•3•
ถามอย่างสงสัย? ไม่ได้ติดขัดอะไรเพราะตั้งใจแต่แรกอยู่แล้ว จะแบ่งรายได้ให้แก่เขา 3% กลัวเขาต่อรองเยอะ จึงพูดแค่ 1% ราวกับเขาอ่านจิตใจฉันได้เสียอย่างนั้น! พูดออกมาตรงใจสุด ยังคงตะลึงการขอค่าจ้างน้อยกว่าที่เสนอให้ แต่สิ่งที่เขาเอ่ยออกมา ย่อมสมเหตุสมผลในตัวของมันเอง จึงไม่ต้องคิดมากสิ่งอื่นใดอีก! ส่วนอีกข้อนั้นแอบแฝงไปด้วย ความรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก ขมวดคิ้วกลั้นใจรอฟังคำตอบเขาอย่างลุ้นระทึก.. นั่งเกร็งบนเก้าอี้ ตัวชาแข็งทื่อเม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าทีละนิด เขาจ้องมองไม่วางตากระตุกยิ้ม จนต้องหยิบกระดาษทิชชู มาคอยซับตลอด เป็ครั้งแรกที่รู้สึกเหมือน โดนกดดันอย่างบอกไม่ถูก! เครื่องปรับอากาศเสียหรือเปล่าเนี่ย? ชำเลืองมองเรียกต้นน้ำ ให้ไปดูแทนว่ายังเย็นอยู่ไหม?
มรกต : หนูช่วยไปดูเครื่องปรับอากาศหน่อย! มันยังใช้งานได้ปกติอยู่หรือเปล่า? พี่รู้สึกร้อนน่ะ!
ต้นน้ำ : ได้เลยค่ะ!
หลังจากสาวน้อยเดินไปตรวจสอบแต่ละเครื่อง ต้องหันหน้ามามองเขา เมื่อปากบางนั่นขยับแล้ว
เพทาย : อีกข้อหนึ่งคือ.. ผม้าจีบคุณครับ!
โทนเสียงนุ่มลึกละมุนละม่อมพูดขึ้นมา จนหายใจโล่งคอกว่าเดิมเยอะพอสมควร ตอบกลับเขาไป
มรกต : แค่จีบเองนะ! ได้สิไม่มีปัญหาค่ะ!
เพทาย : ถือว่าคุณอนุญาตแล้วนะครับ!
สมองที่คิดตอบส่งเดชไป เริ่มประมวลผลอีกครั้ง!
มรกต : เอ๊ะ!! จีบฉันเหรอคะ?
ทวนคำถามเขา ให้แน่ใจว่า.. ไม่ได้หูฝาดไป!
เพทาย : ครับ! ผมอยาก.. แต่งงานกับคุณ!
น้ำเสียงหนักแน่นเน้นอย่างจริงจัง
มรกต : เดี๋ยวนะ! พวกเราสองคนพึ่งเจอกัน ได้ไม่นานเอง! ยังไม่ทันรู้จักนิสัยใจคอดีเลย มาพูดเื่แต่งงานแล้ว? มันไม่ตลกไปหน่อยเหรอคะคุณ?
พูดเสียงตะกุกตะกัก อย่างไม่เชื่อหูตัวเองสักนิด!
เพทาย : ผมจริงจังครับ! ไว้คุณตัดสินใจได้เมื่อไหร่? ติดต่อผมมาได้เสมอครับ! ถ้าไม่มีอะไรแล้ว! ผมต้องขอตัว กลับไปจัดการธุระส่วนตัวก่อนครับ!
เขาพูดจบเดินจากไป ส่วนฉันเองได้แต่ทำหน้ามึนงง! เป็ใครจะไม่สับสนกัน? เจอแบบนี้เข้าไป!
พลัส : คุณมรกตเขายอมตกลงไหมคะ?
พนักงานคนดีเข้ามาสะกิด พร้อมถามคนใจลอย
มรกต : เอ่อ.. ขอเวลาทบทวนก่อน!
