หยางเสวี่ยฮวาผู้ที่หวงพี่ชายไม่แพ้ผู้ใดมักเข้ามาขวางไม่ให้หญิงสาวจากต่างสกุลแวะเวียนข้องเกี่ยวกับเขาเสมอเพราะมองว่าสตรีเ่าั้ชอบฉกฉวยโอกาสสร้างความรำคาญใจให้เขาทั้งยังมากเล่ห์ไม่น่าคบหา
สตรีเพียงคนเดียวที่นางไว้ใจจึงมีแค่เสิ่นอวี้หลาน หมอยาแสนใจดีที่เป็เหมือนพี่สาวของนาง
ครั้นได้ยินว่าหยางเสวี่ยเฟยต้องแต่งงานกับคนสกุลมู่ นางไม่ชอบใจเลยแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เป็เพราะพระราชโองการที่ขัดไม่ได้ก็คงหาเื่มู่หรงเซียวไม่เว้นแต่ละวัน คิดวิธีกลั่นแกล้งจนทนไม่ได้ต้องขอหย่าในเร็ววัน
หากแต่คราวนี้ถูกพี่ชายสั่งห้ามก่อเื่วุ่นวายเพราะแค่ต้องรับมือกับมู่หรงเซียวก็ปวดหัวไม่เว้นวันแล้ว นางจึงทำได้เพียงสร้างเื่เล็กน้อยให้พี่สะใภ้ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่บางคราก็เท่านั้น
“ท่านพี่ เพิ่งกลับมาจากเรือนยาหรือเ้าคะ” เด็กสาวตั้งใจพูดกระทบให้ฮูหยินของจวนได้ยิน “เทศกาลชมจันทร์อีกเจ็ดวันข้างหน้า ท่านพี่อวี้หลานจะไปเที่ยวกับพวกเราหรือไม่เ้าคะ”
ชมจันทร์ คืนจันทร์เพ็ญ ข้าลืมไปได้อย่างไร เสี่ยวเหมยฮวาของข้า คิดถึงเ้ายิ่งนัก ดวงตาสีทับทิมเบิกโตทันใดเพราะลืมวันลืมคืนจนเกือบพลาดคืนจันทร์เต็มดวงที่มักปลอมเป็บุรุษไปฟังเสียงกู่ฉินที่หอราตรี
สายตาเ้าเล่ห์มองเมิ่งเซียงเป็อันรู้กัน ทั้งคู่แทบไม่ได้สนใจเลยว่าหยางเสวี่ยฮวาพูดอะไรบ้างแต่กำลังคิดวางแผนหลบหนีให้พ้นสายตาของรองแม่ทัพแล้วไปเที่ยวเล่นเหมือนอย่างเคย
หยางเสวี่ยเฟยจับตามองดูนางทุกฝีก้าวด้วยความสงสัยว่าอีกฝ่ายยิ้มแป้นะโโลดเต้นเพราะเหตุใด
“ท่านพี่ ฟังข้าอยู่หรือไม่เ้าคะ” ผู้เป็น้องทำหน้ามุ่ยเพราะรู้สึกว่าพี่ชายไม่สนใจนาง เอาแต่มองนางผู้นั้นไม่วางตา
“อวี้หลานติดธุระคงไปเที่ยวเล่นกับเ้าไม่ได้” เ้าตัวตอบไปเช่นนั้นแต่แท้จริงแล้วรู้สาเหตุเพราะเสิ่นอวี้หลานนัดพบกับหลี่ิฮ่าวในค่ำคืนนั้นเช่นเดียวกันและคงไม่ว่างไปกับผู้ใด
“…” เด็กสาวแสดงสีหน้าผิดหวังชัดเจนเสียจนคนเป็พี่เอ่ยปลอบใจ
“เ้าลืมไปแล้วหรือว่ายังมีข้าอยู่” ชายหนุ่มมักใจอ่อนให้น้องสาวมากกว่าใครเพราะมีนางเป็ครอบครัวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่พลันถามว่า “ชวนนางไปด้วยได้หรือไม่”
“ใครกัน” เ้าตัวรู้ว่าเขาพูดถึงผู้ใดแต่ไม่อยากชวนและไม่อยากข้องเกี่ยว
“ถึงอย่างไรก็เป็ฮูหยินของข้า”
“ไม่เ้าค่ะ” นางส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน “หากนางไปด้วย ข้าจะไปคนเดียว มีข้าต้องไม่มีนาง”
“เสี่ยวฮวา เทศกาลชมจันทร์สวยงามนัก นางคงอยากไปเที่ยวเหมือนเ้า ข้าจะปล่อยนางไปคนเดียวได้อย่างไร” เขาพยายามโน้มน้าวใจอีกฝ่าย อันที่จริงกลัวว่ามู่หรงเซียวจะก่อเื่เสียมากกว่าจึงปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้
