การบูรณะรักษาสภาพของหนังสือโบราณที่มีค่าล้ำยุคสมัยนั้น นอกเหนือจากการปัดกวาดทำลายตัวหนอนและแมลงสามง่ามที่กัดกินแผ่นกระดาษจากภายในแล้ว ขั้นตอนสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการประคบประหงม แผ่แผ่นหน้ากระดาษที่ชอกช้ำให้เรียบตึง และเฝ้าคอยจนกระทั่งสายฝนชะล้างความอับชื้นภายนอกจนพ้นผ่านไป หลงเหลือเพียงชั้นกระดาษเนื้อดีที่ประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบไร้รอยตะเข็บแยก เมื่อคืนมรสุมใหญ่ฝนฟ้าคะนองพัดกระหน่ำชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์อย่างบ้าคลั่ง มันทำหน้าที่เป็เครื่องมือธรรมชาติตัวฉกาจในการชะล้างคราบคาวเื ร่องรอยการดิ้นรนเอาชีวิตรอด และฝังร่างของหนอนร้ายอย่างหมวดกรณ์ให้จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรอ่าวไทยอย่างไร้ร่องรอยคราบไคลที่จะย้อนกลับมาทำลายหนังสือเล่มโปรดของผมได้อีก
เช้าวันใหม่เวียนมาถึงพร้อมกับแสงแดดสีทองอบอุ่นสาดส่องลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านเนื้อโปร่งบางสีขาวละมุน ทาบทาบลงบนผืนเตียงกว้าง ท้องฟ้าเหนือทะเลประจวบฯ ในยามนี้ช่างแจ่มใส ไร้เค้าลางของพายุหมุนและสายฝนกระหน่ำในค่ำคืนที่ผ่านมา คลื่นลมสงบนิ่งผืนน้ำสะท้อนประกายระยิบระยับดุจเพชรเม็ดงามที่โรยตัวอยู่บนผืนผ้ากำมะหยี่สีน้ำเงินคราม บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบอบอุ่น ขัดแย้งกับความตายอันเยือกเย็นและนองเืใต้ก้นทะเลลึกเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนอย่างสิ้นเชิง
ผมนอนตะแคงข้างยันศีรษะกับหมอนนุ่ม จ้องมองร่างบางของวิเวียนที่ยังคงจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราอันแสนหวานใต้ผ้าห่มผืนหนาสีสะอาด ผิวแก้มใสของเธอเป็สีชมพูระเรื่อ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอพ่นไออุ่นแ่เบาออกมาจากริมฝีปากอิ่มสีกลีบกุหลาบที่เผยอออกเล็กน้อย ดวงหน้าหวานปราศจากความกังวลใดๆ เธอดูน่ารัก ไร้เดียงสา และบอบบางเสียจนผมอยากจะกักขังเธอไว้ในอ้อมกอดนี้ตลอดกาล ความรู้สึกโล่งใจและเปรียบเสมือนยกูเาออกจากอกแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายของผม เสี้ยนหนามชิ้นโตที่คอยติติงและสืบเสาะหาความจริงเพื่อจะพรากวิเวียนไปจากผม บัดนี้ได้สูญสลายกลายเป็เพียงสารอาหารแก่ฝูงปลาใต้ทะเลลึกไปแล้ว ไม่มีใครหน้าไหนจะเข้ามาแทรกกลางระหว่างเราสองคนได้อีกต่อไป
วิเวียนขยับกายเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยค่อยๆ ลืมเปิดขึ้นช้าๆ แพขนตาหนากะพริบไหวรับแสงแดดยามเช้า ก่อนที่ดวงตาคู่หวานจะช้อนขึ้นสบประสานกับสายตาของผม รอยยิ้มละมุนละไมผุดขึ้นบนใบหน้าหวานทันทีที่เธอเห็นผมเฝ้ามองอยู่ก่อนแล้ว
“อรุณสวัสดิ์ค่ะนนท์...” เสียงหวานพึมพำพร่าเลือนด้วยความง่วงงุนที่ยังหลงเหลือ เธอขยับกายซุกเข้าหาอกอุ่นของผมอย่างคุ้นชิน ฝ่ามือนุ่มนิ่มปัดป่ายลูบไล้ขึ้นมาตามหน้าอกกว้าง ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมาโอบรัดรอบเอวสอบเพื่อกระชับอ้อมกอดให้แแ่ยิ่งขึ้น
“อึก...”
