เป็เช้าที่สดใสอีกวันหนึ่ง
คัมภีร์ตื่นไปตลาดแต่เช้า เมื่อเขากลับมา พบว่าชาร้อนถูกรินลงในถ้วยชาถ้วยเดิม และกำลังรอเขาอยู่
"ชากำลังร้อน ๆ เลย มานั่งเถอะครับ"
ธีรัชรับถุงผ้าในมือของคัมภีร์ไป แล้วเริ่มเอาของที่ซื้อมาจากตลาดจัดเรียงใส่จาน วางลงบนโต๊ะไม้ริมหน้าต่าง แล้วนั่งลง
"เมื่อคืน คุณหลับสบายหรือเปล่า"
คัมภีร์ถาม ธีรัชพยักหน้าแล้วนั่งลงจิบกาแฟหอมกรุ่นในถ้วยของตัวเอง
"ครับ หลับสบายที่สุดเท่าที่ผมเคยหลับมาในตลอดระยะเวลาสองปีกว่า แล้วผมก็คิดว่า ต่อจากนี้ ผมอยากจะใช้เวลากับคุณให้มากขึ้น"
คัมภีร์ยิ้มรับ เขาชอบธีรัชตรงที่ตรงไปตรงมา แล้วก็ตรงที่มีอารมณ์ละเมียดละไม เข้าใจความรู้สึกของเขา สมกับที่ธีรัชเป็นักเขียน
หลังอาหารเช้า คัมภีร์ใช้เวลาไปกับการทำความสะอาดบ้านและจัดบ้าน โดยมีธีรัชนั่งเขียนหนังสืออยู่ในห้องนั่งเล่น จนสุดท้าย คัมภีร์ก็กลับมานั่งจัดชั้นหนังสือในห้องนั่งเล่นด้วย
"คุณนึกอยากจะกลับไปกรุงเทพฯอีกหรือเปล่า"
ธีรัชถามคัมภีร์ที่กำลังนั่งจัดหนังสืออยู่ เขาขยับลงมาจากเก้าอี้ มานั่งใกล้ ๆ จนหัวเข่าชิดกัน
"ไม่รู้สิ เพราะผมไม่ได้ไปเป็สิบปีแล้ว แต่ถ้าจะให้ตอบแบบจริงจังก็คือ ผมไม่มีธุระอะไรที่ต้องไปที่นั่น ทุกอย่างของผมอยู่ที่นี่หมดแล้ว"
คัมภีร์ค่อย ๆ ตอบในขณะที่เขากำลังจัดหนังสือไปด้วย
"ผมอยากให้คุณกลับไปด้วยกัน เวลาที่ผมมีธุระต้องไปที่นั่น ถ้าคุณสะดวกใจนะ เราก็ไปพักที่บ้านน้องชายของผมกัน"
"ก็ได้นะ ผมไม่ติดหรอก ว่าแต่ทำไมอยากให้ผมไปด้วยล่ะ"
คัมภีร์ถามแล้วเงยหน้าขึ้นมองธีรัช
"ผมอยากให้คุณรู้จักผมด้วย เพราะผมมาอยู่ที่นี่ ผมรู้จักคุณหมดแล้ว คุณยังไม่เห็นเลยว่า ผมอยู่ที่กรุงเทพยังไง ผมอยากเล่าเื่ของผมให้คุณฟังบ้าง"
ธีรัชยิ้มเขิน ๆ แววตาของเขามุ่งมั่นจนคัมภีร์ใจฟู พลางคิดไปว่า มันก็เป็วิธีหนึ่งในการที่คนเราจะบอกรักกันได้
"ผมไปได้หมดแหละ ถ้ามีคุณไปด้วย"
ธีรัชยิ้มกับคำตอบ เขารู้ว่าคัมภีร์เองก็ขัดเขิน แต่อย่างน้อย เขาก็ได้พูดในสิ่งที่เขา้า ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ ถ้าเราได้อยู่กับคนที่สบายใจ พูดกันได้ทุกเื่มันก็ดีไม่ใช่หรือ แม้ว่าการเริ่มต้นอาจจะยากสักหน่อยเพราะไม่คุ้นเคย ธีรัชสัญญากับตัวเองว่า เขาจะพูดอะไรอย่างนี้ให้คัมภีร์ฟังเรื่อย ๆ
