เวลาเช้าตู่ ณ อาณาจักรเบลฟาร์ส ท่ามกลางแสงตะวันสาดส่อง เป็จุดเริ่มต้นแห่งรุ่งอรุณใหม่ บรรยากาศริมถนนยังคงคับคั่งไปด้วยผู้คนเหมือนเดิม ตรงลานใจกลางโคลอสเซียมที่บรรจุคนได้จำนวนมากนั้นได้มีผู้สมัครสอบซึ่งเป็ผู้เข้าแข่งขันมารวมตัวกันเป็จำนวนมาก ณ ใจกลางแห่งนี้ ก่อนที่การสอบจะเริ่มต้นขึ้น
“คนเยอะจังเลยนะเรเวล”
“อืม..นั่นสินะ ” ผู้คนที่อยู่ในที่แห่งนี้ทุกคนล้วนถูกรับเลือกโดยอาร์ติเฟกซ์สายโจมตีทั้งนั้น ถึงแม้ว่าจะมีน้อย แต่พอมารวมกันอยู่กระจุกในที่เดียวก็ดูเยอะเหมือนกันแหะ
“อะ..แฮ่ม….ในวันนี้เป็จะหนึ่งในวันสำคัญที่จะกำหนดชะตาของอาณาจักรนี้และเป็วันที่สำคัญที่สุดวันนึงใน่ชีวิตหนุ่มสาวทั้งหลายเลย นั่นคือ วันสอบเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์นั่นเอง…”
มีเสียงโห่ร้องและตบมือต้อนรับการเกริ่นนำปราศรัยของพิธีกรมากมาย
“อย่างที่พวกเธอรู้กัน..ว่าเส้นทางหลังเรียนจบจากโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์แห่งนี้จะมีอยู่3เส้นทาง คือ
1.เข้าร่วมกับกองทหารอาณาจักร เพื่อต่อสู้และปกป้องอาณาจักรจากการรุกรานของอาณาจักรอื่น
2.เข้าเป็สมาชิกของสภาเวทย์มนต์ เพื่อรักษาความสงบและความเป็ระเบียนเรียบร้อยในอาณาจักร รวมถึงโลกเวทย์มนต์แห่งนี้ด้วย
3.เข้าร่วมหน่วยอัศวินเวทย์มนต์ แล้วร่วมมือกับอาณาจักรอื่นเพื่อปกป้อง 'กำแพงไร้ที่สิ้นสุด'
เอาล่ะเหล่าหนุ่มสาวทั้งหลายเอ๋ย..ไม่ว่าพวกเธอปราถนาในสิ่งใด ก็ขอให้พวกเธอจงใช้พลังของตัวเองเพื่อสร้างสันติสุขให้กับดินแดนอัลเทียร์แห่งนี้ตราบนานเท่านาน"
มีเสียงตบมือของผู้คนมากมายเพื่อตอบรับการกล่าวปราศรัยให้กำลังใจของพิธีกร
“กำแพงไร้ที่สิ้นสุดงั้นหรอ..?” รูอันหันมาถามผม
“อา..กำแพงที่กั้นระหว่างโลกของเรากับมิสแลนด์น่ะ หรือก็คือที่สุดขอบของดินแดนอัลเทียร์แห่งนี้หลังผ่านกำแพงนั่นไป มีโลกของปีศาจอยู่”
“อึก…” รูอันกลืนน้ำลาย พร้อมกับสีหน้าที่หวาดกลัวเล็กน้อย
เอาตรงๆแม้แต่ผมเองก็ใเล็กน้อยเหมือนกัน ที่ได้รู้สึกถึงการมีอยู่จริงของเื่เล่าในนิทานนั่น ถึงแม้พอโตมาจะหวั่นๆอยู่บ้างว่ามันคือเื่แต่งรึป่าว… แต่ว่า..กำแพงไร้ที่สิ้นสุดงั้นหรอ.?