“เมิ่งเซียงอย่างไรเล่า นายบ่าวสองคนนั้นก็ไปด้วยกันได้ไม่ใช่หรือ” ดวงตากลมโตมองหน้าพี่ชายทำน้ำเสียงออดอ้อนให้คล้อยตาม “ท่านพี่ ไปกับข้าสองคนไม่ได้หรือเ้าคะ”
รองแม่ทัพหยางส่ายหน้าพลางถอนหายใจ ลูบศีรษะนางอย่างอ่อนโยน คนตรงหน้าจึงยิ้มกว้างขอสัญญาจากคนเป็พี่ว่าจะรีบทำงานให้เสร็จั้แ่หัววันแล้วพานางเที่ยวเทศกาลชมจันทร์ตลอดทั้งคืน
ไม่กี่ชั่วยามต่อมา เ้าของจวนค่อย ๆ เข้ามาข้างในห้องนอน สายตามองดูใครบางคนกำลังหลับใหลพลางครุ่นคิดอยากรู้ว่านางกำลังวางแผนก่อเื่ใดหรือไม่
เมื่อขึ้นไปบนเตียงก็รู้สึกได้ว่าร่างบางแกล้งหลับจึงกระซิบถาม “กำลังใช้มารยาหลอกล่อให้ข้าหลงใหลหรือ ไม่ได้ผลหรอก”
มู่หรงเซียวคิดในใจ คนง่วงนอนกำลังจะหลับ ใช้อะไรมอง ใช้สิ่งใดไตร่ตรองจึงคิดว่าข้าใช้มารยาล่อลวง
“ในเมื่อเ้าหายดีตั้งหลายวันแล้ว ครานี้จะใช้ข้ออ้างใดผัดวันไปอีกเล่า” หยางเสวี่ยเฟยเอ่ยถามแล้วย้ำให้นางจำได้ว่ารับสั่งของฮ่องเต้ยังคงมีผลอยู่
“เ้าไม่รู้หรือว่าข้าซื่อสัตย์ทำตามพระบัญชาของฝ่าามากแค่ไหน”
หมายความว่าอย่างไร จะพูดอะไรก็บอกมาตรง ๆ วกวนไปมาอยู่ได้ หญิงสาวทำใจนิ่งสงบเหมือนสายน้ำไหล พยายามกล่อมตัวเองนอนจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขาไม่ว่าจะมีเื่ใดเกิดขึ้นก็ตามที
“หากบอกว่าทำทุกวันก็คือทุกวัน”
“…”
“ข้ารู้ว่าเ้ายังไม่หลับ จะผลัดวันไปอีกย่อมไม่ได้แล้วเพราะไม่นานหมอยาคงมาตรวจอาการของเ้า” หยางเสวี่ยเฟยบอกให้นางรู้ล่วงหน้าว่าอีกประมาณสองวันคงมีคนมาตรวจอาการ
“ขอข้าทำใจอีกหนึ่งวัน คืนพรุ่งนี้… นะ…” เสียงพูดอู้อี้ดังขึ้นพลางคิดเื่บางอย่างได้จึงตอบไปอย่างมั่นใจ “คืนพรุ่งนี้ มะรืนนี้ คืนไหนก็เื่ของเ้า”
“วางแผนสิ่งใดอยู่อย่างนั้นหรือ”
“ข้าจะไปวางแผนอะไรได้ ตอนนี้ก็นอนอยู่ในห้องของเ้าไม่ใช่หรือ หากเ้าไม่ปล่อย ข้าจะหนีไปไหนรอด” มู่หรงเซียวเอ่ยราวกับคนไร้หนทางแต่คิดแผนหนีเที่ยวคืนชมจันทร์ได้เรียบร้อย แม้ต้องเดิมพันกับเื่อย่างนั้นก็เถอะ
“หึ…” เสียงหัวเราะในลำคอทำเอาหญิงสาวขนลุกซู่ ไม่อยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เลยแม้แต่น้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนความรู้สึกเป็หมั่นไส้พระรองของเื่เพราะเขาเอ่ยย้ำว่า “หากเ้าตั้งครรภ์ลูกของข้าเมื่อใด นับจากนั้นข้าจะไม่แตะต้องตัวเ้าอีก ความรู้สึกของข้ายังเป็เช่นเดิม กระทำไปเพราะหน้าที่ ไม่ได้มีความรู้สึกพิศวาสเจือปนแม้แต่น้อย”