ตอบกลับอย่างมึนงง ตะลึงสถานการณ์เมื่อครู่อยู่
ต้นน้ำ : พี่คะ! เครื่องปรับอากาศปกติดีทุกเครื่องค่ะ! พี่ไม่สบายหรือเปล่าคะ? กลับบ้านไปพักผ่อนดีไหมคะ? วันนี้มีลูกค้าแค่เพียง 10 โต๊ะ เดี๋ยวหนูช่วยงาน พี่พลัส ดูแลต่อให้เองค่ะ! พี่ไม่ต้องกังวลนะ
สาวน้อยมองใบหน้าเลื่อนลอยอย่างสับสน ไม่รู้คนที่มาสมัครงานใหม่ พูดอะไรกันแน่! ถึงได้จิตใจไม่อยู่กับตัวอย่างนี้ได้ แต่ไม่กล้าเอ่ยเซ้าซี้ถาม
พลัส : ใช่ค่ะ! พอพวกเราปิดร้านแล้ว! เดี๋ยวให้สามีขับรถยนต์มารับกลับ แวะส่งน้องต้นน้ำที่บ้านคุณมรกตแทนเองค่ะ! จะได้ไม่ต้องมาพะว้าพะวัง
สองสาวช่วยกันพูด อย่างเป็ห่วงเ้านายตนเอง
มรกต : ถ้าอย่างนั้น! รบกวนด้วยนะทั้งสองคน! ขอฝากร้านนี้ไว้ในมือด้วย ระวังเื่ฟืนไฟดูความเรียบร้อยให้ถี่ถ้วน ก่อนกลับบ้านนะ!
ทั้งคู่พยักหน้าพร้อมทำงานตามคำสั่งของเ้านาย เธอเดินไปเอากระเป๋า ขับรถหรูกลับบ้าน นอนพักผ่อน คิดทบทวนสิ่งที่ชายแปลกหน้ารูปงามคนนั้น พูดข้อเสนอมา ถ้าเป็ก่อนหน้านี้ ย่อมตกลงทันควัน แต่ทว่า.. เมื่อไม่นานนี้ เสียงโทรศัพท์ จู่ ๆ เริ่มดังขึ้นมา พอเห็นรายชื่อ หยิบมารับสายอย่างรวดเร็ว
ไนซ์ : ที่รัก.. คุณไม่สบายเหรอครับ? ผมมาหาคุณ ที่ร้านแล้ว แต่พนักงานบอกคุณกลับบ้านไปพักผ่อน เป็อะไรมากไหมครับ? ให้ผมพาไปส่งโรงพยาบาลไหม? ผมใกล้ถึงหน้าบ้านคุณแล้วครับ!
น้ำเสียงอบอุ่น ราวกับห่วงใยจนออกนอกหน้า
มรกต : ไม่เป็อะไรมากหรอกค่ะ! ขอนอนพักคนเดียวก็คงหายดีแล้ว คุณกลับไปทำงานเถอะค่ะ!
ตอบกลับเขา ไม่ให้กังวลเกินกว่าเหตุ
ไนซ์ : ผมตั้งใจชวนคุณไป แนะนำตัวกินมื้อค่ำกับเพื่อนพ้องสักหน่อย! ถ้าอย่างนั้นนอนพักผ่อนเถอะครับ! จะได้หายเร็วขึ้น! ผมเป็ห่วงนะ! ถ้ามีอะไรโทรหาได้ตลอดเลยนะ! รู้ไหมครับ?
