Chapter 9
ไม่ควรให้เธอแปดเปลื้อน
ณ นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ตกแต่งสไตล์ยุโรปโบราณ มีสวนกว้างอยู่นอกบ้านพร้อมกับสระว่ายน้ำและลานจอดรถที่เป็แบบสองชั้นพร้อมกับติดเครื่องปรับอากาศ รถคันหรูเรียงรายยี่สิบกว่าคันอยู่ภายในนั้นพร้อมกับคนดูแลเื่รถหรูโดยเฉพาะอีกประมาณสามคน
บรรยากาศด้านในของคฤหาสน์มีสาวใช้เดินสวนกันให้ควั่กมากกว่ายี่สิบคน ห้องครัวเองก็ทำอาหารครบสามเวลาคอยเสิร์ฟให้กับสมาชิกภายในครอบครัวเบอริอันต์
คฤหาสน์หลังนี้คือคฤหาสน์หลังหลักของตระกูลเบอริอันต์ คนที่อาศัยอยู่ก็คือฝาแฝดชายผู้เป็ทายาทในยุคปัจจุบัน
“แบรนดอน บลาเด็น ติดต่อน้องได้บ้างหรือเปล่าล่ะ?”
อาไบรอัน น้องชายของพ่อฝาแฝดเอ่ยถามขึ้นขณะนั่งร่วมโต๊ะอาหารกันอยู่ โต๊ะอาหารเป็โต๊ะขนาดยาวมีแจกันสีขาวสลักลายทองใส่ดอกลิลลี่สีขาวหอมฟุ้งเอาไว้อยู่กลางโต๊ะ อาหารมื้อนี้ถูกเสิร์ฟเป็สเต็กเนื้อชั้นดีพร้อมกับไวน์แดง
“เพิ่งติดต่อกันอยู่ได้เมื่อสักครู่นี้เองครับคุณอา เห็นว่ากำลังจะไปเที่ยวกับพวกเจสัน”
ผู้ที่เอ่ยตอบก่อนเป็แฝดน้อง บลาเด็น
“ผมกับบลาเด็นคิดว่าหากเสร็จงานล็อตนี้แล้วจะไปเยี่ยมหาน้องที่เมืองไทยด้วย ไปเที่ยวเล่นซะหลายวันไม่รู้ว่าติดใจอะไร”
แบรนดอน แฝดผู้พี่ที่กำลังหั่นชิ้นเนื้อสเต็กภายในจานของตัวเองเอ่ยเสียงทุ้ม เขาสามคนโตมาพร้อมกันจะรักและผูกพันฉันท์พี่น้องก็ไม่แปลกอะไร
“อืม ไปตามน้องก็ดีพ่อเองก็ไม่ไว้วางใจให้เที่ยวเล่นอยู่ไกลมือเรา ่นี้กำลังทำงานใหญ่”
บริกซ์ตั้น ประมุขใหญ่ของตระกูลเบอริอันต์เอ่ยขึ้นมา ใบหน้าหล่อคมที่แม้จะเหี่ยวแก่ไปตามอายุแต่ก็ยังคงดูดีแสดงให้เห็นว่าตอนวัยหนุ่มหล่อเหลาแค่ไหน และแน่นอนว่าแฝดชายได้หน้าพ่อมาเต็มๆ
“โบนิโตเซ็นต์เอกสารรับสินค้าจากเราล็อตใหญ่ คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าเราจะจัดส่งสินค้าล็อตนี้ผ่านทางเรือไปเทียบท่าที่สเปน”
บลาเด็นอธิบายเกี่ยวกับงานล่าสุดที่ตระกูลของเขากำลังทำ
“ชื่อไม่คุ้น เป็ลูกค้าใหม่ที่ตระกูลเราได้มาอย่างนั้นเหรอ ถึงเราจะจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าทางสเปนอยู่หลายล็อตแต่ไม่เคยได้ยินชื่อนี้เลย โบนิโต”
ไบรอันผู้เป็อาของสองแฝดขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อกับผมสีน้ำตาลเข้มที่แม้จะอายุเยอะตามพี่ชายแต่ความหล่อก็ไม่ได้ลดลงเลย เสียดายที่เขามีเพียงลูกสาวคนเดียวไม่ได้ส่งต่อความหล่อคมคายนี้ไปให้กับลูกชาย เพราะรู้ว่าการเป็ลูกของมาเฟียมันอันตรายจึงไม่คิดจะผลิตทายาทเพิ่ม แค่ดูแลบีน่าลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวก็ยากลำบากมากพออยู่แล้ว ก็ลูกสาวของเขานั้นดื้อจะตายใครก็ห้ามไม่ฟัง
“เดิมทีก็ไม่ใช่ลูกค้าของเราหรอกคุณอา มีคนส่งสินค้าให้โบนิโตเป็ประจำอยู่แล้วจากทางฝั่งลอนดอนประเทศอังกฤษ ตระกูลสเบอร์ตัน”
“สเบอร์ตัน? พ่อเคยได้ยินชื่อตระกูลนี้ แต่บ้านเราไม่เคยยุ่งเกี่ยวด้วยเพราะอยู่กันคนละทางไม่เคยทับเส้นกัน นี่อย่าบอกนะว่าลูกไปแย่งลูกค้าจากคนตระกูลนั้นมา?”
