ตอนที่ 22 ความกลัวของสัตว์ร้าย
ลำแสงไฟหน้ารถกระบะคันเก่าสาดส่องสว่างวาบเข้ามาลอดรอยต่อของประตูม้วนเหล็กหน้าร้านซ่อมรถยนต์อย่างฉับพลัน แสงสีเหลืองนวลปนละอองสลัวกวาดผ่านช่องว่างแคบๆ ตัดตรงเข้าสู่ความมืดมิดภายในอู่อย่างกะทันหัน เสียงพายุฝนภายนอกยังคงพัดหวีดหวิวสลับกับเสียงหยดน้ำที่รั่วซึมจากสังกะสีตกลงกระทบพื้นปูนดังเปาะแปะ เชนสะดุ้งตัวโยนจนกล้ามเนื้อแผ่นอกหนาเกร็งตัวเขม็งตึงเครียด สัญชาตญาณดิบที่ฝังลึกในสายเืกระตุ้นเตือนให้เขารู้สึกถึงอันตรายยามวิกาลในเสี้ยววินาที ชายหนุ่มสลัดผ้านวมผืนหนาที่ห่มคลุมตัวออกพ้นกายทันที ร่างสูงใหญ่กำยำผุดลุกขึ้นยืนพรวดพราดโดยไม่รีรอ ฝ่าเท้าหนาใหญ่ก้าวข้ามร่างอวบอัดของรินที่กำลังนอนกอดก่ายอยู่บนฟูกนอนเก่าหนานุ่มด้วยความว่องไวและระมัดระวังเป็ที่สุดเพื่อไม่ให้ปลายเท้าของตนเหยียบย่ำหรือสะดุดโดนครรภ์นูนกลมของเมียรักที่กำลังหลับสนิท
ในเสี้ยววินาทีแห่งความตึงเครียดนั้น มือข้างหนึ่งของช่างใหญ่เอื้อมไปคว้าแป๊บเหล็กยาวหนาที่วางอยู่ข้างฟูกนอนอย่างว่องไว ััของท่อเหล็กเย็นเฉียบส่งผ่านความหนาวเย็นเข้าสู่ฝ่ามือสากกร้านที่ชุ่มเหงื่อบางๆ ปลุกความรู้สึกดุดันอันป่าเถื่อนในหัวใจให้อัดแน่นพร้อมที่จะฟาดฟันทุกคนที่บังอาจล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ปลอดภัยของเขา ส่วนมืออีกข้างที่ว่างอยู่รีบเอื้อมไปลูบกลุ่มผมและศีรษะของรินที่เริ่มขยับตัวตื่นตระหนกเพราะแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเข้ามา ชายหนุ่มลูบแผ่นหลังและไหล่มนผ่านผ้านวมผืนนุ่ม ค่อยๆ เกลี่ยไรผมที่ปกคลุมใบหน้าหวานสลัวรางของเธอเพื่อปลอบประโลมไม่ให้ขวัญเสีย ช่างใหญ่ก้มตัวลงไปกระซิบเตือนเสียงต่ำและแ่เบาชิดใบหูเล็กของเมียรักอย่างเด็ดขาดหนักแน่น
“นอนหมอบอยู่ตรงนี้เงียบๆ นะริน อย่าขยับไปไหนเด็ดขาด พี่จะไปดูหน้าบ้านเอง”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงความดุและหนักแน่นทำให้คนฟังยอมนอนนิ่งตามคำสั่ง เชนจ้องมองแววตาวิตกกังวลปนระแวดระวังและภาษากายของเมียรักที่กระชับผ้านวมเข้าหาตัว ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอที่เป่ารดฝ่ามือของเขาช่วยเรียกสติช่างหนุ่มให้กุมท่อเหล็กแน่นขึ้น ชายหนุ่มเบนสายตาคมกริบกวาดมองความมืดโดยรอบตัวก่อนจะขยับกายก้าวสืบเท้าไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบระแวดระวัง ชายหนุ่มเดินผ่านคราบฝุ่นบนพื้นและละอองน้ำฝนที่รั่วซึมหยดลงมาจากรอยต่อของหลังคาสังกะสีเก่า เสียงหยดน้ำตกลงกระทบฝาถังน้ำมันเปล่าดังแปะ แปะ คล้ายจังหวะเวลาที่กำลังนับถอยหลังสู่การปะทะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
