ตอนที่ 2
สร้อยเส้นนั้น กันต์ และการคุกคามจากคนแปลกหน้า
· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·
ฉันยืนอยู่หน้าร้านเพชรร้านประจำของแม่ สมัยที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ สมัยที่เรายังรวยมาก และไม่ว่าสร้อยเส้นนี้จะเป็ของใคร ตอนนี้มันได้ตกอยู่ในมือของฉันแล้ว และมันกำลังจะเปลี่ยนเป็เงิน มันจะช่วยพวกเราได้ไม่มากก็น้อย จะเรียกฉันว่าหัวขโมยก็ได้ฉันไม่แคร์ ฉันสูดหายใจลึกๆ หนึ่งครั้ง ก่อนที่จะเดินเข้าไป
“หนูเอวา” เ้าของร้านกล่าวทักทาย
“สวัสดีค่ะคุณน้า” ฉันทักทายกลับ แต่ฉันจำไม่ได้ว่าคุณน้าเ้าของร้านชื่ออะไร
“หายไปนานเลยนะ คุณแม่สบายดีมั้ยคะ”
“สบายดีค่ะ” ฉันตอบไปแบบนั้น เพราะมันคงไม่มีประโยชน์ ที่จะมาเล่าเื่ดราม่าของครอบครัวให้คนแปลกหน้าฟัง “หนูอยากให้คุณน้าช่วยตีราคาสร้อยเส้นนี้ให้หน่อยได้ไหมคะ” ฉันหยิบสร้อยออกมาจากกระเป๋าก่อนที่จะวางมันลงบนถาดกำมะหยี่ ที่คุณน้าเ้าของร้านยื่นมาเตรียมไว้ให้
คุณน้าเ้าของร้านสวมถุงมือ และหยิบสร้อยขึ้นมาส่อง พลิกไปพลิกมาอย่างระมัดระวัง “สิบล้านค่ะ น้าให้สิบล้าน” คุณน้าค่อยๆ วางสร้อยกลับลงไปบนถาดกำมะหยี่ “พลอยสามสี อเล็กซานไดรท์ เม็ดนี้สวยมากๆ เลยนะคะ น้าขายเพชรพลอยมาทั้งชีวิต ยังไม่เคยเห็นอเล็กซานไดรท์เม็ดใหญ่เท่านี้มาก่อนเลย ส่วนเพชรล้อมก็น้ำดี ขาวไม่มีที่ติทุกเม็ดเลยค่ะ”
“มันเป็ของเก่าเก็บของตระกูลน่ะคะ แม่ให้วามา วาเห็นว่าแบบมันเชย ๆ วาก็เลย...” ฉันโกหกไปแก้เก้อ
“ของเก่าแก่ และสวยแบบนี้หายากมาก ๆ เลยนะคะ”
“ค่ะ” ฉันยิ้มเก้อๆ
“ถ้าหนูเอวาตัดสินใจจะขายก็อย่าลืมน้านะคะ หรือถ้ามีที่ไหนให้ราคามากนี้ หนูเอวาบอกน้าได้เลยนะคะ น้ายินดีสู้ราคาเต็มที่”
“ได้ค่ะคุณน้า ขอบคุณมากนะคะ” ฉันรับสร้อยคืนมา แล้วก็เดินจ๋อยๆ ออกมาจากร้าน
ใช่ ฉันเปลี่ยนใจ... จริงอยู่ที่เงินสิบล้าน มันจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเราได้ แต่ไม่ว่าแมวั์ตัวนั้นมันไปคาบสร้อยเส้นนี้มาจากไหน และไม่ว่ามันจะเป็ของของใคร มันต้องมีค่า และสำคัญมากแน่ๆ เ้าของจะต้องอยากได้คืน แล้วฉันจะขายมันลงได้ยังไง ฉันควรเก็บมันไว้ก่อน เพราะอาจจะมีคนประกาศตามหาสร้อยเส้นนี้ในไม่ช้า
ฉันเก็บความสงสัยต่างๆ นานา ไว้ในใจ จนกลับมาถึงหน้าบ้าน หนุ่มหล่อ ตี๋ น่ารัก ตาคม สูงสมส่วน คนหนึ่งยืนกอดอกยิ้มแฉ่งอยู่หน้าประตู
“กันต์!” ฉันร้องเรียก พร้อมส่งยิ้มไปให้ “มานานยังเนี่ย”
“ซักพักแล้ว วาไปไหนมา กันต์โทรไปก็ไม่รับ”