ผมสะดุ้งตัวโยนในทันที ร่องรอยความเ็ปแปลบแล่นปราดเข้าสู่โสตประสาทจนต้องเผลอครางเครือในลำคอพร้อมขยับตัวหลบเลี่ยงโดยสัญชาตญาณ กล้ามเนื้อสีข้างขวาของผมเกร็งเขม็ง าแภายในที่ได้รับจากปลายศอกคมของหมวดกรณ์ขณะที่ดิ้นรนสุดชีวิตกลางพายุฝนเมื่อคืนนี้ยังคงระบมและช้ำระกำหนักหนา แม้ภายนอกจะไม่มีรอยแผลเปิดฉีกขาด แต่มันคือหลักฐานชิ้นเดียวของการปะทะอันดุเดือดที่แสนอันตราย
วิเวียนเบิกตากว้างด้วยความใ เสียงหัวใจเธอเต้นแรงขึ้นจนััได้ เธอรีบผละตัวออกพลางพยุงตัวขึ้นนั่ง กวาดสายตามองผมด้วยความร้อนรนและเป็ห่วงอย่างเห็นได้ชัด
“นนท์เป็อะไรคะ! เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ทำไมจู่ๆ ถึงสะดุ้งแบบนั้น” มือบางไม่รอช้า เธอเอื้อมมาดึงชายเสื้อนอนเนื้อนุ่มของผมขึ้นทันทีเพื่อสำรวจร่างกาย
เมื่อผืนผ้าเลื่อนพ้นสีข้างขวา ดวงตาของวิเวียนก็สั่นระริกด้วยความตระหนก บนผิวกายขาวสะอาดสะอ้านของผม ปรากฏรอยช้ำขนาดใหญ่สีม่วงเข้มปนเขียวคล้ำก่ำหนาแน่น ล้อมรอบด้วยผื่นแดงจางๆ รอยนั้นเด่นหราอยู่ตรงสีข้างเหนือก้นสอบอย่างน่ากลัว มันเปรียบเสมือนรอยหมึกดำที่หกเปรอะเปื้อนลงบนหน้ากระดาษหนังสือโบราณที่แสนประณีต
“ตายจริง! รอยช้ำใหญ่ขนาดนี้ไปโดนอะไรมาคะนนท์ รอยช้ำม่วงก่ำเลย... เมื่อคืนตอนเข้านอนยังไม่มีเลยนี่นา หรือว่า...” วิเวียนอุทานเสียงหลง นิ้วมือเรียวบางสั่นเทาขณะค่อยๆ แตะลงรอบๆ ขอบรอยช้ำอย่างเบามือที่สุด ราวกับกลัวว่าหากััแรงไปกว่านี้จะทำให้ร่างกายของผมแตกสลายลงไปต่อหน้าต่อตา
ผมมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวล ความคิดแล่นเร็วประดุจประกายไฟท่ามกลางความเงียบงัน สมองอันเยือกเย็นจัดสรรคำลวงที่ดูสมจริงและนุ่มนวลที่สุดออกมาในทันทีเพื่อปกปิดกลิ่นอายแห่งความตายเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
“ไม่มีอะไรต้องห่วงเลยครับคนดี...” ผมส่งยิ้มอ่อนโยนให้เธอ มือหนาเอื้อมไปจับมือบางของเธอที่กำลังสั่นไหวมาแนบแก้มของผม “เมื่อคืนนี้่ที่พายุกระหน่ำแรง นนท์กังวลเื่ระบบระบายอากาศและความชื้นใต้ดิน กลัวว่าน้ำฝนจะรั่วซึมเข้าไปทำลายพวกหนังสือโบราณและเอกสารสำคัญในห้องทำงานชั้นใต้ดินน่ะครับ นนท์เลยรีบเดินลงบันไดไปตรวจสอบดู แต่บันไดมันชื้นและลื่นมาก นนท์ก้าวพลาดลื่นล้มก้นกระแทก แล้วสีข้างก็ดันไปชนเข้ากับขอบโต๊ะไม้บูรณะตัวยาวเข้าอย่างจัง ดีที่ไม่ตกลงไปจนเจ็บหนักกว่านี้ครับ”
วิเวียนขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหวานบึ้งตึงขึ้นเล็กน้อยด้วยความขัดใจผสมปนเปความเอ็นดู เธอเอ่ยดุผมเบาๆ ราวกับคุณแม่ที่ดุเด็กชายตัวน้อยที่ซุกซนจนได้แผล
“นนท์นี่ล่ะก็! รีบร้อนจนไม่ระวังตัวเองเลย หนังสือพวกนั้นต่อให้มันมีค่าแค่ไหน แต่มันก็เทียบไม่ได้กับตัวของนนท์เลยนะคะ ถ้าตกลงไปแขนขาหักจะทำยังไง แล้วนี่เจ็บมากไหมคะ เจ็บจนระบมไปหมดแล้วแน่ๆ ดูสิ รอยช้ำใหญ่น่ากลัวมาก” วิเวียนบ่นกระปอดกระแปดพลางก้มลงเป่าลมปากอุ่นๆ รดรอยช้ำแดงก่ำของผมอย่างอ่อนโยน หวังจะช่วยบรรเทาความเ็ปให้คลายลง
ภาพตรงหน้าที่วิเวียนเฝ้าลูบไล้ประคบประหงมรอยาแช้ำม่วงนี้ด้วยความห่วงใยอันแสนบริสุทธิ์ ช่างส่งผลกระทบต่อจิตใจของผมอย่างรุนแรงจนน่าหัวร่อ มันเป็ความย้อนแย้งที่แสนหอมหวานและบิดเบี้ยว รอยช้ำนี้เกิดขึ้นจากการที่ผมเพิ่งลงมือสังหารชายคนหนึ่งเพื่อและเหนี่ยวรั้งเธอไว้ไม่ให้รู้ความจริง แต่ในยามนี้ ‘เหยื่อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่’ กลับกำลังก้มหน้าก้มตาแสดงความรักและห่วงใยต่อรอยแผลที่เกิดขึ้นจากน้ำมือของคนที่เธอคิดว่าไม่เกี่ยวข้องกัน
ความโล่งอกที่ไร้เสี้ยนหนามอย่างหมวดกรณ์ ผนวกกับความคลั่งไคล้และตัณหาในตัวตนของวิเวียนที่ฉายชัดผ่านความห่วงใยนี้ ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบและราคะตัณหาในส่วนลึกของผมให้ปะทุพลุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ร่างกายของผมร้อนรุ่มขึ้นมาทันควัน ความปวดแปลบที่สีข้างคล้ายจะแปรเปลี่ยนเป็แรงขับเคลื่อนทางเพศอันแสนหวานฉ่ำ ผมอยากจะกลืนกินร่างกายนี้ อยากจะฝังรากลึกความสิเน่หาลงไปในจิติญญาของเธอ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะเป็ของผมคนเดียวตลอดไป
“ถ้าเวียนห่วงนนท์ขนาดนี้... นนท์ก็หายเจ็บแล้วครับ” ผมกระซิบเสียงพร่า พลางเอื้อมมือไปเชยคางมนของเธอขึ้นมาสบตา ดวงตาสีเข้มของผมสะท้อนเปลวไฟแห่งราคะที่คุกรุ่นอยู่ภายในอย่างชัดเจน
