เสียงประตูรถถูกเปิดออกทางข้างหลังทําให้เธอต้องยุติความคิดสงสัยต่างๆนานาในใจลงเมื่อพ่อประคองร่างให้เข้าไปในที่นั่งตอนหลัง
“ฉันคิดว่าเธอจะนั่งรออยู่แต่ในรถเสียอีก”
น้ำเสียงของเดบอร่าห์บอกความไม่พอใจเมื่อต่างคนต่างเข้านั่งตามที่ของตนเรียบร้อยแล้ว
“ในรถนี่มันร้อนนี่คะ ฉันก็อยากได้รับอากาศข้างนอกบ้าง”
ซาบริน่าตอบเรียบๆ
“และมันก็ช่วยให้แก้มลูกแดงขึ้นด้วยนะ”
แกร้นท์เอ่ยขึ้นอย่างตั้งข้อสังเกต
“พ่อว่าหนูควรจะออกข้างนอกให้มากกว่านี้นะ”
ซาบริน่าไม่ใคร่แน่ใจนักว่า นั่นเป็คําพูดด้วยเจตนาบริสุทธิ์หรือว่าพ่อกําลังจะคล้อยตามความคิดเห็นของ ของเดบอร่าห์ที่อยากจะให้ส่งเธอไปยังโรงเรียนสอนคนตาบอดแห่งใหม่ที่เธอเคยได้ยินการปรึกษาหารือกันมาแล้ว
“แล้วก็คุณ...คาเมรอนคนนั้นน่ะ”
เดบอร่าห์เอ่ยต่อ
“เธอเคยรู้จักกับเขามาก่อนแล้วหรือ?”
“ไม่เคยหรอกค่ะ ทําไมล่ะ?”
ซาบริน่านั่งตัวแข็งไปทันทีเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้เต็มที่
“ก็ไม่มีอะไรหรอกเพราะเท่าที่ผ่านมาฉันสังเกตเห็นว่าเธอไม่ใคร่จะพูดคุยกับคนแปลกหน้าเท่านั้นละ”
“ที่คุณพูดนหมายความว่าั้แ่ฉันตาบอดใช่ไหมคะ”
ซาบริน่าถามเสียงเข้ม
“จริงๆ แล้วฉันก็ไม่ใช่คนขี้อายอะไรนักหรอกค่ะยิ่งกว่านั้นฉันก็เพียงแต่ถามเขาเกี่ยวกับพ่อเท่านั้น”
ความเงียบที่น่าอึดอัดใจเกิดขึ้นที่จริงเธอไม่ได้คิดจะตอบอย่างตัดรอนเช่นนี้แต่บางครั้งท่าที่และคําพูดที่บ่งบอกถึงความห่วงใยอันเกินกว่าเหตุของเดบอร่าห์ทําให้เธอไม่สบายใจและหวาดผวา เช่นเดียวกับคําพูดของคนอื่นๆ เหมือนกัน
“คุณคิดว่า...”
เดบอร่าห์กล่าวต่อซึ่งพอจะช่วยทําลายความเงียบอันน่าอึดอัดนั้นลงได้บ้าง
“เขาจะเป็คนเดียวกับคาเมรอนคนที่เป็เ้าของที่ดินรายใหญ่นั่นหรือเปล่าคะ ?”
