【Perfect Life】

    50 – คำสาป? ③

    50 – คำสาป? ③

             

            บรรยากาศกดดันอย่างเห็นได้ชัด คนอื่นนอกเหนือจากจอมโจรสีเงิน‘ซิลเวอร์’ หน้าซีดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเด็กสาวตรงหน้าเปิดเผยใบหน้าที่ซ่อนอยู่ให้เห็น

            “พวกเดียวกับเจ้างั้นเหรอ....”

            “ใช่... หรือไม่ใช่...”

            หญิงสาวจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ ชายหนุ่มนิ่งเงียบกำหมัดแน่น...

            “อย่ามาพูดให้ขำหน่อยเลย!!!”

            “!!”

            เปรี้ยง!!! เจ้าหล่อนแอบผงะไปเล็กน้อยก่อนกระโดดออกจากบริเวณนั้นได้ทันท่วงทีก่อนสายฟ้าจะฟาดเข้าใส่ยังจุดที่เธอยืนอยู่เมื่อครู่ซิลเวอร์ลุกขึ้นราวกับว่าเวทย์ที่ทำให้เป็นอัมพาตเมื่อครู่ไม่มีผลอะไรกับเขา

            “เจ้าเองก็เป็นพวกเดียวกันกับยัยผู้หญิงคนนั้นสินะ!!!!”

            “ผู้หญิงคนนั้น?”

            “งั้นก็ดี... ข้าจะได้ฆ่าเจ้าแล้วถอนคำสาปนี่ซะ!!!!”

            ซิลเวอร์ชักดาบตนออกมาพุ่งใส่พริสทีน

            “ปรับระดับให้เป็น A ”

            พูดขณะหลบหลีกทิศทางดาบ

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ทำการปรับระดับจากB เพิ่มเป็น A เรียบร้อยค่ะ

            “ [บาเรีย]”

            ว่าจบก็กางบาเรียรอบข้างป้องกันการแอบฟังของเดฟไกส์จนอีกฝ่ายที่ไม่ได้ยินเสียงฝั่งเธอแสดงอาการหงุดหงิด

            ‘อย่าให้ข้าจัดการตรงนี้เสร็จนะยัยเบ๊อะ!!!!!!’

            ครืน—!!!! เสียงอีกฝ่ายดังลั่นจนมาถึงฝั่งนี้ส่งผลให้ถ้ำแอบสั่นสะเทือนเล็กน้อยถึงปานกลาง

            “มัวแต่สนใจเรื่องอื่น ระวังจะตายไม่รู้ตัวนะยัยหนู!!!”

            “ [พาราไรซ์] ”

            กึก!!!

            เวทย์อัมพาตครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าในตอนแรกที่พริสทีนใช้กับพวกเขาร่างกายชะงักกลางอากาศขณะกำลังฟันดาบลงใส่เธอ

            “ตอนแรกก็คิดจะจัดการขั้นเด็ดขาด ขอบคุณเดฟซะด้วยล่ะที่ทำให้ฉันมีสติน่ะ”

            เพราะเสียงตะโกนของเดฟไกส์

            ถึงทำให้เธอแอบขำจนลืมความโกรธเมื่อครู่ไปเสียสนิท

            ถ้าเขาไม่ตะโกนตอกกลับ มีหวังเธอได้ลงมือทำร้ายซิลเวอร์ด้วยความโกรธไปซะแล้ว

            หากเธอลงมือจริงๆ

            สิ่งที่พูดใส่เดฟก่อนหน้าเรื่องห้ามฆ่าคงได้กลับเข้าตัวแทน

            “ไปต่อว่าเดฟแต่จะมาทำเองก็ไม่ได้ล่ะนะ” ถอนหายใจ

            “กรอด!!!”

            “ใจเย็นๆสิคะฉันแค่มีเรื่องอยากจะคุยกับคุณเท่านั้นเอง

            “คุยอะไร!?”

            “ก็เรื่องสีผมคุณนั่นแหล่ะ เพราะงั้นคนอื่นก็... [สลีป]ไปซะ”

            วูบ... ตุบ! คนอื่นนอกเหนือจากซิลเวอร์นอนล้มพับด้วยเวทย์นิทราของเธอจนหมดหัวหน้าจอมโจรพยายามขยับร่างกายหมายจะเอาชนะเวทย์อัมพาตนี้แต่ก็ไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย

            จนร่างของเขาถูกควบคุมให้ลอยไปนั่งที่เก้าอี้ดั่งเดิม

            “ข้าไม่มีอะไรจะคุยกับเจ้าทั้งสิ้น!!”

