ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 4 บทที่ 113 เงินของเขาคือเงินของฉัน

            ถึงอย่างไรจิ่งเยี่ยนกุยก็ข้ามผ่านกาลเวลาของชาติก่อนมาแล้ว เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว จะไปจำได้ยังไง?

            เธอเอ่ยถามเขาเบาๆ “ฟังจากที่พูด ดูเหมือนว่าคุณชอบฉันมานานแล้ว การตัดสินใจหมั้นหมายคงไม่ใช่เพราะฉันตกหน้าผาหรอกใช่ไหมคะ?”

            ฟางเสียนจือพูดด้วยเสียงเรียบเฉย “การแต่งงานและการหาคู่ครองเป็นเรื่องสำคัญของชีวิต ฉันคิดอย่างรอบคอบมาแล้ว จึงไม่มีทางที่จะประมาท และอีกอย่าง ถ้าฉันไม่เต็มใจ วันนั้นเธอก็คงไม่มีทางฉุดฉันลงจากเนินเขาไปด้วยกันได้หรอก”

            จิ่งเยี่ยนกุย “…”

            เสียแรงที่เธอคิดว่าการหมั้นหมายของพวกเราสร้างความลำบากใจให้กับเขา ที่แท้ก็เป็นเพราะเขาวางแผนเล่นงานเธอ!

            ฟางเสียนจือเดาความคิดของเธอออก จึงพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ใช่แล้ว เรื่องมันก็เป็นแบบที่เธอคิด”

            จิ่งเยี่ยนกุยสูดหายใจเข้าลึกๆ เสียแรงที่ช่วงก่อนหน้านี้เธอรู้สึกว่าเขาต้องแต่งงานกับเธอเพราะความรับผิดชอบและรู้สึกผิดต่อเขา ที่ไหนได้ เขากลับเป็นหมาป่าเจ้าเล่ห์ที่หมายตาเธอมาตั้งนานแล้ว!

            เธออดถามไม่ได้ “ครั้งแรกที่เราเจอกันมันมีอะไรพิเศษถึงทำให้คุณไม่ลืมฉันมาตลอดงั้นเหรอคะ?”

            ฟางเสียนจือมองเธอแล้วพูดว่า “คำว่า ‘ไม่ลืม’ ใช้ได้ดีมาก ส่วนเรื่องที่เราเจอกันครั้งแรกเป็นยังไง เธอลองคิดดูเอง”

            จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินเขาพูดแบบนี้ก็รู้สึกหงุดหงิดใจ เธอพยายามนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาเกี่ยวกับเขา แต่ก็นึกไม่ออกจริงๆ กลับนึกถึงอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้ ชาติที่แล้วเขาไม่แต่งงาน นั่นจะเป็นเพราะเธอหรือเปล่า?

            ถ้าเป็นแบบนั้น เขาก็ทำได้แนบเนียนมาก! ชาติที่แล้วเธอไม่เคยรู้เลยว่าเขามีใจให้เธอ!

            เธอดึงมือเขามาออดอ้อน อยากจะถามถึงเหตุการณ์ตอนที่เจอกันครั้งแรก แต่เขากลับไม่ยอมพูด บอกให้เธอคิดเอง นั่นทำให้เธอหงุดหงิดมาก

            เธอมองเขาที่ทำท่าทีจริงจัง แล้วอดที่จะยั่วยุเขาไม่ได้ “ฟางเสียนจือ เรื่องนี้คงไม่ใช่เรื่องที่คุณแต่งขึ้นมาหลอกฉันใช่ไหม?”

            ฟางเสียนจือก็ยังคงทำท่าทางสงบและใจเย็นเหมือนเดิม “ถ้าเธอจำเรื่องราวของเราก่อนหน้านี้ไม่ได้จริงๆ ก็ไม่เป็นไร ถือซะว่าเป็นเพราะฉันชอบเธอ อยากจะหลอกให้เธอชอบฉันเหมือนกันก็เลยแต่งเรื่องขึ้นมาก็ได้!”

            จิ่งเยี่ยนกุยได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจมากขึ้นไปอีก

            ตอนที่ทั้งสองมาถึงชิ่งอันถัง ซูไป่ชิงกำลังเตรียมจะขับรถไปรับจิ่งเยี่ยนกุยพอดี เมื่อเห็นฟางเสียนจือขับรถมาส่งจิ่งเยี่ยนกุย แววตาของเขาพลันฉายแววลึกซึ้งขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังยิ้มแล้วเดินเข้าไปพูดว่า “เยี่ยนกุย คนรักของเธอรักเธอมากจริงๆ นะ”

            จิ่งเยี่ยนกุยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง ฟางเสียนจือก็พูดขึ้นว่า “ภรรยาของผมหน้าตาดี ฉลาดและมีความสามารถ กว่าผมจะหาภรรยาที่ดีแบบนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะงั้นก็ต้องรักและดูแลเป็นอย่างดีสิ”

            เขาพูดถึงตรงนี้ก็กวาดสายตาไปมองซูไป่ชิง “จะได้ไม่มีคนสายตาดีที่คิดไม่ซื่อจะมาหมายปองเธอ”

            ซูไป่ชิงหัวเราะเบาๆ “มีเหตุผล งั้นคุณต้องดูแลให้ดี อย่าให้คนพวกนั้นมีโอกาส”

            “แน่นอน” ฟางเสียนจือพูดอย่างใจเย็น

            จิ่งเยี่ยนกุยยังคงติดใจกับเรื่องที่พวกเขาเจอกันครั้งแรก แต่เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน เธอก็เริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศระหว่างพวกเขาดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่

            ซูไป่ชิงเปิดประตูรถให้จิ่งเยี่ยนกุยขึ้นไป “ตอนนี้ไปคงทันเวลาทานอาหารกลางวันพอดี”

            จิ่งเยี่ยนกุยพยักหน้า เตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ ฟางเสียนจือกลับคว้าเธอไว้ “ผมไม่เคยไปตลาดขายสมุนไพรมาก่อนเลย อยากไปเปิดหูเปิดตาสักหน่อย”

            “คุณจะไปสะพานหินด้วยเหรอ?” จิ่งเยี่ยนกุยรู้สึกแปลกใจ เธอคิดว่าเขาจะกลับไปหลังจากมาส่งเธอเสียอีก

            ฟางเสียนจือเลิกคิ้ว “ไม่ได้เหรอ?”

            “ได้สิ” จิ่งเยี่ยนกุยพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าคุณอยากไป  แต่เราไม่ต้องขับรถไปสองคันหรอก ประหยัดค่าน้ำมันไปได้คันหนึ่ง เราไปนั่งรถของพี่ซูด้วยกันดีกว่า!”

            ฟางเสียนจือเลิกคิ้ว ซูไป่ชิงหัวเราะแล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย คุณยังไม่ได้แต่งงานกับฟางเสียนจือเลยด้วยซ้ำ ก็ช่วยเขาประหยัดเงินทุกทางแล้ว แบบนี้จะดีเหรอ?”

            “มีอะไรที่ไม่ดีกันคะ?” จิ่งเยี่ยนกุยพูดอย่างเปิดเผย “เงินของเขาในอนาคตก็คือเงินของฉัน ประหยัดได้ก็ประหยัดไปเถอะค่ะ”

            ฟางเสียนจือเดิมทีไม่อยากนั่งรถของซูไป่ชิง แต่คำพูดที่ว่า “เงินของเขาในอนาคตก็คือเงินของฉัน” ของเธอทำให้เขาพึงพอใจมาก เขาจึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ใช่แล้ว ประหยัดได้ก็ประหยัดไป เงินมันหายากจะตายไป”

            เขาจึงจอดรถแล้วดึงจิ่งเยี่ยนกุยขึ้นรถของซูไป่ชิงอย่างเป็นธรรมชาติ ซูไป่ชิงกลับรู้สึกเข็ดฟันขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

            หลังจากขึ้นรถแล้วเหมือนเขานึกอะไรขึ้นมาได้อีกครั้ง จึงลงจากรถไปเปิดประตูรถของตัวเอง แล้วหยิบสมุดบัญชีเงินฝากยัดใส่กระเป๋าของจิ่งเยี่ยนกุย “ที่รัก เมื่อกี้ตอนที่มาลืมเอาสมุดบัญชีให้ หลังจากนี้เงินในบ้านเราจะยกให้เธอดูแล”

