เฉียวรุ่ยเก็บศพสัตว์อสูรทั้งหมดเรียบร้อยถึงหันมามอง “เทียนฉี ข้าเก็บเสร็จแล้ว พวกเราไปกันเลยไหม?”
“ไม่ต้องรีบร้อน เอาศพสัตว์อสูรตัวหนึ่งมาให้ข้าก่อน ขอขั้นสามช่วงต้น!”
“อื้อ!” เฉียวรุ่ยพยักหน้า เอาศพของหมาป่าสองหัวขั้นสามช่วงต้นออกมาวางไว้บนพื้น
หลิ่วเทียนฉีเอายันต์หลายแผ่นออกมาแปะไว้บนหัว หัวไหล่ ขาหลังและขาหน้าของมัน
“เทียนฉี เจ้าทำอะไรหรือ?” เฉียวรุ่ยเห็นคนรักแปะยันต์แปดแผ่นบนศพหมาป่า นึกสงสัยเล็กน้อย
“นี่มันน่าสนใจยิ่ง!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางกระตุ้นยันต์วิเศษทั้งแปดแผ่น
แสงสีเขียวสายแล้วสายเล่าหุ้มศพของหมาป่าสองหัวไว้ทันที เมื่อแสงทั้งหมดสลายไป เฉียวรุ่ยค้นพบอย่างน่าประหลาดใจว่าศพหมาป่าสองหัวบนพื้นกลายเป็นศพผู้ฝึกตนคนหนึ่งเสียแล้ว
“เทียน เทียนฉี นี่ เป็นไปได้อย่างไรกัน?” เฉียวรุ่ยจ้องศพผู้ฝึกตนบนพื้นด้วยสีหน้างุนงง
“ฮ่าๆๆๆ ไม่ใช่ของจริงหรอก แค่วิชาบังตาน่ะ คงอยู่ได้เพียงหนึ่งชั่วยาม” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางหาเสื้อผ้าขาดวิ่นตัวหนึ่งมาสวมให้ผู้ฝึกตน จากนั้นเอายันต์วายุสองแผ่น ยันต์เพิ่มความเร็วสองแผ่น ยันต์เปลี่ยนถ่ายพลังงานและผลึกอสูรเม็ดหนึ่ง ออกมาแปะไว้ที่ร่างผู้ฝึกตนอย่างแน่นหนา
ท้ายที่สุด เขาหิ้วศพบนพื้นโยนไปทางทิศตะวันออก เมื่อผลึกอสูรบนศพถูกกระตุ้นก็ส่งพลังงานออกมา ยันต์วายุกับยันต์เพิ่มความเร็วบนร่างจึงทำงาน บินไปทางทิศตะวันออก
ผู้ฝึกตนสามคนชายหนึ่งหญิงสองที่ยืนอยู่นอกค่ายกล เห็นคนบินออกมาก็เอาอุปกรณ์อาคมเหาะเหินของตนไล่ตามไปทันที เงาหลายร่างที่ซ่อนอยู่ในความมืดจึงรีบไล่ตามไปด้วย
เห็นเงาเจ็ดแปดสายบินตามศพไป เฉียวรุ่ยดีใจอย่างยิ่ง “เทียนฉี เจ้านี่ฉลาดจริง!”
“ปลดค่ายกลเสร็จ พวกเราไปจากที่นี่กัน!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางเอายันต์แปลงโฉมสองแผ่นออกมา ทั้งสองต่างแปะคนละแผ่น เปลี่ยนแปลงโฉมหน้า
เฉียวรุ่ยเห็นหลิ่วเทียนฉีหนวดขาวก็ยิ้มอ่อนโยน “ทำไมเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นตาแก่เล่า?”
“แบบนี้ดูมีกลิ่นอายเซียนอยู่นิดหน่อยนะ!” เขาพูดพลางเริ่มรื้อ เก็บธงค่ายกล
“ฮ่าๆๆ” เฉียวรุ่ยหัวเราะอย่างระอา รีบรื้อรั้วป้องกัน เก็บใยไหมฟ้าสองเส้นกับกระดูกสัตว์อสูรแปดชิ้น
เวลาหนึ่งก้านธูปให้หลัง พวกเขาขี่กระบี่บินขึ้น มุ่งไปทางทิศใต้
“คิดหนีงั้นหรือ ไม่ง่ายปานนั้นหรอก!”