            “แหม แต่เมื่อกี้คุณบอกว่าคำสาปนี่นา ฉันสนใจเรื่องนั้นถ้าตอบดีๆ... บางที ฉันอาจจะล้างคำสาปให้คุณได้นะคะ”

            กึก!

            แอบชะงักไปเมื่อได้ยินหญิงสาวผมเงินตรงหน้าว่าสามารถลบล้างคำสาปได้ถึงอย่างนั้นก็ยังหรี่ตามองด้วยความไว้วางใจ

            “ข้าไม่เชื่อ...”

            “เรื่องจริงนะคะ”

            “โกหก!!!!ไม่ว่าใครก็ถอนคำสาปนี่ไม่ได้ทั้งนั้นแหล่ะ!!! เจ้ามันก็แค่โกหกเพราะอยากล้วงความลับจากข้าใช่มั้ยล่ะ!!!!”

            “มันก็ใช่อยู่หรอกค่ะเรื่องล้วงความลับแต่ถอนคำสาปได้จริงๆนะคะ ขอสาบานด้วยเกียรติของเจ้าของเรื่องเล่าเทพธิดาผู้ถูกคุมขังได้เลย”

            ว่าพลางคลี่ยิ้มหวานให้เมื่อเอ่ยชื่อนี้ไม่ว่าใครต่างก็ต้องรู้จัก

            1 ในตำนานอันเลื่องชื่นของโลกใบนี้

            “เทพธิดา...ในตำนาน...”

            “ใช่ค่ะ จริงๆตอนแรกฉันก็ไม่อยากยอมรับแต่เพราะหลายคนพูดไม่หยุดเลยต้องยอมรับ เนื่องด้วยเจ้าสีผมกับสีตานี่เลยต้องพยายามทำให้คนอื่นเข้าใจเหตุผลไว้....เพราะงั้นเลยค่อนข้างโกรธที่คุณมีสีผมสีตาคล้ายกับฉันแล้วดันไปก่อปัญหาเอาไว้น่ะค่ะ”

            “พูดเหมือนข้าอยากมีนักล่ะเจ้าสีผมต้องสาปนี่น่ะ!!!!”

            ซิลเวอร์ตะโกนออกมาอย่างเหลืออด กำหมัดแน่นด้วยความโกรธเมื่อนึกถึงเหตุผลที่เขาต้องมีสีผมและสีตาเช่นนี้

            “....ไนกี [ตรวจสอบ] ”

            > เริ่มทำการวิเคราะห์ร่างกาย

            > เจาะลึกความสามารถทางกายภาพ เวทมนตร์ค่าความสัมพันธ์

            -STATUS-

            • NAME: ซิลเวอร์ คาร์ลวิส

            • RACE: (กึ่ง) มนุษย์                    

            • AGE: 31 ปี

            • MAIN WEAPON: ดาบ

            • MP: 200 (+7,000)

            • ABILITY: [เวทย์สายฟ้า]

            > ข้อมูลเพิ่มเติม

            • หัวหน้ากลุ่มโจรสีเงิน

            • ปีศาจร้ายสีเงินผู้หิวโหย ค่าหัว 200 โกลด์

            • ผู้ต้องสาปสีเงิน

            “กึ่งมนุษย์?”

            ซิลเวอร์กัดฟันกรอดจ้องพริสทีนเขม็งราวกับเคียดแค้นมานาน

            ดูท่าไม่ว่ายังไงก็คงไม่ยอมบอกข้อมูลได้ง่ายๆด้วยสิ

            เอาไงดีนะ...

            ...ตอนนี้อายาโกะก็น่าจะยังสู้อยู่ ส่วนเดฟน่าจะจัดการเสร็จแล้วล่ะมั้งไม่ได้ยินเสียงแล้วด้วย อืออ... ไนกี คำสาปนี่ลบล้างได้ไหม?

            > ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ด้วย [Recovery (ฟื้นฟู)] ของท่านซึ่งอยู่ในระดับSS สามารถทำได้โดยไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด

            “เอางี้ ฉันจะแสดงให้เห็นละกันนะคะว่าลบคำสาปได้ กล้าสาบานไหมล่ะคะว่าถ้าลบให้แล้วจะยอมเล่าทุกอย่างที่รู้ให้ฟัง”

            “เหอะ! คิดว่าจะถอนง่ายขนาดนั้นรึไงถ้าง่ายขนาดนั้นข้าไม่ต้องทนทรมานเพราะเจ้าคำสาปนี่เป็นสิบๆปีกหรอก!!!”

            แหม... ปากดีจัง แต่เอาเถอะ ไม่ได้ปากเสียเหมือนคุณโจรลูซี่นั่นก็พอไหวอยู่

            “รอดูละกันนะคะ [Recovery (ฟื้นฟู)]”

            วู้ม—!!!!!!!!!!

            แสงสว่างวาบไปทั่วบริเวณจนตาพร่าไปหมด ซิลเวอร์จำต้องหลับตาแน่นเวลาผ่านไปไม่นานรับรู้ได้ว่าแสงสว่างนั้นเริ่มจางหายไปจึงค่อยๆลืมตา ปรับสภาพมองรอบข้าง

            “เจ้า.. ทำบ้าอะไร”

            “นั่นสิคะ ทำอะไรกันนะ”

            พริสทีนยังคงยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าก่อนหยิบกระจกออกมาจากกระเป๋าข้างเอวภาพสะท้อนบนกระจกนั่นแสดงภาพที่ทำเอาเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับสิ่งที่เห็น...

            สีผมและสีตาตอนนี้ไม่ใช่ผมสีเงินและดวงตาสีแดงอีกต่อไป!!

            สถานะของเขาตอนนี้กลับมาเป็นมนุษย์ดั้งเดิมไม่ใช่กึ่งมนุษย์

            แต่กลับเป็นผมสีดำและดวงตาสีเขียวอ่อนดั้งเดิมของตนในสมัยเด็กเมื่อนานมาแล้วก่อนถูกสาป!!!!

            “ม ไม่จริง...”

            “นี่สีผมกับสีตาจริงๆของคุณสินะคะ?ดูดีเหมือนกันนะเนี่ย”

            เอาจริงๆตอนผมกับตาเหมือนฉันเนี่ยดูมีเสน่ห์มากกว่าตอนปกติซะอีก....แต่เอาเถอะ เขาดูดีใจกว่าตอนเมื่อกี้ซะด้วยซ้ำ

            “เจ้า..ทำได้ยังไง!? ไม่ว่าจะจอมเวทย์ที่จับมาพวกที่บอกว่าตัวเองเก่งแค่ไหนก็ทำไม่ได้ด้วยซ้ำ!!!!”

            “ก็บอกแล้วนี่นา ว่าฉันเป็นใครน่ะ” ยิ้มบางให้ “ทีนี้จะช่วยตอบคำถามฉันได้รึยัง?”

            ซิลเวอร์นิ่งเงียบไปซักพัก เขา...พยักหน้ายอมรับ

            นอกจากถูกตรึงจนขยับไม่ได้แล้ว เจ้าหล่อนยังลบล้างคำสาปที่ตนพยายามทำลายมาตลอดจนเลิกล้มไป

            หากยังสู้ต่อไป...คงได้พ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์

            ไม่ทันจะเอ่ยปากเล่าอายาโกะกับเดฟไกส์ก็ตามมาสมทบ

            “ทางด้านฉันเรียบร้อย ตอนนี้คุณมัมมี่เขาช่วยเฝ้าพวกโจรที่จับมัดไว้อยู่น่ะจ้ะ”อายาโกะยิ้มเริงร่าสุดๆ

            “ปลอดภัยสินะทั้งคู่”

            “แน่นอนอยู่แล้วจ้า~”

            “อะไรกัน แค่หลับเหรอเนี่ยข้านึกว่าเจ้าจะทำพลาดเลยจะตามมาบ่นซะหน่อย”

            “เสียใจด้วยนะเดฟ” ขำเล็กๆ “แต่ก็ขอบคุณสำหรับเสียงตะโกนนะ”

            “???”

            ดูเหมือนไลแคนหนุ่มจะงงไม่น้อย

            “แล้วไหนล่ะจอมโจรสีเงิน?”