เชนแฝงร่างสูงใหญ่กำยำที่ท่อนบนเปลือยเปล่าเข้าหาความมืดมิดบริเวณส่วนหน้าของอู่ซ่อมรถ สายตาคมกริบประดุจนักล่าจ้องตรงไปยังประตูกระจกหน้าร้านที่มีรอยร้าว ชายหนุ่มค่อยๆ แง้มผ้าม่านขาดวิ่นและขยับตัวชิดขอบประตูกระจกบานเก่าอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อจ้องมองผ่านบานกระจกฝุ่นจับหนาออกไปภายนอก อู่ซ่อมรถในยามไฟดับเช่นนี้เงียบสงัดปนเปกลิ่นน้ำมันไฮดรอลิกและกลิ่นสนิมเหล็กเข้มข้น ในอกซ้ายของช่างใหญ่เต้นกระหน่ำรัวเร็วราวกับลูกสูบเครื่องยนต์ดีเซลรอบจัดที่พร้อมจะะเิจากการทำงานเกินพิกัด หัวใจของเขาเดือดพล่านไปด้วยความกังวลว่าไอ้พวกนักเลงทวงหนี้หรือกลุ่มคนที่มีปัญหากับเขาในอดีตจะย้อนกลับมาราวีใน่เวลาที่เปราะบางที่สุด ่เวลาที่เขามีเมียรักท้องสี่เดือนต้องคอยปกป้องอยู่ข้างหลังเช่นนี้
แสงไฟสีส้มจากภายนอกอู่ซ่อมรถยนต์ท่ามกลางสายฝนที่ยังคงตกลงมาปรอยๆ ปรากฏเป็ร่างของรถกระบะคันเก่าผุๆ โทรมๆ สภาพปะผุสีถลอกรอบคันที่จอดนิ่งสนิทอยู่บนถนนดินลูกรังเลนโคลนหน้าร้าน ลำแสงสีเหลืองสลัวจากไฟหน้ารถคันนั้นส่องจับละอองฝนจนเห็นเป็สายยาว ทว่าแทนที่จะเป็กลุ่มวัยรุ่นท่าทางกักขฬะหรือชายฉกรรจ์ร่างั์ผู้มาเยือนยามวิกาลอย่างที่เชนกังวล หัวใจของชายหนุ่มพลันสะดุดกึกเมื่อประตูรถกระบะฝั่งคนขับถูกเปิดออกช้าๆ ร่างท้วมเตี้ยคุ้นตาของหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวเท้าลงมาพร้อมกับสวมหมวกยางกันฝนคลุมศีรษะ ในมือของเธอประคองตะกร้าพลาสติกใบโตสีแดงสดที่มีผ้าขาวบางห่อคลุมป้องกันเม็ดฝนเอาไว้อย่างมิดชิดรัดกุม
นั่นคือป้าสาย หญิงข้างบ้านวัยห้าสิบกว่าที่เป็เพื่อนบ้านแสนดีของอู่ซ่อมรถนี้มาั้แ่สมัยที่พ่อของเชนยังอยู่คอยหยิบยื่นน้ำใจและของกินให้ครอบครัวของเขาเสมอมา
เชนพรั่งพรูถอนหายใจยาวเหยียดระบายเอาความอัดอั้นและแรงกดดันมหาศาลออกจากทรวงอก เสียงถอนใจเหนื่อยอ่อนของเขาดังกลบเสียงลมหนาวที่พัดหวีดหวิวลอดช่องสังกะสีหลังคา ชายหนุ่มคลายแรงบีบที่กุมท่อแป๊บเหล็กยาวลงช้าๆ ความตึงเครียดที่ทำเอาเส้นเืขมับโปนปูดเมื่อครู่ค่อยๆ จางหายไป ชายหนุ่มวางท่อแป๊บเหล็กยาวหนาลงบนโต๊ะเครื่องมือโลหะข้างประตูเหล็กม้วนเสียงดังแกรกเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปปลดล็อกกลอนประตูม้วนเหล็กที่ทั้งหนาและหนักแล้วใช้พลังแขนแกร่งยกขึ้นเพียงครึ่งทางเพื่อให้พอเดินผ่านออกไปได้โดยไม่ส่งเสียงดังรบกวนบ้านใกล้เรือนเคียงมากจนเกินไป