สีหน้าเป็กังวลเริ่มฉายขึ้นบนใบหน้าของบริกซ์ตั้นพ่อของสองแฝด ให้ลูกขึ้นมาบริหารงานตั้งใจจะไม่ให้ขัดขาใครเพื่อความปลอดภัยของชีวิตแต่เ้าลูกแฝดทั้งสองกลับเล่นพิเรนทร์ไปขัดขามาเฟียใหญ่ทางฝั่งอังกฤษโน่นซะได้
“อดีตไม่เคย ปัจจุบันก็เลยลองทับเส้นมันดู”
“อาว่าไม่ดีนะบลาเด็น ตระกูลเราไม่อยากจะบาดหมางกับใครไปมากกว่าที่เคยเป็แล้ว”
ไบรอันรีบขัดขึ้น เขากับพี่ชายพยายามประคองงานที่ส่งต่อมาจากรุ่นบรรพบุรุษโดยไม่ให้กระทบกับใครมากที่สุดเพราะสมัยตอนยังหนุ่มก็ล่อตีนมาเยอะ พอมารุ่นลูกก็อยากจะให้ทำอย่างไม่มีปัญหากับใครแต่นี่สองแฝดชายกำลังสร้างประเด็นใหญ่ ประเด็นระดับประเทศซะด้วย
“ไว้ใจพวกผมเถอะคุณพ่อคุณอา ยังไงงานนี้ไม่มีพลาดแน่นอน ไม่มีทางที่มันจะมาเล่นจุดอ่อนของตระกูลเราได้หรอก”
แบรนดอนว่าไปอย่างนั้น ใบหน้าหล่อแสยะยิ้มร้าย ใครจะมาทำอะไรพวกเขาได้ ไม่มีทางซะหรอกต่อให้เป็มาเฟียตระกูลใหญ่จากทางฝั่งอังกฤษก็เถอะ
“จุดอ่อนเดียวที่เรามีก็คือยัยน้องสาวตัวแสบ แต่ยัยบีน่าอยู่ประเทศไทยไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”
บลาเด็นสมทบกับแฝดพี่ เรียวปากคู่สวยหยักยิ้มร้าย ดวงตาคู่คมกลับเรียวเล็กเมื่อเขาได้ยิ้ม...
ทางด้านของบีน่า
ณ สวนแม่ฟ้าหลวง
“ว้าวๆ ดอกไม้สวยจังเลย”
คนตัวเล็กะโโลดเต้นดีใจไปมาเมื่อได้มาเที่ยวภายในสวนดอกไม้ที่มีดอกไม้ผลิบานนานาพรรณใน่ฤดูหนาวเดือนธันวาคมของประเทศไทย
ไม้ดอกไม้ประดับจากเมืองหนาวถูกปลูกลงบนผืนแผ่นดินไทยซึ่งเป็เมืองร้อน ดูแล้วช่างน่าอัศจรรย์ใจชวนให้ตื่นเต้น
สวนดอกไม้ประดับนานาพรรณ มีดอกไม้เมืองหนาวอย่าง ดอกชัลเวีย พิทูเนีย บีโกเนีย กุหลาบนอกจากนั้นยังมีไม้ยืนต้นและซุ้มไม้เลื้อยอีกมากมายให้ได้เดินดูเดินชม
“ซนเป็เด็กไปได้” น้ำเสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มหยักขึ้นที่มุมปากเมื่อเห็นท่าทีของบีน่าที่เดินชมดอกไม้ตรงนั้นทีตรงนี้ที
“ก็มันสวยนี่คะ ฉันชอบดอกไม้ที่สุดเลยนะคุณรู้ไหม”
ดวงหน้าสวยละมุนคลี่ยิ้มขึ้นพร้อมกับหันหลังมามองแอชตันที่เดินเอามือแกร่งล้วงกระเป๋ากางเกงขาสั้นสีดำเก่าซอมซ่อของเจสันเอาไว้