วิเวียนเผยอริมฝีปากจะเอ่ยทักท้วง แต่ไม่ทันที่คำพูดใดจะเล็ดลอดออกไป ผมก็โน้มตัวเข้าหาและกดริมฝีปากลงบดจูบกลีบปากนุ่มของเธออย่างรวดเร็วและหนักหน่วง ััแรกเต็มไปด้วยความกระหายโหยหาอันรุนแรงที่สะสมมาจากค่ำคืนแห่งมรสุม ลิ้นอุ่นร้อนของผมแทรกซอนเข้าสู่โพรงปากหวานชื้นอย่างช่ำชอง กวาดต้อนตวัดเกี่ยวพันลิ้นเล็กของเธออย่างดุดันแลกรสหวานปานจะกลืนกิน วิเวียนสะดุ้งเล็กน้อยในคราแรก ทว่าไม่นานเธอก็ตอบสนองจูบของผมด้วยความยินยอมพร้อมใจ สองมือบางเลื่อนขึ้นมาเกาะกุมบ่ากว้าง เสียงครางอื้ออึงในลำคอของเธอยังคงสะท้านไหวเป็ห้วงๆ เมื่อผมทวีความร้อนแรงของจูบแลกลิ้น ขยับปรับองศาปากเพื่อดูดดึงกลีบปากอิ่มอย่างลึกซึ้งจนเกิดเสียงชื้นแฉะเบาๆ ดังสะท้อนในห้องนอนอันเงียบสงบ
แสงแดดสีส้มทองยามเช้าทอประกายแจ่มชัดขึ้นส่องสว่างไปทั่วร่างของเราสองคนที่โอบกอดกันอยู่บนเตียง อารมณ์รักและราคะที่จุดติดพัดพาเอาความระมัดระวังและความเจ็บระบมออกไปจนหมดสิ้น ผมละริมฝีปากออกมาเพียงเพื่อสูดลมหายใจสั้นๆ ก่อนจะก้มลงจูบซับตามพวงแก้มใส เปลือกตา และปลายจมูกรั้นของเธออย่างรักใคร่ทะนุถนอม ฝ่ามือหนาของผมเริ่มลูบไล้ไปตามเนื้อตัวนุ่มละเอียดใต้ชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินสายเดี่ยวสีขาวบางเบาของเธอ
“นนท์คะ... อื้อ... เดี๋ยวสิคะ...” วิเวียนพึมพำประท้วงด้วยน้ำเสียงพร่าสั่น ผิวกายของเธอเริ่มขึ้นสีชมพูระเรื่อชวนมองจากแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น
ผมไม่ฟังเสียงทัดทาน นิ้วมือเรียวยาวของผมเกี่ยวเอารูดึงสายเดี่ยวเส้นบางให้หลุดเลื่อนลงจากลาดไหล่เนียนสวย ผ้านุ่มลื่นลื่นไถลลงไปกองอยู่ที่เอวคอดกิ่ว เผยให้เห็นทรวงอกอวบอิ่มคู่สวยสล้างปราศจากสิ่งกีดขวาง ยอดอกสีหวานชูชันล่อตาล่อใจสู้แสงแดดยามเช้าประดุจผลเชอร์รี่สุกปลั่งกลางสายลมหนาว ผมไม่รอช้า ขยับมือไปถอดกางเกงนอนของตนเองและช่วยเปลื้องผ้าชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ของวิเวียนออกจนร่างสองร่างเปลือยเปล่าเผชิญหน้ากันภายใต้แสงทองของอรุณรุ่ง
วิเวียนเอื้อมมือมาประคองไหล่หนาของผมไว้ ดวงตาคู่สวยปรือปรอยสะท้อนภาพแก่นกายอันแข็งขึงร้อนผ่าวของผมที่ชี้ชันตั้งตระหง่านอยู่กึ่งกลางลำตัว ท่อนเอ็นใหญ่ปูดโปนขยายขนาดเต็มที่จนเส้นเืแล่นริ้วรอบลำเนื้อร้อนจัด ปลายหัวบานสีเข้มมีน้ำหวานใสเยิ้มหยดเปียกชื้นพร้อมรบ วิเวียนพยายามขยับตัวประคองไหล่ผมพลางคอยเลี่ยงไม่ให้มือหรือหน้าขาของเธอไปกระทบโดนสีข้างด้านขวาของผมที่ยังมีรอยช้ำม่วงช้ำเขียวเด่นหรา