“อ้าวเหรอ โทษที อยู่บนรถเมล์วาไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์”
กันต์เอื้อมมือมาจับมือฉัน “ปะ ไปบ้านกันต์กันดีกว่า”
กันต์อายุมากกว่าฉันปีนึง เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปีสาม เป็ลูกเ้าของร้านขายของชำในตลาด ดูเหมือนจะเป็บ้านที่มีฐานะที่สุดแล้วในละแวกนี้
บ้านกันต์อยู่ข้างๆ บ้านเช่าหลังเล็กของพวกเรา และฉันก็มักจะไปคลุกอยู่ที่บ้านกันต์เกือบทุกวัน ยกเว้นวันไหนที่กันต์ไปเรียนแล้วกลับมาไม่ทันเวลาที่ฉันออกไปทำงาน ตอนกลางวันพ่อแม่ของกันต์ไม่อยู่เพราะไปขายของที่ตลาด กว่าจะกลับบ้านมาก็มืดค่ำ
และเมื่อเราได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองเป็ประจำ มันก็เปิดโอกาสให้เราสองคนมีอะไรกัน กันต์เป็คนแรกของฉัน และฉันก็เป็คนแรกของกันต์เหมือนกัน อย่างน้อยก็ที่กันต์บอกกับฉัน
แต่ถ้าถามฉันว่า รักกันต์ไหม ฉันตอบได้เลยว่าไม่ ฉันไม่ได้รู้สึกกับกันต์แบบนั้น ฉันอาจจะชอบกันต์มากพอ ที่จะมีอะไรด้วย แต่มันก็ไม่ใช่ความรัก ฉันว่าเราสองก็คงเป็แค่วัยรุ่นแตกเนื้อหนุ่มเนื้อสาว ที่เซ็กซ์เป็อะไรที่แปลกใหม่และสนุก
“วันนี้วาลาหยุดนะ เบื่อ อยากพักบ้าง” ฉันบอกกันต์ มือพลางควานหาชุดชั้นใน ที่ไม่รู้อยู่ตรงไหนบนเตียงกลับมาใส่
“ก็ดีน่ะสิ งั้น... คืนนี้วามานอนบ้านกันต์นะ” กันต์ที่นอนเอกเขนกอยู่ข้าง ๆ พูดกรอกหูฉันเบา ๆ
“ไม่เอาอะ แต่เดี๋ยววันนี้วากลับดึกหน่อยก็แล้วกัน ดีมั้ย?”
กันต์พาดแขนมากอดฉัน ด้วยท่าทางงอแง “ใจร้าย”
“บ้านอยู่ห่างกันแค่สามก้าว จะเจอกันตอนไหนก็ได้ จะมาใจล้งใจร้ายอะไร”
“ก็กันต์อยากตื่นมาแล้วมีวานอนอยู่ข้างๆ นี่นา”
“ก็ได้ๆ คืนนี้วานอนกับกันต์ที่นี่ก็ได้” ฉันค้อนใส่กันต์พอเป็พิธี
“น่ารักที่สุด กันต์รักวานะ” แล้วกันต์ก็ยื่นหน้าเข้ามาจูบฉัน
“แหม พอยอมหน่อยก็รักเชียวนะ” ฉันพูดติดตลก
กลางดึกคืนนั้น ฉันรอจนมั่นใจว่ากันต์ และพ่อแม่ของกันต์หลับหมดแล้ว จึงแอบย่องกลับบ้าน ฉันรู้ว่าฉันบอกกันต์ว่าคืนนี้จะนอนกับกันต์ที่นี่ แต่จริงๆ แล้วฉันพูดไปเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กันต์เซ้าซี้ก็เท่านั้นเอง เตียงนุ่มๆ ของกันต์สบายกว่าที่นอนแข็งๆ ของฉันก็จริง แต่ฉันสะดวกใจมากกว่าที่จะกลับมานอนในที่ของตัวเอง
ฉันเข้าบ้าน ปิดประตู และหันไปเห็นเงาตะคุ่มๆ นั่งอยู่ในความมืด
“ใครน่ะ พี่อันดา? มีนา? มานั่งทำอะไรมืดๆ ตรงนี้ ทำไมยังไม่นอนอีก”
ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ แล้วจู่ๆ ไฟในห้องก็ค่อยๆ ส่องสว่างขึ้นมาช้าๆ
“สวัสดีเอวา...”
ฉันไม่รู้ว่าไฟมันเปิดขึ้นมาเองได้ยังไง เพราะสวิตช์ไฟอยู่ข้างประตูตรงที่ฉันยืนอยู่ และก็ไม่ใช่ฉันที่เป็คนกดเปิดมัน และยิ่งไปกว่านั้น หลอดไฟบ้านๆ บนเพดานของฉันก็ไม่มีระบบดิมไลท์แน่ๆ ส่วนเงาตะคุ่มๆ นั่น ก็ไม่ใช่พี่อัดดาหรือมีนาแต่อย่างใด หากแต่เป็ผู้ชายคนหนึ่งที่ใช้คำว่ารูปงามได้เต็มปาก เขาเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย ลักษณะหน้าตาของเขาเหมือนลูกครึ่งที่มีหลายชาติพันธุ์รวมกัน ไม่เชิงฝรั่ง แต่ก็ไม่ใช่เอเชีย ผิวพรรณผุดผ่อง หล่อเหลาหมดจด ผมสีอ่อนของเขายาวประบ่า สง่า และดูสูงศักดิ์ ในชุดสูทสามชิ้นหรูหรา ฉันเคลิ้มไปพักหนึ่งก่อนที่จะนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ควรมานั่งอยู่ตรงนี้
“คุณ... คุณเป็ใคร” ฉันถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ
“ผมคิดว่าคุณมีของของผมอยู่” เขาพูดออกมาด้วยท่าทีสงบนิ่ง สุขุมลุ่มลึก
“ของ... ของอะไร ฉันไม่รู้จักคุณ” ฉันยังคงกล้าๆ กลัวๆ
“ผมรู้ว่าคุณเก็บสร้อย แปลกๆ เส้นนึงได้”
“สร้อย? สร้อยนั่น เป็ของคุณเหรอ แล้วแมวั์นั่นเป็ของคุณด้วยหรือเปล่า”
สีหน้าของเขาฉายแววเศร้าออกมา “ใช่”
“แล้วทำไมคุณถึงปล่อยให้มันมานอนตายกลางถนน แล้วทำไมมันถึงคาบสร้อยเส้นนั้นมา แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็คนที่เก็บได้ แล้วคุณเข้ามาในบ้านของฉันได้ยังไง พี่สาวของฉันให้คุณเข้ามารอฉันใช่มั้ย หรือน้องสาวฉัน...” ความสงสัยของฉันพรั่งพรูออกมาไม่หยุด
“เปล่า ไม่ได้มีใครให้ผมเข้ามา ผมเข้ามารอคุณตรงนี้ด้วยตัวเอง ผมมาจากอีกมิตินึง กรุณานั่งลงก่อน เรามีเื่ต้องคุยกัน”
“มาจากอีกมิตินึง? หมายความว่ายังไง?” ฉันไม่สามารถทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาพูดได้เลย ฉันค่อยๆ นั่งลงอย่างระมัดระวัง
“แมวของผม เธอไม่ได้ตายกลางถนน เธอตายเพราะคุณ” สายตาที่ดูเศร้าเมื่อครู่กลับแข็งกร้าวขึ้นมา
“บ้า! ไม่ใช่! คุณเข้าใจผิดแล้ว!”
“ผมเป็ผู้วิเศษ โลกของผมอยู่อีกมิตินึงที่ขนานกับมิติของโลกมนุษย์ แมวตัวนั้นเธอเป็เพื่อนของผม ส่วนเื่ที่เธอมาทำอะไรที่นี่ แล้วทำไมเธอถึงาเ็ คุณไม่จำเป็ต้องรู้ แต่อย่างที่คุณเห็น เธอาเ็สาหัส และเมื่อเธอกำลังจะตาย คาถาคุ้มครองที่เสกเอาไว้จะส่งผล ทำให้มีฝนตกลงมาเพื่อเยียวยาเธอ ตอนที่คุณเจอแมวของผม เธอยังไม่ตาย และเธอควรจะได้รับน้ำฝนั้แ่ต้นจนจบ เพื่อเธอจะได้รับการเยียวยา แต่คุณกลับพาเธอมา ทำให้เธอได้รับน้ำฝนไม่ครบ เธอจึงตาย เธอมาจากมิติเดียวกับผม ถ้าพวกเราตาย ร่างของพวกเราจะสลายหายไป นั่นเป็เหตุผลที่ว่า ทำไมร่างของเธอถึงหายไป ผมรู้ว่าคุณมีเจตนาที่ดี แต่มันทำให้เธอต้องตาย”
“นี่มันเื่บ้าบออะไรเนี่ย! จะให้ฉันเชื่อเื่ที่คุณพูดได้ยังไง!”
