แคว้นเว่ย เป็แคว้นที่ขึ้นชื่อเื่ความแข็งแกร่งของกองทัพ เพราะได้แบ่งแยกให้มีแม่ทัพใหญ่ผู้เก่งกาจประจำการอยู่แนวหน้าในแต่ละทิศ ซึ่งแบ่งออกเป็ทิศอุดร ทิศทักษิณ ทิศบูรพา และทิศประจิม
ในกาลก่อนแม่ทัพใหญ่ที่เป็ผู้บัญชาการสูงสุดในแต่ละทิศนั้น มีสิทธิ์ขาดในการควบคุมกองกำลังในทิศของตนเองโดยขึ้นตรงกับฮ่องเต้แห่งแคว้นเพียงผู้เดียว แต่ทว่า เมื่อกาลเวลาหมุนผ่านมีการผลัดเปลี่ยนแผ่นดินเรื่อยมา ทำให้บัดนี้บางทิศก็ขึ้นตรงต่อราชนิกุลคนอื่นได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น ทิศอุดร
แม่ทัพใหญ่แห่งทิศอุดรในยามนี้คือ หยูเคออี้ ที่ขึ้นตรงต่อ หลี่เจียเฉิง ผู้เป็พระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน และเป็อ๋องผู้ครองดินแดนทางเหนือแห่งแคว้นเว่ย เรียกได้ว่าอำนาจของทั้งสองคนนั้นมากล้นเสียจนขุนนางหลายฝ่ายอดที่จะรู้สึกหวั่นในใจไม่ได้ กระทั่งในเมืองหลวงเอง อำนาจของอ๋องเจียเฉิงผู้นี้ก็ยังยื่นมือมาถึง
เื่ราวเหล่านี้เป็ข้อมูลคร่าวๆ ที่คนทั่วไปต่างรับรู้ รวมถึงตัวนางที่มาจากต่างมิติด้วย ทว่าตื้นลึกหนาบางไม่อาจรู้ได้ ด้วยเพราะตอนนั้นนางใช้ชีวิตเป็เพียงสาวใช้
“เ้าชื่ออะไร” หญิงสาวผู้มาจากต่างมิติเริ่มถามชื่อแซ่ของสตรีตรงหน้า หลังจากที่ได้ถามข้อมูลบนโลกใบนี้จนรับรู้ว่ายังคงเป็่ที่นางได้ใช้ชีวิตอยู่ ไม่ก็อาจตายไปได้ไม่นาน แต่เื่นี้คงต้องไปสืบดูให้แน่ชัดอีกที
“ซุนหลิง” นางตอบเสียงแ่ แม้สตรีนางนี้จะชวนคุยจนเริ่มรู้สึกเบาใจไปมากแล้ว แต่นางก็ยังคงเสียใจกับการสูญเสียบิดาอยู่ดี ทว่าเป็เพราะสตรีตรงหน้านางจึงได้แก้แค้นและมีชีวิตอยู่ ดังนั้นไม่ว่าอีกฝ่ายถามสิ่งใดจึงเลือกที่จะตอบให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็การตอบแทน “แล้วเ้าเล่า เป็ใครมาจากไหน”
เมื่อได้ยินซุนหลิงถามกลับมา นางจึงทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เพราะหากเป็ตัวตนที่เป็อยู่ นางไม่ได้มีชื่อด้วยซ้ำ ทว่าหากเป็ในโลกแห่งนี้ที่ร่างเดิมในชาติก่อนของนางได้ถูกกลบฝังไปแล้ว นางมีนามว่าซูฮวา
“ข้าชื่อซูฮวา บ้านของข้าอยู่ที่แดนเหนือ” นางเอ่ยถึงบ้านที่นางเคยอยู่ก่อนขายตนเองมาเป็สาวรับใช้ ไม่ได้บอกว่าตนเองเคยเป็บ่าวในจวนขุนนางแต่อย่างใด ซูฮวาในตอนนี้ไม่ใช่คนช่างเจรจา แต่ที่ยังพูดคุยกับซุนหลิงอยู่นั่นเพราะ้าสอบถามอีกฝ่ายในหลายๆ เื่
ซุนหลิงพยักหน้าเข้าใจ แรกเริ่มเห็นอีกฝ่ายเอ่ยถามว่าที่นี่คือที่ใดก็คิดว่าจะเป็คนต่างถิ่นที่พลัดหลงมา หรือไม่ก็เป็ภูตผีเสียอีก แต่ทว่าดูไปดูมาอีกฝ่ายก็ดูมีร่างกายเหมือนมนุษย์ทั่วไปจึงทิ้งความคิดนั้นไปเสีย เมื่อถามไปถามมาซุนหลิงก็พบว่าจุดหมายของซูฮวาคือที่เดียวกัน นั่นก็คือเมืองหลวง จึงตกลงว่าจะเดินทางไปด้วยกัน
เดิมทีซุนหลิงและบิดาตั้งใจจะเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อไปเยี่ยมเยียนลุงของนางที่เปิดสำนักคุ้มภัยอยู่ที่นั่น โชคร้ายที่เจอพวกโจรชั่ว ดังนั้นเป้าหมายของนางจึงเปลี่ยนไปในทันที นั่นคือการแจ้งข่าวให้ท่านลุงทราบและจะได้พาคนมาหาร่างของบิดาที่ถูกสายน้ำเชี่ยวกรากพัดพาไป