            “ก็นั่งอยู่ข้างหน้านี่แหล่ะ” พริสทีนชี้ซิลเวอร์

            นั่นยิ่งทำเอาทั้งคู่งงหนักกว่าเดิมในเมื่อเขาตอนนี้ไม่มีส่วนไหนบ่งบอกว่าเป็นสีเงิน

            ซิลเวอร์เริ่มเล่าอดีตของตนที่มีชีวิตปกติทั่วไปอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ตอนนี้ล่มสลายไปเพราะสงคราม... พ่อแม่กับพี่สาวถูกฆ่าตาย...

            แต่ก่อนถูกฆ่า... แม่และพี่สาวโดนขืนใจต่อหน้าต่อตาตนเอง

            ตนกับน้องชายรอดมาได้เพราะพ่อและบอกให้ไปหาญาติของตนในเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง

            ถึงกระนั้น... ญาติพวกนั้นกลับอ้อนวอนร้องขอให้พวกเขาช่วยทำงานใช้หนี้ให้เพื่อตอบแทนที่มาอยู่อาศัย

            เพราะยังเด็กเลยไม่ได้คิดอะไรมาก

            สำหรับน้องชายต้องไปทำงานขนของแบกของต่างๆ และร่างกายเริ่มย่ำแย่ลงเรื่อยๆจากการโดนใช้งานต่างๆนานาส่วนเขาจำต้องบำเรอให้พวกหญิงสาวที่มาซื้อบริการ

            น้องชายที่ร่างกายอ่อนแอจนโดนคนอื่นกลั่นแกล้งโดนแกล้งจนไฟคลอกสุดท้ายต้องพันร่างกายเหมือนกับมัมมี่...

            ทำได้แค่อดทน อดทน และอดทน...

            จนกระทั่งวันที่ความอดทนมาถึงหมดลง

            เมื่อได้รับรู้ความจริงที่ว่าเจ้าพ่อค้าทาสนั่นไม่คิดจะปล่อยเขาให้รอดอยู่แล้วหนี้พวกนั้นไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย

            นอกจากนี้เงินที่พวกตนหาได้ พวกญาติก็เอาไปใช้จนหมด!!

            แถมพวกญาตินั่นก็ไม่ได้สำนึกผิด มีแต่จะหัวเราะเยาะสมน้ำหน้าพวกเขาที่โดนหลอกเดิมทีคิดจะขายให้พวกเขาเป็นทาสกามตั้งแต่แรกที่มาถึง

            ได้แต่โกรธ... โกรธ...แต่ทำอะไรไม่ได้....

            พอคิดจะสู้กลับก็สู้ไม่ได้ในเมื่อสามีผู้หญิงคนนั้นเป็นถึงทหารมีแต่ตนกับน้องชายที่โดนซ้อมอยู่ฝ่ายเดียวจนหมดสภาพ

            “ตอนที่คิดว่าทุกอย่างจะจบลงและกลายเป็นทาสนั่น...ผู้หญิงคนนั้นก็โผล่มา...”

            “ผู้หญิงคนนั้น??” พริสทีนทวนซ้ำ

            ขณะที่ตนจำต้องรับลูกค้าทั้งที่ยังบาดเจ็บ ลูกค้าผู้หญิงซึ่งสวมฮู้ดดำยาวปกปิดหน้าตาแต่เมื่อในห้องมีแค่พวกเขา เธอจึงถอดฮู้ดออก...

            หญิงสาวผิวสีม่วงซีด ผมสีขาวโพลนลอนยาวและดวงตาสีขาวเจ้าหล่อนในตอนแรกนั้นดูอ่อนโยน มือเรียวบางนั่นค่อยๆสัมผัส ลูบบาดแผลนั่นอย่างเบามือก่อนช่วยรักษาไต่ถามด้วยความเป็นห่วงจนเขาเล่า

            พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ..

            ‘ถ้าอยากแก้แค้นนัก...ข้าก็จะให้ยืมพลัง’

            สิ้นคำ มือทั้งสองข้างของเจ้าหล่อนจับเข้าที่หัวของเขาเหมือนมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นเข้าร่างด้วยความเจ็บปวดทรมานยากจะบรรยายได้ทำเอาเขาหมดสติไป

            ทว่า...ก่อนหมดสตินั้น ได้ยินหญิงสาวคนนั้นพูดว่า...

            ‘จงพิสูจน์ซะ...ว่าเหมาะสมกับพลังนี้...’