“ผมว่าก็น่าจะใช่นะเพราะคงไม่มีคนอื่นที่จะมีเรือใบไว้เล่นอย่างเขาได้หรอก”
พ่อของเธอตอบ
“ที่จริงพวกคาเมรอนนี่เขาเป็ตระกูลเก่าแก่ในซานฟรานซิสโกทีเดียว”
ถ้าเช่นนั้นเขาก็เป็เชื้อสายชาวซานฟรานซิสกันแท้จริงซาบริน่ารู้เื่ราวทางด้านประวัติศาสตร์อันเต็มไปด้วยสีสันของเมืองนี้อยู่ก่อนหน้าที่จะมีการพบแร่ทองคําขึ้นในปี 1849 ซานฟรานซิสโกเป็เพียงเมืองท่าเล็กๆที่มีชื่อเรียกขานกันว่า “เยอร์บาบูอีน่า” ซึ่งแปลว่า “สมุนไพรชนิดดี” หรืออะไรทํานองนั้นและตั้งอยู่ในอ่าวแห่งนี้ซึ่งเป็อ่าวที่เหมาะแก่การทําท่าเรือสําหรับเรือเดินทะเลทั้งหลายที่อ้อมปลายแหลมแห่งอเมริกาใต้ไปกับแหล่งเหมืองทองคําในแคลิฟอร์เนีย หลังจากที่มีการพบแร่ทองคําเกิดขึ้น อ่าวแห่งนี้ก็เป็“ประตูทอง” สําหรับนักบุกเบิก เป็จํานวนมากในสมัยนั้น
แต่ถ้าจะพูดกันตามความจริงแล้วน้อยคนนักจะได้พบสินแร่อันมีค่าเป็จํานวนมากๆแต่ความเจริญทั้งหลายน่าจะเกิดด้วยสินค้าและบริการต่าง ๆที่คนเ่าั้นําติดตัวมาด้วยมีคนเพียงไม่กี่คนที่ประสบความสําเร็จในการขุดค้นพบแร่ทองคําและคนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาจากแคลิฟอร์เนียและเนวาด้านั่นเองที่สร้างนครซานฟรานซิสโกแห่งนี้ขึ้นจนกลายเป็เมืองที่มีชื่อเสียงมาถึงสมัยปัจจุบัน
ตระกูลคาเมรอนเป็ตระกูลหนึ่งที่ตั้งรกรากถิ่นฐานอยู่ในเมืองแห่งนี้มาแต่ดั้งเดิมผู้คนมักจะหัวเราะกันเมื่อกล่าวว่าครั้งหนึ่งตระกูลนี้เคยมีอํานาจเมืองซานฟรานซิสโกไว้จนหมดสิ้นแต่มาถึงสมัยปัจจุบันพวกเขาสามารถได้เพียงหนึ่งในสี่ของเมืองเท่านั้น และเนื่องจากเขาอยู่ในตระกูลสูงเกินกว่าจะก้าวลงมาพบกับคนเดินดินธรรมดาๆได้ดังนั้นซาบริน่าจึงพอจะเข้าใจอยู่ว่าเพราะเหตุใดเขาจึงเป็คนที่พูดจาก้าวร้าวโอหังนัก
แต่ก็นั่นแหละ...สาวน้อยถอนหายใจออกมาเบาๆมันจะมีประโยชน์อะไรเล่าที่จะไปคิดถึงเื่ของเขา เขาไม่ใช่คนประเภทที่ใครๆจะเดินเข้าไปชนได้ง่ายนัก โดยเฉพาะกับคนที่มีประวัติความเป็มาของตระกูลสูงเช่นนี้
แต่ถ้าจะว่าไปแล้ว เธอออกจะชอบน้ำเสียงของเขาอยู่ไม่น้อยซาบริน่าออกจะเห็นด้วยกับตัวเองในเื่นี้อยู่ เธอชอบน้ำเสียงนั้นตอนที่เขาออกคําสั่งให้เธอทํานั่นทํานี่ เสียงทุ้มๆนุ่มนวลนั้นฟังแล้วอบอุ่นแล้วสบายใจมันบอกถึงความเป็ชายชาตรีที่มีความคิดรอบคอบสุขุมและมันทําให้เธอบังเกิดความอยากรู้ต่อไปด้วยว่าเขาจะอายุสักเท่าไหร่กันแน่ ?
