ข่าวการเคลื่อนทัพของเย่ชิงหยางและการหายตัวไปของแม่นางหลิงจีแห่งนิกายท่วงทำนอง์ถูกพูดถึงไปทั่วทั้งจักรวรรดิเมฆครามในระยะเวลาอันสั้น
หลังจากผ่านไป 3 วัน เย่ชิงหยางก็ถูกองค์จักรพรรดิสั่งให้เข้าเฝ้าโดยด่วนเพื่อถามถึงสาเหตุของการเดินทัพอย่างกะทันหันในครานี้
ซึ่งทางเย่ชิงหยางก็ได้ชี้แจงไปว่า เย่หยุนซีน้อยเนื้อต่ำใจในความอ่อนแอของตนเองจึงหนีออกจากบ้าน ทำให้เขาต้องระดมกองกำลังเพื่อตามหา
“เห้อ เื่นี้นับได้ว่าน่าเห็นใจอยู่บ้าง แต่กองกำลังทหารของจักรวรรดิมันไม่ใช่สิ่งที่เ้าจะเอาไปใช้โดยพลการได้” ณ ห้องโถงขนาดใหญ่ ชายหนุ่มผมสีเงินท่าทางภูมิฐานกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไร้อารมณ์ขณะนั่งอยู่บนบัลลังก์
แม่ทัพประจิมเย่ชิงหยางเมื่อได้ยินพลันคุกเข่า “กระหม่อมพร้อมยอมรับโทษทุกประการ?”
“ดี ดีมาก ถ้างั้นแม่ทัพประจิมเย่ชิงหยาง ในนามจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิเมฆคราม ข้าขอลงโทษเ้าโดยการลดเงินประจำตำแหน่งลงครึ่งหนึ่งเป็เวลา 2 ปี
“สิทธิการเลือกทหารใหม่ในปีหน้าของกองทัพประจิมถูกลดลง 2 ส่วน” องค์จักรพรรดิหยุน หยุนไห่ถัง เอ่ยคำบัญชา
“ขอบพระทัยฝ่าาที่ทรงเมตตา” เย่ชิงหยางก้มหน้ารับโทษอย่างไม่อิดออด เพราะเขารู้ดีว่านี่คือโทษสถานเบา
“บัดนี้การลงโทษแม่ทัพประจิมได้เสร็จสิ้นแล้ว เลิกประชุมได้” ขันทีซางประกาศกล่าว เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ผสานมือคาราวะองค์จักรพรรดิและค่อยๆทยอยกันออกจากโถงบัลลังก์
จะมีก็เพียงเย่ชิงหยางเท่านั้นที่ต้องอยู่พูดคุยเื่งานแต่งงานระหว่างเย่หยุนซีและองค์หญิงหยุนฉางเยว่กับองค์จักรพรรดิไปอีกพักใหญ่ จวบจนเวลาผ่านไปถึง่ค่ำเขาถึงได้เดินทางกลับจวนแม่ทัพประจิมด้วยความโล่งใจ
ทำให้ภายในโถงบัลลังก์เหลือเพียงจักรพรรดิหยุนที่ดูเหมือนจะนั่งครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นไม่นาน! ขันทีซางก็เดินเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับหญิงงามผมสีเงินอาภรณ์ฟ้าลวดหงษาสีขาว
“คาราวะเสด็จพ่อ” นางกล่าวพลางย่อตัวเล็กน้อยพอเป็พิธี
“เยว่เอ่อร์ เหตุใดลูกถึงมาเข้าเฝ้าพ่อในเวลาเช่นนี้” จักรพรรดิหยุนเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ขอประทานอภัยเพคะ ลูกเพียงแค่อยากรู้สถานการณ์ของจวนแม่ทัพประจิมก็เท่านั้น” เ้าหญิงหยุนฉางเยว่กล่าวอย่างจริงจัง
“โอ้ ถ้าหากเป็เื่นั้น ลูกไม่ต้องห่วง มันเป็แค่ปัญหาเล็กๆภายในจวนและตอนนี้ทุกอย่างก็กลับมาปกติแล้ว” จักรพรรดิหยุนตอบกลับบุตรสาว
“แล้วเื่แต่งงานเสด็จพ่อกับท่านแม่ทัพเย่กำหนดวันเอาไว้หรือยังเพคะ?” นางเอ่ยถามอีกครั้ง
จักรพรรดิหยุนเมื่อได้ยินก็ยิ้มพลางส่ายศีรษะ “พวกเรายังคุยกันไม่ถึงขั้นนั้นหรอกนะ แถมเย่ชิงหยางเสนออีกว่าอยากให้พวกลูกได้ศึกษานิสัยใจคอกันเสียก่อน หากเข้ากันได้ค่อยจัดงานแต่งภายหลัง”
หยุนฉางเยว่พยักหน้าโดยพลัน “ลูกเห็นด้วยกับคำพูดนั้นนะเพคะ อย่างน้อยการได้ลองทำความรู้จักและศึกษากันก่อนมันก็ดีกับทั้งสองฝ่าย”