            เมื่อตื่นขึ้นปรากฏว่าเขาได้รับพลังอันมหาศาลยากจะกล่าวถึง

            ล้างแค้นพวกคนในหอนางโลม เจ้าของหอที่หลอกลวง พวกคนที่รังแกน้องชายรวมไปถึงญาติแสนเลวจนหาใดเปรียบ

            ฆ่า...ฆ่ามัน.. ฆ่ามันให้หมด

            เสียงนั้นดังก้องในหัวไม่หยุดขณะลงมือฆ่าใครซักคนออกอาละวาดฆ่าฟันทุกคนที่เหลือรอด

            เลือดสาดกระเซ็นไปทั่วร่างกายไม่ได้ทำให้รู้สึกขยะแขยง

            กลับสดชื่นราวกับถูกน้ำเย็นสาดใส

            ไม่ว่าดาบหรืออาวุธแบบไหนก็ไม่สามารถฆ่าตนได้..

            ดาบที่แตกหักเมื่อฟันร่างของเขา...

            ธนูที่แตกหักเมื่อพุ่งมาโดนร่าง...

            หรือแม้แต่เวทมนต์ก็ยากจะหยุดยั้งได้...

            ‘สนุก..’

            นั่นคืออีกสิ่งที่คิดได้

            ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอ้อนวอนขอชีวิตนั่นเขากลับหัวเราะเยาะอย่างสะใจเหมือนว่ามันเป็นเรื่องตลกอันแสนวิเศษ

            กระทั่งเขาได้สติตอนกำลังเผาน้องชายตนเองจนเกือบตาย...

            หลังจากได้สติและรีบดับไฟบนร่างของน้องชาย เขาจึงรู้ตัว...ว่าสีผมและสีตาตนเปลี่ยนไป

            ผมกลายเป็นสีเงิน.. และดวงตากลายเป็นสีแดง...

            ราวกับว่าถูกคำสาป...

            ‘ไร้ประโยชน์ซะจริง...’

            ผู้หญิงคนนั้นปรากฏตัวขึ้นข้างหลัง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            ‘ท่าน ท่านเอง!! ด ได้โปรดช่วยน้องชายข้าด้วยเถอะ!!!’

            ‘ช่วย?’

            ‘ใช่ ช่วยเขาด้วย!!!’

            ‘....ทำไมต้องช่วยตัวไร้ประโยชน์ด้วย?’

            ‘อ...เอ๋..!

            ‘...ข้าให้พลังแค่เจ้าเพราะดูแล้วน่าจะใช้การได้ทั้งที่คาดหวังไว้แท้ๆ...’ ส่ายหัวไปมา ‘สุดท้ายก็กลายเป็นตัวล้มเหลว..’

            ‘ล้มเหลวงั้นเหรอ... หมายความว่ายังไง...’

            ‘ก็หมายความว่า... เจ้ามันไร้ค่ายังไงล่ะ.... ไม่มีค่าพอจะได้อยู่ในโลกใหม่ของพวกเรา...ไร้ประโยชน์... ไม่มีค่ามากพอจะให้ช่วย จงอยู่ด้วยความหวาดกลัวของคำสาปสีเงินนี่ไปซะเถอะ...ไม่มีใครหรอก... ที่จะช่วยเจ้าได้...’

            ‘เดี๋ยว!!! เดี๋ยวก่อน!!!!!!’

            ร้องโวยวายเสียงดังพยายามพุ่งเข้าไปจับชายผ้าคลุมของเจ้าหล่อนไว้ทว่า...ร่างของนางกลับสลายหายไปต่อหน้า

            ทิ้งไว้แค่เขากับน้องชายซึ่งถูกไฟคลอกปางตายและคำสาปสีเงินนั่น...

            “หลังจากนั้นข้าก็หนีเอาตัวรอดเข้าป่าพยายามหาทางช่วยน้องชาย แต่ก็โดนทุกคนปฏิเสธเพราะผมนี่... จนโดนหัวหน้าโจรจับตัวมาและโดนเลี้ยงให้เป็นหัวหน้าโจรคนต่อไปเนื่องด้วยความสามารถ...”

            “เพราะงั้นเลยให้ลูกน้องฆ่าคนแทนที่ตัวเองจะเป็นคนทำสินะ”

            “ใช่...”

            “เอ...น้องชายถูกไฟเผาร่าง... หรือว่าคุณมัมมี่คนนั้นคือน้องชายคุณใช่ไหมคะ?”