"ผมอาจจะต้องไปกรุงเทพฯ อีกครั้งในสัปดาห์หน้า"
คัมภีร์เงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง
"แต่สัปดาห์หน้า มีแขกเข้าสองคน ผมคงไม่เหงามากนักในตอนที่คุณไม่อยู่ เอาไว้เป็คราวหน้าได้ไหม เราไปด้วยกันตอนที่บ้านใจพักไม่มีแขก"
"ก็ได้"
ธีรัชทำเสียงผิดหวังแล้วแอบถอนหายใจ เขาไม่อยากจะเริ่มความสัมพันธ์โดยการงอแง หรือเอาแต่ใจตัวเอง เขาควรจะทิ้งช่องว่างระหว่างกันให้อีกฝ่ายหนึ่งด้วย
"รู้น่า ว่าคุณอยากจะให้ผมไปด้วย แต่ไปไม่ได้จริง ๆ แล้วคุณจะไปนานไหม"
"อาจจะสักห้าหกวัน ไม่เกินนั้น"
"แล้วผมจะรอคุณกลับมานะ"
"ครั้งนี้ผมจะขับรถไปเหมือนเดิมแหล่ะ ไปขนของมาด้วย สัก...สี่ห้ากล่อง ผมทิ้งของไว้ที่บ้านของน้องชาย"
"คุณมีน้องชายด้วยหรือ ผมเป็ลูกคนเดียว มีก็แต่ลูกพี่ลูกน้อง เป็ลูกของป้า อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนี่แหละ"
"ก็ดีนะ คุณจะได้ไม่เหงา คุณไม่ว่าอะไรใช่ไหม ถ้าครั้งนี้ ผมเอ้อ จะขนของมาเพิ่มอีก...จะมาอยู่เลย"
"ผมจะเตรียมที่ไว้ให้ จะขนอะไรมาก็บอก"
คำพูดของคัมภีร์นั้นเป็คำตอบอยู่แล้ว
"ของ ๆ ผมไม่มีชิ้นใหญ่หรอก..."
ธีรัชพูดแล้วหันไปมองรอบ ๆ ห้องนั่งเล่น
"ให้ตายเถอะ มันไม่ค่อยเข้ากับที่นี่เลยจริง ๆ ผมอาจจะขายบางชิ้น แต่บางชิ้นก็ไม่อยากขาย มันเป็ความชอบส่วนตัวน่ะ"
"ไม่เป็ไร ที่นี่มีที่ให้คุณเสมอ คุณขนมาเถอะ ผมจัดให้เข้ากับบ้านนี้ได้ แล้วมันจะเข้ากันได้เองแหละ"
สองคนสบตากัน ธีรัชโน้มตัวเข้าหาคัมภีร์ จูบเบา ๆ ด้วยความขอบคุณที่คัมภีร์อบอุ่นสำหรับเขาเสมอ
"ผมขอบคุณที่มีคุณอยู่ตรงนี้นะ ผมขอบคุณคุณจริง ๆ"
ธีรัชพูดด้วยความจริงใจ คัมภีร์จูบตอบไปด้วยความขอบคุณเขามาก ๆ เช่นกันก่อนจะถอนจูบอย่างอ้อยอิ่ง
"ผมก็ต้องขอบคุณคุณเหมือนกัน ที่เข้าใจทุกอย่างที่เป็ผม ผมรู้ว่าคนที่เขาจะเข้ามาในชีวิตผมนั้น จะไม่ง่าย แต่คุณก็เข้ามาจนได้"
"ผมไม่ได้พยายามอะไรเลยนะ ผมว่า เราไปกันได้ดีต่างหาก แล้วคุณเองก็ใจดีกับผมมาก ๆ ด้วย จริง ๆ นะ คุณภีร์"
แล้วธีรัชก็ส่งยิ้มทั้งปากทั้งตามาให้ เออหนอ...ทำไมธีรัชถึงช่างดูอบอุ่นเหลือเกิน
แล้วแบบนี้จะไม่ให้รักเขายังได้ยังไงไหว