“นนท์... ระวังสีข้างขวาด้วยนะคะ เวียนกลัวนนท์จะเจ็บ...” เธอเตือนเสียงสั่นสะท้านพลางขยับตัวด้วยความระมัดระวังเป็ที่สุด
ทว่าความทะนุถนอมระวังภัยให้ฆาตกรอย่างอ่อนโยนของเธอนั้น กลับกลายเป็ยากระตุ้นชั้นยอดที่โหมกระพือไฟตัณหาในอกของผมให้โชติ่ยิ่งขึ้น ผมครางต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง ความอ่อนนุ่มและความระมัดระวังของเธอยิ่งกระตุ้นให้ผมอยากกระแทกกระทุ้งตัวตนเข้าใส่เธออย่างดิบเถื่อนและเอาแต่ใจ
ผมรวบร่างบางเข้ามาใต้ร่างทาบทับ สองมือหนาประคองจับสะโพกผึ่งผายของเธอไว้มั่น ก่อนจะก้มลงใช้ปากและลิ้นซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น ละเลงลิ้นอุ่นร้อนลากผ่านไหปลาร้ามนลงมายังทรวงอกนุ่มหยุ่น สองเต้าเต่งตึงสั่นกระเพื่อมรับจุมพิต ผมอ้าปากยอดปทุมถันสีหวาน ดูดดึงและตวัดปลายลิ้นรัวเร็วเข้าใส่ยอดอกจนเธอแอ่นกายขึ้นสูง ส่งเสียงครางระเส่าหวานหูไม่ได้ศัพท์ นิ้วมือเรียวบางขยุ้มกลุ่มผมของผมไว้แน่นเพื่อระบายอารมณ์เสียวซ่านที่พุ่งสูง
“อ๊า... นนท์ขา... เสียว... อื้อ...”
ผมเลื่อนกายต่ำลงช้าๆ ปลายลิ้นร้อนลากผ่านหน้าท้องแบนราบเรียบเนียน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวกายจนวิเวียนสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ผมจับขาเรียวสวยทั้งสองข้างของเธอแยกออกกว้าง เผยให้เห็นรอยแยกกุหลาบงามสีหวานที่เปียกชุ่มเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำหวานใสที่หลั่งไหลออกมาต้อนรับตามธรรมชาติ กลีบเนื้ออุ่นร้อนขมิบตอดรัดอากาศเบาๆ อย่างรอคอย สุนทรียภาพแห่งความงามตรงหน้าทำให้ผมแทบสำลักตัณหา
ผมซุกใบหน้าลงสู่ปากทางรักสีหวาน ใช้ปลายลิ้นอุ่นร้อนชื้นแฉะกดตวัดเลียรูสวาทระรัว ละเลงลิ้นกวาดต้อนน้ำหวานรสเลิศอย่างกระหาย นิ้วหนาขยับคลึงเค้นสะโพกนุ่มแน่นขณะที่ลิ้นยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็ง ตวัดชอนไชเข้าสู่หลุมเสียวที่แฉะเปียกเยิ้มจนวิเวียนบิดส่ายสะโพกพล่านด้วยความเสียวซ่านสะท้านรุนแรง เสียงครางกระเส่าร้องขอความเมตตาดังลั่นห้องนอนอุ่น
“อ๊ะ! นนท์... อ๊า... ตรงนั้น... ลิ้นนนท์... เสียวเหลือเกินค่ะ... อื้ออออ” ร่างบางเกร็งแน่น ปลายเท้าจิกเกร็งกับผืนเตียงเมื่อปลายลิ้นของผมลากผ่านจุดกระสันกลางกลีบเนื้อเนียนละเอียด จนกระทั่งเธอกระตุกเกร็งสะโพกลอยเด่น ปลดปล่อยน้ำหวานพรั่งพรูออกมาลวกคอผม
