งานแต่งสุดยิ่งใหญ่อลังการสมกับท่านแม่ทัพใหญ่ถูกจัดขึ้น ชาวเมืองต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างเนืองแน่นรวมทั้งเหล่าทหารที่ยกมากันแทบทั้งกองทัพ
"ขะ ข้าไม่คิดว่าจะได้เห็นลูกสาวข้าแต่งงาน ฮือๆ"
อยู่ๆ ฮูหยินลู่จื่อที่กำลังพินิจชุดสีแดงสดใบหน้าแต่งแต้มได้เหลือเค้าเดิม วันนี้เป็วันที่ฮูหยินลู่ราบรื่นรู้ได้ว่านางมีบุตรเป็สตรีอยู่แถมยังงดงามมากด้วย
"ท่านแม่ข้าเป็สตรีที่เก่งกาจนะ ท่านอย่ากังวลไปเลยสามีข้าไม่กล้าทำอะไรข้าหรอก"
เจียวลู่เข้าใจว่าที่มารดาร้องไห้เช่นนี้เป็เพราะห่วงใยนางเกรงจะถูกผู้อื่นรังแก ถึงนางจะเป็สตรีแต่ก็ไม่ยอมให้บุรุษมารังแกแน่นอน
"ใช่ที่ไหนข้ากลัวเ้าไปทำร้ายสามีจนตายก่อนข้าได้อุ้มหลานตัวน้อยต่างหาก"
"ท่านแม่! ข้าลูกท่านนะ"
"ไปเถอะๆ แม่ว่าคุณชายฉีิผู้นั้นคงไม่อ่อนแอขนาดนั้นหรอก"
"ท่านแม่ท่านก็พูดให้พี่หญิงเกินไป ข้าว่าไม่ถึงตายหรอก พี่เขยหน้าตึงเ็าปานน้ำแข็งผู้นั้นคงแค่พิการข้าว่า"
เจียวลู่ได้แต่กลอกตาไปมาให้กับความคิดของแต่ละคนที่ไม่เข้าข้างนางเลย ซ้ำยังไปเข้าข้างผู้อื่นหน้าตาเฉย
เสียงกู่ร้องดีใจของเหล่าทหารดังไปทั่วบริเวณหน้าจวนยิ่งตอนที่เห็นท่านแม่ทัพในชุดแต่งงานออกมายิ่งพากันร้อยฮือฮาด้วยไม่เชื่อว่านางจะงดงามปานนี้แม้มีผ้าปิดบังใบหน้าก็ตาม
องค์ฮ่องเต้ทรงเสด็จมาเป็สักขีพยานให้แก่คู่บ่าวสาวที่เหมาะสมกันมาก ขั้นตอนพิธีการต่างๆ ผ่านไปอย่างราบรื่นโดยมีเจียวลู่ที่ดูเหมือนนางจะตื่นเต้นแต่เพียงผู้เดียว
ดูเหมือนว่าสามีของนางที่ผ่านพิธีกราบไหว้ฟ้าดินต่างๆ มาแล้วจะยังคงทำหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาอีกทั้งยังไม่แม้จะมองหน้านางสักนิด
จนเวลาล่วงเลยมาถึงวิธีเข้าห้องหอ เจียวลู่นั่งรอเ้าบ่าวมาหลายชั่วยามแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นเขาเข้ามาสักที นางนั่งจนตะคิวกินเจ็บขาไปหมดแต่ก็ไร้วี่แววว่าเ้าบ่าวจะมาเป็ผ้าปิดหน้าให้ตามธรรมเนียมขั้นสุดท้าย
แต่เวลานี้ฉีิยังดื่มสุรากับเหล่าสหายยังไม่ยอมเข้าร่วมห้องหอจนอี้เฉินรู้สึกไม่พอใจชายชั่วผู้นี้กล้าดียังไงมาทำกับท่านแม่ทัพเช่นนี้
"องค์ชายเวลานี้ท่านควรกลับจวนได้แล้ว"
ฉีิบอกพร้อมกับหยิบแก้วเหล้าเทเข้าปากแม้เวลานี้จะเริ่มตาพร่าแล้วก็ตาม แต่พอคิดว่าต้องร่วมหอกับสตรีที่ไม่ได้รักที่รู้สึกไม่อยากเข้าไป