ก่อนพระอาทิตย์ตก ทั้งสองคนจับมือกันแล้วเดินเล่นไปบนหาดทรายขาว แนวต้นมะพร้าวที่ทอดยาวไปตามแนวโค้งของหาดนั้น ธีรัช มองแล้วมีความสุข ยิ่งได้ดูพระอาทิตย์ตกกับคนรู้ใจด้วยอย่างนี้ เขายิ่งอยากจะอยู่ที่นี่ไปนาน ๆ ไม่อยากจะเปลี่ยนความสัมพันธ์อีกแล้ว เขารู้สึกดีและปลอดภัยเมื่อได้อยู่ที่บ้านใจพัก
"นั่งตรงนี้นะ ดูพระอาทิตย์ตกด้วยกัน"
คัมภีร์ชวน ทั้งสองนั่งลงที่ริมหาด มองลูกกลม ๆ สีส้มที่ค่อย ๆ เลื่อนลงน้ำไป จนฟ้าทั้งฟ้ากลายเป็สีชมพูเข้ม
"สวยนะ ฟ้าวันนี้"
ธีรัชมองบนฟ้า เขาดึงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วถ่ายรูปฟ้าเก็บไว้ วันนี้ฟ้าเป็สีชมพู แซมสีเทาอ่อน ๆ ลวดลายฟ้าตอนนี้ทำให้อารมณ์ของเขาอ่อนไหว ธีรัชหันไปมองคัมภีร์ที่กำลังยิ้มและจ้องมองเขาอยู่ด้วยความเอ็นดู
"เอาไว้ดูตอนที่คิดถึงที่นี่น่ะ" ธีรัชพูดแก้เก้อแล้วถอนใจเบา ๆ
"เฮ้อออ ผมไม่อยากไปกรุงเทพฯคนเดียวเลย แต่ไปครั้งนี้ก็จะเป็ครั้งสุดท้ายแล้วนะ"
"ไปทำธุระให้เสร็จเถอะ จะได้ไม่ต้องกังวลอะไรอีก"
คัมภีร์ให้กำลังใจ...ตัวเองด้วยมั้ง เพราะเขาก็ไม่อยากจะให้ธีรัชจากไปไหนไกล ๆ อีกแล้ว
"เอาจริง ๆ ผมก็แอบกังวลนิดหน่อย"
"บอกได้หรือเปล่า หรือยังไม่สะดวกที่จะแชร์ก็ไม่เป็ไร"
คัมภีร์ไม่คาดคั้น เพราะความสบายใจของธีรัชสำคัญที่สุด
"ริว แฟนเก่าผมหน่ะ เขาอยากเจอผม แลกกับการที่ผมจะได้ข้อมูลที่ผม้า เื่ที่ผมถามเขามาตลอด แต่เขาก็ไม่เคยบอกผมเลย"
คัมภีร์นิ่ง ธีรัชถามอะไรริวหรือ อะไรที่ธีรัชอยากจะรู้ เขาอยากจะรู้จัง แต่เขาก็ไม่กล้าถาม เพราะกังวลอยู่เหมือนกันว่า ธีรัชจะรู้สึกอย่างไร ถ้ารู้ว่า ริวคืออดีตของเขา
"ผมก็เลยตัดสินใจไป ริวเป็คนชอบเอาชนะ ครั้งนี้ผมจะยอมแพ้ให้เขา แต่เขาจะต้องบอกในสิ่งที่ผมอยากจะรู้"
"คุณอยากจะรู้อะไร เอ้อ...ผมขอโทษที่ถามอีกแล้ว ยังไม่ต้องบอกก็ได้นะ"
"อืมม"
ธีรัชทำเสียงครุ่นคิด
"ถ้าผมทำสำเร็จ ผมสัญญาว่า ผมจะกลับมาเล่าให้คุณฟัง...อย่างละเอียดเลยทีเดียว"
ธีรัชสบตาคัมภีร์ ยืนยันในสิ่งที่ตัวเองพูด
"ก็ได้ ผมจะรอคุณกลับมานะ"
อีกไม่กี่วันธีรัชก็จะไปแล้ว คัมภีร์อยากจะใช้เวลาที่เหลืออยู่นี้ให้ดีที่สุด การจากไปแม้ไม่กี่วัน แต่สำหรับคัมภีร์แล้ว เขาคงคิดถึงและรอคอยให้ธีรัชกลับมาอยู่ด้วยกันที่บ้านใจพักโดยเร็ว