โทษทีนะเจสันที่เอากางเกงของนายให้ผู้ชายคนอื่นใส่.. เอาเป็ว่ากลับไปเดี๋ยวฉันจะซักให้คืนก็แล้วกัน บีน่าคิดในใจพร้อมกับหัวเราะคิกคัก หากเ้าบอดี้การ์ดหน้าโหดรู้ว่าเธอเอากางเกงของเขาให้ผู้ชายคนอื่นใส่คงจะว๊ากใส่เธออย่างแน่นอน ช่วยไม่ได้นี่อยากลืมถุงเสื้อผ้าเอาไว้เอง
“ก็สวยดี แต่ก็ไม่เห็นต้องตื่นเต้นขนาดนั้น”
คนตัวสูงกว่าเอ่ยไปเสียงทุ้มแต่ก็มองไปรอบๆพร้อมกับชื่นชมธรรมชาติที่แสนสวยงาม สายตาคู่คมสีน้ำตาลหม่นหันไปเห็นซุ้มไม้ขายน้ำผลไม้กับเค้ก
“หิวหรือยัง ไปแวะทานน้ำกับขนมตรงโน้นก่อนไหม”
เห็นว่าเดินทางกันมาั้แ่เช้าแต่ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องกลัวว่าบีน่าจะหิว ปกติอชิรวิชญ์ไม่ใช่คนนิสัยอย่างนี้เลย เขาไม่เคยใส่ใจใครแม้กระทั่งเมมายาเขาก็ไม่สนใจ แต่บีน่าคือข้อยกเว้นสำหรับเขา
“ก็เริ่มหิวแล้วค่ะ เราไปแวะทานน้ำกับขนมตรงโน้นก่อนก็ได้นะคะเดี๋ยวค่อยมาเดินเที่ยวกันต่อ”
“เดินเล่นไม่รู้จักเหนื่อยเลยรึไง เดินลงเนินขึ้นเนินน่าปวดขาจะตาย”
“ก็เพราะคุณแอชตันแก่แล้วน่ะสิก็เลยปวดขา ฉันไม่เห็นจะปวดอะไรเลยสักกะนิด”
พูดตามความจริงพร้อมกับวิ่งซอยเท้าโชว์ให้เขาดู คนตัวเล็กผมสีน้ำตาลประกายแดงยาวสลวยถึงกลางหลังพร้อมกับหน้าม้าซีทรูปรกด้านหน้า ชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงช้างและรองเท้าหัวโตสีขาวยอดฮิตในประเทศไทย ยิ่งทำท่าทีอย่างนั้นก็ยิ่งเรียกรอยยิ้มจากมาเฟียหนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษได้เป็อย่างดี
“ก็แก่กว่าแค่สองปีแหละวะ ไปกันเถอะร้านอยู่ตรงนั้น”
เขาทำทีไม่สนใจแล้วเดินล้วงกระเป๋ากางเกงสีดำซอมซ่อนำไปยังบูธขายน้ำส้มแท้ที่คั้นออกมาจากส้มสายพันธุ์ดีซึ่งปลูกอยู่บนดอย
“สะหวัดดีจ้าว เจิญจ้าว จะฮับอะหยังดีจ้าว?“
พนักงานสาวยิ้มหวานเอ่ยทักทายต้อนรับพร้อมกับเตรียมรับออเดอร์
ที่ร้านน้ำเป็บูธเล็กๆ ภายในซุ้มไม้พร้อมกับมีโต๊ะไม้สีน้ำตาลเข้มให้ได้นั่งเพื่อรับประทานอาหารและขนม
เค้กก้อนกลมขนาดสามปอนด์ถูกจัดวางในตู้โชว์กระจกทั้งหมดสี่ก้อน
“แอชตัน คุณอยากทานเค้กอะไรคะเดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง“
”หืม? ยังไม่มีงานทำแล้วจะมีเงินเลี้ยงฉันเหรอ?”
