บทที่ 20 การบีบอัดระดับพลัง
หลังจากฟังเื่ราวของเด็กหนุ่มตรงหน้า ิญญาชายชรามองลูกศิษย์ตัวเองด้วยสายตาสังเวช ยามนี้เขากลับไม่แปลกใจเลยที่เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบหกปีต้องออกเดินทางฝึกฝนเพียงลำพัง
"เอาหล่ะ เ้าไม่ต้องคิดมาก จากพร์ของเ้า อีกไม่นานเ้าจะไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้อย่างแน่นอน"
ดวงิญญาพร่าพรายกล่าวน้ำเสียงมั่นใจ เสวี่ยซานที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตนก็พลันได้สติ
"ขอรับท่านอาจารย์!" เด็กหนุ่มตอบรับอย่างแข็งขัน
เหล่าเหอพยักหน้ารับ เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเด็กหนุ่มที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลและสูญเสียมารดาผู้ให้กำเนิดั้แ่ยังเด็ก มิซ้ำยังถูกคนในตระกูลดูถูกเหยียดหยามมากมาย นอกจากจะไม่ย่อท้อกลับมีจิตใจที่เข้มแข็ง
ช่างเป็เพชรที่หายากนัก!
เพียงแต่เพชรเม็ดนี้ยังไม่ได้รับการเจียระไนเท่านั้น
แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องขอบคุณคยเ่าั้ เพราะการดูถูกเหยียดหยามที่เขาได้รับ กลับเป็ดั่งเชื้อเพลิงที่หล่อหลอมให้เด็กหนุ่มกลายเป็คนที่มีความทรหดอดทนและสามารถยืนหยัดอยู่บนโลกใบนี้ได้อย่างแข็งแกร่ง
"จริงสิอาจารย์ ในเมื่อท่านเป็อาจารย์ของข้าแล้ว ท่านก็ต้องมีวิชาดีๆ มาสอนข้าบ้างสินะ!"
เสวี่ยซานพูดอย่างมีความหวัง เขา้าเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดเพื่อกลับไปที่ตระกูลมู่ กลับไปแสดงความสามารถของตนให้พวกที่เคยดูถูกเขาและมารดาได้ประจักษ์!
"ไอ้ที่จะสอนน่ะมันก็มีอยู่ แต่ระดับของเ้ายังต่ำเตี้ยเกินไป แถมยังไม่มีความสเถียรภาพอีกด้วย" ชายชรากล่าวพลางสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง
"เหตุใดจึงไม่สเถียรล่ะ ข้าก็ฝึกตามที่ได้เรียนมาจากตระกูลมู่นี่น่า?" เสวี่ยซานมองชายชราชุดขาวอย่างไม่เข้าใจ
"ระดับพลังของเ้า บรรลุเร็วจนเกินไป"
เสวี่ยซานขมวดคิ้วมุ่น แค่การบรรลุระดับเร็วจนเกินไปก็ยังผิดอีกหรือ?