กลิ่นอายดินเปียกฝนและสายลมชื้นะเืพัดกรรโชกเข้ามาปะทะผิวกายหนาของช่างใหญ่จนขนลุกชัน ทว่าความอบอุ่นในใจกลับเริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเขาเห็นหน้าเปื้อนยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความโอบอ้อมอารีของป้าสายที่ยืนอยู่ใต้ชายคาหน้าร้าน ป้าสายยื่นตะกร้าพลาสติกอุ่นๆ ส่งให้เชนพลันกล่าวทักทายเสียงเบาเพื่อไม่ให้รบกวนความเงียบสงัดของละแวกบ้านยามดึกสงัด
“อ้าวเชน ป้าเห็นที่อู่แกไฟดับมืดตื๋อมาั้แ่่เย็นแล้ว พายุฝนมันเทลงมาหนักขนาดนี้ป้าเลยคิดว่าทั้งน้ำทั้งไฟฝั่งแกคงจะขาดหมด แล้วยิ่งรินกำลังท้องกำลังไส้ด้วย คงจะหาซื้อของกินลำบากน่าดู ป้าเลยทำแกงส้มร้อนๆ กับข้าวเหนียวหมูปิ้งอุ่นๆ มาฝากเนี่ย รีบเอาเข้าไปกินข้างในเถอะนะหลาน เดี๋ยวจะเย็นชืดเสียก่อนป้าเป็ห่วงคนท้องน่ะ”
เชนยืนนิ่งอึ้งในความมืดสลัว ความรู้สึกตื้นตันใจแล่นพล่านจนลำคอแห้งผาก ชายหนุ่มยื่นมือทั้งสองข้างที่สากกร้านและเปื้อนคราบเขม่าสีดำไปรับตะกร้าอุ่นระอุใบนั้นมาถือไว้ด้วยความทะนุถนอม ััความร้อนจากอาหารปิ่นโตข้างในช่วยเติมเต็มหัวใจที่เคยว้าเหว่และดุดันของเขาให้อ่อนโยนลงอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณเพื่อนบ้านแสนดีด้วยความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้งที่คอยเป็ห่วงเป็ใยพวกตนเสมอมา
“ขอบคุณป้าสายมากๆ ครับที่อุตส่าห์หอบหิ้วของกินมาให้กลางดึกฝนตกแบบนี้ รินเค้าก็นอนพักอยู่ด้านในครับ ไฟดับทำเอาพวกผมมืดกันไปหมด โชคดีที่ได้ของกินจากป้าช่วยไว้แท้ๆ ครับผม”
“ไม่เป็ไรหรอกเชน คนบ้านใกล้เรือนเคียงกัน มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันสิ ดูแลเมียแกให้ดีๆ ล่ะรินเค้าผิวบาง หน้าตาหมดจด คลอดลูกออกมาต้องน่ารักน่าชังแน่ๆ ป้ากลับก่อนนะ ฝนเริ่มจะลงเม็ดหนาอีกรอบแล้วล่ะ” ป้าสายยิ้มให้ก่อนจะดึงหมวกกันฝนคลุมหัวแล้วเดินเร็วๆ กลับไปขึ้นรถกระบะคันเก่า เสียงสตาร์ตเครื่องยนต์คำรามดังสะท้อนก้องก่อนที่ล้อรถจะค่อยๆ เคลื่อนตัวบดเลนดินลูกรังและขับหายลับไปในความสลัวรางของถนนสายหลักทิ้งให้อู่กลับคืนสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
