ตอนที่ 5: สมการควอนตัมของของเหลวชีวภาพ
ความเงียบสงัดครอบคลุมไปทั่วห้องปฏิบัติการใต้ดิน B3 มีเพียงเสียงสัญญาณการเต้นของหัวใจจากมอนิเตอร์และเสียงลมหายใจเข้าออกที่เป็จังหวะสม่ำเสมอของเกริก
อดีตผู้จัดการโรงงานวัย 60 ปี ยืนนิ่งอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยเคสวิกฤต ฝ่ามือทั้งสองข้างยื่นออกไปลอยอยู่เหนือศีรษะของผู้ป่วยในระยะห่างประมาณห้านิ้ว ความร้อนอ่อนๆ และไอคลื่นพลังงานชีวภาพเริ่มแผ่ออกมาจากฝ่ามือของเขาอย่างช้าๆ
"ลุงเกริกคะ..." กานต์กระซิบพลางจ้องมองหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดั์ "ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ผนังเซลล์หลอดเืสมองส่วนลึกยังคงสูงถึง +45 millivolts เืและพลาสมากำลังสลายตัวและตกตะกอนเกาะกันแน่น ยาต้านไวรัสที่เราจ่ายเข้าไปผ่านสายน้ำเกลือไม่สามารถซึมผ่านเข้าสู่เนื้อเยื่อสมองได้เลยค่ะ!"
"เพราะพวกเธอใช้สมการฟลูอิดคลาสสิก (Classical Fluid Mechanics) ในการคำนวณการไหลของเื" เกริกพูดโดยไม่ลืมตา เสียงของเขาต่ำและนิ่งลึก "ในภาวะอักเสบขั้นรุนแรง หลอดเืขนาดนาโนเมตรไม่ได้ทำตัวเป็ท่อประปาธรรมดา แต่มันกลายเป็ 'ตัวนำส่งประจุ' ที่มีกฎทางควอนตัมเข้ามาเกี่ยวข้อง"
ดร.พิชิต ที่ยืนเฝ้าหน้าจอควบคุมอยู่อีกฝั่งถึงกับขมวดคิ้ว "สมการควอนตัมของของเหลวชีวภาพเหรอครับ? คุณเกริก เืก็คือสารละลายที่มีเซลล์ลอยอยู่ มันจะไปเกี่ยวข้องกับฟิสิกส์ควอนตัมได้ยังไง?"
"ถ้าคุณมองในระดับโมเลกุลน้ำและเกลือแร่ ดร.พิชิต..." เกริกอธิบาย ขณะที่ฝ่ามือของเขาเริ่มขยับสั่นะเืเป็จังหวะละเอียดถี่ถ้วน "เมื่อประจุบวกสะสมแน่นเกินไป มันจะสร้างสนามแรงดันไฟฟ้าที่ทำให้โมเลกุลของเหลวเกิดสภาวะ 'Tunneling Effect' แบบย้อนกลับ หรือพูดง่ายๆ คือ ประจุไฟฟ้ามันผลักกันเองจนโมเลกุลน้ำและสารอาหารถูกขังไว้ ไม่สามารถวาร์ปข้ามผ่านช่องว่างเยื่อหุ้มเซลล์ (Ion Channels) ไปได้!"
"แล้วหัวหน้าจะแก้สมการนี้ยังไงครับ?" พลถามพลางก้าวเข้ามาเตรียมช่วยคุมแผงควบคุมตามสั่ง
"เราต้องสร้าง 'แรงสั่นะเืเรโซแนนซ์' (Resonant Vibration) เพื่อล้างค่าประจุขยะออก" เกริกสูดลมหายใจเข้าลึก ดึงพลังจากจุดตันเถียนลงสู่ปลายเท้า แล้วส่งผ่านขึ้นมาตามลำตัวออกสู่ฝ่ามือทั้งสองข้าง "กานต์! ดร.พิชิต! ดูค่าสนามแม่เหล็กตอบสนองที่จอปรับจูน 7.83 Hz ให้ดี!"
ทันใดนั้น หน้าจอสแกนชีวภาพที่มีภาพจำลองสมองของผู้ป่วยก็เกิดการเปลี่ยนแปลง!
คลื่นสัญญาณสีฟ้าอ่อนที่แผ่ออกมาจากฝ่ามือของเกริก เข้าไปปะทะกับกลุ่มก้อนประจุสีแดงเข้มที่กระจุกตัวอยู่บริเวณฐานสมอง คลื่นความถี่ต่ำสั่นะเืลงไปในระดับนาโนเมตร ทำให้ก้อนตะกอนเม็ดเืและโปรตีนหนามของไวรัสที่เกาะกลุ่มกันแน่นเริ่มเกิดการสั่นไหวและค่อยๆ คลายตัวออกจากกันทีละน้อย
"เหลือเชื่อ..." ดร.พิชิต จ้องมองตัวเลขบนหน้าจอด้วยตาที่เบิ่งกว้าง "ค่าความต่างศักย์ไฟฟ้าที่ผนังเซลล์... กำลังลดลงจาก +45 mV เหลือ +20 mV... แล้วตอนนี้ลงมาแตะที่ -70 mV ซึ่งเป็ค่า Resting Potential ปกติของเซลล์แล้วครับ!"
"ประตูช่องไอออนเปิดแล้ว!" กานต์ร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น "ดูที่อัตราการไหลของยาสิคะ! ยาต้านไวรัสและสารบำรุงที่เคยคั่งอยู่ปากทาง เริ่มไหลซึมผ่านแนวกั้นหลอดเืสมอง (BBB) เข้าไปสลายโมเลกุลไวรัสด้านในได้แล้ว!"
แต่ทว่า ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะประสบความสำเร็จ ตัวเลขแรงดันในท่อน้ำเหลืองส่วนลึกกลับพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน! กราฟบนหน้าจอกลายเป็สีแดงฉานพร้อมเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้องแล็บ!
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
"เกิดอะไรขึ้นครับหัวหน้า?!" พลร้องถามด้วยความใ
"แรงดันย้อนกลับ! (Backpressure)" เกริกขมวดคิ้วเข้ม เปิดตาขึ้นทันที "พอก้อนอุดตันในหลอดเืสมองละลาย ของเสียและน้ำเหลืองพิษระลอกใหญ่ก็พุ่งทะลักลงมาที่ท่อน้ำเหลืองส่วนลึกก้านสมองพร้อมกัน! ท่อระบายน้ำขากลับกำลังจะแตก!"
"ถ้าท่อน้ำเหลืองก้านสมองแตก ผู้ป่วยจะเกิดภาวะสมองบวมดับฉับพลันนะคะลุงเกริก!" กานต์เตือนด้วยน้ำเสียงเร่งด่วน
เกริกมองหน้ากานต์และดร.พิชิต ก่อนจะหันไปหาพลด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว
"เราเปิดทางเข้าได้แล้ว... แต่ทางออกระบายของเสียยังอุดตันอยู่" เกริกเกร็งเกลียวคลื่นพลังงานที่ฝ่ามือขวาให้เข้มข้นขึ้น "พล! เตรียมปรับแรงดันสูญญากาศในห้องสแกน! ดร.พิชิต... เตรียมรับมือกับ 'แรงดันย้อนกลับในระบบท่อน้ำเหลืองส่วนลึก' ในตอนต่อไปได้เลย!"