มรกต : ขอโทษด้วยค่ะ! ขับรถดี ๆ นะคุณ
หลังจากตัดสาย ยกมือใช้นิ้วนวดขมับ! ผ่อนคลายอารมณ์ อย่างที่ทุกคนได้ยินดี! ไนซ์คือแฟนใหม่ ที่พึ่งคบหากันได้ไม่กี่วันเอง! เพราะอย่างนี้ถึงได้ไม่ตอบตกลง พ่อรูปงามคนนั้น! จะคบซ้อนคงไม่ใช่เื่ดีสักเท่าไหร่? เดินเข้าไปอาบน้ำแล้วรีบนอนพักทันที
หนุ่มหล่อยกแก้วเหล้ากระดกดื่ม อยู่ในร้านเหล้าของผู้เป็พ่อมอบให้มาดูแลต่อ สายตาคมมองลงไปสะดุดโต๊ะหนึ่ง เป็ผู้ชายนั่งโอบไหล่ผู้หญิงนัวเนียอยู่ตั้งสองคน ยืนแอบขำภาพตรงหน้าส่ายหัวไปมากระตุกยิ้มเ้าเล่ห์ กวักมือเรียกลูกน้องคนสนิทให้ไปแอบถ่ายรูปมา ั้แ่ในร้านถึงบนเตียงอย่าให้ขาดทุกรายละเอียด เขาไม่เคยยอมแพ้ ต่อเป้าหมายที่้าเลยสักครั้ง ผู้ชายคนนั้น! เป็แฟนกับเธอเขาย่อมรู้ดี ลูกน้องสืบมาไม่เคยพลาด! ใครจะรู้ว่าหางจะโผล่ ได้เวลาอย่างพอดี กำลังเบื่อหน่ายที่เธออึกอัก ไม่ตอบรับข้อเสนออยู่เลย หลังจากนี้คงเอาชนะใจเธอไม่ใช่เื่ยากแล้ว หึหึ! เดินเข้าห้องจัดการเอกสารต่อ เฝ้ารอเวลาให้เธอตอบกลับมา!
1 สัปดาห์ผ่านไป..
ยังคงคิดไม่ตกว่าจะเอาอย่างไรดี? สับรางสองคน รถไฟจะชนกันหรือเปล่านะ อุตส่าห์รอให้คนอื่นมาสมัครใหม่ แต่เหมือนฟ้าจะกลั่นแกล้ง ไม่มีใครยอมโผล่หัวกันมาสักคนเดียว! นั่งดื่มกาแฟในคาเฟ่แห่งหนึ่ง เพื่อรอเพื่อนสมัยเรียนนัดเจอกัน ตอนแรกไม่อยากมาสักเท่าไหร่! แต่ถ้ามันไม่มีปัญหาอะไร คงไม่นึกถึงฉันคนนี้หรอก! ด้วยหัวใจที่งดงาม จึงพาตัวเองมานั่งลงให้คำปรึกษาทันที ฉันเป็คนดีมากใช่ไหมล่ะ! ฮ่า ๆ หัวเราะร่วนอยู่ภายในใจ
มะปราง : ไม่เจอกันนาน! สวยขึ้นเยอะเลย!
คำหวานที่ชวนขนลุก ทำให้ยิ้มแห้งก่อนพูดคุย
มรกต : มีธุระอะไรบอกมาได้เลย! ถ้าช่วยได้จะยินดีช่วย ไม่บ่ายเบี่ยงอย่างแน่นอน! เพราะตอนเรียนมหาลัย เธอเคยช่วยเหลือไว้ยังจำได้ดี!
เข้าประเด็นเอ่ยถาม เพื่อไม่ให้เสียเวลา
มะปราง : คือตอนนี้! ทางบ้านตัดเงินค่ากินอยู่น่ะ! อยากขอยืมเงินสัก 10 ล้าน จะได้ไหม? เราจะเอาไปลงทุนน่ะ! หากไม่มีไม่เป็อะไรนะ เราเคยไปขอกู้อยู่ที่หนึ่งเป็แบบนอกระบบ มันต้องมีคนค้ำประกัน เธอพอช่วยเซ็นให้จะได้ไหม? เรามีหลักประกันแค่รถหรู 3 ล้าน จึงไม่น่าเชื่อถือช่วยเราหน่อยจะได้ไหม? ถือว่ารบกวนเป็ครั้งสุดท้าย!