“ไม่ต้องพูดซ้ำ ๆ ข้าก็เข้าใจ เ้าน่ะรักนางมาโดยตลอด ถูกบังคับแต่งงานกับข้าคงจะทรมานใจน่าดู แต่อดทนอีกสักหน่อยเถอะเพราะว่าท้ายที่สุดแล้ว เ้าจะสมหวังทุกสิ่งที่ปรารถนา” หญิงสาวพูดไปตามสิ่งที่เขียนไว้ในนิยาย นางนึกอยากให้เนื้อเื่ลบตัวตนของตัวเองออกไปจะได้เป็อิสระจากเขาเสียทีเพราะมู่หรงเซียวย่อมมีสิ่งที่ตนเองปรารถนาเช่นกัน
่เวลาก่อนถึงเทศกาลชมจันทร์ คนทั้งคู่ได้ทำสิ่งที่ควรต้องทำไม่ขาดเว้น ทุกค่ำคืนเร่าร้อนด้วยไฟราคะ
“หยางเสวี่ยเฟย!” มู่หรงเซียวเอ่ยเรียกคนตรงหน้า “ข้าไม่ไหวแล้ว” หากแต่เขายังตะบี้ตะบันถูไถไม่ลดจังหวะจนนางได้แต่กอดคอเขาเอาไว้ขณะที่อีกฝ่ายโอบรัดร่างบางไว้แน่นเร่งจังหวะถี่กว่าเดิมคิดในใจ ไม่เห็นเหมือนที่พูดไว้เลย ไหนบอกว่าคืนละครั้งแต่นี่มันกี่ครั้งแล้ว เ้าถูกวางยาปลุก
กำหนัดมาหรืออย่างไร คึกคักยิ่งนัก เลิกจูบปากข้าได้แล้ว หยางเสวี่ยเฟย! ผีเข้าสิงเ้าหรืออย่างไร ลึกเกินไปแล้ว เ้าทำช้า ๆ หน่อยไม่ได้หรือ ข้าจะ…
เสียงหอบหายใจขาดห้วง ร่างบางสั่นระริกเพราะส่วนอ่อนไหวถูกปลุกเร้าจนเสร็จสม หยางเสวี่ยเฟยถอนแก่นกายออกมาก่อนจะก้มลงจุมพิตทั่วใบหน้ามู่หรงเซียวอย่างอ่อนโยนขัดกับแรงกระแทกกระทั้นเร่าร้อนที่ส่วนล่างเมื่อครู่นัก
ชายหนุ่มกระซิบข้างใบหูััได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าว “ทำอีกครั้ง เ้าทนไหวหรือไม่” ก่อนจะพลิกร่างนางนอนคว่ำแล้วยกสะโพกชันขึ้นโดยไม่รอฟังคำตอบแล้วรั้นเข้ามาในช่องทางเดิมที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำรัก
“ฟังข้าตอบก่อน ข้า…”
“ไหวสินะ เ้าเก่งอยู่แล้วนี่ เป็ถึงบุตรสาวแม่ทัพใหญ่จะยอมแพ้ง่าย ๆ ได้อย่างไร”
“...”
เขาแสยะยิ้มเมื่อเห็นสีหน้ามองค้อนของนาง กระซิบถามด้วยสีหน้ายียวนท้าทาย “ว่าอย่างไรเล่า”
“ข้าทนไหวอยู่แล้ว แต่ว่า…”
“หืม…” เ้าตัวทำหน้าราวกับรอฟังคำพูดของนาง
“ครั้งนี้ครั้งสุดท้าย ถ้าเ้าทำต่ออีกคืนต่อไปอย่าคิดว่าจะได้แตะต้องตัวข้า”
หยางเสวี่ยเฟยยิ้มกว้างแล้วตอบว่า “พรุ่งนี้ข้าไม่ทำหรอก เ้าสบายใจได้” พลันได้เห็นมู่หรงเซียวถอนหายใจจึงยิ้มมุมปาก
หากแต่หญิงสาวเพิ่งได้สติจึงทำหน้ามุ่ยใส่รองแม่ทัพ “พรุ่งนี้เ้าไปเที่ยวกับนางทั้งคืนนี่ ไอ้คนเ้าเล่ห์”
ท้ายที่สุดแล้วคืนรุ่มร้อนก่อนเทศกาลชมจันทร์ คำว่าครั้งสุดท้ายไม่มีอยู่จริง หยางเสวี่ยเฟยทำราวกับว่าค่ำคืนนี้ทบต้นทบดอกแทนคืนพรุ่งนี้อย่างไรอย่างนั้น
เช้าวันต่อมา มู่หรงเซียวจึงได้ทีแกล้งทำเป็ไม่สบายเพราะถูกกระทำอย่างหนักหน่วงจากคนผู้นั้นถึงขั้นต้องให้หมอยามาตรวจอาการ
“ข้าเข้าใจว่ารองแม่ทัพยังหนุ่มยังแน่นแต่ว่าเื่ที่ต้องทำก็ให้พอดี ๆ บ้าง” ท่านหมอกล่าวกำชับจนเ้าตัวรู้สึกผิดรับปากว่าจะห้ามใจตัวเอง
เมื่อได้อยู่กันสองคน หยางเสวี่ยเฟยนั่งลงข้างเตียง มองหญิงสาวที่ยังคงหลับใหลอยู่นาน พลันมู่หรงเซียวััได้ว่าเขากำลังลูบเรือนผมอย่างแ่เบาแล้วจรดริมฝีปากตรงหน้าผากของนาง เสียงกระซิบเอ่ยก่อนออกไปข้างนอก
