“คุณพ่อเป็ยังไงบ้างคะน้าอิ่ม”
เพียงดาวเอ่ยถามคนปลายสายโดยที่ก่อนหน้านี้ครุ่นคิดอยู่นานว่าจะโทรไปถามไถ่ถึงคนที่บ้านดีหรือไม่แต่ทอฝันก็แนะนำให้เธอทำแบบนี้
“เพียงเป็ยังไงบ้างลูกรายนั้นหนะไม่กลับบ้านเลยั้แ่เพียงไม่อยู่ออกไปเมามายกับกลุ่มเพื่อนของเขานั่นแหละ”
น้าอิ่มรายงานถึงความเป็อยู่ของผู้เป็พ่ออย่างไม่ยืดเยื้อและมันก็เป็อย่างที่เพียงดาวคิด
“พ่อไม่เคยห่วงเพียงเลยสินะ”
เพียงดาวเอ่ยออกมาเบาๆ แต่ก็ดังพอที่จะทำให้ปลายสายได้ยินคำพูดของเธอชัดเจน
“อย่าคิดมากนะลูกกลับบ้านเถอะ น้าเป็ห่วงเพียงจนกินไม่ได้นอนไม่หลับเลย”
“ขอโทษนะคะน้าอิ่มที่ทำให้เป็ห่วง”
“ไม่เป็ไรนะเพียงกลับบ้านนะลูก เดี๋ยวน้าจะทำเมนูโปรดของเพียง กับ สละลอยแก้วไว้ให้นะ”
ความรู้สึกของเพียงดาวในตอนนี้นั้นใจหนึ่งก็อยากกลับบ้านแต่อีกใจก็กลัวว่าคำอธิษฐานของเธอนั้นจะไม่ช่วยให้คำขอเื่พ่อของเธอเป็จริง
ทอฝันที่นอนอยู่ข้างๆ เพียงดาวเอื้อมมือมากุมมือเพียงดาวไว้พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อยเพราะเพียงดาวคุยโทรศัพท์กับน้าอิ่มด้วยการเปิดลำโพงเธอจึงได้ยินบทสนทนาของคนทั้งคู่
“โอเคค่ะน้าอิ่มพรุ่งนี้เพียงจะกลับบ้านนะคะ”
“ได้เลยค่ะกลับมานะเพียงลูก น้าจะรอนะ”
ตู๊ดดดด
เพียงดาวกดวางสายแล้ววางมือถือของเธอไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียงจากนั้นจึงหันมาซุกตัวในอ้อมกอดของทอฝัน เธอสูดดมกลิ่นกายของอีกฝ่ายราวกับว่าจะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกและกระชับอ้อมกอดของอีกฝ่ายแแ่ยิ่งขึ้น
“กลัวเหรอคะ”
ทอฝันเอ่ยถามพร้อมกับใช้นิ้วเรียวลูบไล้เส้นผมของเพียงดาวอย่างนุ่มนวลจากนั้นจึงเลื่อนลงมาลูบไล้แผ่นหลังอีกฝ่ายคล้ายเป็การให้กำลังใจ
“เพียงไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างเพียงกลัวค่ะ กลัวว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก แบบภาพในหัวที่เพียงเคยเห็น”
ทอฝันที่ได้ยินแบบนั้นจึงก้มลงประทับรอยจูบลงบนหน้าผากของเพียงดาวอย่างอบอุ่น
“อดีตคือสิ่งที่ผ่านมาแล้วนะคะคนดีตอนนี้เราอยู่กับปัจจุบัน และเพียงมีพี่อยู่ตรงนี้นะคะ ไม่ว่าจะเจออะไรเราจะผ่านไปด้วยกันนะ”
คำพูดของทอฝันยังคงช่วยให้เพียงดาวอบอุ่นใจได้เสมอทุกครั้งที่อยู่ในอ้อมกอดผู้หญิงคนนี้เธอรู้สึกปลอดภัยและไม่มีความกังวลใจใด ๆเลยแม้แต่น้อย
“เพียงรักพี่ฝันนะคะ”
“พี่ก็รักเพียงค่ะ”
