" แค่นี้ยังไม่พอ แก 2 คนไปหามาเพิ่มซิ "
ชาวคีอัสที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าสั่ง จากนั้น ชาย 2 คนก็ลุกเดินจากไป ส่วนอีก 4 คนที่นั่งอยู่ กลับมาพูดภาษาคีอัสกันอีกแล้ว ไวทินคิดว่าไม่สามารถหาข้อมูลเพิ่มได้อีกแล้ว จึงตาม 2 คนที่ลุกจากไปอย่างเงียบ ๆ
หลังจากออกมาไกลจากกลุ่ม
ไวทินที่ตามหลังมาอย่างเงียบๆ ก็พุ่งออกมาจากที่มืด ชักกระบี่สั้นจากปลอกคอฟันเข้าที่คอ หนึ่งในสองคนทันที
ฉัวะ !!!
คอขาดกระเด็น เืสีเขียวพุ่งกระฉูดทันที จากนั้นขณะจะพุ่งไปฟันอีกคนกลับพบว่า อีกคนะโถอยหลังหลบออกไปแล้ว
" แก !! มนุษย์ กล้ามากนะที่โจมตีพวกข้า ตายยย "
ชายชาวคีอัสอีกคนพุ่งเข้าหาไวทินทันที
มือที่เต็มไปด้วยเกล็ดหนา จากมือขนาดปกติ กลับขยายใหญ่ขึ้นเป็ขนาดเท่าศีรษะไวทิน พุ่งต่อยมากลางอกไวทินทันที
ไวทินหรี่ตามองนิ่ง มือขวาถือกระบี่สั้น มือซ้ายลูบหลังศีรษะ มือซ้ายพลันเปล่งแสงสีทอง หากสังเกตระยะใกล้ จะเห็นว่าที่เปล่งแสงสีทองไม่ใช่มือ แต่เป็ถุงมือใสบางที่กำลังเปล่งแสงอยู่
เห็นหมัดขวาขนาดั์พุ่งมาที่หน้าอก ไวทินยกมือซ้ายมารับ มือขวาสะบัดฟันกระบี่สั้นสีทอง สวนกลับไปทันที
ตูมม !!!
ฉัวะ !!!
อั๊กก !!!
เืสีเขียว และสีแดงสาดกระจาย
ไวทินสามารถตัดคอชายชาวคีอัสได้ แต่แรงจากการต่อย มือซ้ายไม่สามารถกันได้ทั้งหมด
แม้ถุงมือสีทองจะกันมือแตกได้ แต่แรงต่อยก็หนักเกินที่แขนซ้ายจะรับได้ ทำให้มือซ้ายพร้อมหมัดั์ชนเข้าหน้าอกไวทินอย่างแรงจนกระอักเื ยังดีที่ไวทินใส่เสื้อกันะุแบบสั่งผลิตพิเศษมาด้วย หากไม่มีแผ่นเหล็กจากเสื้อ ไวทินคาดว่าคงมีกระดูกหักบ้างล่ะ
ไวทินล้มลงนอนหงายกับพื้นทันที
นี่แค่ดวล 1 ต่อ 1 แบบซึ่งหน้ายังขนาดนี้ อีก 4 คนที่เหลือช่างมันเถอะ ไวทินคิดในใจ
หลังจากพักพอประมาณ กลัวว่าชาวคีอัสอีก 4 คนอาจออกมาตามหา หากชาวคีอัส 2 คนนี้หายไปนาน ไวทินจึงรีบลุกขึ้นและจากไปอย่างเงียบๆ ก่อนไปไวทินไม่ลืมใช้กระบี่ ควักเอาผลึกเคออสของชาวคีอัสทั้ง 2 ไปด้วย
......................................
กลับถึงบ้าน ไวทินต้องนอนพักอยู่ 1 วันเต็ม ก่อนที่จะลุกขึ้นมาทำการทดลอง
ตอนนี้ไวทินมีผลึกเคออส 5 ก้อน 2 ก้อนจากในเมือง และอีก 3 ก้อน จากศพที่ให้ดานิกาจัดการ
มองไปที่ผลึกเคออสทั้ง 5 ไวทินจะไม่ทดลองกินแน่นอน เพราะเคยมีคนตายมาแล้ว
ต้องทำยังไง ผสมกับยาโนแวนวัน ทุบแล้วผสมยาเลยรึเปล่า
ว่าแล้วไวทินก็ลองทุบ 1 ก้อนทันที
โพล๊ะ !!!
