“นางฟ้าเธออยู่หรือเปล่า”ยิ้มเรียกหานางฟ้าประจำตัวของเขาพร้อมกับกวาดตาไปรอบที่ใหญ่โตและเงียบเชียบไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
“เรียกข้าหรือ”เสียงของนางฟ้าดังขึ้นยิ้มพยายามมองถามที่มาของเสียง“เธออยู่ที่ไหน”ยิ้มเดินไปรอบๆห้องเพื่อหาตัวนางฟ้า
“ข้าก็อยู่ที่นี่เ้ามีอะไรรึ เ้าอยากได้พรข้อต่อไปใช่ไหม”เสียงของเธอนั้นแหบพร่าและเหนื่อยอ่อนไม่ดูสดใสเหมือนครั้งแรกๆยิ้มหันไปทางตู้เสื้อผ้าที่อยู่ข้างๆเหมือนว่าเสียงของเธอจะดังมาจากข้างใน“ทำไมเสียงเธอเป็แบบนั้น”เขาสืบเท้าเข้าไปหาตู้เสื้อผ้าช้าๆ“เธอเป็อะไรไหม” เขาถาม“ปะ เปล่า ข้าไม่ได้เป็อะไรหรอก”เธอพูดเสียงสั่น
ยิ้มกระชากตู้เสื้อผ้าให้เปิดออกนางฟ้าสะดุ้งด้วยความกลัวและหลบเข้าไปในส่วนมืดของตู้ที่แออัดไปด้วยเสื้อผ้าราคาแพงจำนวนมากยิ้มผงะถอยออกมาจากตู้
“เธอเป็อะไรของเธอ”
“เปล่าไม่มีอะไรหรอก เ้าอยู่ข้างนอกนั่นแหละไม่ต้องเข้ามาหาข้าหรอก”ยิ้มรู้สึกไม่สบอารมกับการกระทำแปลกๆของเธอเขาสืบเท้าเข้าไปในตู้ก่อนจะดึกเสื้อที่ขวางหน้าออกมา
“ดะเดี๋ยวอย่า!”นางฟ้าะโออกมาั์ตายิ้มเบิกกว้างหัวใจกระตุกเมื่อเขาเห็นว่านางฟ้าประจำตัวของเขานั้นไม่มีแสงระยิบระยับตามตัวเหมือนเมื่อก่อนร่างกายของเธอซูบผอมขนนกที่ปีกร่วงโรยราวกับใบไม้แห้งผมยาวกระเซอะกระเซิงขอบตาดำคล้ำเหมือนคนอดนอน“ข้าไม่อยากให้เ้าเห็นข้าในสภาพนี้”เธอกอดขาให้ตัวขดเข้าไปชิดกับผนังตู้
“ทำไมเธอถึง” เขาถามเสียงสั่นไม่เชื่อกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
“แฮะๆอาจเพราะว่าข้ามาอยู่โลกมนุษย์นานเกินไปกระมังร่างกายข้าคงกำลังปรับตัวอยู่”เธอตอบ “อย่ามาล้อเล่นนะ!”ยิ้มตะคอกใส่เธอ“เธอมีอะไรที่ไม่ได้บอกฉันหรือเปล่า”ยิ้มถามเขามองกดลงมาที่นางฟ้าเหมือนกับเหยี่ยวมองลูกนกที่ตกจากรัง
“ไม่มีอะไรจริงๆข้าแค่อยากมาดูเ้าว่า…เป็ยังไงบ้างก็เท่านั้น”เธอพยายามยิ้มให้เขาเหมือนกับเมื่อก่อนใบหน้าของเธอดูซีดเซียวหนังตาตกลงมาครึ่งหนึ่งราวกับเธอพร้อมจะหลับได้ตลอดเวลา
“เพราะแบบนี้หรอเธอถึงไม่ยอมมาให้ฉันเห็น”ยิ้มถอนหายใจพลางนั่งลงข้างๆนางฟ้าที่น่าสงสาร“ข้าคอยดูเ้าอยู่ข้างๆตลอดเวลาแต่ข้าเห็นเ้าเองก็กำลังมีความสุขข้าเลยไม่อยากเข้าไปขัดจังหวะเ้าไง”เธอตอบเสียงยานเอื่อยเฉื่อยแต่ยังส่งยิ้มกลับมาให้เขาทุกครั้ง