            “....ใช่” ซิลเวอร์ตอบอายาโกะ

            “ถึงว่าทำไมเป็นกลิ่นของมนุษย์ทั้งที่พันตัวจนเหมือนมัมมี่”

            “อย่าบอกนะว่าท่านคิดว่าเขาเป็นมัมมี่น่ะ?”

            “ไม่รู้เว้ย! ข้าไม่เคยเห็นมัมมี่มาก่อนนี่หว่า!!!”

            “เอาน่าทั้งคู่ ใจเย็นๆหน่อยยังไงภารกิจของเราก็เสร็จแล้วนี่นา จะว่าไป...ทำไมคุณถึงหมายหัวแอปเปิ้ลทองคำล่ะ?”

            “ข้าก็แค่คิดว่าถ้าได้มันมามันอาจจะพอถอนคำสาปได้เท่านั้นแหล่ะเลยยอมมาอยู่เมืองงี่เง่านี่น่ะ”

            เป็นเหตุผลที่ง่ายซะจริงๆ

            สุดท้ายก็ต้องจับตัวพวกโจรส่งไปยังกิลด์เพื่อยืนยันภารกิจแต่ด้วยความที่ซิลเวอร์ไม่มีลักษณะคล้ายจอมโจรสีเงินจึงมีเถียงกันเล็กน้อยก่อนจะเล่าถึงคำสาปสีเงินนั่นให้ฟัง

            จนรู้จากกิลด์มาสเตอร์ว่าเคยได้ยินจากกิลด์มาสเตอร์อีกที่หนึ่งเกี่ยวกับคำสาปนี้ทว่าผู้โดนคำสาปนั้นตายไปเสียแล้ว

            พวกชาวบ้านทุกคนต่างก็เฉลิมฉลองด้วยความยินดีเมื่อความสงบสุขได้กลับมาเยือนอีกครั้ง

            ซิลเวอร์กับพวกโจรโดนลดฐานะให้กลายเป็นทาสและจำต้องตีตราเพื่อแสดงสัญลักษณ์ของทาส

            และดูเหมือนคราวนี้ซิลเวอร์ยินยอมแต่โดยดี คงยังอารมณ์ดีที่คำสาปโดนลบถึงอย่างนั้น...ดูจากหน้าตาและสายตาของพวกผู้หญิงรวยๆด้วยแล้วคงหนีไม่พ้นกลับไปเหมือนเมื่อก่อน

            ไอชาเองก็เตรียมเงินสำหรับซื้อตัวน้องชายของซิลเวอร์แต่ฝ่ายแม่ไม่ยอมแถมไม่ยอมรับด้วยว่าเป็นพ่อของลูกในท้องลูกสาวตนเอง

            “นี่เดฟ จำได้ลางๆว่าที่โรงเตี๊ยมของพวกเรายังไม่มีคนงานใช่มั้ย?เพราะงั้น...”

            “เจ้าเป็นเจ้าของและเป็นคนทำเพราะงั้นก็ตามใจเจ้ายังไงข้าก็ขัดใจเจ้าไม่ได้อยู่แล้วนี่” ยิ้มแยกเขี้ยว รู้นิสัยและความคิดอีกฝ่ายดี

            พริสทีนเห็นแบบนั้นจึงยิ้มกว้างกว่าเดิม

            ก่อนเดินตรงไปหากิลด์มาสเตอร์ซึ่งกำลังคุยกับพ่อค้าทาสในการส่งตัวพวกโจรที่ตอนนี้กำลังตีตราทาสกันอยู่ไปในตลาดขายทาส

            “กิลด์มาสเตอร์คะ ถ้ายังไงฉันขอเป็นคนซื้อตัวพวกเขาเองค่ะ!”

            “ห หา?”

            “เดี๋ยวสิแม่หนู ถึงจะเป็นนักผจญภัยก็ตามแต่เจ้าพวกนี้เคยเป็นโจร เพราะงั้นเงินที่จะซื้อน่—”

            “1,000 โกลด์ พอไหมคะ?”