เพิ่งบินมาได้เวลาดื่มชาครึ่งถ้วย ทันใดนั้น เสียงตวาดเสียงหนึ่งดังเข้าหู ผู้ฝึกตนชุดเทาเข้ามาขวางทางทั้งสองคนไว้
หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยหยุดกลางอากาศ เงยหน้ามองผู้ที่มา
อีกฝ่ายเป็นผู้ฝึกตนชายวัยกลางคน หน้าตาเรียบร้อย กลิ่นอายแผ่ความเย็นชา ใต้เท้าเหยียบแผ่นกลมใหญ่สีเหลืองทองแผ่นหนึ่ง ดูคล้ายฆ้องทองแดงมหึมาอยู่เล็กน้อย
“ฆ้องทองแดงของเจ้าไม่เลวนี่?” เฉียวรุ่ยเห็นอุปกรณ์อาคมเหาะเหินที่เขาเหยียบอยู่ใต้เท้า อดเลิกคิ้วขึ้นไม่ได้ นี่คืออุปกรณ์อาคมโบราณ ดูดีทีเดียวนะ?
ได้ยินคำพูดของเฉียวรุ่ย อีกฝ่ายแค่นเสียงเย็นชาใส่ โกรธจนจมูกแทบเบี้ยว “นี่คือถาดทองคำ ไม่ใช่ฆ้องทองแดง!”
“เหมือนกันแหละน่า!” เฉียวรุ่ยยักไหล่ เอ่ยขึ้นราวกับทำให้คนตรงหน้าโกรธตายก็ไม่เสียดายชีวิต
“เจ้า?” ผู้ฝึกตนชุดเทาถลึงตา คำพูดของเฉียวรุ่ยทำให้โกรธจนหน้าเขียว รู้สึกว่าสมบัติของตนถูกลบหลู่
“สหายผู้ฝึกตน ทำไมต้องขวางทางไปของเราสองคนด้วย?” แววตาของหลิ่วเทียนฉีแฝงความเย็นชา มองอีกฝ่ายอย่างรู้ชัดแต่กลับแสร้งถาม
“อย่ามาเสแสร้งหน่อยเลย มอบผลโลหิตทองมา ไม่อย่างนั้นก็อย่าได้คิดออกไปจากที่นี่!” ผู้ฝึกตนชุดเทาพูดพลางหรี่ตาที่เต็มไปด้วยจิตสังหาร วางท่าต้องการให้จงได้
“ฮ่าๆๆ อย่างเจ้าน่ะหรือ?” เฉียวรุ่ยแค่นเสียงดูแคลน ลูกบอลเพลิงสามลูกยิงใส่ใต้เท้าอีกฝ่ายทันที
น่าชังนัก แค่ระดับสร้างรากฐานช่วงกลาง มีความสามารถอันใดมาคุยโวโอ้อวดกับพวกเขาที่ระดับสร้างรากฐานช่วงกลางสองคนกันเล่า? ไม่ประมาณกำลังตนสักนิด!
“เฮ้ย...”
เห็นการโจมตีของเฉียวรุ่ยมาถึง ผู้ฝึกตนชุดเทารีบร้อนควบคุมถาดทองหลบหลีก
“ฮ่า!” หลิ่วเทียนฉียกมือขึ้น สายน้ำสองเส้นพุ่งออกจากกลางฝ่ามือรัดพันถาดทองนั่นทันที เมื่อวนไปกลับรอบหนึ่ง ถาดทองก็ถูกเขาแย่งชิงมา
“ข้าให้เจ้า!” หลิ่วเทียนฉีดึงมือคนรัก ส่งถาดทองไปกลางฝ่ามือน้อย ในเมื่อเสี่ยวรุ่ยชอบของสิ่งนี้ มันต้องไม่ธรรมดาแน่
“ฮ่าๆๆ อุปกรณ์อาคมชิ้นนี้ ไม่เลวจริงเชียว!” เฉียวรุ่ยยิ้มพลางรับไป รู้สึกปลื้มปิติ
“อ๊าก...”