อารมณ์ที่พุ่งขึ้นจุดเดือดทำให้ผมทนรอต่อไปไม่ไหว ผมขยับกายกลับขึ้นมาทาบทับร่างบาง สบตามองใบหน้าหวานที่เปียกชื้นไปด้วยเหงื่อและแก้มแดงก่ำ สายตาเปี่ยมตัณหาและความรักท่วมท้นของเธอยิ่งกระตุ้นพลังขับเคลื่อนในตัวผม
ผมจับเรียวขาเนียนข้างหนึ่งช้อนขึ้นพาดบ่า ส่วนอีกข้างแยกกว้างสะโพกลอยเด่นขึ้นจากผืนเตียง สองมือจับแก่นกายอันอุ่นร้อนและปูดโปนขยายใหญ่จนเต็มเหยียด จ่อหัวบานสีเข้มฉ่ำน้ำเข้ากับปากทางรักตึงแน่นที่เปียกเยิ้มไปด้วยน้ำรักใสของเธอ ผมค่อยๆ กดสะโพกสอดใส่แทรกตัวตนใหญ่โตเข้าไปในความคับแน่นที่บีบรัดตัวตนของผมอย่างรุนแรงทันทีที่หัวเนื้อบานผ่านเข้าไปได้
“อ๊าาา!... นนท์... แน่น... แน่นเหลือเกินค่ะ... ฮึก...” วิเวียนครางหวานหวิว ดวงตาเบิกกว้าง ร่างเกร็งรับความใหญ่โตที่เบียดแทรกเข้ามาแผ่ขยายผนังร่องรักของเธอจนตึงแน่นไปหมด
ผมก้มลงจูบซับริมฝีปากบางของเธอ ดึงซับเสียงร้องครางสะอื้นเสียวพลางกดสะโพกสอบสอดใส่แก่นกายยาวใหญ่ยาวเหยียดเข้าไปลึกสุดทางรักจนโคนกระแทกชนเข้ากับปากมดลูกเสียงดัง *ปึก* แแ่จนแทบไม่มีอากาศคั่นกลาง ความคับแน่นภายในร่องรักอุ่นร้อนของเธอตอดขมิบระรัวโอบรัดท่อนเอ็นใหญ่ปูดโปนของผมแ่าจนแทบขยับไม่ได้ ผมครางซีดปากสูดอากาศเข้าปอดลึก ความเสียวซ่านแล่นริ้วจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“อืมมม... เวียน... แน่นมากครับคนดี... รัดนนท์แน่นเหลือเกิน...” ผมพึมพำชิดกลีบปากนุ่ม ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกสอบ โยกกระแทกกระทุ้งท่อนเอ็นอุ่นร้อนเข้าออกอย่างช้าๆ แต่ทว่าหนักหน่วงและมั่นคง สองฝ่ามือแกร่งเลื่อนลงประคองช้อนใต้สะโพกผึ่งผายของเธอไว้แน่น ดึงรั้งและกดรับแรงกระแทกกระทุ้งสะโพกของผมอย่างเต็มรักเพื่อประคองร่างบอบบางไว้
ผมปรับเปลี่ยนท่วงท่าเป็แบบโน้มกายทาบทับสบสายตา กดตรึงข้อมือทั้งสองข้างของเธอไว้เหนือศีรษะ ร่างกายของเราสองคนทาบทับเบียดเสียดจนเนื้อแนบเนื้อ ผมโน้มหน้าลงมองสบตาหวานเชื่อมปรือลอยของเธอตรงๆ ย้ำเตือนและประกาศความเป็เ้าของสูงสุดในทุกๆ จังหวะรักที่สอดประสาน
“อ๊ะ... นนท์... อ๊า... ระวัง... ระวังสีข้างขวาด้วยนะคะ... เบาๆ... อื้อออ... เดี๋ยวแผลฉีกนะ... อ๊าาา”