ส่วนซูฮวา เป้าหมายของนางคือการกลับไปยังจวนสกุลหยู ที่ที่นางเคยเป็สาวใช้อยู่ที่นั่น เพื่อดูว่าในตอนนี้เป็่เวลาที่นางได้ตายไปหรือยัง แม้จะรู้คร่าวๆ มาแล้วว่าเป็่เวลาใด ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่มั่นใจในส่วนนี้ อีกอย่างที่ที่นางปรากฏตัวกลับกลายเป็ป่ารกทึบไปเสียได้ จึงไม่มีข้อมูลใดๆ ให้ได้รับรู้เลย เส้นทางไปเมืองหลวงนางก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ เมื่อครู่นี้ลองปีนขึ้นไปยืนบนยอดต้นไม้ก็พบว่าในระยะสิบลี้ล้วนเป็ป่าทั้งหมด และไม่มีผู้คนผ่านมาแม้แต่คนเดียว
แต่ก่อนที่ทั้งสองคนจะได้เดินทางไปด้วยกัน ซุนหลิงก็เล็งเห็นว่าชุดที่ซูฮวาสวมใส่อยู่จะทำให้ผู้คนแตกตื่นและตกเป็เป้าสายตาได้เมื่อเข้าสู่เขตที่มีผู้คนสัญจร ดังนั้นนางจึงเดินตามหาห่อผ้าของตน เนื่องจากในนั้นจะมีเสื้อผ้าที่นางนำติดตัวมาไว้สำรองเปลี่ยนอยู่หนึ่งชุด ดูขนาดตัวที่พอๆ กันแล้ว คาดว่าซูฮวาคงจะสวมใส่ได้อย่างพอดี
ซูฮวาไม่ได้ขัดต่อน้ำใจของซุนหลิง นางรับเสื้อผ้าเ่าั้มาเปลี่ยนให้ตนเองด้วยความรวดเร็ว อยู่ในที่แห่งนี้นางไม่มีทั้งเงินไม่มีทั้งคนรู้จักสนิทชิดเชื้อ การได้เจอกับซุนหลิงถือเป็โชคชะตาแล้ว แม้ก่อนหน้านี้จะเคยแสดงออกต่อหน้าโจรพวกนั้นว่าไม่้าช่วยซุนหลิง แต่นั่นก็เพราะมั่นใจว่าเขาจะเกิดอาการสับสนและยังไม่ลงมือในทันที และแน่นอนว่านางสามารถใช้ความเร็วช่วยเอาไว้ได้ทันหากเขาคิดจะลงมือจริงๆ
ซุนหลิงมองเสื้อผ้าของตนที่อยู่บนร่างของซูฮวาก็เผลอตกตะลึงขึ้นมา มิยักรู้ว่าเพียงเปลี่ยนการแต่งกายก็ทำให้อีกฝ่ายงดงามได้ถึงขนาดนี้ ใบหน้านั้นสวยหวานเพียงแต่มีดวงตาเฉี่ยวคมและสีหน้าดูเรียบเฉยเกินไป ทว่าไม่อาจบั่นทอนความงดงามลงได้เลยทั้งยังดูน่าค้นหามากขึ้นไปอีก ผิวพรรณก็ผ่องใสราวผู้มากลากดี ผมสีน้ำตาลเข้มดกดำยาวตรงสลวยถูกมัดรวบตึงเป็หางม้าเอาไว้ด้านหลัง ภาพรวมของซูฮวากลับเข้ากันไปทั้งหมดจนขนาดนางที่เป็หญิงด้วยกันยังละสายตาไปไม่ได้
“เ้ามองอะไร” ซูฮวาถามเสียงเรียบ เมื่อเห็นว่าซุนหลิงเอาแต่จ้องมาที่ตน
“ข้าคิดว่าเ้างดงามจนเกินไป หรือเ้าเป็คุณหนูมาจากตระกูลร่ำรวยหรือไม่” ซุนหลิงเอ่ยสิ่งที่คิดออกมา แต่ก็ต้องหยุดความคิดลงเพราะหากเป็คุณหนูตระกูลร่ำรวยจริงๆ จะมาเตร็ดเตร่ตามลำพังอยู่ในป่าโดยไร้ผู้ติดตามได้อย่างไร
ซูฮวาชะงักขึ้น เพราะใบหน้านี้นั้นกลับเหมือนนางที่เคยตายไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว เดิมคิดว่าเป็เื่บังเอิญ ทว่าตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าคงเป็ประสงค์แห่งโชคชะตาที่ได้ส่งนางกลับมาในที่แห่งนี้ และเป็เพราะใบหน้าเช่นนี้เองที่นำภัยมาสู่นางจนต้องถูกฆ่าตายในวันนั้น
“ข้าไม่ใช่คุณหนู ข้าเป็เพียงคนที่มาจากครอบครัวยากจนเท่านั้น” ซูฮวาตอบคำถามที่ซุนหลิงกำลังสงสัย
หลังจากนั้นคนทั้งสองก็ได้เริ่มเดินทางออกจากป่ารกร้างแห่งนี้ด้วยกัน และได้พูดคุยถึงเื่ต่างๆ อีกมากมายจนซูฮวาได้รู้ว่าซุนหลิงเองก็มีอายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกันกับนาง และกำลังเดินทางไปเมืองหลวงเพื่อพบท่านลุงที่เปิดสำนักคุ้มกันภัยอยู่ที่นั่น