มรรคาพลิกฟ้า

    บทที่ 132 ขอเป็นตัวแทนบิดา

            คนเหล่านี้เมื่อได้ยินกังหลงและนางงามทั้งสองที่ติดตามมาด้านหลังกังหลงกล่าวทราบว่าทั้งสองเป็นสหายหญิงของเจ้าขยะที่ทุกคนต่างเย้ยหยันความริษยาได้พลั่งพรูออกจากทางสายตาจนมิอาจปิดบังได้  ต่างนึกสาปแช่งในวาสนาทางสตรีของเจ้าขยะของตระกูลผู้นี้เป็นยิ่งนัก


            ทุกคนต่างตั้งมั่นในใจไว้หากเจ้าขยะผู้นี้ยังมิเจียมตนคิดเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วยอีกพวกตนจะใช้โอกาสนี้ทำลายเจ้าขยะผู้น่าขยะแขยงผู้นี้ให้ย่อยยับจนมิอาจเผยอหน้ากล้ามาพบเจอผู้คนได้อีกต่อไปบางคนถึงกับคิดว่าจะสร้างความอับอายให้เจ้าขยะผู้นี้จนสตรีงามทั้งสองหลีกหนีจากเจ้าขยะมาสนใจในความเก่งกล้าของพวกตนแทน


           กังหลงนั้นสังเกตุได้ถึงสายตาหยามเหยียดของผู้คนทั้งหลายที่เพ่งมองมายังตน ทั้งสายอิจฉาริษยาของบุรุษหนุ่มมากมายที่มองมายังตนและสายตาลุ่มหลงงมงายกับสายตาที่เต็มไปด้วยประกายราคะที่มองไปยังสตรีงามทั้งสามข้างกายตนเมื่อได้ฟังคำพูดด้วยความห่วงใยขอผู้เป็นบิดา ที่พูดออกมาในสภาพที่จำใจต้องยอมรับความอ่อนด้อยของตนพลันสงบอารมณ์เผยอยิ้มกล่าวอย่างมิอนาทรร้อนใจว่า


           "ท่านพ่อมิต้องกังวลลูกของท่านมิอาจจะเป็นสวะไปตลอดกาลได้ย่อมมีสักวันที่จะผงาดให้ผู้คนได้แหงนมองบ้างวันนี้ข้าจะขอลงประลองศึกในครั้งนี้และจะทำให้ดีที่สุด"


           "ดูเจ้าขยะนั่นพูดระดับปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุด แม้เพียงข้าผายลมโดน เจ้าขยะนั่นก็คงมิอาจจะท้านทานได้แล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า.."


           "ฮี่ ฮี่ฮี่..มีใครจะพนันกับข้าบ้างว่าเจ้าขยะกังหลงสามารถทนทานได้กี่กระบวนท่า..?"


           "โอ๊ะ..เจ้าหนุ่มนั่นรึเป็นบุตรของผู้นำตระกูลกังบุตรของกังหยาง..? เหตุใดถึงมีระดับพลังเพียงปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดเท่านั้น..!!..หากลงแข่งขันก็เท่ากับเข้าไปตายเท่านั้น"


           "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ..ข้าพนันด้วย ข้าเสนอ เจ้าขยะนั่นมิอาจรับมือเกินสิบกระบวนท่ารับแทงหนึ่งจ่ายสิบ หากรับได้เกินสิบกระบวนท่าจะจ่ายสิบเท่า..!!"


           "............."


           เสียงพูดคุยดังสนั่น เกี่ยวกับกังหลงการพนักขันต่อเริ่มเกิดขึ้นและกระจายไปทั่วสนามอย่างรวดเร็ว กังหลงนั่งสงบนิ่งมิสนใจเสียงใดๆ เพียงแย้มยิ้มอย่างสบายอารมณ์คล้ายเรื่องราว ต่าง ๆที่เกิดขึ้นมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับตนแม้แต่น้อย แต่เยี่ยนฟางเมื่อได้ยินผู้คนกล่าวถึงพี่ชายดุจคนไร้ค่าถึงกับมีโทสะจนหน้าบึ้งตึงคิดจะกล่าวคำใดออกมา


            นงคราญสุรางสวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะและหยางเสี่ยวเอ๋อร์เห็นเช่นนั้นจึงรีบกระซิบบอกเยี่ยนฟางทำให้นางถึงกับตะลึงงันไปครู่หนึ่งแล้วหันไปมองพี่ชายตนเองอย่างมิใคร่เชื่อกับคำกล่าวของสตรีทั้งสองหลังจากซุบซิบกันชั่วครู่หยางเสี่ยวเอ๋อร์และนงคราญสุรางสวรรค์เหมี่ยวเซี๊ยะได้เดินตรงไปหากลุ่มของผู้ที่กำลังตั้งวงพนันการต่อสู้พร้อมกล่าวขึ้นด้วยเสียงอันไพเราะอ่อนหวาน 


           "ข้าขอพนันด้วยได้รึไม่ ..!!"       


