ตอนที่ 33 นางไม่มีเวลามายุ่งกับพวกเราหรอก
อีกไม่กี่วันต่อมา ขณะหลิวอู่นีกำลังพักฟื้นอยู่ที่บ้าน หลินจิ่วเหนียงก็ยุ่งกับการออกไปแต่เช้าและกลับบ้านดึกทุกวัน ทั้งสองจึงไม่เคยพบหน้ากันอีกเลย
หลิวอู่นีได้แต่นอนมาสามวัน ในที่สุดก็เดินจับกำแพงออกมาช้า ๆ จึงทันได้เห็นหลินจิ่วเหนียงออกไปข้างนอก เกือบะโเรียกว่า “ท่านแม่” แต่ก็รีบกลืนคำนั้นลงท้องไว้
สายตาเศร้าหมองของนางมองไปทางประตู ท่านแม่คงไม่อยากเจอนางใช่หรือไม่?
“อู่นี ออกมาได้อย่างไร รีบกลับไปนอนพักบนเตียงเสีย”
เมื่อเห็นหลิวอู่นีปรากฏตัว หลิวซื่อหลางที่กำลังผ่าฟืนก็ก้าวเข้าไปประคองนางด้วยความเป็ห่วงทันที สีหน้าเขาบ่งบอกว่าไม่พอใจ “ตอนนี้อาการเ้าเพิ่งจะเริ่มดีขึ้น เหตุใดถึงออกมาล่ะ? หากเกิดอะไรขึ้นอีกจะทำอย่างไร?”
พูดจบเขาก็ช่วยประคองนางกลับขึ้นไปนอนบนเตียง
แต่หลิวอู่นีเอื้อมมือออกมาห้ามเขา พร้อมเผยรอยยิ้มฝืดเฝื่อนบนใบหน้าซีดเซียว “พี่สี่ ข้าดีขึ้นแล้ว ข้านอนมาหลายวันแล้ว รู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย ข้าเลยอยากจะลุกออกไปเดินเล่นบ้าง”
หลิวซื่อหลางใจอ่อน จึงทำได้เพียงพยุงนางไปนั่งบนเก้าอี้ด้านข้าง ส่วนเขาก็ไปผ่าฟืนต่อ แม่ของเขาสั่งให้เขาผ่าฟืนออกเป็ท่อนขนาดใกล้เคียงกัน แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะใช้เอาไปใช้ทำอะไร
หลิวอู่นีมองหลิวซื่อหลางที่กำลังผ่าฟืนด้วยสีหน้าสับสน “ซื่อหลาง ท่านแม่ ท่านแม่เกลียดข้ามากนักหรือ?”
“ไม่หรอก”
ขวานในมือของหลิวซื่อหลางผ่าลงบนไม้ฟืน จากนั้นฟืนก็แตกออก “อู่นี เ้าอย่าคิดมากเลย”
“ข้าไม่ได้คิดมาก” ั์ตาของหลิวอู่นีเศร้าสร้อย “หากท่านแม่ไม่ได้เกลียดข้า แล้วเหตุใด่นี้ไม่มาหาข้าเลยเล่า? นางจากไปทันทีที่ข้าเดินออกมา มันหมายความว่าอย่างไร นางไม่อยากเจอหน้าข้าใช่หรือไม่?”
“อู่นี!”
หลิวซื่อหลางหยุดผ่าฟืน แล้วมองหน้านางอย่างจริงจัง “ท่านแม่งานยุ่งมาก นางไม่มีเวลามายุ่งกับพวกเรามากนัก เข้าใจหรือไม่?”
“เมื่อก่อนท่านแม่ยุ่งอยู่กับการทำงานคนเดียว และต้องเลี้ยงดูพวกเราหลายคน เ้ารู้หรือไม่ว่าท่านแม่ลำบากตรากตรำเพียงใด ตอนที่ท่านแม่ป่วยหนักครั้งนั้นก็เป็เพราะทำงานหนัก แต่แล้วพวกเราเล่า? พวกเราทำอันใดบ้าง เราทำอันใดเพื่อท่านแม่บ้าง? ท่านแม่ก็เป็คนเหมือนกัน นางเสียใจและผิดหวัง ถ้าท่านแม่ไม่ยุ่งั้แ่เช้าจรดค่ำ แล้วพวกเราจะกินดื่มอันใดกัน เ้าคิดว่ายาจีนที่เ้าดื่มทุกวันนั้นมาได้อย่างไร? ท่านแม่เป็คนเอากลับมาจากหมอในเมืองทั้งนั้น”
“ทั้งหมดนี้ต้องใช้เงิน หากท่านแม่ไม่ยุ่ง แล้วจะเอาเงินมาจากไหน? อู่นี อย่าโทษท่านแม่เลย ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ท่านแม่ปกป้องพวกเราจากลมฝน เท่านี้ก็ลำบากพอแล้ว สิ่งที่เราต้องทำคือเข้าใจท่านแม่ และช่วยเหลือท่านแม่ แทนที่จะกล่าวโทษท่านแม่”
หลังจากพูดจบเขาก็ยกขวานในมือขึ้น แล้วเริ่มผ่าฟืนต่อ ยิ่งทำมาก ท่านแม่ก็ยิ่งเหนื่อยน้อยลง
เมื่อไม่กี่วันมานี้ เขาเห็นแม่ออกไปแต่เช้าและกลับดึกทุกวัน และกลับมาอย่างเหนื่อยล้า เขาจึงเกลียดตัวเองที่ไร้ความสามารถ ไม่อาจช่วยแม่ทำอะไรได้เลย และรู้สึกละอายใจที่เมื่อก่อนตัวเองโง่เขลายิ่ง
หลิวอู่นีก้มหน้าด้วยความอับอาย “พี่สี่ ข้า...”