"เ้าอยากเข้าห้องหอแล้วใช่หรือไม่ ไหนบอกไม่สนใจนางเวลานี้นางคงนอนรอท่าเ้าแล้วสตรีเช่นนางอยู่ท่ามกลางบุรุษมานานหลายปีคงช่ำชองทำเ้าพอใจมากเป็แน่"
คำพูดขององค์ชายอันโจวที่ดูไม่ให้เกียรตินั้นทำให้ฉีิรู้สึกไม่พอใจแต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยสิ่งใดออกไปอี้เฉินก็เข้ามาเสียก่อน หากจำไม่ผิดชายผู้นี้คือผู้ที่อยู่ข้างกายนางผู้นั้นในหอนางโลม
"ขออภัยกระหม่อมคิดว่าองค์ชายไม่ควรพูดเช่นนี้ถึงท่านแม่ทัพ หากพวกนางกำนัลได้ยินไปพูดถึงหูองค์ฮ่องเต้มันคงไม่ดีต่อองค์ชายนะพ่ะย่ะค่ะ"
"เ้าเป็ผู้ใด กล้าดียังไงมาขู่ข้าเช่นนี้รู้หรือไม่รู้ว่าข้าเป็ใคร! "
ด้วยสุราที่ไหลเวียนในร่างกายทำให้องค์ชายที่เคยสุขุมลุ่มลึกแปรเปลี่ยนไปเป็คนบ้าอำนาจเอ่ยวาจาดูถูกผู้อื่นเช่นนี้
"องค์ชายท่านกลับเข้าไปเถิดเวลานี้เหล่านางสนมคงรอท่านแล้ว กระหม่อมจะให้คนไปส่ง" ฉีิช่วยพูด
"หุบปาก! อย่ามายุ่งกับข้า ข้าจะตัดลิ้นมัน"
องค์ชายที่เวลานี้ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่พุ่งเข้ามาใส่อี้เฉินที่ยังคงยืนนิ่งไม่รู้สึกสะทกสะท้านเพียงนิดที่ทำให้ผู้มีอำนาจไม่พอพระทัย
"หากมันผู้ใดกล้าแตะต้องคนของหม่อมฉันต่อให้เป็องค์ชายหม่อมฉันก็ไม่ปล่อยมันผู้นั้นเอาไว้! "
เสียงกัมปนาทดังมาจากหน้าตำหนักทำให้ทั้งหมดหันไปตามเสียง เจียวลู่ยังคงอยู่ในชุดและผ้าคลุมหัวเช่นเดิมไม่เปลี่ยน
แต่น้ำเสียงของนางที่ดังก้องทรงอำนาจจนทำให้องค์ชายอันโจวหยุดชะงักและได้สติว่าตนได้เผลอแสดงสิ่งใดออกมา
"พวกเ้ามาพาองค์ชายกลับวังเดี๋ยวนี้"
ฉีิเรียกทหารองครักษ์ที่อยู่แถวนั้นเข้ามาช่วยพยุงองค์ชายอันโจวออกไปก่อนที่เื่ราวจะบานปลายไปมากกว่านี้
พอเห็นว่าเหตุการณ์สงบและรู้ว่าตนนั้นมีความผิดที่พูดล่วงเกินองค์ชายทำให้อี้เฉินรีบหลบออกจากตรงนั้นก่อนที่ท่านแม่ทัพจะสั่งลงโทษ
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างดูจะไม่มีอะไรแล้วเจียวลู่จึงเดินกลับเข้าไปในตำหนักแล้วนั่งที่เตียงรอเ้าบ่าวของนางมาเปิดผ้าคลุมหน้าเช่นเดิมพยายามสงบจิตใจ
ฉีิเห็นเช่นนั้นจึงเดินตามนางเข้าไปทันทีด้วยความรู้สึกไม่ค่อยชอบใจนัก ถึงตามลำดับขั้นและความที่ฮ่องเต้เข้าข้างนางแต่ก็ไม่ควรทำเช่นนั้นกับองค์ชาย
"ถึงเ้าจะเป็แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ไม่เกรงกลัวข้าศึกภายนอก แต่ภายในเมืองหลวงนี้ราชวงศ์องค์ชายและเชื้อพระวงศ์ทุกพระองค์ล้วนแต่ต้องให้ความเคารพหรือเ้าไม่คิดเช่นนั้น"