ยิ้มรู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนั้แ่ที่เขาได้เจอกับนางฟ้าประจำตัวของเขาพร้อมกับความรู้สึกผิดอยู่ในใจลึกๆที่เขาได้ดีจนลืมไปว่าคนที่ให้ทุกสิ่งกับเขากำลังลำบาก“ขอบคุณเธอมากนะ” ยิ้มพูด
“เื่อะไรรึ”เธอดันหลังพิงผนังอย่างยากเย็นยิ้มเอื้อมมือไปพยุงเธอแต่มือของเขาก็ทะลุผ่านตัวเธอไป“ที่ทำให้ฉันได้ทุกอย่างที่้าไง”รอยยิ้มอิ่มเอมแห่งความสุขปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนางฟ้าผู้เหนื่อยล้า“นี่ ั้แ่เรารู้จักกันฉันยังไม่รู้ชื่อเธอเลยเธอมีชื่ออยู่ใช่ไหม”
“แหม่นางฟ้าก็มือชื่อเหมือนกันนะ”เธอตอบ “ข้าชื่อว่า เซเรน”เธอส่งยิ้มให้เขา
“ฉันชอบชื่อของเธอจัง”เขายิ้มตอบเซเรนหน้าแดงระเรื่อจนเห็นได้ชัดตัดกับผิวอันซีดเผือดของเธอยิ้มจ้องมองไปยังดวงตาที่ใกล้ปิดของเซเรนถึงแม้ว่าจะไม่เห็นทั้งหมดแต่เขาเห็นว่าตาของเธอนั้นสวยงามขนาดไหนดวงตาสีเขียวราวกับมรกตภายใต้เปลือกตาอันหย่อนยานทำให้ดูไม่ออกว่าเธอกำลังมองไปทางไหนแต่เขารู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังมองเขาอยู่อย่างนั้นตาไม่กระพริบมาั้แ่แรก
“เซเรน”ยิ้มเรียก “หืม” เธอหันหน้ามาหาเข้าช้าๆ
“ตอนนี้ฉันมีความสุขมากเลยนะ”เซเรนพยายามยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยแรงที่น้อยนิด“ถ้าการอยู่ดูฉันที่นี่มันทำให้เธอต้องเป็แบบนี้ฉันอยากให้เธอ…” เขาหยุดไป
“ทำไมหรอ?”นางฟ้าถาม“ถ้ามันทำให้เธอต้องลำบากเธอกลับ์ก็ได้นะฉันอยู่ได้” บังเกิดความเงียบขึ้นมากะทันหันเซเรนยังจ้องมองยิ้มไม่ขยับริมฝีปากเธอเผยอเหมือนว่าจะพูดแต่เธอกลับพยักหน้ายิ้มให้เขาเหมือนเดิมโดยไม่พูดอะไร
ยิ้มดูนาฬิกาข้อมือเป็เวลาสี่ทุ่มแล้วเขายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยั้แ่ตอนเย็น
“เซเรนเดี๋ยวฉันไปหาอะไรกินก่อนนะไว้เจอกันใหม่ตอนที่เธอหายดีแล้วนะ”เซเรนพยักหน้าให้เข้าค่อยๆก่อนที่ยิ้มจะลุกเดินออกจากห้องไปปล่อยให้เธออยู่ในตู้เสื้อผ้าเพียงลำพัง