“อู่นี เ้าไม่เป็อะไรแล้ว เยี่ยมจริงๆ” หลิวต้าหลางเดินเข้ามาจากด้านนอก ท่าทางหยิ่งผยองเป็พิเศษ สายตาจ้องมองลานหน้าบ้านที่สะอาดกว่าตอนก่อนที่พวกเขาจะจากไปมาก จากนั้นก็พูดด้วยความเย้ยหยัน “ถ้าหายดีแล้วก็รีบกลับมากับข้าเถอะ”
“ทุกคนรอเ้าอยู่ที่บ้าน”
หลิวอู่นีเผยรอยยิ้มบนใบหน้าเมื่อเห็นหลิวต้าหลาง แต่เมื่อได้ยินว่าเขาจะให้นางกลับไปที่นั่นกับเขา นางก็ใกลัว “ข้า ข้าจะไม่กลับไป ข้าอยากอยู่กับท่านแม่ พี่สี่!”
หลังจากพูดจบ นางก็ไปซ่อนตัวอยู่ข้างหลังหลิวซื่อหลางด้วยความตื่นตระหนก
“อู่นี ไม่ต้องกลัว!”
หลิวซื่อหลางปกป้องหลิวอู่นีที่อยู่ข้างหลังเขา เมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลิวต้าหลาง เขาก็รู้สึกกลัวโดยสัญชาตญาณ “พี่ใหญ่ อู่นีไม่อยากกลับไป ท่านปล่อยให้นางอยู่ที่นี่ก็ได้ขอรับ”
“อยู่ที่นี่หรือ?” หลิวต้าหลางยิ้มเยาะ แล้วยื่นมือออกไปผลักหลิวซื่อหลางไปด้านข้างด้วยสายตาดูถูก “เ้าคิดว่าตัวเองเป็ใคร มีสิทธิ์อันใดมายุ่งเื่ในครอบครัวของพวกเรา?”
“หลิวซื่อหลาง โปรดจำไว้ว่าเ้าไม่ใช่คนตระกูลหลิวอีกต่อไปแล้ว และไม่มีสิทธิ์มายุ่งเกี่ยว หลิวอู่นีมานี่ ตามข้ากลับไปได้แล้ว”
หลังจากพูดจบ เขาก็เอื้อมมือไปคว้าข้อมือของหลิวอู่นี
หลิวอู่นีรู้สึกหวาดกลัวเมื่อเห็นหลิวซื่อหลางถูกผลักออกไป
เมื่อเห็นพี่ชายคนโตมาจับนาง นางก็กรีดร้องเสียงดัง และทุบตีหลิวต้าหลางโดยไม่รู้ตัว “พี่ใหญ่ ข้าจะไม่ไปกับท่าน ข้าจะไม่ไปกับท่าน”
เพียะ!
มือของหลิวอู่นีกระทบกับมือของหลิวต้าหลางอย่างแม่นยำ ความเ็ปทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาก เขาอยากจะะเิอารมณ์ แต่เมื่อเห็นผ้าพันแผลสีขาวที่พันรอบศีรษะนาง น้ำเสียงของเขาก็อ่อนโยนลง:
“อู่นี เ้ากับพี่ใหญ่ทะเลาะกันด้วยเื่อันใด?”
“พี่ใหญ่จะทำร้ายเ้าได้หรือ? ที่นี่ไม่มีอะไรให้เ้ากินดื่ม เ้าไม่กลัวอดตายหรือ? กลับไปบ้านย่ากับพี่ใหญ่เถิด อย่างน้อยก็ยังพอมีของกิน”
หลังจากพูดจบเขาก็ยื่นมือออกไปดึงหลิวอู่นีอีกครั้ง ไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านย่าถึงบอกให้เขามารับอู่นีกลับไป จากมุมมองของเขา หากอู่นีไม่อยู่ ก็จะมีคนแย่งกินข้าวน้อยลง ทำให้พวกเขาสามารถกินได้เยอะขึ้น
แต่ท่านย่าบอกว่าตราบใดที่เขาพานางกลับมาได้ เขาจะได้รับเงินสิบอีแปะ สำหรับเงินสิบอีแปะนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เขาต้องพานางกลับไปให้ได้
“ไม่ ข้าไม่ไป พี่สี่ ช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากไป ข้าอยากอยู่กับท่านแม่ พี่ใหญ่ ปล่อยข้าไป!”
