บทที่ 49 การกระทำที่เอาใจใส่
“อ๊ะ?” ทันทีที่จวีซือหนานได้สติก็รีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่ต้องหรอก ฉันทำเองได้ค่ะ!”
พูดจบ เธอก็รีบวิ่งเข้าห้องน้ำจัดการล็อกประตูโดยไว
กงเจ๋ออวี้พิงขอบประตูมองเธอวิ่งหนีไปอย่างร้อนรน ริมฝีปากก็ยกยิ้มมองไปทางห้องน้ำ
จวีซือหนานตบหน้าตัวเองเบา ๆ แต่เมื่อหันไปกลับพบว่ากงเจ๋ออวี้ยังคงยืนอยู่ที่ประตู
เธอชะงักฝีเท้า มองเขาสีหน้าสงสัย “ทำไมคุณยังไม่ลงไปข้างล่างอีกล่ะ”
“รอเธอ”
เขาตอบอย่างสั้นกระชับแล้วจับมือจวีซือหนานในทันที
หญิงสาวตั้งใจจะชักมือกลับ แต่เสียงทุ้มต่ำเย้ายวนของชายหนุ่มก็ดังขึ้นข้างหูเธอ “อย่าลืมสิ ตอนนี้เธอมีสถานะเป็นแฟนฉัน!”
“...”
จวีซือหนานเงยหน้ามองเขา เธอคิดเพียงว่าที่นี่เป็นบ้านของเขาจริง ๆ ต้องแสดงให้ทุกคนเห็น เลยเชื่อฟังโดยไม่ปฏิเสธอีก
กงเจ๋ออวี้จูงมือเธอเดินลงบันไดวน เธอก้มมองไปที่ห้องอาหารชั้นหนึ่ง ในชั่วพริบตาก็เป็นต้องอ้าปากค้าง ภาพตรงหน้าคือพื้นที่ต่อขยายซึ่งหรูหราตามสไตล์ตะวันตก โคมระย้าคริสตัลอันงดงาม บนเพดานสะท้อนแสงราวกับความฝัน
โต๊ะเก้าอี้สไตล์ยุโรปที่สวยงาม ทุกตารางเมตรล้วนแผ่ออร่าของขุนนางอังกฤษ แจกันสีคราม บนโต๊ะอาหารปักดอกลิลลี่สีขาวบานสะพรั่งอ่อนช้อยกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบข้างอย่างเหลือเชื่อ
จวีซือหนานรู้ว่าครอบครัวของกงเจ๋ออวี้ร่ำรวยมาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะร่ำรวยถึงขนาดนี้
“คุณชายใหญ่ คุณหนูจวี เชิญนั่งทานอาหารเช้าเถอะค่ะ”
คนรับใช้ช่วยดึงเก้าอี้ให้พวกเขาอย่างนอบน้อม
“ขอบคุณค่ะ”
จวีซือหนานยิ้มรับแล้วนั่งลง
กงเจ๋ออวี้นั่งลงข้าง ๆ จวีซือหนาน เขาเอื้อมมือไปหยิบชามตักสลัดและไข่มาวางไว้ตรงหน้าเธอ
สาวใช้มองท่าทางเอาใจใส่ของคุณชายแล้วก็ตกใจจนกรามแทบค้าง
“ขอบคุณค่ะ!”
จวีซือหนานรู้สึกว่าบรรยากาศค่อนข้างน่าอึดอัด เธอพยักหน้าให้กงเจ๋ออวี้เล็กน้อย เมื่อต้องนั่งอยู่ในห้องอาหารใหญ่โตแบบนี้ เธอก็รู้สึกไม่ชินอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวเคี้ยวอาหารอย่างใจลอย “โอ๊ย...”
กงเจ๋ออวี้รีบวางตะเกียบในมือ หันมามองด้วยแววตาเป็นห่วง
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่… ไม่เป็นไรค่ะ แค่กัดลิ้นตัวเอง”
จวีซือหนานมองความเป็นห่วงเป็นใยในแววตาของเขา พลันก้มหน้าหลบตาอย่างร้อนรน กงเจ๋ออวี้แสดงละครได้เนียนเกินไปแล้ว เธอรู้สึกใจสั่นไปหมด
ชายหนุ่มมองเธออย่างอ่อนโยน พลางยื่นมือไปคีบผักให้ “กินช้า ๆ สิ ได้ยินว่าเธอชอบกินผักโขม”
มองผักสีเขียวในจานแล้วดวงใจของจวีซือหนานก็หนักอึ้ง
ภาพนี้เหมือนเคยเห็นมาก่อนตอนที่เธอกับหานเกาอี้เพิ่งคบกัน
ในตอนนั้น หานเกาอี้ก็ใส่ใจและอ่อนโยนแบบนี้ ตัวเธอถึงได้ตกหลุมพรางเอาได้ง่าย ๆ
“ขอบคุณค่ะ คุณกงเจ๋ออวี้”
จวีซือหนานรู้สึกห่างเหินอย่างน่าประหลาด ในใจเธอไม่รู้ว่าทำไมตนเองถึงได้นึกถึงฉากที่จวีซือเฝยเยาะเย้ยเธอในวันนั้นขึ้นมา พร้อมกับคำพูดที่ดังก้องในหัว จึงเอ่ยถามขึ้นมาในทันที “นี่ ฉันขอถามอะไรคุณหน่อยได้ไหม คุณมีคู่หมั้นหรือยังคะ”
จวีซือหนานเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างเคร่งเครียดในทันที
กงเจ๋ออวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่มี”
“จริง ๆ เหรอคะ ไม่มีจริง ๆ เหรอ”
จวีซือหนานขมวดคิ้วเล็กน้อย ถ้าอย่างนั้นทำไมน้องสาวเธอถึงพูดแบบนั้น… หรือว่า… กงเจ๋ออวี้จงใจปิดบังเธอ!
“ไม่มี”
กงเจ๋ออวี้วางช้อนในมือลง เงยหน้าสบตากับหญิงสาวด้วยแววตาเรียบเฉย “ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ”
จวีซือหนานกะพริบตาถี่ ๆ แล้วเอ่ยเสียงแผ่วลงเล็กน้อย “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉัน… ฉันแค่ได้ยินคนอื่นพูดว่าคุณมีคู่หมั้นอยู่แล้ว ฉันกลัวว่าถ้าคุณมีจริงๆ แล้วเรามาแกล้งเป็นคู่รักกันแบบนี้ มันอาจจะส่งผลกระทบต่อคุณ...”