ร่างสูงกำยำนั่งลงบนเก้าอี้นิ่มของผู้บริหาร นิ้วแกว่งควงปากกาแท่งโปรดไปมา พร้อมทั้งปลายนิ้วอีกข้างก็ลูบริมฝีปากหนาไปด้วยเมื่อนึกถึงััเนียนนุ่มที่ยังคงตราตรึงใจ
ตราตรึงเสียจนทำให้โหยหาอยากจะชกชิมความหวานนี้อีก แม้ตัวเองจะเคยห้ามอาการเหล่านี้ซ่อนไว้ในส่วนลึกได้มาตลอด แต่สุดท้ายเมื่อคืนนี้ชายหนุ่มก็ไม่สามารถเก็บความรู้สึกไว้ได้อีก
“หึ ยิ่งนึกถึงเมื่อคืนก็ยิ่งคิดถึงจริง ๆ” พิธาพึมพำออกมา สมาธิที่ต้องใช้ทำงานบัดนี้แตกกระเจิง เพราะเอาแต่คิดถึงใครบางคน ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล นอกเสียจากลูกเลี้ยงของเขานั่นเอง
พิธาหลับตาลงเพื่อพักสายตาเพราะออกมาทำงานั้แ่รุ่งเช้า เขาพยายามทำจิตใจให้ผ่อนคลาย รวบรวมสมาธิไม่ให้หลุดลอยไปไกล แต่ภาพเื่ราวของเมื่อคืนก็กลับฉายออกมาให้เห็น
ฉับพลันที่สายตาของเขามองเห็นริมฝีปากอวบอิ่มของเธอ ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ด้วยความยากลำบาก พร้อมกับคิดในใจว่า ั้แ่เมื่อไหร่กันนะที่ส้มโตเป็สาวจนเสน่ห์และน่าหลงใหลได้ขนาดนี้
'มองอะไรคะ ทำไมต้องกลืนน้ำลายด้วยเหรอคะปะป๊า' เสียงหวานของเคียงรักเอ่ยถาม
เป็เหตุให้พิธาต้องเลื่อนสายตาขึ้นมองสบเธอ
ดวงตากลมโตใสแป๋วคู่นี้ ทำไมมันถึงได้ดูน่ารักขนาดนี้ได้
'ปะป๊าอยากกินของหวาน' เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าอย่างคนที่กำลังสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง
'ฮะ ของหวานเหรอคะ เค้กกล้วยหอมคงหมดแล้วมั้ง ส้มให้คุณแม่พร คุณพ่อพิทักษ์ แล้วก็ลูกจ้างคนอื่น ๆ ของปะป๊าด้วย ไม่น่ามีเหลือแล้วนะคะ'
'แต่ปะป๊าว่ามีของหวานหนึ่งอย่างที่ปะป๊าอยากชิม แต่ยังไม่มีโอกาสได้ชิมเลย'
'อะไรเหรอคะปะป๊า'
'หนูอยากรู้เหรอ'
'ใช่ค่ะ หนูอยากรู้ จะได้ไปเอามาให้ปะป๊าชิมไงคะ ถ้าหาซื้อไม่ได้หนูก็จะทำให้เอง'
'พูดจริงหรือเปล่า'
'จริงสิคะ'
'งั้นปะป๊าขอชิมนะคะว่าขนมจะหวานขนาดไหน'
'เอ๋ อะไรของปะป๊า หนูไม่เข้าใจ' เคียงรักเอียงคอด้วยความงง
ทำไมเขาพูดเหมือนไม่เคยได้ทาน และมาบอกว่าจะขอชิม มันหมายความว่ายังไง เธอไม่เข้าใจจริง ๆ
'เดี๋ยวหนูก็เข้าใจครับ' พิธากระตุกยิ้มที่ริมฝีปาก แววตาคมเข้มฉายความเ้าเล่ห์ออกมา
เขามองดูหญิงสาวในอ้อมแขนที่เอียงคอด้วยท่าทางน่ารัก ก่อนจะก้มลงชกชิมของหวานที่ตัวเองพูดถึงในทันที
เมื่อริมฝีปากหนาจรดลงกับกลีบปากอวบอิ่ม ััที่ได้รับนั้นนุ่มนิ่มเสียจนเหมือนกับเยลลี ลิ้นสากดุนดันเข้าไปภายในโพรงปากเล็กอย่างง่ายดายเพราะอีกฝ่ายกำลังใจนเผลออ้าปากค้าง เขาตวัดลิ้นสำรวจจนทั่วและหยอกล้อกับลิ้นเล็กอย่างเพลิดเพลิน รสชาติที่ชายหนุ่มได้ลิ้มลองนั้นหวานราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า อ้อมแขนแกร่งกระชับแน่นขึ้นให้ร่างกายของคนทั้งคู่แนบชิดกัน จูบที่อ่อนหวานเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ร้อนแรงขึ้น
จนกระทั่งกำปั้นของเคียงรักทุบลงที่อกหนา เพราะ้าบอกว่าเธอเริ่มจะหายใจไม่ทันแล้ว พิธาจึงถอนริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ เขามองดูปากอวบอิ่มของหญิงสาวที่เผยอออกมาน้อย ๆ เพื่อกอบโกยเอาอากาศหายใจเข้าไป
ดวงตาของเธอเบิกโพลงตลอดเวลาที่โดนจูบจนถึงตอนนี้ การััที่รุกล้ำแบบนี้หญิงสาวเพิ่งเคยได้รับเป็ครั้งแรก และมาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวด้วย
'หวานจังเลยครับ แต่เสียดายชิมได้นิดเดียวเอง' พิธาพูดโดยที่ยังจับจ้องไปที่ริมฝีปากที่เขาเพิ่งได้ไปเมื่อสักครู่ไม่วางตา
'ปะป๊าทำไมถึงทำแบบนี้คะ' เคียงรักเอ่ยถามเขาด้วยความใ
มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา
'ปะป๊าอยากกินของหวานไงครับ ทำไมเหรอ เคียงรักเป็ของหวานให้ปะป๊าไม่ได้เหรอครับ หืม คนดีของปะป๊า' เขาเริ่มหยอดเธอ
'ปะป๊า...'