เชนก้าวกลับเข้ามาในตัวอู่ ดึงประตูม้วนเหล็กลงมาปิดล็อกแ่าเหมือนเดิม ความมืดมิดและความเงียบสงัดคลี่คลายเข้าปกคลุมบรรยากาศในร้านซ่อมอีกครั้ง ชายหนุ่มวางตะกร้าของกินอุ่นๆ ไว้บนโต๊ะซ่อมเหล็ก ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ ทรุดกายนั่งลงกับพื้นปูนเย็นเฉียบ แผ่นหลังหนากว้างที่มีรอยแผลเป็ประปรายพิงเข้ากับผนังปูนเก่าคร่ำคร่า ความเย็นะเืของคอนกรีตัักับผิวเนื้อร้อนผ่าวปะปนกับหยาดเหงื่อที่เหนียวเหนอะหนะจากอารมณ์ระทึกขวัญที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่ใหญ่
ท่ามกลางความสลัวรางและเสียงเม็ดฝนตกลงกระทบสังกะสีหลังคาดังเปาะแปะ เชนยกมือหนาใหญ่สองข้างของตนเองขึ้นมาดูในความมืดสลัว นิ้วมือที่หยาบหนาจากการจับประแจหนัก ค้อนเหล็ก และน้ำมันเครื่องคราบดำ มือข้างนี้แหละที่เพิ่งพร้อมจะปลิดชีวิตและทุบทำลายผู้อื่นเพื่อป้องกันตัวและรักษาอาณาเขต ชายหนุ่มพรั่งพรูความอัดอั้นตันใจระบายความกังวลลึกๆ ในอกที่สะสมมานาน ความกลัวที่เกาะกุมจิตใจของเขาไม่ใช่ความกลัวศัตรูภายนอก แต่เป็ความกลัวสัตว์ร้ายตัวหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในสายเืและสัญชาตญาณของตัวเอง
เขากลัวสัญชาตญาณดิบเถื่อนโผงผางที่มักจะกระตุ้นเตือนให้อยากปะทะและใช้กำลังตัดสินปัญหา ความบ้าดีเดือดที่พร้อมจะะเิออกทุกเมื่อยามที่เขารู้สึกว่าคนรักหรือลูกในครรภ์โดนคุกคาม ชายหนุ่มจ้องมองมือที่เปื้อนคราบเขม่าสีดำพลางคิดกังวลในอก คนหยาบกระด้างที่คลุกคลีอยู่กับเหล็กผุๆ น้ำมันเครื่องสกปรก และมีชีวิตที่เสี่ยงอันตรายอย่างเขา จะสามารถทำหน้าที่พ่อและสามีที่ดีได้จริงๆ หรือ? ความดิบชื้น ความรุนแรงที่แฝงอยู่ในสภาพแวดล้อมป่าเถื่อนของอู่ซ่อมรถแห่งนี้จะกลายเป็สิ่งย้อนกลับมาทำร้ายรินและลูกน้อยตัวเล็กๆ ที่แสนเปราะบางในท้องของเธอในค่ำคืนนี้หรือวันข้างหน้าหรือไม่
ความหวาดกลัวต่อสิ่งไม่คาดฝัน ความคิดสับสนฟุ้งซ่านแล่นพล่านจนทำให้หัวใจของช่างใหญ่หนักอึ้งและเต้นไม่เป็ส่ำ ความอ้างว้างในจิตใจแล่นริ้วเข้ามาจนร่างกายของเขาเริ่มหนาวสั่นแม้ผิวเนื้อจะยังคงร้อนผ่าวก็ตาม เขาไม่เคยรู้สึกกลัวอะไรเท่านี้มาก่อน แม้แต่ตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมากกว่าหรือตอนที่ต้องต่อสู้กับพวกมีสีเขาก็ไม่เคยหวาดหวั่น ทว่าตอนนี้การมีอยู่ของสองชีวิตที่เขาต้องรับผิดชอบกลับทำให้เขากลัวสัญชาตญาณบ้าดีเดือดของตัวเองอย่างที่สุด กลัวว่าความรุนแรงดั่งเหล็กกล้าที่แฝงอยู่ในตัวเขาจะพลั้งเผลอทำลายความอ่อนโยนของเมียรักและลูกในครรภ์ที่เปรียบเสมือนสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขา
ย้อนนึกไปถึงวันเก่าๆ ที่ชีวิตของเขาเคยจมปลักอยู่กับการชกต่อยและการแก้แค้น มือคู่นี้ผ่านการปะทะทำร้ายผู้อื่นมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ความหลังที่แสนดุร้ายและกลิ่นอายคุกตารางที่เคยเฉียดใกล้ทำให้เขารู้สึกรังเกียจความหยาบช้าในสัญชาตญาณดิบของตนเอง ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ความนึกคิดที่เตลิดเปิดเปิง พยายามบอกตัวเองให้มีสติเพื่อปกป้องสองชีวิตที่รักที่สุดไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือนแม้แต่น้อย
ทว่าในขณะที่เชนนั่งก้มหน้านิ่งจมอยู่ในห้วงความคิดที่แสนมืดมน ลมหายใจของเขาพลันสะดุดเมื่อััได้ถึงฝีเท้าแ่เบาที่ก้าวเดินผ่านแผ่นไม้กระดานเก่ายามค่ำคืน กลิ่นแป้งอ่อนๆ ที่เพิ่งชโลมทาหลังชำระล้างร่างกายชื้นเหงื่อลอยมาแตะจมูกสาก ร่างเนียนอุ่นที่อวบอิ่มของรินซึ่งนุ่งเพียงผ้าห่มผืนนุ่มพันรอบตัวเดินเข้ามาใกล้ ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าซ้อนแผ่นหลังอิงแอบแนบอกกว้างของชายหนุ่ม สองแขนเรียวบางเลื่อนไปโอบกอดรอบลำคอและไหล่หนาของเชนเอาไว้แน่น ใบหน้าหวานของเธอซบลงกับซอกไหล่กว้างบดเบียดแผ่นหลังแกร่งด้วยความห่วงใยเต็มเปี่ยม ััอุ่นเนื้อนุ่มจากครรภ์สี่เดือนที่เบียดดันแผ่นหลังหนาและเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเมียรักทำให้เขาสะดุ้งน้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เคยตึงแน่น อารมณ์ดิบป่าเถื่อนที่เคยเดือดพล่านจนอยากฟาดฟันทำลายล้างเมื่อครู่ถูกสะกดกลั้นไว้อยู่หมัดด้วยความอ่อนโยนจากอ้อมกอดนี้ ราวกับหยาดน้ำเย็นชโลมสยบสัตว์ร้ายในตัวเขาให้เชื่องซึมลงได้ในชั่วพริบตา
เชนเอื้อมมือสากไปกุมมือเรียวบางของรินที่โอบรอบคอไว้แน่น ชายหนุ่มพลิกกายกว้างของตนหันกลับมาประจันหน้า ประคองร่างอวบอัดของเมียรักขึ้นมาแนบอกกว้างอย่างทะนุถนอมประหนึ่งแก้วตาดวงใจ ก้มลงพรมจูบแ่เบาที่หน้าผากมนและแก้มขาวนวลชื้นเหงื่อสลัวราง ชายหนุ่มสบประสานสายตากับแววตาหวานฉ่ำที่ไร้ซึ่งความระแวงในความกักขฬะของเขา ก่อนจะเอ่ยคำสัญญาด้วยเสียงทุ้มต่ำพรั่งพรูความรู้สึกจริงแท้จากก้นบึ้งของหัวใจเพื่อตอกย้ำให้รินมั่นใจและเตือนสติตนเองไปพร้อมกัน