           "ข้าก็เช่นกันขอพนันด้วยด้วยคน.มิทราบจะรับเดิมพันได้แค่ไหน.!!"

     

           เมื่อสตรีงามทั้งสองเข้ามาร่วมเล่นพนันด้วยวงพนันยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเพื่อใจสตรีงามทั้งสองวงพนันจึงเปิดให้รับพนันอย่างเต็มที่สตรีทั้งสองทุ่มเทเงินทั้งหมดคนละหนึ่งหมื่นเหรียญทองที่มีเล่นฝ่ายกังหลงว่าสามารถรับมือได้เกินสิบกระบวนท่า


            แม้หลายคนจะสงสัยแต่เนื่องด้วยสามารถสัมผัสพลังของสตรีทั้งสองได้เพียงพลังปราณขุนพลระดับสองและระดับสามเท่านั้นจึงต่างลงความเห็นว่าสตรีงามทั้งสองนี้คงด้อยประสบการณ์และเพิ่งออกท่องเที่ยวภายนอกคราแรกเป็นแน่ส่วนกังหลงนั้นมีแค่พลังปราณขุนพลระดับหนึ่งขั้นสุดแมัจะคิดพลิกตลบยังไงก็มิมีทางที่จะเป็นไปได้ที่จะต้านทานรับมือคู่ต่อสู้ทั้งสามที่ระดับพลังห่างกันถึงสามช่วงชั้นย่อยได้เกินสิบกระบวนท่าเมื่อสตรีงามทั้งสองถึงกับเอาเงินถึงสองหมื่นเหรียญทองมาโปรยเล่นทุกผู้คนต่างกระหยิ่มยิ้มย่องในใจหวังรอรับผลกำไรที่จะเกิดขึ้นหลังจบการประลอง


            การแลกเปลี่ยนฝีมือระหว่างกังมู่อันหลงกับกังเฉินกังได้จบลงแล้วเป็นไปตามคาด  กังเฉินกังฝีมือกล้าแข็งกังเฉินกังได้อาศัยจังหวะหนึ่งโจมตีด้วยท่าไม้ตาย ปฐพีกำสรวญ ฟาดฝ่ามือกระแทกจนกังมู่อันหลงกระเด็นตกเวทีรับบาดเจ็บบอบช้ำเล็กน้อยเนื่องจากกังเฉินกังได้มีเมตตารั้งพลังกลับมาครึ่งหนึ่งมิเช่นนั้นหากกังเฉินกังใช้พลังทั้งหมดโจมตีออกไป กังมู่อันหลงต้องได้รับบอบช้ำสาหัสจนลุกจากเตียงมิได้เป็นแรมเดือนแน่เสียงระฆังได้ดังขึ้นพร้อมเสียงของผู้อาวุโสสูงสุดผู้ดำเนินการประลองกล่าว

     

           "แก๊ง  แก๊ง  แก๊ง..!!

     

           "บัดนี้ถึงเวลาการประลองช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลครั้งต่อไปแล้วขอเชิญผู้ที่ต้องการช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลเสนอบุคคลผู้เป็นตัวแทนเข้าประลองมาคุณสมบัติของผู้ที่จะสามารถเข้าร่วมประลองนั้นคิดว่าทุกท่านคงทราบเป็นอย่างดีแต่ข้าจะบ่งบอกอีกครั้งเพื่อกันปัญหาการถกเถียงอันจะเกิดขึ้นในภายหลัง "