            กริ๊ง~ หยิบถุงเงินซึ่งเต็มไปด้วยเหรียญทองขึ้นมาเปิดให้ดูทำเอาพ่อค้าทาสตาวาวท่ามกลางพวกโจรยืนงงและพวกผู้หญิงรวยๆผิดหวัง

            “คิดอะไรอยู่น่ะยัยหนู”

            “ก็คิดจะให้โอกาสคนผิดน่ะสิคะ ถึงยังไงฉันเองก็ยังเป็นคนดีพอนะ”

            ยิ้มหวานให้ก่อนจะไขกุญแจที่ล็อกมืออีกฝ่ายให้ ก่อนส่งต่อให้อายาโกะไปจัดการไขพวกโจรคนอื่น

            “เพราะยังไง...ฉันคิดว่าผู้หญิงที่ทำให้คุณโดนคำสาปอาจจะเป็นคนที่ฉันเคยถูกขอร้องให้ไปช่วยน่ะสิ...”

            พลางนึกถึงจดหมายของโครงกระดูกใต้หอคอยนั่น...

            “เอาเป็นว่า ฉันจะให้โอกาสทุกคนอีกครั้งโดยการส่งไปทำงานในหมู่บ้านของฉันค่ะ”

            “หมู่บ้าน?”

            “ทำงานเนี่ยนะ?”

            พวกโจรเริ่มฮือฮาด้วยความสงสัย

            “ค่ะ ทำงาน” ว่าจบก็ใช้ทักษะ [คัดลอก] จากความคิดลงกระดาษใส่ซองจดหมายแล้วยื่นให้ซิลเวอร์“นี่เป็นจดหมายของฉัน นำไปยื่นให้กับหัวหน้าหมู่บ้านที่ชื่อฟีเรนะคะ”

            “หัวหน้า ยัยนี่อาจจะหลอกเราก็ได้นะครับ!”

            โจรหลายๆคนเริ่มมีปัญหากัน เพราะนอกจากจะช่วยแล้วยังจะหางานให้ทำแบบนี้มันดูแปลกไป

            “.....ไม่ ข้าเชื่อนาง” ซิลเวอร์กล่าวพลางมองพริสทีนด้วยรอยยิ้ม“ในเมื่อแสดงให้เห็นถึงขนาดนั้น เจ้าพูดอะไรข้าไม่เชื่อก็คงไม่ได้แล้วล่ะนะ”

            “ฮิๆ”

            “แหม.. แอบหงุดหงิดล่ะสิคะท่านเดฟไกส์~”มิโกะสาวอดไม่ได้ที่จะแซะคนข้างๆ

            “ไม่รู้เว้ย!!! ไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น!!!!”เชิดหน้าหนี

            แต่เธอก็พูดถูก เขาหงุดหงิดจนได้!!

            ในเช้าวันต่อมาขณะจัดเทศกาลประจำเมือง ซิลเวอร์กับพวกโจรโดนพาออกไปนอกเมืองเพื่อที่เธอจะได้เปิด[เกท] ส่งพวกเขาไปยังหมู่บ้านเคตลินน์ โจรทุกคนลังเลถึงอย่างนั้นก็ไม่กล้าขัดคำสั่งอดีตหัวหน้าได้

            จึงจำต้องเดินผ่านประตูบานนั้น จนจะถึงตาของน้องชายซิลเวอร์ที่ต้องเข้าไป...

            “เดี๋ยวค่ะ!!!”

            เสียงตะโกนทำเอาทุกคนต้องหันไปมอง หญิงสาวเจ้าของร้านขายดอกไม้นั่นเองที่วิ่งมาพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า

            “! คุณไอชา!!”

            “ข้า ขอไปด้วยนะ... ข้า.. อยากอยู่กับเขา...”

            “แหม... น้องข้านี่ไฟแรงจริงๆ” อดีตหัวหน้าโจรอดไม่ได้ที่จะแซะน้องชายที่ยืนนิ่ง“นางอุตส่าห์มาหาแล้วแท้ๆ พูดหน่อยสิ ไม่งั้นเดี๋ยวเธอจะคิดว่าปฏิเสธนะ”

            มัมมี่(?)หนุ่มนิ่งไปสักพักใหญ่ “จะ...ดีเหรอ...”

            “อื้อ ดีอยู่แล้วล่ะ” ไอชายิ้มกว้างก่อนเดินมาหา “ลูกน่ะ..ต้องการพ่อนะ... และข้าเอง ก็ต้องการท่านเช่นกัน ทริลล์...”

