กว่าจะได้ความตามที่สวีเสี่ยวถง้าแสงแดดก็อ่อนแล้วนางจึงรีบพาโหลวซีห่าวกลับตัวอำเภอ
“เชิญท่านนายอำเภอกลับได้แล้วเดินทางค่ำมืดเกรงจะอันตรายเ้าค่ะ”
นางพาเขาควบม้าอย่างเร่งรีบกระทั่งถึงหน้าประตูเมืองในเวลาก่อนประตูปิดไม่ถึงครึ่งเค่อชายหนุ่มรู้สึกว่าตนเองเหนียวเหนอะหนะไปทั้งตัว ความรู้สึกเหน็ดเหนื่อยถาโถมก่อนไปเขาได้กินเพียงบะหมี่ชามเดียวจากนั้นนางก็มีแต่จิบน้ำชาและจัดการธุระของนางไป
โหลวซีห่าวทำทีเข้มแข็งเดินเข้าไปในจวนแต่พอบ่าวรับใช้ปิดประตูจวนเขาก็รีบเรียกคนให้มาประคองทันที
“เหล่าชุย ช่วยประคองข้าทีข้าจะก้าวขาไม่ออกอยู่แล้ว”
บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาจากเมืองหลวงรีบเข้าไปช่วยประคองโหลวซีห่าวไปยังห้องโถง
“โอ๊ะๆ โอ๊ยๆ เ้าเบาๆ หน่อยขาข้าแข็งไปหมดแล้ว”
เขาบ่นโอดโอยจนมารดาที่เดินออกมาพร้อมสาวใช้รู้สึกแปลกใจ“เ้าไปทำอันใดมา? เหตุใดจึงดูสะบักสะบอมเช่นนี้?”
โหลวซีห่าวไม่ตอบคำถามเขารีบยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบมือไม้สั่น ดื่มจนหมดแล้วยังชี้ไปที่ถ้วยน้ำชาทำให้สาวใช้รีบออกไปเอามารินให้เต็มถ้วยชายหนุ่มรีบร้อนเป่าและดื่มเข้าไปจนหมดอีกครั้ง
“ของว่างล่ะ ไปหามาให้ข้ากินที”
“แม่เตรียมไว้ให้แล้ว”เลียวฮูหยินหันหลังไปยกจานขนมนึ่งในถาดออกมาวางบนโต๊ะ
โหลวซีห่าวหยิบตะเกียบคีบเข้าปากเขาเคี้ยวอย่างรีบเร่งราวกับตายอดตายอยากจนมารดารู้สึกแปลกใจ เหล่าชุยนั่งยองๆนวดขาให้คุณชายของตนอย่างเอาอกเอาใจ
“โอ๊ย!!! เบาแรงกว่านี้นิด”ชายหนุ่มอ้าปากบอกก่อนจะกัดขนมนึ่งเข้าไปอีกคำหนึ่งเคี้ยวอย่างรวดเร็ว”
“เ้าอย่าคิดเข้าไปมากนักประเดี๋ยวก็จะกินอาหารอีก เดี๋ยวจุกอกตายกันพอดี”
เมื่อชายหนุ่มกินขนมนึ่งไปได้สามชิ้นสีหน้าของเขาก็ดีขึ้น “ข้าเหนื่อยมากขอรับท่านแม่ ปวดขาตุบๆ ไปทั้งสองข้างเลย”
เลียวฮูหยินหันไปสั่งบ่าวกับสาวใช้ไปเตรียมน้ำอาบให้ใต้เท้าโหลวที่ห้องของเขาเร่งด่วนแล้วค่อยหันมามองบุตรชาย “เ้าทำงานหนักเยี่ยงนี้จะไหวหรือ? ร่างกายของเ้าก็บอบบางผู้ใดกันพาเ้าไปตะลอนทั้งวัน?”
