ขณะที่รูริกำลังเพลิดเพลินกับการอาบน้ำตอนเช้าฝ่ายเชลซีกำลังอ่านจดหมายที่หลานส่งมา
โยชัวหลานชายผู้เป็หน่วยข่าวกรองของอาณาจักรั
นางเพิ่งถามเื่นาดาเชียไปไม่กี่วันก็มีคำตอบกลับมาแล้วช่างเป็หลานที่รู้งานจริงๆ
ใจความจดหมายคือสภาพการณ์ปัจจุบันของนาดาเชียเื่ของท่านหญิงมิโกะและคำทำนาย
เป็ดังที่คำบอกเล่าของรูริว่าคนส่วนหนึ่งที่ใกล้ชิดอาซาฮิจะมีท่าทีหลงใหลและยึดติดจนผิดปกติหากโยชัวประเมินว่าไม่นับเป็เื่ร้ายแรงอะไร
จริงอยู่ที่มีร่องรอยการใช้มนต์เสน่ห์แม้จะไม่รู้ว่าเ้าตัวจงใจหรือไม่แต่พลังเวทของอาซาฮิก็ไม่ได้มากมายถึงขั้นเป็อันตรายแต่อย่างใด
หากเทียบกับเผ่ามนุษย์ด้วยกันก็ถือว่ามีพลังเวทสูงแต่การจะให้ตกอยู่ในมนตร์เสน่ห์ตลอดเวลานั้นจำเป็ต้องอยู่กับอาซาฮิเป็ระยะเวลานานระดับหนึ่ง หากปลีกห่างออกมาไม่นานมนตร์ก็จะคลายไปเอง
แต่จากคำบอกเล่าของรูริว่าทุกคนที่ได้เกี่ยวข้องกับอาซาฮิสักนิดก็จะกลายเป็เหมือนข้าทาสที่ยอมให้ทุกอย่าง
ข้อแตกต่างนี้คงเกิดจากที่โลกฝั่งนี้มีความคุ้นเคยกับเวทมนตร์มาั้แ่เกิดในขณะที่โลกฝั่งโน้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่าพลังเวทอยู่ทำให้คนของทั้งสองโลกมีความต้านทานต่อเวทต่างกัน
เพราะคนของโลกโน้นไม่มีแรงต้านทานเวทจึงตกอยู่ในมนตร์ได้ง่าย
ส่วนชาวนาดาเชียที่ไม่ได้ต้องมนต์เสน่ห์แต่ก็ยกยอปอปั้นอาซาฮินั้น น่าจะเพราะคำทำนายนั่นเอง
ส่วนหนึ่งของคำทำนายกล่าวไว้ว่าท่านหญิงมิโกะผู้มาจากโลกอื่น จะทำให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองหากประเทศใดกระทำการขัดต่อเจตจำนงของท่านหญิงมิโกะ ก็จะต้องตกต่ำเสื่อมถอยไป
ด้วยเหตุนี้เองตอนรูริถูกใส่ร้ายว่าคิดปองร้ายต่ออาซาฮิ คนอื่นๆ นอกจากองค์ชายจึงพลอยโกรธเคืองไปด้วยทั้งที่ไม่ได้ต้องมนต์เสน่ห์
นั่นอาจจะเป็โชคร้ายของรูริแต่สำหรับเชลซีแล้ว นี่คือโชคดีที่ไม่คาดคิด
นาดาเชียเป็ประเทศที่เกลียดชังเผ่าโบราณมาแต่ไหนแต่ไร
พวกเขาริษยาในดินแดนอันกว้างขวางและอุดมสมบูรณ์กว่าที่พวกตนอยู่จึงบุกมาก่อานับครั้งไม่ถ้วน
อย่าว่าแต่เผ่าโบราณนั้นมักจะมีความสามารถพิเศษในด้านใดด้านหนึ่งเมื่อมีประเทศที่ใช้ความสามารถเ่าั้อย่างเต็มที่ กับอีกประเทศที่คิดว่ามนุษย์ดีที่สุดและจ้องจะกำจัดเผ่าโบราณทิ้งไป
ก็ไม่น่าแปลกใจว่าประเทศไหนจะเจริญกว่า
ประเทศที่ไม่ยอมเข้าใจเื่ง่ายๆเท่านี้ ซ้ำรังแต่จะคิดร้ายต่อเผ่าพันธุ์อื่น เพียงแค่คิดว่าหากประเทศเยี่ยงนั้นได้ใจรูริไปเชลซีก็ถึงกับสะท้านด้วยความตระหนกแล้ว