“อืม ลูกก็เตรียมตัวเอาไว้ก็แล้วกัน อย่าลืมว่าอีกไม่ถึงเดือนลูกจะต้องไปอยู่ที่จวนแม่ทัพประจิมตามธรรมเนียมปฏิบัติ”
“ลูกทราบแล้วเพคะ” หยุนฉางเยว่ตอบกลับ ก่อนจะกราบทูลลาผู้เป็บิดาและเดินออกจากโถงบัลลังก์ไปในทันที
“เห้อ บุตรสาวของข้าคนนี้ถึงกับยอมแต่งงานกับคนธรรมดาเพื่อช่วยเหลือพี่ชาย ช่างเป็ความเสียสละที่หาได้ยากจริงๆ” จักรพรรดิหยุนมองไปยังแผ่นหลังของบุตรสาวเพียงคนเดียวของตนเองพลางบ่นพึมพำ
ใช่! ฟังไม่ผิด! ราชโองการหมั้นหมายที่ออกไปนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ความประสงค์ของจักรพรรดิหยุน แต่เป็ความ้าของตัวองค์หญิงหยุนฉางเยว่เองไม่มีใครบังคับ
“เห้อ ช่างเถอะๆถึงอย่างไรก็ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว” จักรพรรดิหยุนถอนหายใจ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินกลับตำหนักไปพักผ่อนหลังจากพบเจอเื่น่าปวดหัวมาทั้งวัน
ตัดภาพมาทางจวนแม่ทัพประจิมกันบ้าง เมื่อเย่ชิงหยางกลับมาถึงเขาก็เรียกภรรยาและพ่อบ้านเหวินไปพูดคุยปรึกษากันที่ห้องทำงานในทันที
ส่วนทางฝั่งของเย่หยุนซี ตลอด 3 วันมานี้เขาต้องนั่งเฝ้าหลิงจีตามคำสั่งของสวีหนิงผู้ซึ่งเป็มารดา
“เห้อ สาวใช้ก็มีออกจะเยอะแยะมากมาย ไฉนต้องเป็ข้า........ท่านเทพธิดาเซียนเหยา ตอนนี้ร่างกายของนางเป็อย่างไรบ้างขอรับ?” เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบก่อนจะเอ่ยถาม
“ร่ายกายและเส้นลมปราณของนางถูกฟื้นฟูโดยสมบูรณ์แล้ว” เทพธิดาเซียนเหยาตอบเพียงสั้นๆ
“หือ! แล้วทำไมนางถึงยังไม่ตื่นกัน?”เย่หยุนซีอุทานด้วยความสงสัย แต่ทันใดนั้นเอง! จู่ๆร่างของหลิงจีก็เปร่งแสงเป็ประกายเจิดจ้า ระดับพลังของนางอยู่ดีๆก็พุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง
“ปั้งๆๆๆๆๆ”
“ระดับแก่นแท้ 1”
“ระดับแก่นแท้ 2”
“ระดับแก่นแท้ 3”
“ระดับแก่นแท้ 4”
“ระดับแก่นแท้ 5”
“ระดับแก่นแท้ 6”
“ระดับแก่นแท้ 7”
จวบจนมาถึงระดับแก่นแท้ขั้นที่ 9 การเลื่อนระดับก็หยุดลงแต่เพียงเท่านั้น
เย่หยุนซีดวงตาเบิกกว้าง “นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน?”
“เป็เพราะสรรพคุณของโอสถระดับเซียนทั้งสองเม็ดที่ตกค้างอยู่ในร่าง ส่งผลให้ระดับพลังของนางพุ่งพรวดอย่างน่าใจหายเช่นนี้” เทพธิดาเซียนเหยาแถลงไข
เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ช่างมหัศจรรย์เสียนี่กระไร ท่านเทพธิดาข้าขอลองกินโอสถนั่นบ้างได้หรือเปล่าขอรับ?”
“คิกคิก ไม่ได้หรอกนะเด็กน้อย โอสถสองเม็ดนั้นข้าให้เ้าเป็กรณีพิเศษ ถ้าหากเ้าอยากได้อีกจำเป็ต้องทำภารกิจที่ข้ามอบหมายให้สำเร็จ หรือไม่ก็ต้องก้าวสู่ขอบเขตต่อไปของระดับพลัง”
“เอ๋! เหตุใดมันถึงยุ่งยากปานนั้น!!”
“คิกคิก นี่คือความบันเทิงที่ท่านผู้สร้างสรรค์หอคอยสร้างมาเพื่อเ้าอย่างไรล่ะ” เทพธิดาเซียนเหยาตอบกลับอีกครา จนกว่าเย่หยุนซีจะบรรลุระดับเซียนของรางวัลที่เขาจะได้รับต้องมาจากการทำภารกิจและการเลื่อนระดับเท่านั้น