ถ้าตามเื่เล่านั่น หลังวีรบุรุษทั้ง7ขับไล่ปีศาจร้ายพวกนั้นออกไป ก็ได้สร้างกำแพงนั้นขึ้นเพื่อกั้นระหว่าง2โลกนี้ ซึ่งนี่ก็เป็สาเหตุหนึ่งทำให้พวกเรายังใช้ชีวิตแบบสงบสุขอยู่ได้ในทุกวันนี้ …
แต่ว่าถ้ากำแพงนั่นพังลงมาอีกครั้งนึงล่ะ? แล้วมิสแลนด์โลกแห่งปีศาจนั้นหน้าตาเป็แบบไหน? อาณาเขตปริศนาที่จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยมีใครย่างกรายเข้าไป จะมีพวกปีศาจที่แข็งแกร่งขนาดไหนอยู่กันแน่นะ แล้วตัวตนของเทพธิดาเวสติเนลอะไรนั่นมีอยู่จริงรึป่าว? จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้
แต่เอาเหอะหน้าที่การหาคำตอบตรงนั้นมันอยู่ไกลเกินตัวผมในตอนนี้ไปมาก สำหรับผมในตอนนี้เอาแค่การสอบให้รอดก่อนก็พอ..
“แต่ก่อนเราจะเริ่มการสอบ..ฉันจะให้พวกเธอได้ผมกับบุคคลสำคัญของทวีปอัลเทียร์แห่งนี้ นั่นคือ อัศวินศักดิ์สิทธิ์นั่นเอง …ขอเชิญพวกท่านก้าวเดินออกมาทีละคนเลยครับ…"
“อัศวินศักดิ์สิทธิ์หรอ..?”
“หนึ่งในสุดยอดจอมเวทย์ที่มีพลังและความแข็งแกร่งมากที่สุดในดินแดนนี้ไงล่ะ!!..”
“ถ้างั้น..แล้วจักรพรรดิเวทย์มนต์ล่ะ?”
“เ้าโง่..จักรพรรดิเวทย์มนต์แข็งแกร่งกว่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์อีก..เขาไม่มีเวลามาเข้าร่วมพิธีเล็กๆแบบนี้หรอก..”
ท่ามกลางเสียงตื่นใและถกเถียงกันระหว่างผู้คนโดยรอบ ผมกับรูอันได้เฝ้ามองอย่างเงียบๆด้วยความตื่นเต้น และในตอนนั้นเอง มีบุคคลคนหนึ่งค่อยๆก้าวเดินออกมาจากประตูหลังเวทีโคลอสเซียม
เสียงก้าวเดินหนักแน่น บุคลิกสง่าผ่าเผย ผู้ชายคนหนึ่งได้ก้าวเดินขึ้นมาหน้าเวทีอย่างช้าๆ
“อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่2 ทาเลส สวอร์เทล” เมื่อสิ้นเสียงพิธีกร ชายผู้นั้นได้โค้งคำนับแล้วก้าวเดินไปข้างหลัง ท่ามกลางเสียงเชียร์และตื่นเต้นของผู้คนมากมาย แม้แต่ผมกับรูอันเองก็มองด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับเหงื่อไหลพรากเล็กน้อย
“เห้ยๆๆ..พลังเวทย์มันมหาศาลเกินไปหน่อยมั้ยนิ...”ผมจ้องมองไปยังคนๆนั้นพร้อมกับคิดในใจว่าโลกนี้มันมีคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้เลยหรอ
“อืม..นั่นสินะ..พลังเวทย์สูงสุดๆไปเลย" แม้กระทั่งรูอันเองก็เหงื่อตกเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็เพราะร้อนหรือหวั่นเกรงในพลังนั้นกันแน่ แต่ว่านี่ก็เป็ตัวพิสูจน์อย่างนึงว่าชื่อ ‘อัศวินศักดิ์สิทธิ์’ นี่ไม่ใช่ของหลอกลวงแน่นอน เพราะว่าพวกเขาคือสุดยอดจอมเวทย์หรืออัศวินของจริงเลยล่ะ
กลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกใบนี้งั้นหรอ..นี่คือกลุ่มคนที่ผมต้องก้าวข้ามพวกเขาให้ได้ในสักวันนึงงั้นสินะ ..ฉะนั้นผมจะมาหวั่นเกรงหรือขาสั่นอยู่ไม่ได้ ..เพราะผมจะต้องก้าวข้ามคนพวกนี้แล้วเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์ให้ได้ยังไงล่ะ
“อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่4 อินกัล แกรนด์เดย์” ปรากฎชายอีกคนหนึ่งก้าวเดินออกจากประตูหลังโคลอสเซียมแล้วขึ้นมาบนเวที ลักษณะใบหน้าของชายผู้นี้คือ เป็ชายดูมีอายุหน่อย มีผมสีเทาปนขาวและไว้หนวดสั้นใต้จมูกเล็กน้อย ส่วนบรรยากาศรอบตัวนั้นแลดูคล้ายนักปราชญ์ผู้ทรงความรู้ และแน่นอนระดับความแข็งแกร่งแทบไม่ต่างจากอัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่2เลย
ชายเกือบสูงวัยผู้นั้นเดินขึ้นมาเวที โค้งคำนับแล้วค่อยๆก้าวถอยไปด้านหลัง
“และคนสุดท้าย…อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่6..”
ปรากฎเสียงก้าวเดิน ออกมา
“ว้าว..สวยจังเลย” เสียงผู้หญิงที่อยู่แถวหน้าใกล้เวทีโคลอสเซียมกล่าวออกมา
ปรากฎเด็กสาวผมสีทอง..ตาสีทอง ผิวสีขาวแลดูอ่อนเยาว์..หน้าตางดงามปานเทพธิดา ถึงระดับที่สร้างความตกตะลึงให้ผู้พบเห็น ชุดสีเหลืองพร้อมกับเกราะอกสีเงิน เมื่อสังเกตดีๆจะพบว่ามีเหรียญตราสัญลักษณ์รูปดาบและคฑาวางไขว้กันอยู่บนโล่ เหมือนกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์คนอื่นๆ ใช่แล้วล่ะ..นอกจากพลังเวทย์มหาศาลยากหาผู้ได้เปรียบแล้ว สัญลักษณ์ ไม่สิ เหรียญตรานั่น เป็ตัวยืนยันว่าบุคคลคนนั้น คืออัศวินศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง
“อึก…อะ..” ผมรู้สึกใต่อตัวตนของเด็กสาวเบื้องหน้านั่น ใช่แล้วล่ะ เด็กสาวผู้เคยเป็เพื่อนเล่นสมัยเด็ก ผู้เป็ทั้งรักแรกอันแสนหอมหวาน และขมขื่น ตัวตนของเธอผู้นั้นชวนคิดถึงอย่างสุดแสน ..หัวใจเต้นแรง..น้ำตาไหลออกมาเล็กน้อย ความรู้สึกปวดร้าวแน่นอยู่ในอก ..ความทุกข์ทรมานในตอนนั้นที่ถูกเธอปฎิเสธได้ปรากฎออกมาทันทีที่ตัวตนเบื้องหน้านั้นปรากฎขึ้น และเข้ากัดกินหัวใจ จนพละกำลังของผมหายไปในพริบตา
“เอลิเซ่ ฟอน โฮเอนไฮม์” หลังสิ้นเสียงพิธีกรกล่าวจบ เธอผู้นั้นโค้งคำนับอย่างสง่างามแล้วก้าวเท้าไปทางด้านหลัง
“อะ..เอลิเซ่” เข่าผมทรุดลงกับพื้นพร้อมกับเรียกชื่อนั้นเบาๆ
“เรเวลนายเป็อะไรไป!?” รูอันที่อยู่ข้างๆผมใที่อยู่ดีๆอาการผมก็แปลกไปหลังจากที่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่6ปรากฎตัว
“อึก..” ก็รู้อยู่แล้วว่าสักวันก็ต้องเจอ..แต่ทำไมปฎิกิริยาของเราตอนเจอเธอมันถึงได้เป็แบบนี้ล่ะ…แถมเธอผู้นั้นในตอนนี้ก็แข็งแกร่งระดับที่เป็อัศวินศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็หนึ่งในสุดยอดจอมเวทย์ของทวีปแห่งนี้ ยิ่งเป็ตัวตอกย้ำความไม่เอาไหนของผมว่าตัวตนผมนั้นไม่คู่ควรกับเธอ…ไม่จริงใช่มั้ย!..ใน่สิบปีมานี้ผมพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะแข็งแกร่งขึ้น เพื่อให้เธอยอมรับให้ได้ แต่ว่าตัวผมที่แสนอ่อนแอนั้นกลับเทียบเธอไม่ได้แม้แต่น้อย ….ตัวผมร้องไห้อย่างหนักมากในใจ ทำไมกันล่ะ ทำไม ! ตัวผมในตอนนี้กลั้นน้ำตาไม่อยู่แล้ว..น้ำตาอุ่นๆจึงค่อยๆไหลออกมาอาบแก้มผม