อ๊ะ นั่นสินะ... บีน่าเองก็ลืมคิดเื่นั้นไปเลยมัวแต่คิดว่าเค้กตรงหน้าน่ากินดีก็เลยอยากจะเลี้ยงเขา
“นั่นสิคะ...ฉันเองก็ไม่ค่อยมีเงินหรอก”
รีบหลุบตาต่ำกลัวว่าเขาจะจับผิดสังเกตได้ แต่โชคดีที่ตอนนี้แอชตันไม่ได้สนใจอะไรเพราะมัวมองเค้กในตู้แล้วหยักยิ้มขึ้นที่ริมฝีปากบางเบา
“เดี๋ยวฉันเลี้ยงเธอเอง มีเค้กอะไรบ้างครับ”
“มีเรดเวลเว็ทเค้ก เค้กส้มที่คัดน้ำจากส้มสายน้ำผึ้งแท้ เค้กแครอทแล้วก็เค้กกล้วยหอมจ้าว”
พนักงานสาวที่บูธขายของร่ายยาวพร้อมกับนำเสนอเค้กทั้งสี่หน้านี้
“ฉันอยากทานเค้กส้มค่ะ”
“เอาเค้กส้มกับเค้กแครอท แล้วก็ขอน้ำส้มคั้นสองแก้วครับ”
“ได้จ้าว คุณลูกก้าถ้าสักกำเน้อเ้า”
เขาสั่งอาหารให้เธอเสร็จสรรพ คงจะแวะทานอาหารเบาๆกันที่นี่และขับรถต่อไปยังหมู่บ้านผาฮี้ คืนนี้เขาจะพาคนตัวเล็กไปพักที่นอน
สองคนพากันเดินมานั่งที่โต๊ะไม้ซึ่งถูกจัดเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่ง กลางโต๊ะมีกระถางดอกไม้สีขาวอันเล็ก ดอกไม้ที่อยู่ในนั้นคือดอกคอสมอสสีชมพูเข้มสลับขาวดูแล้วสวยงามระรื่นตา ตากลมโตยิ้มหยีอย่างถูกใจ ที่บ้านสวนเองก็มีสวนกุหลาบอยู่รอบรั้ว บีน่าชอบดแกไม้มากจริงๆ
“ชอบดอกไม้ขนาดนั้นเลยเหรอ?” แอชตันที่นั่งอยู่ตรงข้ามเอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังมองกระถางดอกคอสมอสนั้นอย่างสนอกสนใจ ไม่เคยซื้อดอกไม้ให้ผู้หญิงคนไหนเลยไม่อาจรู้ได้ว่าผู้หญิงจะชอบดอกไม้กันถึงขนาดนี้ รึอาจจะเป็แค่เพียงบางคน? นัยย์ตาคู่สีน้ำตาลหม่นจ้องมองดวงหน้าเล็กอย่างนึกแปลกใจ บางทีมันก็เป็รายละเอียดเล็กๆที่เขาไม่รู้เหมือนกันว่าจะสนใจเธอไปทำไม รู้ตัวอีกทีดวงตาคู่คมนี้ก็ไม่อาจละสายตาออกไปจากดวงหน้าจิ้มลิ้มของบีน่าได้
“ชอบค่ะ ฉันชอบดอกไม้มาก” ดวงตากลมโตยิ้มหยีให้เขาพร้อมกับมองแก้วน้ำส้มที่ถูกวางลงบนโต๊ะ แก้วน้ำส้มผสมเนื้อส้มสายน้ำผึ้งถูกใส่ลงมาในแก้วพลาสติกสีใสมีน้ำแข็งอยู่เต็มแก้ว ตัวแก้วสกรีนตัวอักษรชื่อร้านเป็สีขาวพร้อมกับหลอดพลาสติกสีดำ
“น้ำส้มมาแล้วจ้าว”
พนักงานสาวในชุดผ้ากันเปลื้อนสีครีมยิ้มให้ลูกค้าที่นั่งอยู่อย่างเป็มิตรพร้อมกับวางจานเค้กทั้งสองชิ้นที่ถูกจัดใส่จานเล็กสีขาวลายดอกไม้สีแดงพร้อมกับช้อนส้อมสีเงินประกายวาวอันเล็กสำหรับทานเค้ก
“ขอบคุณค่ะ” มือเรียวกเล็กยกแก้วน้ำส้มขึ้นมาดื่ม
“อื้ม อร่อยสดชื่น ลองดื่มดูสิคะคุณแอชตัน”
ดื่มได้เพียงอึกเดียวก็ััได้ถึงความอร่อยของน้ำและเนื้อส้ม เป็น้ำส้มที่อร่อยที่สุดเท่าที่เธอเคยกินมาดเลย ของสดๆจากสวนมันดีแบบนี้นี่เองคนตัวเล็กคิดในใจ
“อืม...สดชื่นจริงด้วย”
คนตัวใหญ่ดื่มตามอย่างว่าง่าย ปกติเขาไม่เคยไว้ใจใครง่ายขนาดนี้มาก่อน เธอเป็คนแรกที่ทำลายกำแพงอันหนาตึ๊บนั้นทิ้งลงได้ เธอทำได้ยังไงกันนะบีน่า? ดวงตาคู่คมของมาเฟียที่แฝงไปด้วยเื่ทุกข์ใจในอกมากมายจับจ้องไปที่ความสดใสของคนตัวเล็ก
เธอดูสวย น่ารัก ไร้พิษภัย...แอชตันคิดว่าตัวเองไม่ควรเอาพิษร้ายไปแปดเปลื้อนเธอ ไม่ควรเลยแม้แต่น้อย