"ข้าให้ความเคารพหมดทุกพระองค์ หากแต่อย่ามาทำร้ายคนของข้า คนพวกนั้นสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ข้าหากทำผิดข้าจะจัดการมันผู้นั้นเอง หากยังดื้อดึงที่จะลองดีข้าเองก็ไม่มีเหตุจำเป็ที่จะต้องอยู่เฉย"
"ผู้คนภายนอกมองว่าเ้าจิตใจโเี้ไร้ซึ่งความเมตตาตั้งตนเป็ใหญ่เพราะมีพ่อที่มีสายเืเชื้อพระวงค์เห็นทีจะเป็เื่จริง"
"ข้าสู้กับคนพวกนั้นมาหลายสิบปีรู้ดีว่าอี้เฉินไม่ได้มีเจตนาไม่ดีต่อองค์ชายเป็แน่ เ้าวางใจเถอะ แล้วรีบมาทำพิธีการให้เสร็จสิ้นเสียทีข้าเมื่อย! "
เจียวลู่บอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดใจนางทนนั่งมาตลอดค่อนคืนแต่สิ่งที่นางศึกษามาไม่ได้นำออกมาใช้เลย
"ข้าจะไม่เข้าหอกับเ้าเด็ดขาด เชิญเ้านอนหลับให้สบายในห้องนี้ข้าจะไปนอนที่อื่น"
เอ่ยในสิ่งที่ตนตั้งใจจะบอกนางแล้วฉีิก็หันหลังเตรียมจะออกไปจากตำหนักนี้โดยเร็ว
แต่ยังไม่ทันที่ร่างหนาจะเดินไปได้ถึงสองก้าวร่างก็ถูกกระชากแรงๆ จนร่างรอยไปกระแทกเตียงไม้ที่ปูด้วยผ้าสีแดงในงานมงคลนางแรงเยอะมากจนเขาเองที่เป็บุรุษสู้ไม่ได้
"เฮ้ย! เ้า! จะทำสิ่งใดข้า"
แม่ทัพใหญ่ไม่รอช้ารีบตามขึ้นไปคร่อมอยู่บนร่างแกร่งที่กำลังประคองสติตัวเองด้วยความยากลำบากเพราะดื่มสุรามอกเกินไป
"เปิดผ้าคลุมหน้าข้าออก! "
เจียวลู่สั่งเสียงแข็งนางเริ่มรู้สึกหงุดหงิดใจที่เวลานี้ยังมัวแต่สนทนาเื่อื่นอยู่
ได้ยินเช่นนั้นฉีิก็เอื้อมมือไปดึงผ้าคลุมปิดบังใบหน้าสีแดงออกทันที
ทันทีที่ผ้าผืนนั้นหลุดออกใบหน้าที่งดงามกระจ่างใสสวยหยดย้อยของแม่ทัพที่ชาวบ้านเลื่องลือว่าหน้าตาอัปลักษณ์นั้นก็ประจักษ์แก่สายตา
ฉีิไม่เคยตกตะลึงในความงามของผู้ใดและไม่เคยพึงใจต่อสตรีนางใดในเมืองหลวงบัดนี้หัวใจกับเต้นแรงไม่เป็จังหวะ
ยิ่งท่วงท่าที่ล่อแหลมนี้พาใจล่องลอยคิดเื่ที่สามีภรรยาทำกันเวลาเข้าห้องหอขึ้นมาเสียดื้อๆ
"เพียงเท่านี้ก็จบพิธีแล้ว เ้าจะไปที่ใดก็เชิญข้าไม่รั้งเ้าไว้หรอก แต่ถ้าเ้าไม่ไปเ้าจะโดนข้าจับกินแน่นอนบอกให้ทำใจไว้เลย"
เจียวลู่ให้โอกาสต่อฉีิเป็ครั้งสุดท้าย แต่ดูเหมือนเหล้าต้มที่เป็ของกำนันงานแต่งจะออกฤทธิ์รุนแรงจนเขาไม่มีแรงจะลุกเดินหรือออกไปไหนตามที่สมองคิดได้ ถึงจะไม่เชื่อหูว่านางจะกล้าเอ่ยเช่นนี้แต่เรี่ยวแรงกลับหนีหายไปหมดแม้จะขยับปากยังยากลำบาก
"ข้าถือว่าไม่ได้ขืนใจเ้านะ นอนนิ่งๆ ข้าจัดการเอง"