            มือของจิ่งเยี่ยนกุยสั่นเล็กน้อย เธอไม่รู้จะรับหรือไม่รับดี แต่เขากลับเปิดกระเป๋าของเธอแล้วยัดสมุดบัญชีเข้าไปอย่างเป็นธรรมชาติ

            เธอไอเบาๆ แล้วพูดว่า “งั้นฉันเก็บไว้ให้ก่อนนะ กลับถึงบ้านแล้วค่อยคืนให้”

            ฟางเสียนจือพูดเสียงเบา “เงินของฉันก็คือเงินของเธอ เธอเก็บไว้เถอะ”

            จิ่งเยี่ยนกุย “…”

            ซูไป่ชิงรู้สึกเข็ดฟันยิ่งกว่าเดิมไปอีก เขารู้สึกว่าฟางเสียนจือตั้งใจทำแบบนี้ เป็นการแสดงความรักน้ำเน่าแบบนี้มันดีแล้วจริงๆ เหรอ?

            หลังจากทั้งสามคนไปได้ไม่นาน ในร้านชิ่งอันถังก็มีผู้หญิงแต่งตัวดีคนหนึ่งเดินเข้ามา ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นอาหญิงใหญ่ของจิ่งเยี่ยนกุยนั่นเอง

            พนักงานบริการของชิ่งอันถังเข้ามาถามว่าเธอต้องการซื้ออะไร แต่เธอกลับไม่สนใจ ทำเป็นดูรอบๆ เมื่อเห็นสมุนไพรมีราคาอย่างโสม เธอก็พูดด้วยท่าทีรังเกียจว่า “ขายแพงขนาดนี้ ไม่ปล้นซะเลยล่ะ!”

            พนักงานบริการได้แต่สบถอยู่ในใจ เขาได้รับการอบรมอย่างดีจากซูไป่ชิง ใบหน้าจึงยิ้มแย้มเข้าไว้ “สมุนไพรของชิ่งอันถังเป็นของดีทั้งนั้น โสมนี่ก็มีคุณภาพดี อายุราวๆ ร้อยปีได้ ราคาเลยสูงกว่าโสมทั่วไปครับ”

            “นี่กำลังแอบเหน็บฉันว่าไม่รู้เรื่องใช่ไหม?” ใบหน้าของอาหญิงใหญ่จิ่งบูดบึ้งทันที “ที่บ้านฉันฐานะดีจะตาย สามีกับพ่อสามีฉันก็เป็นผู้นำ บ้านฉันมีโสมพันปีด้วยซ้ำ โสมร้อยปีของแกฉันไม่ชายตามองหรอก!”

            พนักงานบริการเบื่อแขกอย่างอาหญิงใหญ่จิ่งที่สุด และเป็นสิ่งที่ซูไป่ชิงย้ำแล้วย้ำอีกว่า ห้ามทะเลาะกับลูกค้า ต้องมีท่าทีที่ดี ถ้าไม่ติดกฎข้อนี้ เขาคงอยากจะถ่มน้ำลายใส่หน้าอาหญิงใหญ่จิ่งไปแล้ว

            เขาทำเป็นยิ้มแล้วพูดว่า “ใช่แล้วๆ ท่านมีฐานะสูงส่ง มีฐานะดี ของในร้านเล็กๆ ของเราไม่เข้าตา เชิญท่านดูตามสบายได้เลยครับ คงไม่รบกวนแล้ว”

            อาหญิงใหญ่จิ่งกลับเรียกเขาไว้ “ของในร้านพวกแก ฉันไม่ชายตามองหรอก มันทั้งไม่ดีแถมยังแพง อย่าเพิ่งรีบไป ฉันมีเรื่องจะถาม”

            พนักงานบริการอยากจะตบปากเธอจริงๆ ไม่ได้มาซื้อยาแต่จะมาถามก็พูดตรงๆ ไม่เป็นหรือไง ขายยามาเนิ่นนานก็ไม่เคยเจอแขกที่น่ารังเกียจแบบเธอเลย

            พนักงานบริการสูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับความโกรธในใจ แล้วพูดด้วยความอดทนว่า “เชิญท่านพูดมาเลย”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452