และนี่คือปัญหาสําคัญประการหนึ่งที่เกิดจากการมองไม่เห็นเธอจําเป็ต้องพึ่งพาอาศัยความคิดเห็นของผู้อื่นที่จะช่วยตัดสินเกี่ยวกับคนใหม่ ๆที่เธอจะต้องพบปะอยู่เสมอ แต่ในระยะหลัง ๆ เธอสามารถช่วยตัวเองได้มากขึ้นและเธอเริ่มทบทวนความประทับใจที่ได้รับจากการพบปะกับเบย์ คาเมรอนในครั้งนี้
เธอรู้ว่าเขาเป็คนค่อนข้างสูง ถ้าจะมากกว่า 6 ฟุต ก็คงอีกสักประมาณหนึ่งนิ้วตอนที่เขากระชากร่างให้เธอพ้นออกมาจากรถคันนั้นเธอรู้สึกว่าปะทะอยู่กับแผงใหญ่กว้าง หน้าท้องแบนราบและสะโพกที่ค่อนข้างแคบ ถ้าจะตัดสินจากความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อแล้วต้องนับว่าเขาเป็คนที่มีเรือนร่างสง่างามทีเดียว
กลิ่นไอของน้ำเค็มที่ติดกาย ทําให้พอจะรู้ได้ว่าอย่างน้อยเขาจะต้องออกไปเล่นเรือใบซึ่งขณะนี้ผูกไว้ตรงหน้าท่าบ่อยครั้งและวันนั้นก็คงจะกลับมาแล้วอย่างน้อยก็เที่ยวหนึ่งเพราะกลิ่นที่ติดตัวมายังแรงอยู่ซึ่งนั่นย่อมพอจะบอกให้รู้ได้อีกว่าเขาเป็คนชอบทะเลหรืออย่างน้อยก็ชอบบรรยากาศในที่แจ้งหรือไม่ก็ทั้งสองประการ กลิ่นกรุ่นจากเรือนกายกับกลิ่นอาฟเตอร์-เชฟที่เขาใช้ย่อมบอกให้รู้ถึงลักษณะนิสัยประจําตัวของเขาอยู่
ตอนที่เธอโมโหอย่างมากจนไม่ได้ัักับอารมณ์ขันของเขาเลยก็ยังจะเดาได้ว่าจริง ๆ แล้วเขาเป็คนอารมณ์ดีไม่น้อยและมันเพียงแต่อําพรางอยู่ในน้ำเสียงและท่าทางเยาะหยันสําหรับไหวพริบปฏิภาณนั้นจะสามารถวัดได้จากมารยาทในการพูดจาและความเฉลียวฉลาดในการหาเหตุผลมาเป็ข้ออ้างกับพ่อว่าเพราะเหตุใดเขากับซาบริน่าจึงยืนคุยกันอยู่ตอนที่พ่อกลับมา
ถ้าบุคคลผู้นี้ประกอบธุรกิจเขาจะต้องเป็นักธุรกิจที่ชาญฉลาดแหลมคมอย่างชนิดที่ไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบได้ทรัพย์สมบัติของตระกูลย่อมจะปลอดภัยเสมอเมื่ออยู่ในมือเขาถ้ามันจะไม่เพิ่มขึ้นมาอีก
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้สาวน้อยก็เอนหลังลงพิงกับเบาะพร้อมรอยยิ้มอย่างมีเลศนัยอันบ่งบอกถึงชัยชนะข้อมูลที่เธอกําลังวิเคราะห์อยู่นี้ อย่างน้อยมันก็มากพอแล้วสําหรับการพบกันเพียงแค่ครั้งเดียวมันก็ยังมีอีกสองสิ่งที่เธอไม่รู้เกี่ยวกับตัวเขาสําหรับเื่อายุนั้นสามารถกําจัดเขตลงมาได้ว่าจะต้องอยู่ระหว่างสามสิบกับห้าสิบซึ่งพิเคราะห์จากน้ำเสียงและคําพูดแบบผู้ใหญ่กับสภาพทางร่างกาย
สําหรับประการที่สองนั้นคือ รายละเอียดเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาอาทิสีสันของเรือนผม ดวงตาและอื่น ๆแต่ถึงอย่างไรสําหรับตอนนี้ซาบริน่าก็ชื่นชมกับความคิดของตัวเองไม่น้อยอยู่แล้ว
เธอนั่งนิ่งขึงไปเป็ครู่มันยังมีอีกอย่างหนึ่งที่เธอไม่อาจรู้ได้ นั่นก็คือเขาแต่งงานแล้วหรือยังซึ่งสำหรับเื่นี้แม้เธอจะมองเห็นแต่เพียงการพบกันแค่ครั้งเดียวมันก็ไม่อาจทําให้เธอรู้ได้เช่นกันนอกเสียจากว่าเขาจะเป็ผู้ชายที่มีความซื่อสัตย์มั่นคงพอที่จะสวมแหวนแต่งงานไว้ในนิ้วนางข้างซ้ายเท่านั้นแต่เท่าที่ผ่านมาดูเหมือนเธอจะไม่ัักับโลหะใดๆ บนมือของเขาเลย
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะต้องเดือดร้อนกังวลใจว่าเขาจะแต่งงานแล้วหรือไม่เธอเพียงแต่ทดลองฝึกความจําและการรู้จักสังเกตในสิ่งต่างๆด้วยประสาทััเท่านั้น และก็ออกจะพอใจในผลลัพธ์ที่ออกมาไม่น้อยเลย