'เรียกปะป๊าบ่อยจัง ระวังปะป๊าจะขอชิมต่อนะครับ เอาไหม' พิธามองคนในอ้อมแขนตัวเองที่ดูสับสนเหมือนนกน้อยกำลังหลงทางด้วยสายตาเอ็นดู
เคียงรักแสดงออกมาอย่างหวาดหวั่น สีหน้าแววตายิ่งดูตื่นตระหนก และจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่เชื่อสายตา
'ไม่เอาแล้วค่ะ หนูกลัว'
แต่พิธานั้นกลับยังคงยกยิ้มออกมา เขานึกขำกับสีหน้าท่าทางของหญิงสาว
'หึ เด็กดีของปะป๊า เข้านอนเถอะครับ ฝันดีครับส้ม' แต่พิธาก็ใช่ว่าจะออกไปเฉย ๆ เมื่อจบประโยคชายหนุ่มก็แนบสนิทลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มอีกครั้ง
พิธาเสียดายที่ได้ครั้งนี้ไม่ได้สอดแทรกเข้าไปหาความหวานจากด้านใน แต่เขาก็ต้องยอมหยุดและทำเพียงแค่ปากแตะปากเท่านั้น
ร่างสูงผละตัวออกจากเธอเล็กน้อยแล้วมองใบหน้างามที่ขึ้นสีแดง เธอน่ารักเสียจนเขาอยากที่จะฟัดให้หายมันเขี้ยว แต่ก็ต้องระงับความ้าเอาไว้ และคิดว่าเขาสมควรจะกลับเข้าห้องตัวเองได้แล้ว ขืนอยู่ตรงนี้ต่อคงไม่จบง่าย ๆ แน่
แม้ว่าเขาจะเดินออกไปแล้ว สายตาและัันั้นก็ยังคงติดใจอยู่บนริมฝีปากอวบอิ่มของหญิงสาวตลอดทั้งคืน
พิธาลืมตาขึ้นมาเมื่อคิดถึงเื่เมื่อคืนที่เกิดขึ้นั้แ่ต้นจนจบ
ถ้ากลับบ้านไปหาหวังว่าเธอคงไม่หลบหน้าหรือไม่คุยกับเขานะ
เขาคิดโทษตัวเองทันที เคียงรักคงใหรือไม่ก็คงกลัว อาจจะถึงขั้นโกรธเขาไปแล้ว เมื่อครั้นคิดขึ้นได้สีหน้าของชายหนุ่มก็เริ่มเครียดขึ้นมา คิ้วผูกเข้าหากันจนยุ่ง
เพราะอารมณ์ความใคร่ของตัวเองแท้ ๆ ทนมาได้ตั้งนานหลายปี แต่แค่เห็นริมฝีปากของเธอสติก็หลุดจนทำให้เผลอไปรังแกเธอเข้าจนได้ แค่คิดว่าเคียงรักของเขาจะโกรธ ไม่ยอมคุยด้วย หรือไม่มองหน้ากัน จิตใจของเขาก็รู้สึกบีบรัดแน่นทันที
“ไอ้พิธานะไอ้พิธา แค่นี้มึงก็ทนไม่ได้ ถ้าโดนส้มโกรธจะเป็ยังไงนะ” พิธาพึมพำตัวเอง แต่ก็อดยอมรับไม่ได้เลยว่าััที่ได้รับจากริมฝีปากอวบอิ่มของหญิงสาวนั้นทำให้เขามีความสุขขนาดไหน
ชายหนุ่มรู้สึกโหยหาและตราตรึงมาก ถึงขั้นคิดว่าถ้าทุกเช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ได้รับัันี้ตลอดมันจะดีขนาดไหนกันนะ
ััที่นุ่มนิ่มและหอมหวาน หวานเสียจนขนาดรังผึ้งทั้งรังยังสู้ริมฝีปากของเคียงรักไม่ได้
ความคิดของเขานั้นดูเหมือนจะเวอร์เกินไป รังผึ้งหวานดั่งน้ำตาลทั้งกระปุก อ้อยทั้งไร่ เพียงแค่จูบของหญิงสาวคนหนึ่งจะไปหวานขนาดนั้นได้อย่างไร
แต่สำหรับตัวพิธาแล้ว รสััของเคียงรักที่ตราตรึงอยู่นั้นคือรสชาติที่หวานหอม เย้ายวนเขาเป็ที่สุด หวานเสียจนอะไรก็มาเทียบสู้ไม่ได้
นี่สินะ ส้มของเขาโตเป็สาวแล้วจริง ๆ มีเสน่ห์ถึงขนาดที่ทำเอาปะป๊าคนนี้อดใจไม่ไหว