พูดจาอ้อนวอนขอความเมตตา ดวงตาแดงก่ำน้ำตาไหลอาบ เป็สายยาวเลอะเทอะสองแก้ม
มรกต : เธออย่าร้องสิ! วางแผนธุรกิจมาแล้วเหรอ? จึงตั้งใจนำเงินก้อนไปลงทุนเยอะขนาดนี้ได้น่ะ! เงินเก็บฉันคงไม่พอให้ยืมหรอกนะ แต่ถ้าเธอช่วยอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม อาจจะช่วยเซ็นค้ำประกันสนับสนุนให้ เพราะเป็จำนวนเงินก้อนโต ถ้าพังทลายคงเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าแน่!
หลังจากได้ฟังพิจารณาตามอย่างถี่ถ้วน สรุปจับใจความสำคัญได้ว่า.. เธอจะนำเงินทุ่มทุนสร้างบ้านพักตากอากาศติดชายทะเล ปล่อยให้เช่าบนผืนดินที่เคยซื้อไว้ เป็สมบัติส่วนตัว่มีเงินทอง แต่ไม่ยอมเอาที่ดินทำเป็หลักทรัพย์ค้ำประกัน อ้างว่า.. กลัวธุรกิจได้ผลกำไรไม่เท่าที่ควร จะต้องจ่ายดอกเบี้ยหนักมาก เพราะยังไม่รวมค่าภาษีอื่น ที่ต้องชำระในแต่ละปียินดีแบ่งกำไร 20% หากครั้งนี้ฉันยอมยื่นมือเข้าช่วยเหลือ เมื่อตั้งใจแล้วว่า.. จะปฏิเสธ! ไม่อยากหาภาระให้ตนเอง เธอจึงพูดถึงหนี้บุญคุณสมัยตอนเรียน ที่ฉันเคยบังเอิญเผลอทำรถหรู มีรอยขีดข่วนจนต้องเปลี่ยนสีรถใหม่ทั้งคัน ให้เ้าของรถคันนั้น ค่าทำสีราคาหลักล้าน เป็เธอยอมช่วยเหลือ ใช้เวลาทำงานอยู่หลายปี กว่าจะผ่อนเธอจนครบจำนวน ไม่น่ามาเลยฉัน! สุดท้ายแล้ว.. ต้องพยักหน้าตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจ เธอยอมนั่งลงบนพื้นกอดขาด้วยน้ำตานองหน้า เล่นกดดันขีดสุดกันเสียอย่างนั้น!
มะปราง : ขอร้องล่ะ! ฉันยินดีขายรถให้เธอเลยนะ! หากเธอไม่คิดช่วย! ฉันจะไปฆ่ๅตัวตๅ€ หน้าร้านอาหารของเธอ! เวลาที่ฉันไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว! เธอจะได้รู้สึกผิดไปจนวันตาย เมื่อมองนอกร้าน!
ตอนแรกก็ขอร้องหรอก สักพักขู่เข็ญบังคับกันเสียอย่างนั้น
มรกต : ได้! จะยอมช่วยเื่ครั้งนี้ให้! เดี๋ยวเธอช่วยไปเตรียมโอนชื่อรถยนต์ก่อน แล้วไปขอกู้เงินจะเซ็นค้ำประกันให้เธอเอง! ตกลงตามนี้นะ?