หลังจากวันนั้นมายิ้มก็ไม่เห็นเซเรนอีกเลยแต่ว่ายิ้มก็ยังรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรบางอย่างเหมือนเดิมเขาเลื่อนหน้าเฟสบุ๊คคอมดูอะไรเรื่อยเปื่อยเขาเห็นรูปของนุ่นอยู่กับผู้ชายคนอีกคนทำให้เขาคิดถึงวันที่เขากับนุ่นได้เจออกันอยู่ที่ไร่องุ่นกินข้าวด้วยกัน มีความสุขกันตลอดทั้งคืนตอนนี้นุ่นมีผู้ชายคนใหม่ไปแล้วเธอไม่คิดถึงเขาบางเลยหรือทั้งที่เขาเองก็เป็คนที่มีชื่อเสียงและเงินทองมากมายยิ้มนั่งถอนหายใจพลางเลื่อนดูรูปนุ่นกับแฟนใหม่ของเธอ
หรือว่าจริงๆแล้วสิ่งที่ยิ้ม้านั้นคือความรักเขาอยากมีใครสักคนที่คอยอยู่ข้างๆคอยยินดีกับความสำเร็จของเขาไม่ทิ้งเขาไปไหนซึ่งเป็สิ่งทีพ่อแม่ของเขานั้นทำได้ไม่ดีนักแต่เพราะยิ้มอยากให้พวกเขาทำให้ยิ้มบ้างสักครั้งเพราะฉะนั้นยิ้มถึงได้รักพ่อกับแม่ให้มากแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่รู้ว่าสิ่งที่พ่อแม่ควรทำคืออะไรก็ตาม
ยิ้มได้ยินเสียงประตูบ้านเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆเดินเข้ามาในคฤหาสน์
“กลับมาแล้วหรอครับพ่อ”ยิ้มทักทาย “อืม แกยังไม่นอนอีกรึ”พ่อของยิ้มสวมชุดสูทราคาเหยียบล้านที่เพิ่งได้มาจากฮ่องกงสวมแหวนทองเกือบครบทุกนิ้วข้อมือข้างซ้ายมีนาฬิกาทองคำแท้ส่วนข้างขวาก็สวมกำไลทองคำฝังเพชรนับสิบเม็ด
“ฮ่องกงเป็ยังไงบ้างครับพ่อไปไม่เห็นบอกผมเลย”ยิ้มเก็บจานข้าวแล้วเดินออกมาจากห้องครัว“ไม่ต้องเป็ห่วงหรอกน่าก็ไปแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง”เขาเดินไปนั่งบนโซฟาก่อนจะถอดรองเท้าหนังสีดำมันวาวออก
“เหนื่อยไหมครับเดี๋ยวผมนวดให้”ยิ้มเดินมาข้างหลังพ่อก่อนเอื้อมมือไปบีบไหล่ให้พ่อเบาๆ“อืม ก็ดีเหมือนกันนะ”พ่อเอนหลังพิงโซฟาเอาหัวพาดขอบหลับตาลงตัวเบาหวิวเหมือนปุยเมฆ
“พรุ่งนี้พ่อจะไปไหนไหมครับ”ยิ้มถาม “ก็ไปทำบุญกับแม่แกนั่นแหละ”พ่อพูดทั้งยังหลับตาสนิท“พ่อครับ หลังจากพ่อแม่เสร็จงานแล้วเราไปเที่ยวยุโรปด้วยกันไหมครับ”ยิ้มพูดพร้อมกับแฝงความหวังเอาไว้เต็มเสียงั้แ่ที่เขาขอพรข้อที่สองมาเขายังไม่มีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวเลยเงินทุกบาทของเขานั้นไม่พ่อก็แม่ได้ใช้ในใจของยิ้มขอเพียงแค่ได้ใช้เวลากับพวกเขา ได้ยินคำชมสวมกอดมอบความรักให้แก่กันเหมือนกับครอบครัวทั่วไป
“คงไม่หรอกยิ้มพ่อกับแม่ก็ไปกันตั้งหลายรอบแล้ว”
“แต่พ่อกับแม่ยังไม่เคยไปเที่ยวที่สกอตแลนด์นี่ครับและยังมีโรมอีก”ยิ้มพยายามโน้มน้าว “อืมแต่ว่าพ่อกับแม่ยังต้องไปเปิดบริษัทใหม่ของเราที่เชียงใหม่อีกนะและก็..”