พอผู้ฝึกตนเสียถาดทองไป เขาก็กรีดร้องพร้อมยกมือขึ้น เถาวัลย์เส้นหนึ่งเข้ามารัดกระบี่บินที่พวกเขาขี่ไว้อย่างรวดเร็ว เมื่อผู้ฝึกตนชุดเทารัดกระบี่บินจึงหยุดร่างกายที่กำลังร่วงหล่นของตนไว้ได้
“อ๊ะ...” กระบี่บินถูกดึงรั้งส่ายไปมาซ้ายขวาวูบหนึ่ง! เฉียวรุ่ยตกใจรีบกอดหลิ่วเทียนฉี
หลิ่วเทียนฉีแปะยันต์วายุแผ่นหนึ่งบนร่างตนแล้วถือโอกาสเก็บกระบี่อาคม พาคนรักในอ้อมแขนบินร่อนลงพื้นด้วยกัน
ผู้ฝึกตนชุดเทาเสียกระบี่อาคมซึ่งเป็นที่ยึด เขารีบใช้เถาวัลย์เกี่ยวรัดวัชพืชบนพื้นไว้ก่อนร่วงลงพื้นได้อย่างทุลักทุเล ไม่ถึงกับได้รับบาดเจ็บ
“น่าชังนัก คืนถาดทองของข้ามานะ?” ผู้ฝึกตนชุดเทามองถาดทองในมือเฉียวรุ่ยหน้าเขียว ตวาดเสียงดัง
“เฮอะ!” หลิ่วเทียนฉียกมุมปากอย่างเย็นชา ยิงลูกบอลวารีสามลูกออกมาขว้างใส่อีกฝ่าย น่าขำจริง ของที่เสี่ยวรุ่ยชอบ เขาจะคืนให้อีกฝ่ายได้อย่างไรเล่า?
“เฮ้ย!” ผู้ฝึกตนชุดเทาเห็นการโจมตีนั้นกำลังจะมาถึง เขารีบร้อนปล่อยเถาวัลย์ออกมาต้านการโจมตีที่โถมใส่
“ปึงๆๆ...”
ลูกบอลวารีถูกเถาวัลย์แทงจนแตกตามลำดับ ยันต์ระเบิดที่ซ่อนอยู่ในนั้นพลันถูกกระตุ้นติดต่อกัน ผู้ฝึกตนชุดเทาจึงถูกระเบิดจนร่างสะบักสะบอม หัวเปื้อนเขม่าหน้าเปื้อนฝุ่นดินถอยหลังไปหลายก้าว
เฉียวรุ่ยมองผู้ฝึกตนชุดเทามีใบหน้าดำกับเสื้อผ้าขาดวิ่น เขายิ้มจางๆ “ให้ดีที่สุด เจ้ารีบไสหัวไปเสียเถอะ ไม่เช่นนั้น อย่าโทษพวกเราที่ไม่เกรงใจเจ้า คิดอยากแย่งของของพวกเราน่ะไม่มีทางหรอก!”