“ข้าขอโทษ... อย่าเจ็บป่วยอีกเลยนะ”
บุตรสาวแม่ทัพใหญ่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับงุนงงว่าเขากินอะไรผิดสำแดงมาหรืออย่างไรจึงพูดแปลก ๆ ทั้งที่บอกว่าทำไปเพราะหน้าที่บ้าง ไม่อยากแตะตัวนางบ้าง แต่บางคราก็ทำเหมือนนางเป็คนสำคัญ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน กระทำอย่างนุ่มนวลจนเหมือนเป็คนละคนกับที่เคยรู้จัก
ขณะกำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยว่าสิ่งใดทำให้เขาแสดงออกเช่นนั้นก็ได้ยินเสียงสาวใช้คนสนิทดังแว่วเข้ามาในห้อง
“คุณหนู รองแม่ทัพออกไปข้างนอกแล้วเ้าค่ะ” เมิ่งเซียงเข้ามาหาเ้านายที่แกล้งนอนหลับ สายตาดูคนตรงหน้า เห็นร่องรอยแดงที่ชายหนุ่มทำเพิ่มทั้ง ๆ ที่รอยเก่ายังไม่หายก็ทำให้นางหน้าแดงขึ้นมาทันใด “สมุนไพรเ้าค่ะ”
“…” มู่หรงเซียวรีบลุกขึ้นมาดื่มเรียกเรี่ยวแรงตัวเองกลับมาเพื่อจะหนีเที่ยวในค่ำคืนนี้
“รองแม่ทัพบอกว่าหลังฝึกพวกทหารเสร็จแล้วจะเข้ามาเยี่ยมดูอาการคุณหนูเ้าค่ะ”
“อืม… ถ้าอย่างนั้นกว่าจะถึงเวลานัดหมายกับเฟิงเกอแล้วก็อาเหลียง ข้าขอหลับยาว ๆ เลยก็แล้วกัน” มู่หรงเซียวเสียงอ่อย “เมิ่งเซียง เ้าอย่าลืมปลุกข้านะ”
เพียงหลับตาไปครู่หนึ่ง มู่หรงเซียวไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปเร็วนัก นางคิดว่าไออุ่นที่อยู่ข้างกายเป็เมิ่งเซียงที่เข้ามาปลุกแต่กลับได้ยินเสียงคุ้นเคยกระซิบ
“ยังไม่ดีขึ้นหรือ” เขาเอ่ยถามพลางอังหน้าผากดูว่านางไข้ขึ้นหรือไม่
ใบหน้างามหันมองทางต้นเสียง ค่อย ๆ ลืมตามองคนตรงหน้า ดวงตาสีทับทิมจ้องไม่วางตา “อืม… สาแก่ใจเ้าแล้วใช่หรือไม่ เทศกาลชมจันทร์แท้ ๆ แต่ข้ากลับไปเที่ยวเล่นเหมือนผู้อื่นไม่ได้”
“…”
“ข้าจะนอนแล้ว รู้สึกเวียนหัว”
“ฮูหยิน ข้า…”
“ท่านพี่ ต้องรีบออกไปแล้วเ้าค่ะ” หยางเสวี่ยฮวามาตามพี่ชายของนางถึงเรือนใหญ่ “ท่านพี่สัญญาว่าจะไปเที่ยวกับข้าไม่ใช่หรือเ้าคะ”
“ฮูหยิน…”
“น้องสาวเ้ากำลังรออยู่ รีบไปสิ” นางเอ่ยพึมพำเหมือนไร้เรี่ยวแรง เบือนหน้าหนีแล้วห่มผ้านอนซม
“ข้าจะรีบกลับมา” เขาพูดกับคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่แปลกไปพลันจุมพิตประทับแก้มนวลโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว
แม้มู่หรงเซียวรู้สึกสับสนกับท่าทีของเขาแต่นางไม่มีเวลาคิดเื่ของเขาเพราะสิ่งที่นางกำลังนึกถึงมีเพียงเสียงกู่ฉินอันไพเราะของเสี่ยวเหมยฮวาเท่านั้น
หญิงสาวผุดลุกจากเตียงแล้วรีบแต่งกายเป็บุรุษก่อนจะค่อย ๆ ย่องออกไปนอกจวนสกุลหยางด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม