องค์ที่3
ผู้มาเยือนจากอีกฟาก
เรวิชไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะรอดมาได้โดยเฉพาะเด็กสาวนามว่า เอมีลี่หนึ่งในภาคีอัศวินเวทมนตร์ที่ข้าเคยช่วยไว้ในคราวก่อนแต่ครั้งนี้ ดูยังไงก็เหมือนเธอกำลังจะตายซะมากกว่า...
พรรคพวกของเอมีลี่ได้รับภารกิจง่ายๆ ฟังดูธรรมดาเกินไป นำสารไปยังอาณาจักรทางตะวันออกเท่านั้นเองแต่โลกใบนี้ไม่เคยใจดีขนาดนั้น โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาต้องเดินทางผ่าน ป่ามาสามหมอกทางเหนือของหมู่บ้าน นอร์น ซึ่งแม้จะดูเงียบสงบแต่ซ่อนสิ่งชั่วร้ายเอาไว้ทุกเงาไม้
ในนั้นพวกเขาเจอกับฝูง การ์กอยล์ อสุรกายระดับ 30
การ์กอยล์ (Gargoyle)
ลักษณะ:ร่างคล้ายมนุษย์ หูแหลม มีเขา ดวงตาสีแดง มีปีกและเล็บยาวแหลม
จุดแข็ง:ดื้อด้านต่อการโจมตีทางกายภาพ, ทนเวทมนตร์ระดับ C, รวดเร็ว, พ่นไฟและพิษได้
จุดอ่อน:เวทมนตร์โจมตีระดับ C ขึ้นไปเท่านั้นที่พอจะทำอะไรได้
เรวิชเคยเจอการ์กอยล์ในโลกอื่นในโลกนั้น พวกมันเป็เผ่ามนุษย์ัที่มีเกียรติ อาศัยเป็รูปสลักกลางวันตื่นขึ้นยามราตรีเพื่อปกป้องหมู่บ้าน ชอบดื่มชา ชอบอ่านหนังสือเรียกได้ว่าเป็อสุรกายสุภาพบุรุษ...
แต่ที่นี่ โลกนี้พวกมันกลับกลายเป็นักล่าระดับสูง โเี้ และกินเนื้อดิบ พวกมันล่าเป็ฝูงมีลำดับชนชั้นคล้ายหมาป่าป่าใหญ่ และมีนิสัย...แหวะ...เหมือนฝูงนกแร้งเสียมากกว่า
ตามคำบอกของเอมีลี่เหตุการณ์เริ่มเลวร้ายลงเพราะความลังเลของเธอเองถ้าเธอไม่มัวแต่หวาดกลัวจนยืนนิ่งเหมือนเสาหิน หัวหน้าทีม รันคงไม่ถูกเล่นงานจนเจ็บหนัก และพวกเขาคงไม่ต้องมาเผชิญหน้ากับฝูง หมาป่าทมิฬ ซ้ำอีก
แน่นอนว่าเธอกลายเป็ภาระของพวกเจสัน และ แม็กนัส อย่างแท้จริง...
ใน่เวลาที่ความหวังแทบไม่หลงเหลือเอมีลี่มองเห็นเงาของชายผู้หนึ่ง—รูปร่างสูงโปร่งราว 180 เิเผิวคล้ำ ผมยาวสีน้ำตาลมัดไว้ด้านหลัง ดวงตาสีเขียวเหมือนหยกร่างกายบึกบึนแต่เดินด้วยความนิ่งสงบ
เรวิชผ่านหน้าเอมีลี่ไปโดยไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง
“ใครกัน...”เธอพึมพำ จากนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งเธอและเพื่อนร่วมทีมแทบไม่เชื่อสายตา...
“นะโมพุทธายะ วาโธโนอะมะมะวา”
คาถาแปลกหูนี้ปลดปล่อยคลื่นพลังบางอย่างออกมาทำให้ฝูงหมาป่าทมิฬหยุดนิ่งเหมือนโดนแช่แข็ง แม้แต่เจสันกับแม็กนัสยังอ้าปากค้าง
“หนุ่มมาทางนี้ เร็วเข้า!” ชายคนนั้นหันไปะโ
เอมีลี่ได้สติก็ะโตาม“เจสัน! แม็กนัส! ทางนี้!” ทั้งสองรีบพุ่งตัวมาหาขณะที่สายตายังจับจ้องชายแปลกหน้า
“ใครวะ...”แม็กนัสถามเบา ๆ
“ไม่รู้...แต่ข้าว่าเขาเป็มิตรแน่นอน”เอมีลี่ตอบ
ชายลึกลับเดินตรงไปยังหัวหน้ารันที่าเ็ั์ตานิ่งเฉยแต่เต็มไปด้วยประสบการณ์ เขาอุ้มร่างนั้นขึ้นด้วยท่าทางไม่ยากเย็น
“ไปที่ต้นไม้ต้นนั้น”เขาสั่ง
เอมีลี่รีบวิ่งนำทางขณะเดียวกันเขาก็ตรวจาแของรันด้วยความรวดเร็ว “ติดพิษจากการ์กอยล์ถ้าไม่ถอนพิษทัน อาจตายได้”
“มียาถอนพิษไหม?” เสียงทุ่มนั้นถาม
“มะ...มีค่ะ!”เธอควานหาจนเจอขวดเล็ก ๆ ที่เหลือยาแค่ครึ่ง
“แค่นั้นก็พอแล้ว”เขาว่าพร้อมหยิบหลอดฉีดยาสีใสจากกระเป๋าหนัง ติดยาเข้าไปในกระบอก
แม็กนัสอุทาน “เฮ้ยลุงจะทำอะไรฟะ?”
เจสันตอบแทน “เขาจะฉีดยา น่ะ เป็วิธีของพวกมนุษย์ ใช้รักษาเวลาโดนพิษหรือเจ็บหนัก”
ชายคนนั้นตัดแขนเสื้อของรันเผยหัวไหล่ใช้เข็มฉีดยาอย่างเชี่ยวชาญ ดันตัวยาสีฟ้าเข้าสู่กระแสเื จากนั้นถอนเข็มออก
“เดี๋ยวต้องฉีดอีกสองเข็มเลยเหรอคะ?” เอมีลี่ถาม
“กันโรคบาดทะยักกับพิษสุนัขบ้า” เขาตอบเรียบ ๆ
คำศัพท์แปลกหูจนเอมีลี่ทำหน้าเหมือนโดนตีหัว
จากนั้นเขาก็วางหัวหน้ารันลงอย่างนุ่มนวล“พักเถอะ คืนนี้คงอีกยาว…แต่อย่างน้อย ณ จุดนี้ พวกเ้าปลอดภัยแล้ว ข้าให้สัญญา”