อาณาจักรันั้นปกครองโดยเผ่าัผู้ที่มีอำนาจแข็งแกร่งที่สุดในเผ่าจะได้เป็พระาา
เผ่ามนุษย์นั้นถือว่ามีพลังเวทน้อยที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งหลายหากรูริกลับมีพลังเวทเทียบเท่ากับาาั ซ้ำยังเป็ที่รักของเหล่าภูตอีกด้วย
นานๆ ครั้งก็จะมีคนที่ภูตชมชอบเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นมาแต่ถึงขั้นที่ภูตลงมือช่วยด้วยตัวเองถึงกับเวลาหลงป่าก็ยื่นมือมาช่วยเหลือหรือหาอาหารให้นี้ไม่ใช่เื่ปกติเลย
ภูตคือผู้ดูแลทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้
แม้ภายนอกจะดูน่ารักแต่หากทำให้โกรธเมื่อไหร่ กระทั่งประเทศก็ยังถูกทำลายลงได้อย่างง่ายดาย
เชลซีเห็นว่าเหล่าภูตนั้นแสดงความรักใคร่ต่อรูริราวกับที่แม่มีต่อลูกของตน
ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับรูริพวกภูตจะต้องแก้แค้นแน่นอน
ขืนรูริไปตกอยู่ในมือของประเทศที่คิดกำจัดเผ่าโบราณและถูกปลูกฝังความคิดพรรค์นั้นเสียละก็...
อาจจะเกิดการฆ่าล้างเผ่าโบราณโดยมนุษย์ขึ้นก็เป็ได้
ที่ยิ่งน่าหวั่นใจคือตัวรูริเองไม่ได้นึกถึงความเป็ไปได้นี้เลย
ข้อความหนึ่งในจดหมายยืนยันเื่นี้เป็อย่างดี
“แบบนี้คงปล่อยไว้ไม่ได้ละ”
เชลซีลุกขึ้นเพื่อไปหาหญิงสาว
“เฮ่อคนญี่ปุ่นยังไงก็เลิกแช่น้ำร้อนไม่ได้หรอกเนอะ อ๊ะ คุณเชลซี คุณเชลซีก็ลองดูสิคะสบายตัวมากเลยนะคะ”
พอออกมาจากห้องอาบน้ำหลังจากแช่น้ำจนหนำใจแล้วก็เจอเชลซีตรงเข้ามาหาด้วยสีหน้ายุ่งยาก
“รูริขอพูดด้วยหน่อยสิ?”
“เอ๋?ค่ะ มีอะไรเหรอคะ”
เธอเกร็งตัวว่าไปทำอะไรให้อีกฝ่ายโกรธหรือเปล่า
“รูริเจออะไรหลายๆอย่างมาจากนาดาเชียสินะ แล้วเ้าแค้นนาดาเชียหรือเปล่า”
“แน่นอนค่ะการแก้แค้นเป็เป้าหมายอันดับหนึ่งของฉันเลย!”
รูริโพล่งตอบทันควันอย่างไม่ลังเล
เธอถูกใส่ร้ายแล้วยังถูกทิ้งไว้ในป่าที่มีสัตว์ประหลาด ที่รอดมาได้ก็เพราะโชคดีได้ภูตช่วยเอาไว้แต่หากตอนนั้นตายไปก็คงไม่แปลก รูริไม่เหลือความอดทนสำหรับเื่นี้แล้วเธอจะต้องแก้แค้นให้จงได้
น้ำเสียงของเชลซีเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย
“แก้แค้นที่ว่านี่เ้าคิดจะทำยังไงกับพวกเขาล่ะ”
“ให้พวกนั้นมาร้องไห้! มาคุกเข่าขอขมา! อาซาฮิที่เป็ต้นเหตุทั้งหมด พระาากับนักบวชที่ลักพาตัวฉันมาองค์ชายกับเพื่อนร่วมชั้นที่ใส่ร้ายฉัน ทหารที่ถีบหลังฉันจะจับทั้งหมดนั่นมาเรียงแถวชกหน้าให้ครบคนเลยค่ะ!!”