“ริน... พี่สัญญานะเมียรัก พี่จะดูแลรินกับลูกให้ดีที่สุด พี่จะควบคุมสัญชาตญาณบ้าดีเดือดดิบเถื่อนของตัวเองให้ได้ จะไม่ยอมให้ความป่าเถื่อนรุนแรงของพี่เข้าไปทำร้ายหรือสร้างอันตรายให้รินกับลูกเด็ดขาด พี่จะกอด จะปกป้องครอบครัวของเราไว้ด้วยชีวิตของช่างยนต์คนนี้ พี่รู้ตัวว่าพี่หยาบกระด้าง บางครั้งก็บ้าพลังจนน่ากลัว แต่พี่สาบานด้วยเกียรติของหัวใจช่างซ่อมเลยว่าจะไม่มีวันเอาสัญชาตญาณดิบเถื่อนพวกนั้นมาใช้กับเมียและลูกรักของพี่เลยเด็ดขาด รินเชื่อใจพี่นะคนดี”
รินซบใบหน้าหวานกับแผ่นอกหนา สองมือบางกุมไหล่กว้างกึ่งปลอบโยนกึ่งยอมรับคำมั่นสัญญา สองร่างเคียงคู่กันภายใต้ผ้านวมผืนใหญ่ที่เชนดึงขึ้นมาห่มคลุมกันความชื้นละอองฝน ช่างใหญ่เลื่อนฝ่ามือหนากร้านเลื่อนลงต่ำ ลูบไล้หน้าท้องกลมนูนสี่เดือนของรินอย่างแ่เบาอบอุ่น รับรู้ถึงชีวิตน้อยๆ ที่เติบโตข้างใน ชายหนุ่มจ้องสบตากับเมียรักอีกครั้งก่อนกระซิบความตั้งใจถัดไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและนอบน้อมที่สุดเพื่อแสดงความใส่ใจในชีวิตน้อยๆ ที่กำลังจะเกิดมาลืมตาดูโลกในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
“พรุ่งนี้เช้า พอสว่างแล้ว พี่จะพารินไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลนะ ไปตรวจครรภ์สี่เดือนและตรวจดูความสมบูรณ์แข็งแรงของเ้าตัวเล็กในท้องด้วยกัน จะได้แน่ใจว่าลูกของเราปลอดภัยดีไม่มีเื่น่ากังวลอะไร พี่อยากเห็นลูกแข็งแรงและเติบโตขึ้นมาในที่ที่ดีที่สุด เท่าที่ช่างจนๆ อย่างพี่จะหาให้ได้ พี่อยากแน่ใจว่าครรภ์ของรินปกติสุขดีและลูกน้อยไม่มีปัญหากระทบกระเทือนอะไรจาก่พายุฝนและสภาพอู่แบบนี้”
รินพยักหน้ารับช้าๆ พลันซบใบหน้าเรียวมนลงกับบ่ากว้างเพื่อเป็การตกลงตามแผนการที่วางไว้ ช่างใหญ่กอดกระชับร่างอวบอัดของเมียรักไว้แนบเนื้อเพื่อส่งผ่านความรักและความอบอุ่นปลอบประโลมความรู้สึก ทว่าสายตาของเชนที่ทอดมองออกไปท่ามกลางช่องหน้าต่างที่มืดมิดภายนอกร้านซ่อมยังแฝงแววกังวลลึกๆ ถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและการเดินทางไปโรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้ว่าจะผ่านพ้นไปด้วยดีหรือไม่...
(โปรดติดตามตอนต่อไป)