EP 2 คนลึกลับในบ้านแฝด
"พี่กิต... ตรงนี้ผมคุยไม่สะดวกเท่าไร..." แล้วจันก็คว้าข้อมือผม " พี่กิตตามผมมาทางนี้สิ"
แล้วจันก็เดินนำผมไปหน้าบ้าน พอเลี้ยวขวาพ้นรั้วบ้านมาได้นิดหน่อยแล้ว เขาก็หันมามองผมด้วยรอยยิ้มแห้งๆ
"มันยังไงกันจัน?" ผมเริ่มถามอีก "ฉันก็อยู่ที่นี่มาได้สักพักใหญ่แล้ว ไม่เห็นจะรู้สึกว่ามี... ผีสาง หรือมีผีสิงอะไรเลยนะ"
"จริงเหรอพี่กิต? พี่โชคดีจังที่ไม่รู้สึกอะไรเลย" จันพูดพร้อมทำตาโต "แต่หลายๆคนที่เคยอยู่ที่นี่ ถ้าไม่เห็นตัวกันชัดๆ ก็เห็นกันในความฝันน่ะพี่กิต"
"ว่าไงนะ... ฝันเหรอ...?" ผมเอะใจอะไรขึ้นมานิดหน่อย
"ใช่แล้วพี่กิต เขาน่ะ จะมาเข้าฝันเกือบทุกคน ทำให้แต่ล่ะคนตกอกใ แล้วก็ขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆกันเลยล่ะพี่"
แล้วผมก็พลันนึกถึงอะไรบางอย่างที่ตัวเองเกือบจะลืมไปแล้ว
ไม่สิ.. ตอนนั้นน่ะมันเป็ความฝันไม่ใช่รึ เป็ฝันที่ผมเกือบลืมไปแล้ว เมื่อเร็วๆนี้ผมรู้สึกเหมือนกับฝันไปว่า มีคนมานอนข้างๆผม เป็คนที่ผมไม่รู้จัก เขามานอนอยู่ทางด้านขวาของผม ผมเองก็พยายามจะหันไปมองว่าเขาเป็ใคร แต่จะพยายามหันไปมองยังไงก็มองไม่ถนัดสักที และต่อมาผมก็รู้สึกอีกว่า เหมือนมีคนมาดึงขาข้างขวาของผม จนผมรู้สึกสะดุ้งใในความฝัน พอตื่นขึ้นมาแล้ว ผมก็ยังคิดว่า มันก็เป็แค่ความฝัน เป็แค่ฝันที่ต่อมาผมก็เลือนลืมไปจนเกือบหมด โดยที่ไม่ได้เก็บมาคิดหรือสนใจอะไรอีกเลย จนกระทั่งบัดนี้
"ทำไมจันต้องพาฉันมาตรงนี้ล่ะ?" ผมถามจัน
"คือว่า ผม.. คือผม กลัวเขาจะได้ยินน่ะสิพี่กิต" พูดแล้วสายตาของจันก็เหลือบซ้ายแลขวาขึ้นมาอีก
"เขานี่ ก็คือ ผี ที่จันเพิ่งเล่าให้ฉันฟังใช่ไม๊ เขานี่เป็ผีผู้ชายรึ?
จันพยักหน้า " ใช่แล้วพี่กิต ตอนนั้นน่ะ มะลิเห็นชัดเจนเลย แต่เห็นข้างหลังนะ วันนั้นตอนค่ำ ฝนตั้งเค้าทำท่าจะตก มะลิก็รีบลงไปเก็บเสื้อผ้าที่ตากอยู่บนราวหลังบ้าน พอเก็บเสื้อผ้าลงตะกร้าเสร็จ ก็ดันเหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งกำลังยืนหันหลังอยู่ตรงมุมหลังบ้าน ตรงนั้นถึงจะมืดมาก แต่ก็ยังมองเห็นว่าใครคนนั้นใส่เสื้อสีขาว ผมสั้น เป็ผู้ชายแน่ๆพี่กิต มะลิบอกอีกว่าดูยังไงก็ไม่คุ้นตา ต้องไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งในพวกเราแน่ๆ"
จันหยุดไปเล็กน้อยแล้วหันมามองผม "จะว่าเป็พี่กิต ผู้ชายคนนั้นก็ดูสูงกำยำ ไม่เหมือนพี่กิตที่สูงผอมพอดีๆ ไม่ได้กำยำเท่าเขา"
"อาจจะเป็คนนอกบ้านหรือข้างบ้านแวะเข้ามาหา แล้วมองไม่เห็นใครในบ้านหรือเปล่า?" ผมตั้งข้อสังเกตุเพราะยังไม่เชื่อว่า สิ่งที่มะลิเห็นเป็ตัวเป็ตนนั้น จะเป็ผีหรือิญญาไปได้
จันส่ายหัว "พี่กิตก็รู้ว่าพอทุ่มนึงพวกเราก็ปิดประตูรั้วลงกลอนตามที่เจ๊สานายผมแกกำชับไว้ทุกวันนี่ครับ เจ๊สานี่แกกลัวขโมยจะเข้ามาลักอุปกรณ์ทำน้ำเสาวรสจะตายไปนะพี่"
'เอ้า... แล้วถ้างั้น มะลิทำไงต่อล่ะ?"