            เขานิ่งไปก่อนจะคลี่ยิ้มภายใต้ผ้าพันแผล ชื่อของน้องชายซิลเวอร์ที่พึ่งได้ยินครั้งแรกเหมือนกับว่าชื่อของเขาอยากให้รู้แค่คนสำคัญเท่านั้นทริลล์เดินไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าก่อนเดินเข้าไปในประตู

            และเพราะบทสนทนาเมื่อครู่ทำเอาอายาโกะกับพริสทีนแอบเขินไม่น้อย

            “ถึงตาข้าแล้วล่ะนะ”

            “ขอให้โชคดีกับชีวิตใหม่ และตั้งใจทำงานด้วยนะคะ”

            “แน่นอนอยู่แล้ว” ซิลเวอร์คลี่ยิ้มบางให้ก่อน...

            จะยกมือพริสทีนขึ้นมาจูบหลังมือเบาๆต่อหน้าต่อตา!!!

            “!!!!!!!!! ปล่อย-มือ-นาง-ซะ!!!!!!!!!!”

            ไลแคนหนุ่มพุ่งเข้ามากระชากพริสทีนให้ออกห่างจากซิลเวอร์อดีตหัวหน้าโจรคราวนี้ผงะพอควรไม่ได้รู้สึกขำสักนิดเพราะสายตาที่จ้องเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเขา

            ตอนพริสทีนโกรธครั้งนั้นว่ากลัวแล้ว

            เดฟไกส์ตอนนี้กลับน่ากลัวยิ่งกว่า...

            “ยังไงก็ขอบคุณที่ให้โอกาสละกันนะท่านเทพธิดาไว้เจอกันใหม่~” ว่าจบก็รีบเข้าเกทไปก่อนจะปิดตัวลง

            “ด เดฟ...?”

            “เคยเตือนแล้วใช่ไหมว่าให้ระวังตัวไว้บ้างน่ะห๊ะยัยเบ๊อะ!!!!!”ว่าพลางใช้ชายเสื้อเช็ดมือเธอจนแดง

            “งึ..!”

            “แต่ฉันพอเข้าใจนะคะพริสทีน มันก็แค่การขอบคุณของสุภาพบุรุษเท่านั้นเองเนอะ”

            “อื้อ จะว่างั้นก็ได้ ฉันไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้วด้วย”

            “แต่ข้าสน!!!!”

            “!! ข ขอโทษ...” แอบสะดุ้งนิดหน่อย

            “คิก ขี้หวงจังเลยนะคะท่านไลแคนเนี่ย”

            “เงียบน่า!!! รีบๆไปกันได้แล้ว!!!!!”

            เดินตึงตังไปขึ้นรถม้าล่วงหน้าปล่อยให้สองสาวมองหน้ากันก่อนจะหัวเราะเล็กๆกับท่าทางหงุดหงิดของอีกฝ่าย

            พริสทีนก้มลงมองมือของตนที่อีกฝ่ายเช็ดให้และยิ้มออกมา

            ตอนนี้เธอดีใจ...ที่เขาแสดงอาการแบบนั้นออกมา

            ดูท่า... ฉันจะติดนิสัยแย่ๆนี่ซะแล้วสิเนี่ย


             

    ***************

    โอเค!!! ปั๊มอีกตอนเสร็จก่อนเข้ากรุงเทพ

    บอกเลยว่าเกือบไม่ทันแล้ววว! 555555555

    เดี๋ยวตอนหน้าจะมีตอนพิเศษครบ 50 ตอนนะคะ!

    ซึ่งก็คือ Q&A นั่นเอง! ใครสงสัยอะไรมาถามมาได้เลยนะคะ

    ถ้าคำถามไหนคล้ายกันก็จะถือว่าเหมารวมกันไปเลย

    รวมคำถามหมดจากทั้ง Fictionlog / Dek-D / ธัญวลัย / และกวีบุ๊ค

    ภายในวันที่อัพนี้จนถึงวันที่ 15 มกราคมซึ่งกลับมาจากกรุงเทพพอดี

     

    ปล.บอกเลยว่าคำถามแรกที่เราจะตอบคือคำถามที่ส่วนใหญ่คนมักจะตักเตือนเราเรื่องอายุก่อนตายของนางเอกนี่แหล่ะ55555

     

    ปล2. ที่อัพช้าคือทำเกมอยู่จ้า— //สไลด์กราบงามๆ

    คล้ายกับเรื่อง【Perfect Life】 ที่คุณอ่าน