ร่างกายของคนทั้งสองสวมกอดกันอย่างแแ่และเพียงดาวก็หลับไปในอ้อมกอดของทอฝันจนถึงเช้า
เวลาตีสามของบ้านตระกูลวรเมทเมธี
พ่อของเพียงดาวขับรถเข้ามาในบ้านและลงจากรถมาด้วยอาการมึนเมาแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังพอเดินไหวและประคองตัวเองได้ในระดับหนึ่ง
น้าอิ่มที่ได้ยินเสียงรถจึงสะดุ้งตื่นและเดินออกมาหน้าบ้านพร้อมกับเปิดไฟในห้องรับแขกเพื่อช่วยเพิ่มความสว่างในยามกลางดึกแบบนี้
“ยังไม่นอนอีก”
พลเอกถามห้วนๆ อย่างไม่้าคำตอบ และเตรียมจะเดินผละออกไป
“เป็ไงบ้างคะบ้านที่ไม่มีลูก”
น้าอิ่มเอ่ยขึ้นก่อนที่พลเอกจะเดินจากไปทำให้ฝีเท้าคู่นั้นชะงักในทันที
“จะเป็ยังไงละฉันก็เหมือนเดิม”
อีกฝ่ายตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยอาการมึนเมาเหมือนจะสร่างขึ้นเล็กน้อย
“จากปกติที่ไม่เคยออกไปเมามายที่ไหนแต่ั้แ่หนูเพียงไม่อยู่ก็กลับบ้านเกือบเช้าทุกวัน แบบนี้คือปกติสินะ”
“พูดอะไรไปนอนเถอะไป”
พลเอกเริ่มไม่พอใจในคำพูดของน้าอิ่มแต่ก็พยายามข่มอารมณ์ไว้
“มีความสุขใช่มั้ยคะชีวิตที่ไม่มีลูก”
“อิ่ม!! แกหยุดพูดอะไรเพ้อเจ้อได้แล้ว!!”
พลเอกตวาดกร้าวเสียงดังน้าอิ่มสะดุ้งเล็กน้อยเพียงแค่นั้น แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย ไร้ความหวาดกลัวใด ๆ
“ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้รักน้องสาวฉันั้แ่น้องฉันตั้งท้องคุณก็จ้องแต่จะให้ไปเอาเด็กออก แต่เพียงดาวเขาดวงแข็งเขาเลยไม่ตายอย่างที่ใจคุณ้า กับแค่ผู้ใหญ่บังคับให้แต่งงานคุณต้องเกลียดน้องฉันขนาดนั้นเลยงั้นเหรอ!!”
น้าอิ่มพรั่งพรูคำพูดออกมามากมายราวกับเป็สิ่งที่อัดอั้นตันใจมานานแสนนาน
“ใช่กูเกลียดมันมาก พอใจยัง กูเกลียดน้องมึงมาก!!!”
อารมณ์ของพลเอกในตอนนี้เดือดดาลจนแทบคุมไม่อยู่บางทีถ้าคนตรงหน้าเป็ผู้ชาย อาจจะโดนทำร้ายร่างกายไปแล้วก็เป็ได้
“ถึงจะเกลียดแม่แต่คนตายไปแล้วก็ควรจะหยุดความแค้นได้แล้วค่ะ แล้วก็เลิกยัดเยียนผู้ชายคนนั้นคนนี้ให้ลูกตัวเองสักทีอย่าทำกับลูกแบบที่ตัวเองเจอมา !”
คำพูดของน้าอิ่มทำให้พลเอกหน้าชาตัวสั่นไปทั้งร้าน เสียงกัดฟันกรอดได้ยินชัดจนน่ากลัว
“เพียงเขาไม่รู้หรอกค่ะว่าเื่ราวของผู้ใหญ่เป็ยังไงเขารู้แค่ว่านี่คือแม่ และนี่คือพ่อ ถึงคุณจะเกลียดลูก แต่ลูกไม่เคยเกลียดคุณค่ะอีกอย่าง อย่าพยายามยัดเยียดสิ่งที่คิดว่าดีให้ลูกเพราะคิดว่าลูก้าถามเขาบ้างเถอะค่ะว่าเขา้าอะไร !!”