เมื่อมองเห็นสายตาสงสัยของเสวี่ยซาน ชายชราถอดหายใจเฮือกนึงก่อนเอ่ยขึ้นว่า
"เอาหล่ะ งั้นข้าจะสอนเ้าเอง"
การบรรลุระดับพลังนอกจากการเข้าชาญบำเพ็ญตน ยังต้องมีเื่ของเวลาและโชคเข้ามาเกี่ยวข้อง
การฝึกตนโดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาหลายเดือนในการบรรลุหนึ่งขั้น หากเร่งบรรลุให้เร็วกว่านั้น พลังงานในร่างจะไม่สมดุล
เนื่องจากการบรรลุต้องเขื่อมโยงกับเวลา อย่างเช่นเสวี่ยซานที่ภายในไม่กี่วันจากระดับมนุษย์ขั้นสามก็บรรลุถึงขั้นผู้ฝึกปราณแล้ว การบรรลุระดับเร็วเช่นนี้จะส่งผลต่ออนาคตของการฝึกอย่างร้ายแรง
เพราะเขาเร่งที่จะทะลวงระดับ พลังปราณในตัวเขาจึงเบาบางและไม่หนาแน่นอย่างที่ควร หากเป็เช่นนี้ต่อไป การบรรลุระดับในอนาคตของเสี่ยซานจะเจอแต่อุปสรรค เพราะฐานรากที่ไม่เข็มแข็งพอ
บางทีการฝึกตนของเขาอาจจะไปหยุดอยู่ที่ระดับปราณบรรพบุรุษหรือปราณราชันย์เหมือนกับผู้คนส่วนใหญ่ในโลกใบนี่ที่มักจะติดแหงกอยู่ที่ระดับนั้น
และแม้ว่าพร์ของแต่ละคนจะเป็ตัวแปรหลักของการฝึก แต่หากไร้ซึ่งโชควาสนาคนพวกนั้นก็มิอาจเลื่อนระดับได้ บางคนที่ฝึกจนถึงขีดสูงสุดและติดแง็กอยู่ที่แต่ละระดับหลายต่อหลายปี กลับไม่สามารถััถึงความรู้สึกของการบรรลุระดับเลยแม้แต่น้อย พวกเขาเ่าั้จึงต้องรอคอยโชควาสนาที่จำนำพาพวกเขาให้บรรลุระดับด้วยความหวังอันริบหรี่
สิ่งเหล่านี้มันลี้ลับเกินกว่าจะอธิบายออกมาเป็คำพูดได้ ถึงอย่างไรโชคชะตาก็เป็สิ่งที่อยู่เหนือความเข้าใจของมวลมนุษย์อย่างสิ้นเชิง
"เช่นนั้นข้าควรทำเช่นไรดีล่ะ!" หลังจากรับรู้สาเหตุแล้ว เสวี่ยซานพลันรูัสึกลุกลี้ลุกลนราวกับมีไฟมาจ่อก้น เขารีบเอ่ยถามเหล่าเหอทันที
ฝ่ามือเหี่ยวแห้งหูคางไปมาพลางครุ่นคิดก่อนจะตามด้วบน้ำเสียงเชื่องช้าเนิบนาบของชายชรา
"จริงๆ มันก็มีอยู่วิธีนึง"
"วิธีใดกัน!?"
"ฮ่าๆ เ้าหนุ่ม จะร้อนใจไปใย ในเมื่อเ้ารีบถึงเพียงนี้ ข้าก็จะถ่ายทอดวิชาบีบอัดลมปราณให้แล้วกัน"
"อดทนหน่อยล่ะ" พูดจบชายชราร่างกายเลือนรางโปร่งใสลอยเข้ามาหาเด็กหนุ่ม พร้อมใช้นิ้วมือติดกระดูกััไปที่หน้าผากของอีกฝ่าย
เสวี่ยซานพลันรู้สึกว่าหังสมองของตนกำลังมีข้อมูลบสงอย่างหลั่งไหลเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ความปวดรู้สึกปวดส่งผลให้เสวี่ยซานแทบสิ้นสติ
"อย่าหลับ!" เหล่าเหอตวาดก้อง
เสวี่ยซานตื่นตัวทันใด อึดใจถัดมาข้อมูลที่กำลังหลั่งไหลก็หยุดลง พร้อมด้วยความเ็ปที่ค่อยๆ จางหาย
ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือเสวี่ยซานก็รับรู้ได้ถึงวิธีการฝึกของเคล็ดวิชาพิสดารอย่างหนึ่ง หรือบางทีมันอาจจะเป็วิชาบีบอัดลมปราณอย่างที่อีกฝ่ายกล่าวก่อนหน้านี้
เสวี่ยซานเบิกตาขึ้นช้าๆ มองดูใบหน้าเหี่ยวย่นที่กระดับไปด้วยรอยยิ้ม
"เ้ารับรู้ได้แล้วใช่หรือไม่ วิชาบีบอัดลมปราณน่ะ" ชายชรามองหน้าของเสวี่ยซานพลางยิ้มกริ่ม
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายของตาแก่นั่น เสวี่ยซานรับรู้ได้ในทันทีว่าคนที่ตนพึ่งหมอบกราบคารวะคงจะจงใจกลั่นแกล้งให้เขาทรมานเป็แน่
หลังจากตรวจสอบวิชาการบีบอัดลมปราณให้ระเอียดอีกรอบ เสวี่ยซานยิ่งมั่นใจว่าตนโดนอาจารย์เล่นเสียแล้ว!