“เจ้าสารเลวทั้งสอง เห็นทีว่าพวกเจ้าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาสินะ!” ผู้ฝึกตนชุดเทาพูดพลางคว้าถุงเลี้ยงอสูรข้างเอวขึ้นมา
“อีกฝ่ายเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูร ระวังด้วย!” หลิ่วเทียนฉีเห็นอีกฝ่ายปลดถุงเลี้ยงอสูรห้าใบออก จึงบอกให้เฉียวรุ่ยระวังทันที หลังจากนั้น เขาก็ปล่อยเสือดำกับแมลงผายลมซึ่งเป็นสัตว์อสูรของตนออกมา และเพราะแมลงผายลมนั่งอยู่บนหัวของเสือดำ คนนอกถึงมองไม่เห็นมันเลยสักนิด
เฉียวรุ่ยเห็นอีกฝ่ายปล่อยสัตว์อสูรรูปร่างหน้าตาประหลาดออกมาถึงห้าตัว จึงปล่อยจิ้งจอกน้อยของตนออกมาบ้าง ให้จิ้งจอกน้อยกับเสือดำโจมตีเข้าใส่สัตว์อสูรทั้งหมด
หลิ่วเทียนฉียกมือ เรียกมีดบินน้อยห้าเล่มของตนออกมาโจมตีเข้าใส่ผู้ฝึกตนชุดเทาด้วย
“น่าชังจริง!” ผู้ฝึกตนชุดเทาเห็นมีดบินน้อยห้าเล่มบินไปมาไม่หยุดอยู่ข้างกายตน เขาก็เอาทวนเล่มหนึ่งออกมาสู้กับมีดบินที่โจมตีเข้ามาทันที
“ฮ่า!” หลิ่วเทียนฉีเอายันต์คมโลหะหลายแผ่นออกมา กะจังหวะอย่างแม่นยำ สะบัดเข้าใส่อีกฝ่าย
“อ๊าก!” ผู้ฝึกตนชุดเทาลนลาน รีบปล่อยเถาวัลย์มาหุ้มร่างของตนไว้ แต่ช้าไปก้าวหนึ่ง บนร่างถูกฟันเป็นบาดแผลน้อยใหญ่หลายแห่ง มีบาดแผลบนหัวไหล่สองแห่งที่เผยกระดูก
“เจ้าสารเลว!” ผู้ฝึกตนชุดเทามองหลิ่วเทียนฉีลอบโจมตีแล้วคำราม เถาวัลย์ประหนึ่งอสรพิษสะบัดเข้าใส่อย่างรวดเร็ว
“ตูม!” หลิ่วเทียนฉีขว้างยันต์ระเบิดใส่เถาวัลย์ที่โจมตีเข้ามาโดยพลัน
“ฮ่า!” เฉียวรุ่ยต่อยกำปั้นอัคคีเข้าใส่สัตว์อสูรหัวเขียวอย่างรุนแรง อัดมันจนร้องอ๋าวๆ ก่อนโยนอุปกรณ์อาคมสองชิ้นเข้าไปอีก
“ปึง...” สัตว์อสูรตัวนั้นลอยพลิกหงายกับพื้นท่ามกลางเสียงระเบิดดังสนั่นสะเทือนแก้วหูแทบดับ
“ฮ่า!” เฉียวรุ่ยเหวี่ยงขวานในมือ ไม่ให้โอกาสมันได้หายใจ ฟันศีรษะสัตว์อสูรตัวนั้นในทันทีจนตาย
“พรูด...”
ฉับพลัน ผู้ฝึกตนชุดเทาที่กำลังต่อสู้วิชาศาสตร์กับหลิ่วเทียนฉีอยู่ กระอักเลือดคำโตออกมา
“น่าชังที่สุด!” อีกฝ่ายหันกลับมา เห็นสัตว์อสูรพันธสัญญาของตนถูกเฉียวรุ่ยสังหารไปก็ด่าเสียงดัง หน้าดำยิ่งกว่าก้นหม้อ ไม่ทันที่เขาจะขยับโจมตีก็กระอักเลือดออกมาอีกหน
มองดูอีกที สัตว์อสูรอีกตัวหนึ่งของตนถูกจิ้งจอกแดงสี่หางรัดตายเสียแล้ว
“ฮ่า!” หลิ่วเทียนฉีเอนร่างไปข้างหน้า ปล่อยมังกรวารีออกมาจากด้านหลัง บีบเข้าหาผู้ฝึกตนชุดเทาอย่างรีบเร่ง
“ฮะ?” ผู้ฝึกตนชุดเทาร้องตกใจ รีบร้อนปล่อยเถาวัลย์ของตนเกี่ยวกระหวัดกับมังกรวารี