“เออ!!! กูมันคนไม่ดีกูมันเป็พ่อที่ห่วยแตก !!!”
พลเอกกำมือแน่นดวงตาบ่งบอกอารมณ์โกรธในตอนนี้ได้เป็อย่างดี
“ใช่ค่ะรู้ตัวแล้วก็ช่วยปรับปรุงตัวด้วยค่ะหากวันหนึ่งคุณต้องเสียเพียงดาวไปแล้วคุณจะมาเสียใจทีหลังเหมือนตอนที่เสียแม่ของเขาไป !!!”
น้าอิ่มพูดจบก็เดินออกมาจากตรงนั้นทันทีเธอได้แต่หวังว่าคำพูดจากเธอในคืนนี้จะช่วยเปลี่ยนความคิดของพลเอกได้บ้าง ความโกรธความเกลียด ความแค้น และความหลังฝังใจใด ๆ ในอดีตควรสิ้นสุดไปเสียที
เช้าวันต่อมา
รถของทอฝันขับเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ของเพียงดาวแน่นอนว่าคนที่นั่งอยู่เบาะข้างทั้งตื่นเต้นแบะหวาดกลัวไปพร้อมกันหลากหลายความรู้สึกที่ปนเปทำให้มือของเธอสั่นเทาจนสังเกตได้ทอฝันจึงเอื้อมมือของตัวเองไปกุมมือเพียงดาวไว้
“ไม่ต้องกลัวนะคะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พี่อยู่ข้าง ๆ เพียงตรงนี้นะ”
ทอฝันบีบมือเพียงดาวเบาๆ เป็การให้กำลังใจ จากนั้นทั้งคู่จึงลงจากรถและเดินเข้าไปในบ้าน
“เพียงลูกเป็ยังไงบ้างลูก”
น้าอิ่มที่เห็นเพียงดาวเดินเข้ามาในบ้านโผเข้ากอดหลานสาวของตัวเองทันที พร้อมกับลูบไล้ตามเนื้อตัวของเพียงดาวพร้อมกับสำรวจร่างกายอีกฝ่ายอย่างเป็ห่วง
“เพียงไม่เป็ไรค่ะน้าอิ่มพี่ฝันดูแลเพียงอย่างดีค่ะ”
น้าอิ่มหันไปมองทอฝันที่ยืนอยู่ข้างๆ เพียงดาวแล้วยิ้มให้อย่างอบอุ่น
“ขอบใจมากนะหนู”
“ด้วยความยินดีค่ะ”
ทอฝันตอบกลับน้าอิ่มอย่างสุภาพพร้อมก้มศีรษะเล็กน้อย
ขณะนั้นพลเอกก็เดินเข้ามายังบริเวณที่ทั้งสามคนยืนอยู่
“ปีกกล้าขาแข็งแล้วกลับมาทำไม !!!”
เสียงของพลเอกทำให้ทั้งสามคนหันไปยังต้นเสียงทันทีใบหน้าเกรี้ยวกราดนั้นยังคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยสักนิด
“เพียงกลับมาเพราะวันนี้เป็วันสำคัญยังไงละคะ”
เพียงดาวเผชิญหน้ากับพลเอกอย่างไม่มีท่าทางหวาดกลัวดั่งเช่นเมื่อก่อน
“วันสำคัญอะไรของแกแต่ถึงจะเป็วันอะไรก็ไม่เกี่ยวกับฉัน เพราะฉันไม่อยากเห็นหน้าแก”
พลเอกตอบขณะที่ตัวเองนั้นยืนหันหลังให้เพียงดาว
“จะไม่เกี่ยวได้ยังไงคะเพราะวันนี้เป็วันเกิดของพ่อยังไงคะ”
เพียงดาวเอ่ยพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบสองแก้ม