“เรเวลนายไม่เป็ไรใช่มั้ย?” รูอันนั่งย่อเข่าลงแล้วเอามือลูบที่หลังผมด้วยความเป็ห่วง ..ส่วนคนอื่นๆนอกจากนั้นทุกคนล้วนสนใจแต่เพียงมองไปที่เวทีอย่างเดียว จึงไม่มีใครสังเกตเห็นพฤติกรรมแปลกๆของผม
“อีกเดี๋ยวจะเริ่มสอบแล้วนะ..นายาเ็ตรงไหนหรอ?…ถ้าใช้เวทย์รักษาตอนนี้ยังทันนะ”
“ไม่เป็ไรหรอกรูอัน” ผมเช็ดน้ำตา พร้อมกับพยายามกลั้นมันเอาไว้ แล้วพยายามลุกขึ้นโดยมีรูอันช่วยประคอง
“พวกเราจะรอดูพวกเธอในรอบชิงชนะเลิศนะ” อัศวินศักดิ์สิทธิ์ลำดับที่2 ทาเลส กล่าวแบบนั้น
“เอาล่ะ..พิธีเปิดขอจบเพียงเท่านี้..ขอให้พรแห่งเทพธิดาอัลเทียร์จงสถิตอยู่กับท่าน การสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนอัศวินเวทย์มนต์เริ่มต้นขึ้นได้” พิธีกรชูมือขึ้นเป็สัญญาณทันที
หลังจากนั้นมีเ้าหน้าที่รอบโคลอสเซียมประกาศให้แต่ละคนไปประจำที่สนามแข่งย่อยตามหมายเลขสนามของตัวเอง ซึ่งผู้เข้าสอบแต่ละคนต่างก็ใช้แอเรียลบินแยกย้ายออกจากโคลอสเซียมเพื่อไปยังสนามแข่งต่างๆของตน
“เรเวลการสอบเริ่มขึ้นแล้วนะ..นายไหวจริงๆใช่มั้ย”
“อะ..อืม..ฉันไหวรูอัน ขอบใจนะที่เป็ห่วง” ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย แต่ทว่ารูอันก็ยังทำท่าเป็ห่วงอยู่
“ไม่เป็ไรหรอกรูอัน นายไม่ต้องห่วงฉัน นายไปทำหน้าที่ของนายเถอะ แค่แมลงวันมันเข้าตาฉันเท่านั้นแหละ” ผมฝืนยิ้มให้รูอันพร้อมกับยกนิ้วให้เล็กน้อย
“งะ..งั้นผมไปก่อนนะ ขอนายโชคดี เรเวล”
“อะ..อืม”
หลังจากนั้นรูอันได้ใช้แอเรียลบินไป..แต่จังหวะนั้นเองเขาได้หันหน้ากลับมา
“เรเวล..ไม่ว่ายังไงนายก็คือเพื่อนที่สำคัญที่สุดของผมนะ ฉะนั้นเอาชนะการแข่งนี้แล้วคว้าที่1ให้ได้ล่ะ”
“อะ..อืม” ผมโบกมือให้รูอัน พร้อมกับพยายามลบความเศร้าตัวเองให้หายไป แล้วใช้เอเรียลบินไปยังสนามแข่งของตัวเอง ..
#คุยกับคนเขียน#
่2วันมานี้พอดีติดธุระครับเลยอัพช้าหน่อย ที่จริงจะพยายามให้ตอนนี้มีฉากสู้ละแต่เหมือนจะไม่ทันเลยขอใส่ไว้ตอนหน้าละกัน …..เรเวลที่ประสบกับปัญหาทางด้านจิตใจอย่างหนักก่อนแข่งจะสามารถก้าวข้ามคู่ต่อสู้ในตอนหน้าได้มั้ย มารอลุ้นแล้วเอาใจช่วยพระเอกของเรากันเถอะครับ ><
ส่วนเื่ความเห็นหรือมีประเด็นอะไรอยากคุยกับคนเขียนสามารถคอมเม้นได้เลยครับ><