“เอาไว้หลังจากนั้นก็ได้ครับแล้วผมจะพาพ่อกับแม่ไปเที่ยวกันหนึ่งเดือนเต็มๆเลยดีไหมครับอาจเป็ทริปล่องเรือสำราญรอบยุโรปหรือ ไปอยู่กันที่ไอซ์แลนด์กันสักเดือนเลย”
“อืมก็น่าสนใจดีนะแล้วเดี๋ยวพ่อจะบอกแม่เขาให้แล้วกัน”ร้อยยิ้มอันเปี่ยมสุขวาดอยู่บนใบหน้าของเด็กหนุ่ม“ครับพ่อ ผมรักพ่อนะครับ”เขาโน้มตัวลงไปมอบอ้อมกอดอันอบอุ่นให้กับผู้เป็พ่อก่อนจะใช้ดั้งโด่งๆััเขากับแก้มที่เหี่ยวย่นเล็กน้อยของผู้เป็พ่อความรักที่ยิ้มให้กับพ่อแม่นั้นเป็ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขแม้ว่าพ่อแม่ของเขาจะทำตัวไม่เหมือนกับพ่อแม่เท่าไหร่นักแต่ความหวังในใจของยิ้มนั้นก็ยังเติบโตขึ้นเพื่อรอวันที่ความหวังนั้นจะเป็จริง
ยิ้มนั่งเล่นคอมพิวเตอร์อย่างสบายใจพร้อมกับจิตนาการภาพถึงตอนที่เขาอยู่บนเรือสำราญกับพ่อแม่เขายืนค้ำแนวกั้นบนด่านฟ้าเรือพ่อกับแม่กำลังนอนอาบแดดคุยกันอยู่ข้างๆลมทะเลพัดปะทะหน้าเบาๆพร้อมกับทิวทัศน์รอบข้างที่เปลี่ยนไปทุกๆยี่สิบนาทีแฟนๆต่างชาติเข้ามาขอถ่ายรูปขอลายเซ็นไปพลางคงไม่มีอะไรที่สุขไปมากกว่านี้อีกแล้ว
แต่แล้ว…สิ่งที่เขาไม่อยากเห็นที่สุดก็กลับมาอีกครั้งคอมเม้นตรรกะกลับของพวกที่แอนตี้เขายิ้มกำหมดแน่นหน้าอกเหมือนถูกบีบด้วยคีมระหว่างอ่านผ่านแต่ละข้อความ
“เอาแต่คุยโวโอ้อวดคนอื่นเขาไปทั่วกลัวคนอื่นไม่รู้รึไงว่าตัวเองรวย”
“ในความคิดของเรานะถ้าเรารวยแบบเขาเราจะไม่มาอวดตัวเองแบบนี้หรอก”
“เอาเงินเยอะๆไปช่วยคนยากจนดีกว่าไหมคนรวยก็เห็นแก่ตัวแบบนี้ทุกคนสนองตัณหาของตัวเอง”
“พวกคนรวยก็แบบนี้แหละคิดว่ามีเงินแล้วทำอะไรก็ได้”
“ขอแค่รวยทำอะไรก็ถูกหมดครับผมเห็นมาเยอะแล้ว”
“นี่ผมถึงขั้นต้องยืมไอดีพี่เข้ามาด่ามันเลยนะครับ”
ความคิดที่จะโต้ตอบกลับไปวนอยู่ในหัวของยิ้มอย่างรุ่นแรงคุยโวหรอ ก็สร้างแรงบัลดาลใจให้คนอื่นไม่ใช่หรือไงวะพวกมึงไม่ชอบก็ไม่ต้องมาฟังซิแล้วจะมายืนกวนกูทำไมวันๆพวกมึงว่างกันขนาดนี้เลยหรอรวมตัวกันมายืนก่อกวนคนที่เขาทำมาหากินเอาเวลาไปทำเื่ที่มีประโยชน์กว่านี้ดีกว่าไหมไอ้พวกสวะ วันๆไม่เห็นมึงทำมาหากินอะไรเอาแต่เวลามานั่งจับผิดคนอื่นอยู่ได้ถึงขั้นยืมไอดีคนอื่นมาด่ากูเลยหรอมึงกลัวละซิไม่ว่าถึงออกตัวก่อนไอ้พวกนักเลงคีย์บอร์ดอยู่หน้าคอมนี่เก่งทุกอย่างอยู่ต่อหน้าทำห่าอะไรไม่เป็น่าสมเพชชะมัด
ยิ้มเดินกระทืบเท้าออกจากห้องลงไปยังลาดจอดรถก่อนเหยียบคันเร่งส่งตัวรถแลมโบกินี่สีดำออกนอกคฤหาสน์ไปทุกครั้งที่ยิ้มไม่สบายใจหรืออารมเสียเกินควบคุมเขาจะออกไปขับรถข้างนอกเพื่อใช้เวลาขับเื่พวกนั้นออกไปจากหัวเพราะการได้อยู่คนเดียวและขี่รถไปเรื่อยๆทำให้จิตใจสงบมากกว่านั่งฟังเพลงในห้อง