พอผลึกเคออสแตกก็มีหมอกกระจายออกและหายไปกับสายลม จากนั้นเปลือกผลึกก็ค่อยๆ หายไป
ห๋าาาา !!!
ไวทินรู้สึกงุนงง พอย้อนนึกดู ตอนนั่งสมาธิ ก็เห็นว่าข้างในผลึกเคออส เป็หมอกจริงๆ พอไม่มีเปลือกหุ้ม ก็สมควรแล้วที่จะหายไป
งั้นต้องลองผสมโดยเปลือกไม่แตก
ไวทินลองนำเข็มเจาะผลึกเคออสแล้วฉีดยาโนแวนวันลงไป จากนั้นปิดรูเข็ม ลองเขย่าดู
มันใช้ได้ !!!
แล้วไงต่อ ?? ลองเอายาที่ฉีดเข้าไปออกมา ไวทินเอาเข็มฉีดยาอันเดิม ดูดยาโนแวนวันออกมาจากรูเดิมที่เจาะเข้าไป
" หืม !!! เปลี่ยนสี ยาโนแวนวันเป็สีฟ้า พอฉีดเข้าไปในผลึกเคออสที่เป็สีแดงนี่ ยาก็เปลี่ยนเป็สีแดง แสดงว่าน่าจะผสมกับหมอกแดงสำเร็จ "
ไวทินพึมพัมกับตัวเอง จากนั้น ไวทินนำหนูทดลองที่ฉีดยาโนแวนวันไว้ก่อนแล้วออกมา 4 ตัว ทดลองฉีดยาที่ผสมจนเป็สีแดงแล้ว ใส่หนูตัวละนิด หลังจากรอซักพักก็ไม่มีตัวใหนตาย ไวทินจึงได้ลองฉีดยาทั้งหลอดใส่หนูตัวนึง หลังฉีดไปซักพัก หนูก็ดวงตาสว่างไสว ดูคึกคักเต็มไปด้วยพลัง
" มันได้ผล !!!! "
ดวงตาของไวทินสว่างจ้า เต็มไปด้วยความอิ่มเอม
" ค้นพบแล้ววววว !!! "
ไวทินะโก้องเต็มไปด้วยความพลุ่งพล่าน ดีใจเกินจะกล่าว
แล้วจะใช้กับมนุษย์ได้ไหม ??
พอคิดถึงปัญหาข้อนี้ ไวทินถึงได้สงบลง
" ลองนิดหน่อย ถ้าหนูไม่ตาย เราก็คงไม่ตาย ยังไงก็ต้องลองดู "
ไวทินพูดปลอบใจสร้างความฮึกเหิมให้ตนเอง หลังจากมอง ผลึกเคออส 3 ก้อนในมือ มีสีขาว สีเหลืองทอง และสีเทา ไวทินเลือกสีเหลืองเป็ตัวทดลอง เพราะสีเหมือนพลังตนเอง น่าจะเข้ากันได้
ไวทินทำยาสีทองจากวิธีเดิม เพ่งมองไปที่หลอดยาสีทอง ไวทินอธิษฐานในใจ
“ ขอให้ได้ผล ถ้าไม่ได้ อย่างน้อย อย่าให้ต้องตายอนาถอย่างน่าสมเพช กับความโง่ครั้งนี้ด้วยเถ๊อะะ !!! "
ว่าแล้วไวทินก็ฉีดเข้าที่แขนไปหนึ่งหยด จากนั้นจึงหลับตาสังเกตผลที่ได้
ความรู้สึกแรกคืออุ่นร้อนนิดๆ จากนั้นความรู้สึกอุ่นๆนั้นค่อยเคลื่อนตัวตามแขน ขึ้นมาเรื่อย ๆ จนถึงหลังศีรษะ ไวทินสังเกตเมื่อความอุ่นนั้นเคลื่อนไปถึงหลังศรษะ หมอกในผลึกเคออสดูจะหนาขึ้นเล็กน้อย
ไวทินตื่นเต้น หมอกหนาขึ้น แสดงว่ามีหมอกเยอะขึ้น หมายความว่าใช้พลังได้มากขึ้น