ฝ่ายตรงข้ามพยักหน้าราวกับมีความหวัง
เมื่อทำเื่หลายอย่างจนเรียบร้อย เพื่อนคนนั้น! ขอแยกตัวกลับบ้านของตนเองไป! แต่ไม่รู้ว่า.. เป็เพราะอะไรกันแน่? จึงได้รู้สึกตงิดราวกับมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีนัก! กำลังจะเริ่มก่อเกิดขึ้นมา จากสิ่งที่ได้กระทำลงไปทั้งหมดภายในวันนี้ ขอให้แค่คิดจนกังวลไปเองน่าจะดีกว่า! มองท้องฟ้าเริ่มมืดค่ำแล้ว แต่อารมณ์ที่ขุ่นมัว คงต้องหาที่ระบายแล้ว ระหว่างขับรถหรูไปเรื่อยบนถนน ก็เป็คันของคุณมะปรางแหละ! พอดีวันนี้ไม่อยากขับเอง จึงเลือกนั่งรถบริการส่วนตัวมายังคาเฟ่ แต่สุดท้ายดันต้องมานั่ง หมุนพวงมาลัยเหยียบคันเร่งกลับอีก! เมื่อฝนเริ่มตกหนักขึ้น จึงเลี้ยวรถเข้าร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เพราะขับตอนนี้ถนนลื่นจะตาย เน้นความปลอดภัย จึงเป็เื่ที่สำคัญสุด! เดินเอื่อยเฉื่อยอยู่ในร้านนี้ บรรยากาศถือว่าไม่เลวเลย สายตาคู่สวยมองทอดยาวสังเกตโดยรอบ ดูสิ่งแปลกใหม่ เพราะไม่ชอบการดื่มที่แออัด ไร้ซึ่งความเป็ส่วนตัว สั่งให้พนักงานเปิดห้อง Vip ให้แทน สองขาเรียวก้าวขึ้นบันได ยืนจับราวกั้นมองต่ำลงไปสู่เบื้องล่าง ผู้คนพลุกพล่านจนอยากเริ่มมีกิจการร้านเหล้าบ้าง! หลับตาพริ้มยิ้มหวาน ซึมซับความสนุกจากคนอื่น ขณะเดียวกันนั้น ััโดนลมหายใจอุ่นเป่ารด ่คอ ตามมาเสียงกระซิบแ่เบาข้างหู จนต้องสะดุ้งโหยงขนลุกซู่ เบี่ยงตัวหลบหันหน้ามาสบตา เ้าของโทนเสียงนุ่มลึก โชคร้ายจังนะ! ต้องมาพบเจอคนอย่างเขาในเวลาแบบนี้ได้น่ะ!
เพทาย : ไม่เจอกันตั้งหลายวัน คิดถึงคุณแย่เลย!
ยิ้มทักทายเป็มารยาทให้แก่เขา ก่อนเริ่มพูด
มรกต : บังเอิญเหลือเกินค่ะ! ได้พบคุณอีกครั้งเป็ที่นี่ด้วย!
ตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริง แม้จะรู้สึกหวาดระแวง อยู่บ้างเล็กน้อย แต่ก็ยังมีความอบอุ่นแทรกซ้อน เข้ามาอย่างบอกไม่ถูก เวลาเจอหน้าเขาราวกับเคยพบกันมาก่อน! ซึ่งยังคงจำไม่ได้อยู่ดี!
เพทาย : ทบทวนเื่ของผมไปถึงไหนแล้วครับ?
มรกต : อีกไม่กี่วัน! คงให้คำตอบได้แล้วค่ะ! ขอตัวก่อนค่ะ! พอดีว่า.. พึ่งมาถึงเองค่ะ! ไว้เจอกันใหม่!
พูดจบเดินเข้าห้องที่สั่งเปิดไว้ ค่อย ๆ หย่อนลำตัวนั่งลงบนโซฟา เทเครื่องดื่มกระดกเข้าปาก พร้อมรอยยิ้มหวาน ร่างสูงโปร่งยืนมอง ผ่านกระจกใสตรงหน้าประตู รีบเดินเข้าห้องทำงาน นั่งบนเก้าอี้เปิดกล้องดูในโทรศัพท์ อย่างลุ่มหลงสาวสวยรายนั้น จนไม่เป็อันทำอะไรแล้ว กระตุกยิ้มเ้าเล่ห์ ตอนแรกเขาตั้งใจส่งรูปแฟนของเธอ แอบมีคนอื่น แต่พบว่า.. มีเื่สนุกมากกว่านั้นอีก ทำได้แค่หยุดชะงักแผนกลยุทธ์ เฝ้าดูละครฉากเด็ดอีกไม่นานเกินรอหรอก! ให้เธอได้ตาสว่างรู้แจ้ง หลังจากนั้นไหล่กว้างนี้ เธอคงต้องแอบอิงซบอยู่ทุกวัน จนเบื่อแน่! ราวกับในสมองมีแต่อุบายเ้าเล่ห์ เต็มหัวไปหมด!