“ไป!” หลิ่วเทียนฉียกมือขึ้น โยนยันต์วิเศษสามแผ่นออกมา มังกรวารีกลายเป็นมังกรน้ำแข็ง โจมตีเถาวัลย์ที่รัดพันอยู่กระจุยสำเร็จ ก็โจมตีเข้าใส่ผู้ฝึกตนชุดเทาอย่างต่อเนื่อง
“ฮ่า!” ผู้ฝึกตนชุดเทาตวาดคำหนึ่ง สะบัดทวนยาวในมือ โถมแทงเข้าใส่มังกรน้ำแข็ง
ข้อมือหมุนทีหนึ่ง หลิ่วเทียนฉีเรียกมีดบินห้าเล่มโจมตีเข้าใส่ด้านหลังของผู้ฝึกตนชุดเทา
“พรูด...” สัตว์เลี้ยงร่วมรบตัวที่สามถูกเสือดำกับแมลงผายลมร่วมกันสังหาร ผู้ฝึกตนชุดเทากระอักเลือดอีกครั้ง
“อ๊าก...” เพียงชั่ววูบที่สติหลุด มีดบินก็แทงเข้ามาตรงหน้าอกเขาทันที
ผู้ฝึกตนชุดเทากระอักเลือดครั้งสุดท้ายก่อนล้มคว่ำลงกับพื้น เมื่อเขาตาย อสูรเลี้ยงอีกสองตัวที่เหลือล้วนกระอักเลือดตายตามไปด้วย
เฉียวรุ่ยเก็บศพกับผลึกอสูรของอสูรเลี้ยงทั้งห้าตัว ส่วนหลิ่วเทียนฉีเก็บทรัพย์สินของผู้ฝึกตนชุดเทา และจัดการศพของอีกฝ่าย
“ฮ่าๆๆ สหายผู้ฝึกตนทั้งสอง ช่างมีฝีมือยอดเยี่ยม!”
ทันใดนั้น เสียงของสตรีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาทำลายความเงียบประหลาด ณ ตอนนี้
หลิ่วเทียนฉีกับเฉียวรุ่ยเงยหน้ามองไปทางต้นเสียงพร้อมกัน เห็นผู้ฝึกตนหญิงชุดแดงเกาะอกเปลือยหลังแผ่กลิ่นอายชั่วร้ายทั่วร่างสามคน เดินออกมาจากบริเวณเงามืด
“ไม่ทราบว่า สหายผู้ฝึกตนทั้งสามมีคำชี้แนะอันใดหรือ?” หลิ่วเทียนฉีเห็นสตรีสามนาง อดขมวดคิ้วไม่ได้
สามคนนี้ น่าจะเป็นสามพี่น้องยั่วราคะที่ในนิยายต้นฉบับกล่าวถึงสินะ? พวกนางเป็นผู้ฝึกตนสายมืด ลงมืออย่างอำมหิต ไม่อาจดูแคลนได้อย่างเด็ดขาด!
“ส่งผลโลหิตทองมาเสียแล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า! ไม่เช่นนั้น อย่าคิดออกไปจากที่นี่!” พี่ใหญ่ชุดแดงที่เป็นหัวหน้าเอ่ยเสียงเย็นชา ดวงตาแผ่จิตสังหารรุนแรง
“ฮ่าๆๆ ทั้งสามท่าน ช่างน่าขำเสียจริง? แค่ผลไม้ลูกเดียว ต่อให้ข้ามอบให้ เช่นนั้นพวกท่านสามคนจะแบ่งกันอย่างไรเล่า?” หลิ่วเทียนฉีมองทั้งสามคนพลางหัวเราะ แล้วตอบกลับ
“แบ่งอย่างไรก็เป็นเรื่องของพวกเราพี่น้อง ส่งผลไม้มา!” พี่รองเอ่ยขึ้น นางมองหลิ่วเทียนฉีอย่างชั่วร้าย
“ฮึๆ!” หลิ่วเทียนฉีแค่นหัวเราะทีหนึ่ง วิ่งไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว
‘เสี่ยวรุ่ย พวกนางเป็นผู้ฝึกตนสายมืด หากร่วมมือกันจะร้ายกาจยิ่ง ข้าจะล่อคนหนึ่งออกไปก่อน เจ้ากับจินเยี่ยนและเสือดำจัดการสองคนที่เหลือ จำไว้ อย่าให้พวกนางร่วมมือกัน!’