วิเวียนยังคงพยายามพึมพำเตือนผมด้วยความห่วงใยสะท้านทรวง ทุกครั้งที่ผมโหมกระแทกตัวตนสอบเข้าใส่ร่องรักตึงแน่นของเธอ ผิวกายส่วนที่เจ็บระบมย่อมเกิดแรงเสียดทานะเืาแภายใน ทว่าคำเตือนที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความระมัดระวังของเธอ กลับยิ่งสาดน้ำมันราดลงบนกองเพลิงตัณหาในหัวใจของผมอย่างบ้าคลั่ง ความคิดที่ว่าเธอกังวลและหวงแหนร่างกายของผม ร่างกายที่เพิ่งใช้ทำฆาตกรรมเพื่อพรากจิติญญาอื่นไปจากเธอ ยิ่งกระตุ้นความเสียวซ่านดิบเถื่อนในใจฆาตกรอย่างผมให้ะเิออก
ผมไม่ฟังคำทัดทานนั้นอีกต่อไป ปลายเท้าของผมจิกแน่นกับผืนเตียง สองมือปล่อยจากการตรึงข้อมือลงมาบีบเค้นเต้านมคู่สวย สะโพกสอบเริ่มขยับโยกซอยสะโพกกระแทกกระทุ้งท่อนลำอุ่นร้อนเข้าหาความคับแน่นเยิ้มแฉะอย่างหนักหน่วง ดุดัน และถี่กระชั้นรัวเร็วขึ้นโดยไม่สนใจรอยช้ำที่สีข้างขวาอีกต่อไป ความปวดหนึบแปลบที่แผลกลับผสานรวมเข้ากับความเสียวซ่านสยิวหัวใจจากการบีบรัดของร่องรักจนกลายเป็ความเมามันในกามารมณ์ที่รุนแรงเกินจะต้านทาน
สะโพกสอบซอยกระหน่ำสอดใส่เข้าออกเป็จังหวะดิบเถื่อน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องทุ้มต่ำลั่นห้องนอนอุ่น *ตับ ตับ ตับ* ผสานไปกับเสียงครางระเส่าขาดห้วงและเสียงหอบหายใจของวิเวียนที่ตาปรือลอยขมวดคิ้วแน่นด้วยความสยิวรัญจวนใจสูงสุด ขาเรียวสวยของเธอเกี่ยวกระหวัดรัดรอบเอวสอบของผมไว้แน่น ร่างกายบางสั่นะเืคลอนแคลนไปตามแรงขับเคลื่อนกระแทกกระทั้นอันหนักหน่วงไร้ความอ่อนโยนในเวลานั้น
“อ๊าๆๆๆ!... นนท์ขา... นนท์!... มันลึกเกินไป... ลึกไปแล้วค่ะ... เสียว... เวียนเสียวจะขาดใจแล้ว... อื้อออ!” วิเวียนกรีดร้องครางลั่น อกอวบสั่นไหวรัวรวดตามจังหวะกระแทกกระทั้นที่โหมกระหน่ำซ้ำๆ ลงที่จุดกระสันลึกสุดภายในช่องทางรักของเธอ
“เวียน... นนท์เป็ของเวียน... และเวียนก็ต้องเป็ของนนท์... ตลอดไป... อึก... ซี้ดดด” ผมครางเครือฟันกรามขบกันแน่นจนเป็สันนูน ซอยสะโพกเน้นย้ำกระหน่ำทะลวงแก่นกายร้อนผ่าวปูดโปนเข้าหาช่องทางรักเปียกชุ่มขมิบตอดไม่หยุดหย่อน จังหวะรัวกระชั้นหนักหน่วงจนแทบมองไม่ทัน ความกระสันสยิวแผ่กระจายไปทั่วทุกรูขุมขน ร่างกายของวิเวียนตอบรับแรงรักนั้นด้วยการเกร็งหน้าท้อง ขมิบตอดรัดแก่นกายของผมเป็คลื่นระลอก บ่งบอกว่าเธอก็กำลังเดินทางเข้าสู่จุดสุดยอดของอารมณ์รักเช่นเดียวกัน
“อ๊า... นนท์... นนท์ขา... ไม่ไหวแล้ว... จะออก... จะเสร็จแล้วค่ะ... อ๊าาา!”