เคล็ดวิชานี้ไม่ได้ซับซ้อนอันใดมาก แค่อธิบายปากเปล่าและให้เขาทำตามก็เพียงพอแล้ว แต่ชายชรากับเลือกใช้วิธีที่ทำให้เขาทรมานราวกับหัวจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ!
หลังเห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มราวกับกำลังก่นด่าตนเองอยู่ในใจ ชายชราคิ้วกระตุกถี่ มือเหี่ยวแห้งยกขึ้นจับคางทำท่าทางครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก็เอ่ยขึ้นมา
"เหตุใดจึงมองอาจารย์เช่นนั้นเล่า!" ชายชรายิ้มยิงฟันใส่เสวี่ยซานพร้อมถามน้ำเสียงกลั่วหัวเราะ
"มิมีอันใดขอรับ" หากตาแก่นี่ไม่ใช่อาจารย์ละก็ คงถูกเขาต่อยจนฟันร่วงหมดปากเสียแล้ว!
"เช่นนั้นก็เริ่มเถิด ยิ่งเร็วยิ่งดี นานไปมันอาจจะสายเกินแก้" ไม่นานชายชราก็เข้าสู่สภาวะจริงจังอีกครั้ง หลังจากได้กลั่นแกล้งศิษย์ที่พึ่งรับมาหมาดๆ จนหนำใจ
เสวี่ยซานขานรับคำหนึ่ง ก่อนจะเริ่มเดินลมปราณตามเคล็ดวิชา หลังทบทวนวิธีการต่างๆ จนเรียบร้อยแล้วก็เริ่มลงมือทันที
…
ผ่านมากว่าหนึ่งชั่วยาม เสวี่ยซานภายในถ้ำตอนนี้เหงื่อกาฬไหลเต็มตัวราวกับตัวเขาโดดลงไปในบ่อน้ำ ใบหน้าอ่อนเยาว์เต็มไปด้วยความเ็ป
ส่วนสาเหตุของมันก็ไม่ใช่อะไรที่ไหน แต่เป็วิชาบีบอัดลมปราณนั่นเอง เขาซึ่งพยายามรวบรวมลมปราณในร่างแล้วบีบอัดมันเข้าด้วยกัน แม้วิธีนี้จะได้ผลชะงัก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเ็ปมหาศาล
ระดับพลังของเสวี่ยซานจากแต่เดิมอยู่ระดับผู้ฝึกปราณ กลับค่อยๆ ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ความหนาแน่นของกลิ่นอายที่อยู่รอบกายกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม
สุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ระดับมนุษย์ขัันเจ็ด หลังจากที่พยายามบีบอัดอีกหลายครั้งก็ไม่สามารถลดลงต่ำไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว
ดวงตาสีครามเบิกขึ้นโพลง มองร่างโปร่งใสของผู้เป็อาจารย์ซึ่งลอยเด่นอยู่ตรงหน้า
"ระดับมนุษย์ขั้นเจ็ดคือขีดสูงสุดที่เ้าบีบอัดได้" หลังจากสำรวจพลังของเสวี่ยซาน ชายชราพยักหน้าพึงพอใจ
"ดีแล้วที่เ้าสามารถบีบอัดได้ในตอนนี้ หากอนาคตยังปล่อยไว้ เส้นทางการฝึกตนของเ้าคงเต็มไปด้วยขวากหนามที่ยากจะก้าวผ่าน"
หลังมองไปยังด้านนอกของถ้ำกลับพบว่ายามนี้ดวงตาทิตย์ได้ลาลับขอบฟ้าไปเสียแล้ว ชายชราจึงสั่งให้เสวี่ยซานเริ่มการฝึกฝนภายในถ้ำอีกครั้ง ส่วนเขาเองก็เขียนอักษะ์แล้วกำกับลงบนหอกเมฆา แล้วโยนมันลงไปในบ่อหินหนืดแก่นปฐีด้านข้าง
สิ่งวิเศษฟ้าดินเช่นนี้ จะใช้ทิ้งๆ ขว้างๆ ได้อย่างไร!