หลิวอู่นีถูกหลิวต้าหลางจับตัวลากออกไป นางทั้งร้องไห้และดิ้นรน ปฏิเสธที่จะออกไปข้างนอก
หลิวซื่อหลางลุกขึ้นจากพื้น แล้วรีบวิ่งไปหาหลิวต้าหลาง “พี่ใหญ่ ปล่อยอู่นีเถอะ อู่นีพูดถูก ท่านจะปฏิบัติต่อนางแบบนี้ไม่ได้ ปล่อยเถอะพี่ใหญ่”
“พี่ใหญ่ ข้าไม่อยากไปบ้านของพวกเขา ข้าอยากอยู่กับท่านแม่” หลิวอู่นีร้องไห้ทั้งน้ำตา ส่ายหน้าปฏิเสธ ใบหน้าของนางซีดเผือด
“หลิวซื่อหลาง ออกไปให้พ้นทาง” หลิวต้าหลางผลักหลิวซื่อหลางจนล้มอีกครั้ง แล้วจับมือของหลิวอู่นีไว้แน่น “หลิวอู่นี เหตุใดเ้าถึงเป็บ้าไปแล้ว?”
“เ้าเป็คนตระกูลหลิว มากับข้า ได้ยินหรือไม่?”
“ข้าบอกเลยว่าถ้าเ้าไม่มากับข้า ก็แสดงว่าเ้าไม่ใช่คนตระกูลหลิว เมื่อเ้าจะแต่งงานในอนาคต อย่าหวังว่าพวกเราจะสนับสนุนเ้า ในฐานะครอบครัวฝ่ายแม่ของเ้า ได้ยินหรือไม่”
“เดิน!”
หลิวต้าหลางลากหลิวอู่นีออกไปด้วยกำลังทั้งหมด เมื่อเห็นว่านางขัดขืนและไม่ยอมออกไป เขาก็โมโหมาก จึงอุ้มนางขึ้นพาดบ่าจากไป โดยไม่ได้เอ่ยคำใดอีก
“พี่ใหญ่…” หลิวซื่อหลางไล่ตามเขาไป
“ออกไป!”
……
อีกด้านหนึ่งที่บ้านตระกูลหลิว แม่เฒ่าหลิวกำลังนั่งดื่มชาสบายอารมณ์อยู่ที่บ้าน ส่วนหลี่ซิ่วเจวียนที่อยู่ข้าง ๆ ก็แกะถั่วลิสงโยนเข้าปากทีละเม็ด
“ท่านแม่” หลี่ซิ่วเจวียนโยนถั่วลิสงเข้าปาก เคี้ยวสองสามครั้ง แล้วอ้าปากพูด เผยให้เห็นฟันสีเหลืองซี่ใหญ่ “ท่านคิดว่าต้าหลางจะพาอู่นีกลับมาได้หรือไม่?”
“ได้สิ!” แม่เฒ่าหลิวจิบชา วางกาน้ำชาไว้บนโต๊ะ แล้วเอนกายลงบนเก้าอี้ยาวอย่างสบายอารมณ์ “ต้าหลางจะแบกนางกลับมาเพื่อเงินสิบอีแปะแน่นอน”
หลี่ซิ่วเจวียนพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่แล้ว แต่อู่นีก็โชคดีมากเช่นกัน ตอนที่เราส่งนางไปที่นั่นในคืนนั้น นางก็เริ่มมีไข้สูงแล้ว ตัวร้อนจนทำให้ไข่สุกได้ ข้ากับชิงเหอต่างก็คิดว่าตอนนั้นนางคงต้องตายแน่แล้ว คาดไม่ถึงเลยว่านางจะรอด ไม่เช่นนั้น...”
หลังจากมองไปรอบ ๆ นางก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “เราคงจะเสียเงินสิบตำลึงไปแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ?”
แม่เฒ่าหลิวพยักหน้า ดวงตาเป็ประกาย “เ้าได้ติดต่อคนไว้แล้วหรือยัง อย่าได้ทำอันใดผิดพลาด”
“ท่านแม่ ไม่ต้องกังวล ข้าจะจัดการเอง” หลี่ซิ่วเจวียนพูดด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ ใครจะรู้ว่าสุนัขสองตัวนี้จะมีค่ามากถึงเพียงนี้?
“แต่ท่านแม่ เรามาทำข้อตกลงกันก่อน หลังจากที่ได้เงินแล้ว ท่านต้องให้เงินข้าครึ่งหนึ่ง ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ทำ!”
“ข้าให้เ้าน้อยไปหรือ?” แม่เฒ่าหลิวไม่พอใจ “ข้ายังไม่ได้ให้ลูกชายสองคนของเ้าเลยด้วยซ้ำ เ้า…”
เสียงดังนอกประตูขัดจังหวะพูดของแม่เฒ่าหลิว ใบหน้าของแม่เฒ่าหลิวเปลี่ยนเป็บึ้งตึง
.............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
ซื่อหลางสู้ๆ ชีวิตอู่นีขึ้นอยู่กับเ้าแล้วนะ
ไหหม่า(海馬)