ลมยามค่ำคืนพัดผ่านแนวต้นไม้ เสียงใบไม้เสียดสีกันดังเบาๆ แต่ในความเงียบสงัดนั้น หัวใจของเอลธารอสเต้นแรงกว่าปกติ
ชายในชุดคลุมดำยังคงยืนอยู่ที่ประตู เงาของเขาทอดยาวเข้ามาในห้อง ราวกับเป็สัญญาณว่าชีวิตของเอลธารอสกำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
“จงไปกับข้า เอลธารอส” ชายผู้นั้นกล่าว “ถึงเวลาแล้วที่เ้าจะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเอง”
เด็กชายมองขึ้นไปสบตาเขา ก่อนจะหันไปมองแม่ นางไม่ได้แสดงสีหน้าใหรือหวาดกลัว มีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่เหมือนรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะมาถึง
“แม่…” เอลธารอสเอ่ยเสียงเบา “ข้าควรไปหรือไม่”
แม่กุมมือเขาไว้แน่น ก่อนจะพยักหน้า “ลูกเกิดมาเพื่อบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าที่ลูกคิด” นางกล่าว “บางครั้ง… การค้นหาคำตอบคือสิ่งที่เราต้องทำเอง”
เด็กชายเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพยักหน้าตอบ
“ข้าจะไป”
ชายในชุดคลุมดำพยักหน้า “ดีมาก” เขาหันหลังกลับ ก้าวถอยออกไปจากกระท่อม ขณะที่หญิงสาวในชุดคลุมน้ำเงินเข้มเดินเข้ามาแทน
เธอยื่นห่อผ้าเล็กๆ ให้เอลธารอส “นี่คือของจากพ่อของเ้า”
เด็กชายมองเธออย่างใ “พ่อของข้า?”
“เขาให้เราส่งมอบสิ่งนี้ให้เ้าเมื่อถึงเวลา” หญิงสาวกล่าว “และคืนนี้คือเวลานั้น”
เอลธารอสรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงขึ้น เขารับห่อผ้ามาและค่อยๆ คลี่มันออก
ภายในนั้นมีสิ่งของอยู่เพียงหนึ่งเดียว—
แหวนสีเงินที่มีอัญมณีเรืองแสงประหลาดฝังอยู่ตรงกลาง
เมื่อปลายนิ้วของเขาััอัญมณี แสงเรืองรองก็พลันเปล่งออกมาอย่างอ่อนโยน
“นี่มัน…”
ชายในชุดคลุมดำหันกลับมา “ใส่มันซะ แล้วเราจะไปกัน”
เอลธารอสลังเลเพียงชั่วครู่ ก่อนจะสวมแหวนลงบนนิ้วของตนเอง ทันทีที่แหวนััผิวของเขา กระแสพลังบางอย่างก็ไหลผ่านร่าง คล้ายกับมีบางสิ่งที่หลับใหลอยู่ภายในตัวเขากำลังถูกปลุกขึ้นมา
แม่ของเขาลูบศีรษะเขาเป็ครั้งสุดท้าย “จงเป็ตัวของเ้าเองเสมอ เอลธารอส”
เด็กชายเงยหน้าขึ้น สบตาแม่อย่างหนักแน่นเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนจะก้าวออกจากประตูบ้าน
เบื้องหน้าของเขาคือป่ากว้างใหญ่ และเื้ัของเขาคือบ้านหลังเล็กที่เขาเติบโตมา
คืนนี้… เขาเดินออกไปเพื่อเผชิญหน้ากับโชคชะตาของตนเอง
และนี่คือจุดเริ่มต้นของการเดินทาง ที่จะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปตลอดกาล—