ตอนที่ 12
ชนะพนัน
ทุกคนเห็นคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่วางเดิมพันครั้งแรกเป็ตั๋วเงินถึงหนึ่งร้อยตำลึง ก็หันมามองด้วยความสนใจ พอเห็นว่าเป็เพียงเด็กหนุ่มที่ยังไม่โต จึงคิดไปว่าเขาเป็คุณชายตระกูลเศรษฐีที่ไม่เคยเจอโลกภายนอก และไม่เห็นค่าของเงิน ส่วนคนทอยเต๋ากับผู้ดูแลบ่อนต่างดีอกดีใจ คิดว่าวันนี้มีแพะอ้วนมาให้เชือดถึงที่
“ต่ำ! ครั้งนี้ไม่ได้ ครั้งหน้าเอาใหม่…” คนทอยลูกเต๋าพูดด้วยรอยยิ้ม ส่วนคนที่ลงพนันสูงต่างส่งเสียงไม่พอใจ ก่อนหน้านี้ก็ออกต่ำไปแล้วครั้งหนึ่ง พวกเขาคิดว่าครั้งนี้ต้องออกสูง ที่ไหนได้กลับเป็ต่ำ!
พอเริ่มทอยลูกเต๋ารอบใหม่ นักพนันส่วนใหญ่ต่างก็ลงเงินที่สูง เพราะคิดว่าคงไม่ออกต่ำติด ๆ กัน มีบางส่วนที่ลงต่ำเพื่อเสี่ยงดวง
จางมู่หลินนำตั๋วเงินหนึ่งร้อยตำลึงที่เพิ่งชนะ รวมกับของเดิมหนึ่งร้อยตำลึง เป็สองร้อยตำลึง วางลงไปที่ต่ำอีกครั้ง บุรุษวัยกลางคนเห็นเช่นนั้นก็หันมามองแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงในใจว่าพวกมือใหม่
“ต่ำ! ครั้งนี้ไม่ได้ ครั้งหน้าเอาใหม่…”
แต่พอเห็นลูกเต๋าที่เปิดออกมาเป็ต่ำอีกครั้ง เขาก็เบิกตากว้าง ก่อนจะหันมามองเด็กหนุ่มที่ตนดูถูกก่อนหน้านี้ด้วยสายตาตกตะลึง พลางคิดในใจ เ้าหนุ่มนี่จะโชคดีเกินไปแล้ว!
จางมู่หลินไม่สนใจสายตารอบข้าง เขายังคงลงเงินไปที่ต่ำติดต่อกันอีกหลายครั้ง และก็ทายถูกทุกครั้ง จากตั๋วแลกเงินหนึ่งร้อยตำลึง ตอนนี้กลายมาเป็หนึ่งพันหกร้อยตำลึงแล้ว
นักพนันต่างมองด้วยสายตาไม่เข้าใจ ตกลงว่าเ้าหนุ่มนี่เดาแม่น หรือลงมั่วแต่ดวงดีมากกันแน่ มีหลายคนที่หันไปมองคนทอยลูกเต๋าและส่งเสียงด้วยความไม่พอใจ ออกต่ำติดต่อกันห้าครั้ง ดูอย่างไรก็ไม่ปกติ
คนทอยเต๋าลอบปาดเหงื่อในใจ พอเห็นสายตาไม่เป็มิตรจากรอบด้าน ก็รีบเปลี่ยนให้คนอื่นมาทอยลูกเต๋าแทน
พอเปลี่ยนคนทอย ลูกเต๋าก็ไม่ได้ออกต่ำติดต่อกันอีก แต่ออกสูงต่ำสลับกัน ยากจะเดาถูก แต่ไม่ว่าจะออกสูงหรือต่ำ จางมู่หลินก็พนันถูกทุกครั้ง จนตอนนี้มีตั๋วเงินในมือหลายพันตำลึงแล้ว...
บนระเบียงชั้นสองมีบุรุษอายุราวยี่สิบสามยี่สิบสี่ปีกำลังมองลงมาด้านล่างด้วยความสนใจ ด้านข้างมีบุรุษรุ่นราวคราวเดียวกันสองคนยืนคุ้มกัน
“ท่านอ๋อง พวกเราจะกลับกันตอนไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ” หนึ่งในองครักษ์กระซิบถามเสียงเบา
พวกเขารับรู้ได้ว่ามีคนคอยตามประกบั้แ่ออกจากเมืองหลวง ทั้งที่สามารถสลัดให้หลุดได้ แต่ท่านอ๋องกลับไม่ทำ จงใจให้คนพวกนั้นสะกดรอยตาม โดยทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็น การทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็นเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกอึดอัดเหลือประมาณ
“จะรีบไปไหนเล่า ไหน ๆ ก็ออกมาท่องเที่ยวแล้ว ก็อยู่เที่ยวเล่นอีกสักหน่อยเถิด” บุรุษที่ถูกเรียกท่านอ๋องยังคงมองเด็กหนุ่มที่กำลังลงพนันลูกเต๋าด้านล่างด้วยความสนใจ เขาสังเกตั้แ่อีกฝ่ายเริ่มลงพนัน ตอนนี้ผ่านมาเกือบหนึ่งชั่วยาม ยังไม่เคยลงผิดสักครั้ง แถมยังได้ตั๋วแลกเงินไปมากโข ทำเอาคนทอยเต๋ากับผู้ดูแลบ่อนนั่งไม่ติดแล้ว
“แต่ว่า…” องครักษ์อยากบอกว่าคนที่คอยจับตาดูพวกเขายังคงเฝ้าจับตาดูไม่ห่าง แต่คำพูดของนายเหนือหัวก็ทำให้เขาปิดปากเงียบ ไม่พูดอะไรอีก
“ปล่อยพวกเขาจับตาดูต่อไป…ข้าบอกแล้วว่าเวลาอยู่ข้างนอกให้เรียกนายท่าน” ถ้าพวกเขาสลัดคนที่เฝ้าจับตาดูทิ้ง เกรงว่าจะยิ่งสร้างความหวาดระแวงให้คนผู้นั้น สู้ทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นเสียจะดีกว่า และที่เขาจงใจเข้าบ่อนพนันทุกเมืองที่ผ่านก็เพื่อการนี้
“ขอรับนายท่าน” องครักษ์รับคำ ก่อนจะกลับไปยืนนิ่งคอยคุ้มกันดังเดิม
ทางด้านจางมู่หลินที่เล่นพนันลูกเต๋าอยู่ด้านล่าง ไม่ได้สนใจว่ามีคนจับตามองตนเองด้วยความสนใจ เพราะบนโต๊ะพนันตอนนี้สายตาเกือบทุกคู่ล้วนจับจ้องอยู่ที่เขาเป็ตาเดียวอยู่แล้ว โดยเฉพาะคนทอยลูกเต๋ากับผู้ดูแลบ่อนที่มองมาด้วยสายตาไม่เป็มิตร
ตอนนี้เขาชนะพนันได้เงินมาเกือบหมื่นตำลึง นักพนันต่างก็มองเงินในมือเขาด้วยสายตาละโมบ มีนักพนันหลายคนไหวตัวทันั้แ่ก่อนหน้านี้ และลงเงินตามเขา ทำให้ชนะพนันได้เงินกลับมาไม่น้อย ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้ผู้ดูแลบ่อนมากกว่าเดิม
เงินหมื่นตำลึงไม่ใช่น้อย ๆ พอให้ชาวบ้านหลายครอบครัวใช้ไปได้ทั้งชาติ ถึงจะเป็บ่อนในเมืองอวิ๋นหยางที่มีนักพนันเข้าออกมากมาย แต่การที่ต้องสูญเสียเงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ ทำให้ผู้ดูแลบ่อนแทบกระอักเื คิดว่าถ้านายท่านรู้เื่ ตนเองต้องโดนคาดโทษแน่นอน เขาจึงส่งสัญญาณให้ลูกน้องคอยจับตาดูไว้ ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ต้องเอาเงินคืนมาให้ได้
จางมู่หลินรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้สนใจ ยังคงวางเดิมพันต่อ โดยครั้งนี้เขาแบ่งเงินออกมาห้าพันตำลึงแล้วคิดจะวางลงไป แต่กลับถูกผู้ดูแลบ่อนส่งเสียงห้าม
“เดี๋ยวก่อน! น้องชายมาพนันกับข้าหน่อยเป็ไร”
“พนันอะไร?” ถึงจะรู้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล และคล้ายจงใจจะเล่นงานตัวเอง แต่เขาก็ไม่ได้หวาดกลัวหรือลนลาน
“ข้าจะเป็คนทอยเต๋า ให้น้องชายทายว่าออกแต้มอะไร ถ้าทายถูกหมดทั้งสามลูก ข้าจะจ่ายให้สามเท่า...แต่ต้องวางเดิมพันทั้งหมดในมือก่อน ว่าอย่างไร สนใจหรือไม่?” ผู้ดูแลยื่นข้อเสนอด้วยความมั่นใจ เงินสามเท่าล่อตาล่อใจแบบนี้ เขาไม่คิดว่าเ้าเด็กนี่จะทนไหว
ถึงแม้จะรู้ว่านี่เป็หลุมพราง แต่ทุกคนก็มีความโลภอยู่ในตัวกันทั้งนั้น แค่คิดว่าลงเดิมพันหมื่นตำลึงแล้วมีโอกาสได้กลับมาสามหมื่นตำลึง คนทั่วไปก็ยากจะอดใจไหว
นักพนันโดยรอบต่างส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา มีหลายคนได้ยินว่ามีการพนันที่น่าตื่นตาตื่นใจ ก็ละทิ้งพนันที่กำลังเล่นแล้วมามุงดู พลางคิดในใจว่าถ้าเป็ตัวเองจะกล้าเดิมพันครั้งนี้หรือไม่
ได้กลับมาสามหมื่นตำลึง กับเสียเงินหมื่นตำลึงในมือ หรือเดินออกไปตอนนี้ เด็กหนุ่มมีแค่สามทาง แต่ดูเหมือนว่าผู้ดูแลบ่อนคงไม่ยอมให้เลือกทางที่สาม
“ได้! ข้ารับคำท้า” จางมู่หลินพูดพลางหยิบตั๋วเงินออกมาเพิ่มให้ครบหมื่นตำลึง ก่อนจะวางลงบนโต๊ะด้านหน้า “เชิญเริ่มได้”
บรรดานักพนันที่อายุมากพอจะเป็บิดาเป็ปู่เขาได้ เห็นเขาใจกล้าเช่นนี้ก็อดชื่นชมไม่ได้ แต่หลายคนกลับทอดถอนใจ คิดว่าเด็กคนนี้ใจร้อนและถูกความโลภบังตา เห็นได้ชัดว่าเป็หลุมพรางแต่ยังะโลงไป บ่งบอกว่ายังเห็นโลกมาน้อย
“น้องชายใจกล้าดี ข้าชอบ!” ผู้ดูแลบ่อนพนันหัวเราะชอบใจ เขย่าลูกเต๋าในถ้วยอยู่นาน ก่อนจะคว่ำลงกับโต๊ะ ท่ามกลางสายตาเฝ้ารอให้เด็กหนุ่มทายแต้มของทุกคน
ในใจของผู้ดูแลคิดไปแล้วว่าตนเองจะได้เงินหมื่นตำลึงกลับคืนมา เพราะการจะทายแต้มของลูกเต๋าให้ถูกทั้งสามลูก เป็เื่ที่แทบเป็ไปไม่ได้
“หกแต้ม” ขณะที่ทุกคนกำลังเฝ้ารอให้เขาทายแต้ม จางมู่หลินก็เปิดปากด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ได้มีท่าทีตื่นเต้นหรือกระวนกระวายเลยสักนิด
“แล้วอีกสองลูกเล่า?” เห็นเขาทายแค่ครั้งเดียว คนทอยเต๋าเลยเปิดปากถามด้วยความสงสัย
“หกแต้ม…ทั้งสามลูก”
พอทุกคนเห็นเด็กหนุ่มทายว่าหกแต้มทั้งสามลูก ก็ส่งเสียงฮือฮาและกระซิบกระซาบกัน บางคนถึงกับส่ายศีรษะ คิดว่าเงินหมื่นตำลึงนี้เห็นทีคงตกเป็ของบ่อนพนันแน่แล้ว
“ฮ่า ๆ น้องชายแน่ใจนะว่าจะทายเช่นนี้ ข้าให้โอกาสเ้าเปลี่ยนใจอีกครั้ง” ผู้ดูแลแสดงท่าทีใจกว้าง ทั้งที่ในใจนั้นคิดว่าตนชนะไปแล้วเรียบร้อย
“ข้าไม่เปลี่ยน หกแต้มทั้งสามลูก เปิดเลยเถอะ” จางมู่หลินตัดบท ไม่มีท่าทีลังเลเลยสักนิด
พอเห็นเขายืนยันหนักแน่น ผู้ดูแลก็หัวเราะชอบใจ ก่อนจะค่อย ๆ เปิดถ้วยออก พอเห็นลูกเต๋าลูกแรกที่มีหกแต้ม รอยยิ้มบนใบหน้าก็จางลงหลายส่วน แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่ายังเหลืออีกสองลูก เพราะไม่อยากลุ้นนาน เขาจึงยกถ้วยขึ้นอย่างรวดเร็ว
“!!”
ทันทีที่ลูกเต๋าสามลูกปรากฏสู่สายตา ทุกคนในที่นั้นต่างก็สูดปากเสียงดัง บางคนอ้าปากค้างเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
หกแต้มทั้งสามลูก!
บรรดานักพนันที่หายตกตะลึงต่างหันมามองเด็กหนุ่มเป็ตาเดียว มีทั้งสายตาอิจฉาริษยา สายตาไม่อยากจะเชื่อ และสายตานับถือ คิดว่าเขาทำได้อย่างไร เพราะเดาแม่นหรือเพราะโชคดีทายถูกกันแน่
ส่วนผู้ดูแลบ่อนถึงกับหน้าถอดสี ตอนแรกคิดว่าจะได้เงินหมื่นตำลึงกลับคืนมาง่าย ๆ เลยเสนอเดิมพันนี้ขึ้นมา กลายเป็ว่าตอนนี้ต้องเสียเพิ่มอีกสามหมื่นตำลึง นี่มันยกหินขึ้นทับเท้าตัวเองเลยไม่ใช่เรอะ!
(ยกหินขึ้นมาแต่หล่นทับเท้าตัวเอง เป็สำนวนจีน หมายถึง คิดจะทำร้ายผู้อื่น แต่ผลร้ายกลับย้อนเข้าหาตัว)
โปรดติดตามตอนต่อไป
น้องเล่นชนะได้เงินมามากขนาดนี้ บ่อนไม่เจ๊งก็ให้มันรู้ไป อีกหน่อยคงถูกขึ้นบัญชีดำห้ามเข้า 5555
เอ๊ะ ๆ ท่านอ๋องคนนั้นเป็ใครกันนะ ดูมีลับลมคมใน จะใช่คนที่คุณก็รู้ว่าใครไหมน้า
พวกคนดูแลบ่อนกับนักพนันทั้งหลาย อย่าได้คิดจะมาปล้นน้องเชียวนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน 5555