“ผมรู้ว่ามันเป็เื่ที่คุณไม่เข้าใจ แต่สำหรับตอนนี้คุณมีสิ่งที่จำเป็ต้องรู้แค่ หนึ่ง ผมมาเอาสร้อยคืน” เขาสะบัดปลายนิ้ว และทันใดนั้นเอง สร้อยก็ลอยออกจากกระเป๋าของฉันไปอยู่ในมือของเขา เขาเก็บมันใส่กระเป๋าด้านในของเสื้อสูท “และสอง คุณฆ่าผู้วิเศษ คุณมีทางเลือกสองทาง คุณจะจบชีวิตตรงนี้ หรือ ไปกับผม ผมแนะนำให้เลือกอย่างหลัง”
“ไปกับคุณ? ไปไหน? ฉันยังไม่อยากตาย! ฉันเพิ่งอายุ 19!” สิ่งที่เขาพูดมันช่างเหลวไหลสิ้นดี แต่สิ่งที่เขาทำมันฟ้องว่าเขาไม่ได้โกหก หัวใจฉันเต้นรัวอย่างที่ไม่อาจควบคุมได้
“ไปที่มิติของผม อาณาจักรของผม คุณฆ่าคนของผม คุณคือนักโทษเชลยของผม” เขายังคงนิ่งสงบ และทำเหมือนสิ่งที่เขาพูดเป็เื่ธรรมดาสามัญ
“จะ... จะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ถ้าฉันไปกับคุณ”
“ผมจะทำยังไงกับคุณก็ได้ ยกเว้นปล่อยคุณไป”
“แปลว่าฉันจะไม่สามารถกลับมาที่โลกของฉันได้อีก...”
“คุณเข้าใจถูกแล้ว” สายตาจริงจังของเขาจับจ้องมาที่ฉัน “ชีวิตแลกกับชีวิต”
ฉันมองไปที่ประตูหวังว่าจะวิ่งออกไปแล้วเรียกให้คนมาช่วย แต่ประตู และหน้าต่างก็อันตรธานหายไปในพริบตา เหลือไว้แต่กำแพงทึบๆ แขนขาของฉันเริ่มอ่อนแรง มือไม้สั่น ใ และกลัวมาก ฉันทำอะไรไม่ถูก สติหลุด และร้องไห้ฟูมฟายออกมา
เขามองฉันนิ่งๆ รอคำตอบ
ฉันพยายามตั้งสติ พยายามคิดว่าควรทำยังไงดี ฉันไม่รู้หรอกว่าการไปอีกมิตินึงในฐานะนักโทษเชลยนั้นเป็อย่างไร แต่มันอาจจะโหดร้ายกว่าการตายก็เป็ได้
มือปาดน้ำตา “ฉันเลือกตาย...” ฉันว่าฉันคิดดีแล้ว “แต่ขอให้ฉันไปตายที่อื่น ไม่ใช่ตรงนี้ พี่สาวกับน้องสาวของฉันไม่รู้เื่ด้วย พวกเขาไม่ควรต้องรู้เห็นการตายของฉัน” เสียงฉันสั่นเครือ แ่เบาอยู่ในลำคอ “ฉันขอร้อง...”
“จะยอมตายง่ายๆ อย่างงั้นเลย?” เขายิ้ม ถ้าไม่ใช่ในสถานการณ์นี้ รอยยิ้มแบบนี้คงทำให้โลกสดใสไปได้ทั้งวัน
“ฉันขอตายให้มันจบๆ ไป ดีกว่าเป็นักโทษเชลยที่เหมือนตายทั้งเป็” ในใจฉันได้แต่หวังว่าหลังจากนี้เมื่อไม่มีฉัน พี่อันดา และมีนาจะดูแลตัวเองต่อไปได้
“ผมจะถามคุณอีกครั้งนะมนุษย์ คุณจะเดินออกไปจากที่นี่ เพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในอาณาจักรของผม หรือเดินออกไปเพื่อตาย คุณเลือกเอง”
“ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่?”
“ความผิดที่คุณก่อ คุณไม่ได้ตั้งใจ คุณมีเจตนาที่ดี และผมก็มีเหตุผลพอที่จะไม่ทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณเหมือนตายทั้งเป็ แต่ถ้าคุณเลือกที่จะตาย ผมก็ไม่ขัด”
“แล้วทำไมไม่ปล่อยฉันไป...”
“ชีวิตแลกกับชีวิต... จำได้มั้ย?”
“ถ้าฉันเลือกไปกับคุณ เราจะไปกันเมื่อไหร่”
“เดี๋ยวนี้”
ปาดน้ำตาอีกครั้ง สูดหายใจลึกๆ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด “โอเค ฉันพร้อมแล้ว จะพาฉันไปไหนก็เชิญ”
ชายหนุ่มรูปงามยืนขึ้น เขาสูงใหญ่กว่าที่ฉันคิดไว้ เขาวาดมือไปบนอากาศตรงหน้า ฉันแทบจะหยุดหายใจ เมื่อเห็นช่องว่างแห่งมิติค่อยๆ เปิดขึ้น เป็จังหวะเดียวกันกับที่มือของเขาเอื้อมมาแตะที่หน้าผากของฉัน แล้วทุกอย่างก็ดับวูบไป
· • —– ٠ ✤ ٠ —– • ·