“พร้อมกันนะคนดี... พร้อมกับนนท์นะ...” ผมกระซิบพร่า กดน้ำหนักสะโพกโหมซอยกระหน่ำรัวเร็วเป็สิบๆ ครั้งสุดท้ายอย่างลึกซึ้งและดุดัน กระแทกเข้าหาจุดเสียวที่ลึกที่สุดของเธออย่างเน้นย้ำ ผนังร่องรักอุ่นจัดตอดบีบรัดตัวตนของผมแ่าราวกับจะรีดเค้นเอาน้ำหวานแห่งชีวิตออกมาให้หมดสิ้น
ร่างบางเกร็งกระตุกรุนแรง ลมหายใจขาดห้วง ดวงตากลมโตเบิกค้างก่อนจะสั่นระริกขณะที่ขมวดสะโพกรับแรงรักครั้งสุดท้าย ผมกดสะโพกสอบตอกย้ำแก่นกายเข้าไปลึกที่สุดจนโคนชนปากทางรักแน่นสนิท ปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นอุ่นร้อนฉีดพรั่งพรูอัดแน่นเข้าไปในส่วนลึกของร่างกายวิเวียนอย่างรุนแรงระลอกแล้วระลอกเล่า ทุกหยดหยาดของสายธารตัณหาร้อนจัดฝังลึกและโอบล้อมทั่วทุกตารางนิ้วในช่องทางรักของเธอ ปริมาณน้ำรักมหาศาลทะลักล้นเปียกชุ่มเยิ้มออกมาตามปากทางรัก ไหลอาบผ่านง่ามขาเนียนเรียวสวยชวนมองเปรอะเปื้อนผืนเตียงและผิวกาย
ผมครางต่ำยาวเหยียดทับทาบกายลงบนร่างนุ่มนิ่มของวิเวียนที่เกร็งกระตุกแ่เบา สองแขนโอบกอดร่างบางของเธอไว้แ่าไร้ซึ่งช่องว่าง อกแกร่งที่ยังคงกระเพื่อมไหวหอบหายใจรัวเร็วแนบชิดกับอกนุ่มของเธอที่เต้นระทึกสะท้อนความสุขสมในเพลงรักยามเช้า
ในหัวสมองและหัวใจอันบิดเบี้ยวแต่เปี่ยมรักของผม ผมจ้องมองร่างบางที่หอบหายใจโรยรินในอ้อมแขน พลางรู้สึกถึงหยาดน้ำรักที่กำลังประสานอยู่ในช่องทางรักของเธอ ััอุ่นชื้นชุ่มแฉะเปียกเยิ้มเ่าั้เปรียบเสมือน ‘กาวแป้งเปียก’ ชั้นยอดที่ได้รับการเคี่ยวจนเหนียวข้น ผสมเข้ากับ ‘สารส้ม’ เข้มข้นที่ผมมักใช้ประสานเยื่อใยและรอยแยกแตกร้าวของหน้าหนังสือโบราณล้ำค่า เพื่อเหนี่ยวรั้ง ยึดติด และประสานรอยแผล รอยแยกทุกอณูระหว่างวิเวียนและผมให้อยู่แแ่เป็เนื้อเดียวกันชั่วนิรันดร น้ำรักสีขาวขุ่นที่ล้นเอ่อเปรียบประดุจครั่งที่หลอมละลายเพื่อปิดผนึกกรงขังรักแห่งนี้ไว้ตลอดกาล ไม่มีวันที่จะมีใคร หรือความจริงใดๆ มาดึงเธอให้ออกไปจากอ้อมแขนของผมได้อีก
วิเวียนนอนหอบหายใจเบาๆ ซบดวงหน้าหวานลงกับอกกว้างของผมที่ยังเต้นตึกตัก มือบางลูบไล้ขึ้นลงตามแผ่นหลังของผมอย่างรักใคร่และวางใจเต็มเปี่ยม เธอหลับตาสนิทลงช้าๆ และจมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งด้วยความเหนื่อยอ่อนและไว้วางใจในความปลอดภัยภายใต้กรงขังรักที่ผมสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ
ผมนอนลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่มของเธอแ่เบาอย่างทะนุถนอมระวังสีข้างขวาที่ยังระบม สายตาของผมจ้องมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูทิวทัศน์ของผืนทะเลสีครามที่เงียบสงบ ลมทะเลพัดผ่านยอดมะพร้าวแ่เบา ท้องฟ้าสดใสสวยงามดั่งโลกใบใหม่ที่ผมเป็ผู้ชนะและผู้กักขังแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีหมวดกรณ์ ไม่มีอุปสรรคขวางกั้น และไม่มีสิ่งใดจะทำลาย์บนดินของเราได้อีกตราบชั่วชีวิตของผม...