            "ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าช่วงชิงต้องส่งบุตรชายหรือหลานชายในสายเลือดมิว่าชั้นใดหรือบุตรบุญธรรมที่ได้เลี้ยงดูมาแต่ทารกเยาว์วัยที่ปัจจุบันอายุมิเกินยี่สิบปีโดยผู้แข่งขันทุกคนจะพบเจอกันทั้งหมดผู้ที่สามารถชนะมากที่สุดและยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายได้ถือเป็นผู้ชนะ ผู้ใดหลุดออกจากเวทีประลองถือว่าพ่ายแพ้ผู้ใดมิสามารถต่อสู้ได้อีกถือว่าพ่ายแพ้ ผู้ใดยกมือยอมแพ้ถือว่าพ่ายแพ้  การประลองอาจมีบาดเจ็บแต่ห้ามมีเจตนาสังหารผู้อื่นจนตกตายผู้ใดเข้าใจกฎกติกาแล้วเชิญเสนอรายชื่อผู้เข้าร่วมประลองได้..ส่วนตัวข้าผู้อาวุโสสูงสุดนั้นมิมีบุตรหลานและมิมีเจตนาจะเป็นผู้นำตระกูลจึงขอสละสิทธิ์ก่อน..!!"

     

           "ข้าผู้อาวุโสหนึ่งขอเสนอกังหลางบุตรของตัวเองอายุสิบแปดปีเข้าช่วงชิง.."


           "ข้าผู้อาวุโสสองขอเสนอกังหลิวอายุสิบเจ็ดปีหลานชายเข้าช่วงชิง.."


           "ข้าผู้อาวุโสสามขอเสนอกังเหยาหลานชายอายุสิบแปดปีเข้าช่วงชิง.."


           "........."


           "ท่านผู้นำตระกูลท่านจะส่งตัวแทนเข้าช่วงชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลครั้งนี้รึไม่ ?"


           ผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวถามกังหยางเมื่อเห็นกังหยางขมวดคิ้วลังเลในการตัดสินใจและยังมิได้กล่าวใดๆ ออกมา กังหยางนั้นสำรวจดูแล้วผู้เป็นตัวแทนเข้าประลองทุกคนต่างมีระดับปราณเหนือล้ำกว่ากังหลงถึงสามขั้นย่อยขึ้นไปทั้งสิ้นแม้แต่ตัวกังหยางเองซึ่งปัจจุบันได้ทอดทิ้งการฝึกปรือไปจนระดับพลังหยุดอยู่เพียงแค่ปราณขุนพลระดับหกห่างจากบุรุษเยาว์วัยทั้งสามแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นมองว่าเป็นการยากที่บุตรชายของตนจะมีโอกาสชนะได้ จึงลังเลไม่กล้าตัดสินใจว่าจะส่งกังหลงเข้าร่วมประลองดีหรือไม่


            เมื่อได้ยินผู้อาวุโสสูงสุดกล่าวถามเลยยากจะตัดสินใจนิ่งคิดชั่วครู่ก่อนมองไปที่กังหลงแล้วส่ายหน้าบ่งบอกว่ามิต้องการช่วงชิง  กังหลงเห็นเช่นนั้นจึงรีบกล่าวก่อนที่กังหยางจะพูดในทันที


           "ข้ากังหลงอายุสิบหกปีเป็นบุตรของผู้นำตระกูลกังกังหยาง ขอเป็นตัวแทนเข้าประลองช่วงชิงตำแหน่งตระกูลให้แก่บิดา..!!"


           "กังยี้..!!"


           "กังเอ๋อร์..!!"

     

            "อะ...เอ่อ..ครานี้มีผู้เข้าประลองทั้งสิ้นสี่คน  ต่อไปจะเป็นการจับฉลากเพื่อเลือกคู่ประลองผู้ที่จับได้หมายเลขลำดับต้นจะสามารถเลือกคู่ประลองว่าเป็นผู้ใดก็ได้ผู้ที่สามารถยืนอยู่เป็นคนสุดท้ายจะเป็นผู้ชนะ บัดนี้ให้ทุกคนมาจับฉลากได้"


           ผู้อาวุโสสูงสุดนำกล่องไม้สีทึบออกใช้พลังปราณส่งกล่องให้ลอยระดับศีรษะเบื้องหน้าคนทั้งสี่ทั้งสามรีบเข้าไปล้วงหมายเลขจากกล่องในทันที กังหลงมิได้สนใจในลำดับหมายเลขคิดว่าแม้จะเป็นผู้ใดมาเจอตนก็มิอาจมาสะกิดให้ตนต้องระคายผิวได้หลังจากทั้งสามเลือกเสร็จกังหลงหยิบฉลากใบสุดท้ายที่หลงเหลืออยู่คลี่มอง


           "สี่.."


           "..............."

     


    คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    The Lost Swordsman

    The Lost Swordsman

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    476K 499
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869