กล้ามเนื้อทั่วร่างกายดูจะล้าแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และถ้าเป็นแบบนี้พรุ่งนี้เขาคงตื่นมาพร้อมอาการปวดกล้ามเนื้อที่น่ารำคาญใจ เซ็ทเงยหน้ามองครอบครัวที่เหลืออยู่“อดัม ช่วยผมยืดเส้นหน่อย ไม่งั้นพรุ่งนี้ผมต้องปวดกล้ามเนื้อมากแน่ๆ”ผู้เป็นพ่อนึกไปถึงข้าวของกองโตที่ถูกวางเป็นระเบียบก็เข้าใจได้ในทันที กว่าจะเดินซื้อ กว่าจะขนมาอีกล่ะ มองดูหุ่นที่ยังผอมแห้งของลูกชายแล้วก็พลันรู้สึกปวดใจ รีบพยักหน้าตกลงอย่างรวดเร็วด้วยความเต็มใจอย่างยิ่ง“ได้ๆ เดี๋ยวพ่อจะช่วยนวดกล้ามเนื้อให้ด้วย”“ขอบคุณ”เซ็ทบอกขอบคุณอย่างไม่ตระหนี่คำพูด คำพูดที่ดีพูดบ่อยไม่เสียหาย การมีมารยาทจะทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น หากอีกฝ่ายนั้นเป็นมิตร ให้ผลประโยชน์หรือน่าเคารพคู่ควรแก่การอ่อนข้อให้ จะขอบคุณ ขอโทษ หรือการโอนอ่อนผ่อนตามเซ็ทสามารถทำได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าฝ่ายตรงข้ามคือศัตรู แม้แต่คำพูดดีๆ ก็อย่าได้หวังถึง“ไม่มีปัญหา เพื่อลูกได้เสมอ”แล้วพ่อก็กุลีกุจอลากลูกมาเล่นท่ายืดกล้ามเนื้อหลายๆ แบบบนเสื่อโยคะ พอยืดกล้ามเนื้อเสร็จอดัมก็ให้ลูกชายนอนกับพื้นแล้วเริ่มการนวด อดัมพึ่งรู้ว่าบ่าลูกชายทั้งแข็งทั้งตึง กว่าจะนวดให้คลายได้เล่นเอาซะเขาปวดนิ้วไปหมด หลังที่จับไปผอมบาง เหมือนบนร่างเป็นแค่หนังหุ้มกระดูก มองผ่านร่มผ้ายังมีรอยฟกช้ำจางๆ ทั้งยังมีรอยแผลเป็นเก่าๆ ที่ยังคงไม่จางหาย ก็ทำเอาอดัมแทบนวดไปร้องไห้ไปนวดไปนวดมาเซ็ทก็เผลอหลับคาเบาะโยคะ อดัมจึงละมือแล้วไปหยิบผ้าห่มมาคลุมร่างลูกชาย ผละเดินไปเปิดแอร์ให้นอนสบายๆ แล้วตัวเขาก็ปิดไฟในห้องก่อนจะเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงคำพูดอันแสนอ่อนโยน หวังว่าลูกชายจะหลับอย่างมีความสุข“...ฝันดีนะเซ็ท”

    'สิ่งที่พ่อแม่อยากเห็น คืออยากให้ลูกได้ดี'