เธอพูดห้วนๆ กับเพื่อนรักไปว่า “ไหนมึงบอกว่าลาป่วยวันเดียว”
“ใช่ วันนี้ลาป่วย พรุ่งนี้ลากิจแหง่”
“เจริญล่ะเพื่อนกู อย่าให้กูเห็นว่ามึงนั่งเศร้าเหมือนตอนเช้าอีกนะ ไม่งั้นกูจะไปจัดการกับแฟนมึงแน่ ชอบทำให้เพื่อนกูทุกข์ใจดีนัก”
ชามทำหน้าซึ้ง “ไลลา มีมึงกับอีดาวนี่แหละที่เป็ห่วงกูที่สุด มากกว่าแม่กูอีก ดูสิ เที่ยวครบทุกประเทศละมั่ง”
แม่ของชามที่กำลังจิกชานั่งชมทิวทัศน์อยู่อย่างสบายใจ จู่ๆ ก็เกิดอาการสำลักน้ำชาขึ้นมาซะงั้น “ใครนินทาเราเนี่ย”
ณ วัดแห่งหนึ่ง หญิงสาวมองยอดหลังคาวัด ก่อนที่จะลดสายตาลงมองหน้าหมอชิน เธอไม่คิดเลยว่าเดทแรกของเธอคือการมาเที่ยววัด ช่างแตกต่างไปจากที่เธอคิด
“มาวัดเหรอคะ” อีกฝ่ายเอ่ยตอบพร้อมยิ้มน้อยๆ
“เราจะไปอีกทีหนึ่งครับ แค่ต้องมาแวะไหว้พระขอพรให้การเดินทางขึ้นเขาของเราปลอดภัย” มือหนึ่งชี้ไปยังเขาสูงที่อยู่เลยหลังวัดไปอีก ไม่น่าละเขาถึงให้เธอแต่งตัวเดินป่าเพราะต้องปีนเขานี้เอง
“เราจะไหวไหมเนี่ย เขาสูงลิ่วเลย”
เขาหัวเราะ “เราจะขับรถไปพร้อมกับเ้าหน้าที่ ้าวิวสวยมาก คุณชามน่าจะชอบ” เธอโล่งอกทันที นึกว่าต้องได้เดินขึ้นไปซะแล้ว
ระหว่างทางขึ้นเขามีแต่ทางลูกรังที่ต้องขับขึ้นไปอย่างทุลังทุเล สองข้างทางเป็ป่าทึบ ขับไปได้สักพักก็ถึงอุทยานรอบล้อมไปโดยป่าไม้เขียวขจี และนักท่องเที่ยวมากมาย หญิงสาวตื่นตาตื่นใจกับธรรมดาที่เห็น
“ไม่คิดว่าที่นี้บรรยากาศจะดีขนาดนี้”
“ยังมีที่ที่สวยกว่านี้อีก เดี๋ยวพวกเราสองคนเดินขึ้นไป”
“ต้องเดินขึ้นเขาเหรอคะ”
“ครับ แต่เขาไม่ชันมากเท่าไหร่ เดินขึ้นไปแปบเดียวก็ถึงแล้ว ตามผมมา”
พวกเขาเดินมาหยุดอยู่ทางเข้าน้ำตก มันไม่ได้เป็ทางลูกรังเหมือนขาเข้าอุทยาน แต่ทางที่เดินเข้าไป มันก็เหมือนกับการเดินขึ้นเขาลูกเล็กลูกหนึ่ง แค่เห็นชามก็รู้สึกท้อใจ
“ไขมันที่ฉันสะสมมาจะสลายก็คราวนี้แหละว่ะ”
ชายหนุ่มหัวเราะกับคำพูดคำจาที่ตลกของเธอ “ไปกันเถอะครับ”
เดินไปได้ไม่เท่าไหร่หญิงสาวก็หอบแฮกๆ พวกเขาให้เวลาอยู่นานกว่าจะเดินถึงน้ำตก
ความเหนื่อยล้าทั้งหมดของหญิงสาวได้มลายหายไปเมื่อเห็นน้ำตกที่งดงามตระการตา น้ำใสไหลเย็น ในธารน้ำมองเห็นฝูงปลาน้อยแหวกว่าย ต้นไม้ที่ดูร่มรื่นเย็นสบาย ประดับประดาไปด้วยโขดหินน้อยใหญ่มันคือความงดงามของธรรมชาติที่จัดสร้างขึ้น เขาเห็นเธอตื่นตาตื่นใจก็พลอยดีใจไปด้วย เพราะเขาก็ไม่เคยออกเดทกับใครและไม่รู้ว่าต้องพาไปเดทที่ไหน ถึงได้เลือกพามาในที่ที่ตัวเองชอบ
“ชอบไหมครับ”
“ชอบค่ะ ชอบมาก ไม่คิดว่าบนเขาสูงๆ จะมีความสวยงามซ่อนอยู่ขนาดนี้”
แต่แล้วในระหว่างที่พวกเขากำลังซึมซับกับความงามของธรรมชาติอยู่นั้น มีเสียงนกร้องจิ๊บๆ ดังมาจากอีกฟากของน้ำตก สัญชาตญาณความรักสัตว์ของคนทั้งคู่วิ่งลุกน้ำข้ามไปอีกฝั่ง พวกเขาแยกกันตามหาต้นเสียง จนชามเห็นนกน้อยที่ยังบินไม่ได้ร้องจิ๊บๆ อยู่บนพื้น เธออุ้มลูกนกด้วยสองมือ มองขึ้นไปบนต้นไม้ เห็นรังของลูกนกเสียบอยู่ข้างกิ่งไม้ เธอพยายามปีนป่ายขึ้นไป้าเพื่อส่งลูกนกกลับคืนรัง จังหวะเดียวกันที่หมอชินเห็นเข้าพอดี เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะเป็คนอ่อนโยนและรักสัตว์เหมือนเขา มุมปากพลันยกยิ้มขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“คุณหมอค่ะ ชามเจอลูกนกคะ” เธอที่กำลังโบกไม้โบกมืออยู่บนต้นไม้ เหมือนเด็กซน
“ระวังนะ มันลื่น” ไม่ทันสิ้นเสียงก็พลัดตกลงจากต้นไม้ “โอ๊ย!”
ชายหนุ่มรีบวิ่งไปหาเธอทันที “คุณเป็อะไรมากไหม” พลางก้มมองดูแผลที่เข่าอย่างเป็ห่วง
หญิงสาวพูดหยอกล้อไป “แผลเก่าพึ่งหาย แผลใหม่มาอีกแล้วค่ะหมอ”
หน้าตาเขาดูจังจริงจนเธอหัวเราะไม่ออก แต่เธอก็ดีใจเพราะความรู้สึกมันบอกว่าเขาเป็ห่วงจริงๆ
ดวงตาทอประกายของเธอจ้องมองที่หน้าเขาอย่างยิ้มไม่หยุด ในใจพูดกับตัวเองว่า “นี้คงเป็เดทแรกที่ฉันไม่มีวันลืม เพราะมันทำให้ฉันรู้ว่าอย่างน้อยคุณก็เริ่มรู้สึกดีกับฉันมาบ้างแล้ว โดยที่ฉันไม่ต้องใช้พรวิเศษอะไรเลย ถึงแม้พรวิเศษจะไม่ได้เื่ในบางครั้งก็เถอะ”
“อ้าว!” นางฟ้าและปีศาจที่มองคนทั้งสองสวีทกันร้องอุทานขึ้นมา เพราะพวกเธอสามารถได้ยินเสียงที่ชามพูดกับตัวเองในใจ