“มือปราบหญิงที่ท่านแม่เห็นนั่นล่ะขอรับนางทำงานเข้มแข็งจริงจังจนข้านึกละอายจำต้องตามนางไปดูท้องที่ด้วยเสียจนทั่ว”
“ลูกแม่!เ้าเป็ถึงนายอำเภอจำเป็ต้องทำขนาดนั้นเลยหรือ?สิ่งใดให้ผู้อื่นไปทำแทนได้ก็ใช้เขาไปเถอะ อย่าลำบากเลยนะร่างกายเ้าคงตรากตรำขนาดนั้นไม่ไหว”
โหลวซีห่าวฟังแล้วรู้สึกเหมือนตนเองจะกลายเป็ขุนนางกังฉิน
“ไม่ได้หรอกขอรับข้ามีหน้าที่ต้องดูแลทุกข์สุขประชาราษฏร์ เป็หูเป็ตาแทนฮ่องเต้จึงต้องออกตรวจตราท้องที่บ้างก็สมควรแล้วเพียงแต่นี่เป็ครั้งแรกข้าก็คงจะลำบากนิดหน่อย”
ชายหนุ่มกินขนมนึ่งตรงหน้าจนหมดจานสาวใช้ก็นำชาร้อนๆ มารินให้อีก เขาดื่มกินจนเต็มท้องค่อยรู้สึกว่าอาการสั่นเมื่อครู่หายไปแล้ว
“ให้ข้าอาบน้ำสระผมสบายๆแล้วอีกสักหนึ่งชั่วยามค่อยตั้งโต๊ะอาหารก็แล้วกันนะขอรับ”
“ตามสบายเ้าเถอะแม่เองก็กินขนมนึ่งไปบ้างแล้วไม่ได้หิวนักหรอกนะ”
เหล่าชุยประคองคุณชายไปยังห้องส่วนตัวช่วยถอดเสื้อผ้าและเก็บออกมาให้สาวใช้นำไปซักแล้วปล่อยให้เขาแช่น้ำอุ่นตามลำพังโหลวซีห่าวไม่ชอบให้คนเข้าไปวุ่นวายหากเขามิได้เรียกชายหนุ่มสระผมพลางคิดทบทวนเื่ราวที่เกิดขึ้นในวันนี้แม้จะสระผมเสร็จแล้วเขาก็ยังรู้สึกว่าการแช่น้ำอุ่นวันนี้ช่างมีความสุขกว่าทุกวัน
‘คงเป็เพราะข้ามัวแต่วนเวียนอยู่กับความทุกข์ใจจึงมองไม่เห็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ หากว่าเอาใจใส่เื่งานทำงานจนเหน็ดเหนื่อยกลับมานอนแช่น้ำอุ่นเช่นนี้ก็นับว่ามีความสุขแล้ว’
โหลวซีห่าวสลัดความคิดที่จะครุ่นคำนึงถึงอดีตอันเ็ปในเมืองหลวงอีกเขานึกถึงข้อความสุดท้ายที่บิดาเขียนฝากไว้ให้ก่อนขึ้นแดนปะา
‘ข้ามีเื่มากมายในชีวิตต้องทำและต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขและคุ้มค่าอย่างที่ท่านพ่อได้บอกไว้’
เมื่อเขาแต่งตัวเรียบร้อยออกมายังห้องโถงท่านแม่ของเขาก็ตั้งโต๊ะอาหารรอไว้พร้อมแล้วเพราะรู้นิสัยบุตรชายที่เป็คนตรงต่อเวลานางจึงอุ่นอาหารไว้รอก่อนที่เขาจะเดินออกมาจากห้องเล็กน้อยชายหนุ่มกวาดตามองอาหารบนโต๊ะพร้อมกับยิ้มน้อยๆ
“ท่านแม่ขอรับ อาหารน่าอร่อยจัง”
เลียวฮูหยินดวงตาเป็ประกายนางรู้สึกยินดีที่การมาอำเภอเชียนเยาของบุตรชายทำให้จิตใจของเขาเบิกบานขึ้น
“แม่ไม่ได้ยินเ้าพูดเช่นนี้มานานเท่าใดแล้ว?รีบกินเถอะเสี่ยวห่าว กินให้เยอะๆ เลยนะ”นางรีบคีบกระดูกหมูอ่อนตุ๋นน้ำแดงของโปรดบุตรชายวางบนถ้วยข้าวของเขา
“ขอรับ! ข้าจะกินให้อิ่มแปล้เลย”
ชายหนุ่มกินจนอาหารเกลี้ยงจานอย่างที่บอกมารดาเขารู้สึกว่าความเหนื่อยที่ได้มาในวันนี้ทำให้ตนเองกินอาหารได้มากและอร่อยกว่าทุกวัน
“แม่ลืมบอกไป ตอนเย็นน่ะติงฮูหยินมาบอกว่าเตรียมจัดงานเลี้ยงต้อนรับเ้าเอาไว้แล้วที่อาคารใหญ่ที่ว่าการอำเภอแม่เลือกชุดเอาไว้ให้เ้าแล้วนะ เดี๋ยวจะซักรีดให้เรียบร้อย”
โหลวซีห่าวนิ่วหน้า“ข้าไม่คิดว่าพวกเ้าจะเลี้ยงต้อนรับข้า ไม่รู้ว่าทำเช่นนี้จะสิ้นเปลืองเกินไปหรือเปล่า?”
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงใต้เท้าต้วนบอกไว้แล้วว่างานนี้พวกเถ้าแก่และคหบดีในเมืองเชียนเยาออกเงินร่วมกันเป็เ้าภาพพวกเขาทำเช่นนี้มาตลอด”
“อืม...ถ้าไม่สิ้นเปลืองเงินทางการก็แล้วไปขอรับ”
เลียวฮูหยินยิ้มกว้างสำรวจใบหน้าบุตรชาย“ไม่แน่ว่าการที่เรามาตั้งหลักปักฐานที่นี่เ้าก็อาจจะมีฮูหยินที่รู้ใจคอยดูแลก็ได้หากเป็เช่นนั้นจริงแม่ก็คงจะสบายใจยิ่งนัก”
โหลวซีห่าวยกยิ้มมุมปาก“ข้าเรียนท่านแม่แล้วนี่ขอรับว่ายังไม่อยากแต่งงาน ขอทำงานไปเรื่อยๆ ก่อน”
ลึกๆ ในใจของโหลวซีห่าวไม่อยากจะให้ผู้ใดรื้อฟื้นอดีตของครอบครัวเขาขึ้นมากล่าวถึงหากว่าเขาแต่งงานกับสตรีในตระกูลใหญ่ย่อมต้องมีปัญหาตามมาแน่ชายหนุ่มจึงหลีกเลี่ยงการสานสัมพันธ์การจะมาแต่งงานกับบุรุษที่มีบิดาเป็นักโทษปะาเช่นเขาครอบครัวอื่นคงจะรับได้ยากเย็น!
*****************************