“แค่นั้นรึ”
“ยังไม่พอเหรอคะแต่เล่นเอาทางนี้เกือบตายนี่นะถ้าเพิ่มเตะสูงกับเตะฟาดส้นเท้าด้วยก็คงไม่เป็ปัญหาอะไรสินะคะ เสร็จแล้วก็จับโกนผมกลางกระหม่อมเป็ทรงซามูไรหนีตายไปเดินขบวนในเมืองให้อับอายเล่นก็ดีเหมือนกัน”
พระาากับหัวหน้านักบวชที่สูงอายุแล้วคงรอดตัวไปแต่วิธีนี้น่าจะได้ผลดีกับเ้าชายและทหารที่ยังหนุ่มแน่น ไม่สิพวกคนแก่ยิ่งหัวจะล้านมิล้านแหล่ ถ้าต้องโดนโกนผมที่มีน้อยๆอยู่ทิ้งไปอีกคงจะยิ่งช็อกมาก
“อ้อ...นั่นสินะ...”
สายตาเชลซีเต็มไปด้วยความระอาใจหากก็ดูโล่งใจในเวลาเดียวกัน
ซึ่งเธอไม่เข้าใจสักนิดว่าความโล่งใจนั้นมีสาเหตุมาจากอะไร
“เข้าใจถ่องแท้ละว่าเ้ามันไร้พิษภัยจริงๆ”
“ไร้พิษภัย?ฉันว่าที่พูดไปนี่มีแต่อะไรร้ายๆ ทั้งนั้นเลยนะคะ”
“วิธีแก้แค้นน่ะมีเยอะแยะอย่างจับมาทรมานมาทำร้ายทำลายทิ้งทั้งประเทศหรือแห่ประจานราชวงศ์อะไรเทือกนั้นไงเล่า”
“เอ๋...ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ...”
วิธีแก้แค้นที่เกินจินตนาการนั้นทำเอาเธอย่นหน้าเป็ความจริงที่เมื่อเทียบกับวิธีของเชลซีแล้ว การแก้แค้นของรูรินั้นช่างไร้พิษภัย
“งั้นข้ามีเื่อยากจะขอร้องเ้าอย่างหนึ่ง”
“อะไรเหรอคะ”
“ที่จริงน่ะอยู่ๆ นาดาเชียก็ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ขึ้นมา ไม่ว่าใครเรียกภูตอย่างไรก็ไม่ได้รับการตอบรับเลย”
“ทำไมล่ะคะ”
ผู้ที่ตอบคำถามนี้คือเหล่าภูตที่ลอยตัวอยู่รอบๆหญิงสาว
‘พวกนั้นแกล้งรูริ’
‘ทำโทษ’
‘รูริบอกว่าแก้แค้น เลยทำโทษ’
‘เด็กที่แกล้งรูริ เราไม่เอาหรอก’
บรรดาภูตพากันพูดปากต่อปากเหมือนไม่ใช่เื่สำคัญหากก็รู้สึกได้ถึงความโกรธที่แฝงอยู่
“ข้าเอะใจว่า่ที่เริ่มใช้เวทมนตร์ไม่ได้ขึ้นมากับวันที่เอารูริมาทิ้งในป่านี่ตรงกันพอดีสาเหตุคือรูริจริงๆ สินะ”
‘ก็รูริโกรธ’
‘แล้วบอกว่าจะแก้แค้นนี่นา’
“เพราะฉันบอกน่ะเหรอ”
‘อื้ม’
พวกภูตพยักหน้าดีอกดีใจเหมือนรอคำชมอยู่ในขณะที่รูริได้แต่เหงื่อตก
“แปลว่า พวกภูตกำลังประท้วงด้วยการเมินเพราะฉันรึ…”
“การใช้เวทมนตร์ไม่ได้ในโลกนี้ชี้เป็ชี้ตายได้เชียวละไม่ว่าจะทำอาหารหรือทำความสะอาดร่างกายก็ต้องอาศัยพลังของภูตเป็ส่วนหนึ่งของชีวิตแต่ก็นั่นแหละนะ เผ่ามนุษย์มีพลังเวทน้อยที่สุดอยู่แล้ว ในนาดาเชีย นอกจากคนหยิบมือหนึ่งเช่นพวกนักบวชก็แทบไม่มีใครใช้เวทได้เป็เื่เป็ราวหรอก แต่ถึงขั้นภูตไม่ให้ยืมพลังเลยนาดาเชียตอนนี้กำลังตกอยู่ในความวุ่นวายครั้งใหญ่ ถ้ารูริไม่ได้คิดจะแก้แค้นถึงขั้นทำลายนาดาเชียให้หายไปจากโลกนี้เ้าก็ช่วยห้ามพวกภูตทีเถอะ”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ readawrite
https://bit.ly/2Gbylei