เฉียวรุ่ยได้ยินเสียงกระแสจิตของหลิ่วเทียนฉีก็พยักหน้า “เข้าใจแล้ว!”
เห็นหลิ่วเทียนฉีหนีไปไม่หันหลังกลับ พี่รองรีบร้อนไล่ตาม ส่วนพี่ใหญ่ก้าวเข้ามาล้อมเฉียวรุ่ยที่ยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับทันที
“จินเยี่ยน เสือดำ แมลงผายลม บุก!” เฉียวรุ่ยอ้าปาก บอกให้ทั้งสามตัวจัดการสตรีชั่วร้ายตัวหัวหน้า ส่วนตนเตรียมจัดการกับน้องสามที่อยู่ด้านหลัง
“เจ้า หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” พี่รองผู้วิ่งไวไล่ตามหลิ่วเทียนฉี นางวิ่งไปพลางข่มขู่เขาที่อยู่ด้านหน้า
หลิ่วเทียนฉีหันกลับไปเป็นระยะ มองประเมินระยะห่างระหว่างสองคนเล็กน้อย จนรู้สึกว่าระยะห่างกำลังพอดีถึงส่งการโจมตีออกมา
พี่รองมองหลิ่วเทียนฉีวิ่งไปสองสามก้าวหันกลับมายิงลูกบอลวารีลูกหนึ่ง วิ่งต่อไม่กี่ก้าวอีกก็หันมายิงอีกลูกหนึ่งต่อ คอยวิ่งหยุดลอบโจมตีอยู่ตลอด นางรู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างยิ่ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ วิ่งเร็วขึ้นสองก้าวไปขวางด้านหน้าเขา
“เฮอะ ข้าขอดูซิ เจ้าจะวิ่งไปไหนอีก!” พี่รองมองเหยื่อตนอย่างมาดร้าย ยกมุมปากขึ้นนิดๆ คิดอยากหนีน่ะ ไม่ง่ายปานนั้นหรอก!
“ยัยอัปลักษณ์ เจ้าตายเสียเถอะ!” หลิ่วเทียนฉีพูดพลางยิงลูกบอลวารีสามลูกออกมาอีกครั้ง ขว้างเข้าใส่ศีรษะของอีกฝ่าย
“ฮ่า!” สตรีชุดแดงเปลือยไหล่ตวาดเสียงดังคำหนึ่ง ปลายนิ้วหมุนวนปรากฏปราณดำก้อนหนึ่งทลายลูกบอลวารีทั้งหมด ไม่เปลืองแรงเป่าฝุ่นสักนิด
“ไป!” หลิ่วเทียนฉีตวาดลั่น โยนลูกบอลวารีอีกสองลูก
พี่รองหมุนปลายนิ้ว ใช้วิธีเดิมทำลายลูกบอลวารีอีกครั้ง
เมื่อลูกบอลวารีลูกสุดท้ายถูกทำลาย แสงสีขาวสายหนึ่งพลันสว่างวาบ ฉับพลันพี่รองรู้สึกหนาวทั้งร่าง ทำไมขยับร่างไม่ได้?
หลิ่วเทียนฉีเห็นอีกฝ่ายถูกแช่แข็งแน่นิ่ง เขาก็ขว้างยันต์อสนีบาตสวรรค์กับยันต์ระเบิดกำหนึ่งออกมาทันที
“เปรี้ยง...” ยันยี่สิบกว่าแผ่นระเบิดพร้อมกัน พี่รองชุดแดงปลิวออกไปอย่างรวดเร็ว
“พรูด...” พี่รองร่วงกระแทกกับพื้นอย่างหนัก อ้าปากกระอักเลือดคำโตออกมา
“น้องรอง!” พี่ใหญ่ร้องตกใจจะรีบเข้ามา แต่ถูกจินเยี่ยนกับเสือดำเกาะติดไม่ปล่อย ไม่อาจช่วยเหลือได้
“พี่รอง!” น้องสามตะโกนลั่น อยากเข้ามาช่วยแต่ถูกเฉียวรุ่ยขัดขวางไว้