"มะลิก็เลยวางตะกร้าลง แล้วเดินไปหาผู้ชายคนนั้น แต่เขาก็เหมือนจะรู้ตัว แล้วก็รีบเดินออกไปทันที โดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย พอเขาเลี้ยวซ้ายลับมุมบ้านไปแล้ว มะลิก็รีบจ้ำเดินเลี้ยวตามไปทันที แต่น่าแปลกเหลือเกินพี่กิต ก็ตรงทางเดินข้างบ้านที่เขาเพิ่งจะเลี้ยวไปแว๊บเดียวน่ะ กลับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลยนะพี่ มะลิตอนแรกก็มึนๆและยังคิดสงสัยว่า ผู้ชายคนนี้คงจะเดินเร็วมาก และคงจะเดินไปถึงนอกรั้วหน้าบ้านแล้วรึเปล่า มะลิจึงรีบตามออกไปดู แล้วก็นึกขึ้นได้ว่า ได้ล็อกประตูและใส่กุญแจไว้จากด้านในแล้ว มะลิจึงกวาดตามองหาเขาจากช่องประตูด้านในออกไปที่หน้าบ้าน แต่... แต่ว่าก็ไม่..."
"แต่ว่า ก็ไม่มีใครอยู่ที่นอกรั้วหน้าบ้านเลยใช่ไหม เขาคงปลดกลอนออกไปแล้วสิ" ผมสรุปให้เพราะเห็นจันปากค้างและทำท่าสยิวกายขึ้นมา
"ไม่ใช่ๆนะพี่กิต..." จันรีบปฏิเสธ "พี่กิตอย่าลืมสิว่า ประตูหน้าบ้านเรานี้นอกจากลงกลอนแล้ว ก็ยังคล้องสายยูจากด้านในด้วย ส่วนดอกกุญแจมะลิก็เอาไปแขวนไว้ที่ห้องครัวชั้นล่าง ตามคำกับชับของเจ๊สาเป็ประจำ ตอนเช้าตรู่นั่นแหล่ะมะลิถึงจะไปไขกุญแจเปิดประตูอีกที ส่วนพี่กิตพอเลิกงานกลับมาจากข้างนอกตอนดึก ก็เข้าประตูเล็กด้านซ้ายมือโน้น แล้วก็ต้องไขกุญแจเข้ามาเองใม่ใช่เหรอพี่?"
ผมนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อทบทวนสิ่งที่จันเพิ่งเล่า "ก็ใช่นะ แต่พี่ว่าเขาอาจจะ.."
"พี่กิตคงคิดว่าเขาอาจจะมีกุญแจแบบที่แขวนไว้ในครัว แล้วรีบไขออกไปใช่ไหม?"
จันหยุดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ "ต่อให้มีกุญแจก็ไม่มีทางจะไขได้เสร็จก่อนที่มะลิจะเดินตามออกมาถึงหน้าบ้านหรอกพี่กิต แม่กุญแจนี้มันเก่าไขยากกว่าปกติพอควร ต่อให้เป็กุญแจใหม่ๆยังไงก็ต้องใช้เวลาไขหน่อยนึงล่ะพี่ "
"งั้นก็สรุปว่า เขาหายสาปสูญไปอย่างไร้ร่องรอยจริงๆเหรอ พอมะลิเดินตามออกไปถึงหน้าบ้าน เขาก็หายสาปสูญไปอย่างกับล่องหนอย่างงั้นรึจัน?"
ผมยังคงคิดว่าที่มะลิเห็นต้องเป็คนจริงๆ ไม่ใช่เป็ผี หรือิญญาล่องหนอะไร และไม่อาจจะเชื่อว่า คนมีเนื้อมีหนังจะล่องหนไปเฉยๆได้
"ไม่ใช่พี่ๆ.." จันท้วง "เขาไม่ได้หายไปจากตรงหน้าบ้าน เพราะมะลิเมื่อหายมึนแล้ว ก็บอกอย่างมั่นอกมั่นใจกับผมว่า เขาต้องหายไปั้แ่เดินเลี้ยวลับมุมบ้านไปแล้วต่างหาก เพราะมะลิน่ะ มองไม่เห็นเขาอีกั้แ่ตรงนั้นแล้วพี่!"
จู่ๆก็มีลมเย็นๆะเืหอบหนึ่งพัดกรูเกรียวผ่านตัวเราทั้งสองคนไป สายลมนั้นราวกับมีััของบางสิ่ง... บางสิ่งที่เหมือนจะกระซิบบอกว่า รอบๆนี้ล้วนเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความอาถรรพ์...
ความอาถรรพ์ที่มากเกินกว่าที่เราจะคาดคิด...!
จันรีบหันซ้ายหันขวา สีหน้านั้น ก็ซีดขึ้นมาอย่างฉับพลัน...!