" ย๊าาา !!! นี่คือวิธีการอัพพลังงง !!! "
ไวทินรู้สึกตื่นเต้นจนร้องออกมา ในที่สุดก็ค้นพบ ไวทินไม่รีรอ ฉีดทั้งเข็มที่เหลือทันที
ความรู้สึกเช่นเดิม แต่เมื่อฉีดทั้งเข็มความรู้สึก กลับรุนแรงขึ้นมาก รู้สึกถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นศีรษะ คล้ายมีพลังงานพลุ่งพล่านในตัว
ไวทินไม่ลังเลลองทำกับผลึกเคออสสีขาวบ้าง แต่ความรู้สึกที่ได้ กลับเบาบางมาก ขนาดฉีดทั้งเข็ม ไวทินยังรู้สึกได้คล้ายเหมือนกับฉีดสีทองเข้าไปแค่หยดเดียว
" น่าจะเกี่ยวกับสีพลังของผลึก ถ้าสีเดียวกันน่าจะเพิ่มพลังได้มาก สีต่างกันแม้เพิ่มพลังได้ แต่ก็แค่เพียงเล็กน้อย เหลือก้อนสุดท้ายสีแดง เก็บไว้ให้ไอรินละกัน จำได้ว่าของไอรินเป็สีแดง "
ไม่รู้ว่าจะหาก้อนสีทองได้อีกไหม คงต้องพยายามกันต่อไป คงไม่มีเพียงก้อนเดียวแน่นอน แต่เห็นชาวคีอัสกินทุกสีเลย น่าจะเพิ่มพลังคล้ายๆกัน แม้ต่างสีจะเพิ่มน้อยแต่ก็ถือว่าเพิ่ม สะสมไปเยอะๆ พลังคงเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
คิดถึงชาวคีอัสแล้ว สามารถกินผลึกเคออสได้โดยตรง แสดงว่ามนุษย์ก็น่าจะกินผลึกเคออสที่ผ่านการฉีดยาโนแวนวันแล้วได้เช่นกัน แต่ไวทินคิดว่าตนเองคงทำไม่ได้ ถ้าไม่จำเป็จริงๆ ไวทินจะไม่นำมันเข้าปากเด็ดขาด คิดถึงตอนนำมันออกมาจากศีรษะ คล้ายกับกินสมองเลย แค่คิดก็ขนลุก อยากจะอาเจียนขึ้นมาทันที
ถึงตอนนี้ ไวทินคิดว่าน่าจะเดาสาเหตุที่ชาวคีอัสบุกโลกได้ ก่อนอื่นปล่อยไวรัสเคออส จากนั้นรอ 5 ปี ให้ไวรัสกระจายทั่วโลก ค่อยมาบุกเก็บเกี่ยวผลึกเคออส ถึงว่า ถ้าจะยึดครองโลก แค่ส่งไวรัสฆ่าล้าง หรือมาบุกเองตรงๆ ก็ได้ยึดครองโลกได้ง่ายๆไปแล้ว ที่แท้ตั้งใจทำให้โลกเป็ฟาร์มปศุสัตว์ แหล่งผลิตผลึกเคออสนี่เอง
คิดถึงตรงนี้ ไวทินตัวสั่นด้วยความเคียดแค้นชิงชัง แต่ไวทินก็ไม่ได้คิดนานเกินไป เพราะไวทินก็เข้าใจได้ เพราะมนุษย์เองก็มีฟาร์มปศุสัตว์เช่นกัน มันคือห่วงโซ่อาหาร ขึ้นอยู่กับว่าใครกำปั้นใหญ่กว่ากัน คนนั้นก็จะเป็ผู้อยู่ในจุดสูงสุดของห่วงโซ่
ไวทินรู้สึกถึงจิติญญาการต่อสู้ที่ลุกโชน เมืุ่์มีพลังเหมือนกันแล้ว มาดูกันว่า ใครจะอยู่รอดเป็คนสุดท้าย