และตอนนี้ภายในถ้ำอันมืดมิด แสงสีทองอ่อนจากหิ่งห้อยกว่าสิบตัวลอยวนไปมาอย่างเชื่องช้า สาดส่องผนังหินให้ปรากฏเงาเลือนราง บรรยากาศที่ควรน่าหวาดหวั่นกลับให้ความรู้สึกสงบเย็นอย่างประหลาด
หลังจากหลี่ซวนก้าวเข้าสู่ ระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นต้น ได้สำเร็จ เขาก็รู้สึกราวกับร่างกายได้รับการชำระล้างและถือกำเนิดขึ้นใหม่!
เืลมสูบฉีด พละกำลังเพิ่มพูน แขนขาแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่า แม้แต่ประสาทััทั้งห้าก็เฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
เขาก้มมองของเหลวสีดำเหนียวข้นที่เกาะอยู่ทั่วร่าง พร้อมกลิ่นเหม็นรุนแรงที่โชยออกมาไม่หยุด ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างขื่น ๆ
"ข้าว่าจะออกไปล้างตัวเสียหน่อย พวกเ้าก็อยู่ศึกษาหนังสือนั่นต่อเถิด ตามที่ข้าเข้าใจ หากสร้างห้วงลมปราณได้สำเร็จ ขั้นต่อไปก็น่าจะต้องฝึกวิชาผนึกห้วงลมปราณ"
ถงจื่ออันพยักหน้าทันที "ได้ พวกเราจะรอเ้า"
ส่วนจี้อันเพียงพยักหน้าเบา ๆ เป็การตอบรับ
แม้ทั้งสองจะไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา แต่ภายในใจกลับรู้สึกเช่นเดียวกัน... บัดนี้ หลี่ซวนได้ก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่งแล้ว หากพวกเขายังอยากเดินเคียงข้างสหายคนนี้ต่อไป ก็มีเพียงต้องก้าวเข้าสู่เส้นทางผู้บำเพ็ญให้ได้เช่นกัน!
เมื่อหลี่ซวนเดินออกจากถ้ำ จี้อันก็กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "หนังสือเหล่านี้เป็ของจริง ในเมื่อโอกาสวางอยู่ตรงหน้า ต่อให้มีเพียงหนึ่งในหมื่น พวกเราก็ควรลอง"
กล่าวจบ เขาก็หลับตาลง เริ่มรวบรวมสมาธิอีกครั้ง ถงจื่ออันเองก็เลิกพูดเล่น แล้วนั่งขัดสมาธิทำตามหนังสือทันที
...
หลี่ซวนเดินมาตามทางเดินภายในถ้ำเพียงลำพัง ไม่นานนักเขาก็มาถึงทางแยกอีกสายหนึ่งที่จี้อันเคยกล่าวถึง และเขาก็เห็นโพรงอีกอันที่มืดมิดอยู่ตรงหน้า
ด้วยความสงสัยว่าดวงตาสีฟ้าครามของตนมีความพิเศษจริงหรือไม่ เขาจึงค่อย ๆ ลองกระตุ้นดวงตาสีฟ้าครามตามความรู้สึกพร้อมเพ่งมองเข้าไปในโพรงถ้ำอันมืดมิดเบื้องหน้า
ชั่วขณะนั้นเอง... ความมืดที่เคยบดบังทุกสิ่งกลับเลือนหายไป ราวกับม่านหมอกถูกเปิดออก ภาพภายในโพรงถ้ำอีกด้านปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ
หลี่ซวนอดยิ้มออกมาไม่ได้ "ใช้ได้จริงเสียด้วย... ถึงจะมองเห็นได้เพียงชั่วครู่ก็เถอะ"
แม้ภาพตรงหน้าจะสลายไปแล้ว แต่สิ่งที่เขาเห็นกลับยังคงประทับอยู่ในความทรงจำอย่างชัดเจน ราวกับถูกจารึกไว้ในส่วนลึกของสมอง จากภาพนั้น เขามองเห็นภายในโพรงถ้ำอีกสายได้ทั้งหมด ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นมาอย่างสงสัย
"นั่น... งูอสูรหรือ?"
ภายในโพรงถ้ำแห่งนั้น อากาศเย็นะเืจนลมหายใจกลายเป็ไอจาง ๆ แสงสลัวจากมอสส์เรืองแสงตามผนังหินเผยให้เห็นร่างมหึมาของงูอสูรสีดำที่กำลังขดตัวหลับใหลอยู่กลางถ้ำ เกล็ดสีดำของมันสะท้อนแสงราวกับเหล็กกล้า ทุกลมหายใจของมันทำให้ลำตัวขนาดมหึมาขยับขึ้นลงอย่างเชื่องช้า ส่งเสียงครืดคราดแ่เบาดังก้องไปทั่วโพรง
ข้างกายของมันมีแปลงสมุนไพรขนาดย่อม ที่ดูเหมือนไม่มีสมุนไพรหลงเหลืออยู่แล้ว
หลี่ซวนสูดลมหายใจเข้าลึก สายตาค่อย ๆ แข็งกร้าวขึ้น "หากปล่อยมันไว้... ถ้ามันเข้าไปยังทางที่ถงจื่ออันกับจี้อันอยู่ระหว่างที่ข้าไปล้างตัวข้างนอก เกรงว่าจะเกิดเื่ใหญ่"
เขาไม่มีทางเลือก... อสูรตัวนี้ ต้องถูกกำจัด!
หากเป็เมื่อก่อน ตอนที่เขายังเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา เมื่อพบว่างูอสูรซ่อนตัวอยู่ในโพรงถ้ำแห่งนี้ สิ่งแรกที่เขาคงทำคือรีบกลับไปพาถงจื่ออันและจี้อันหลบหนีให้ไกลที่สุด
ทว่าในตอนนี้... เขาได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้บำเพ็ญและอยู่ระดับ ลมปราณแรกเริ่มขั้นต้น แล้ว พลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายทำให้ความหวาดกลัวเมื่อครั้งอดีตค่อย ๆ เลือนหาย กลับกลายเป็ความมั่นใจที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
พอคิดอย่างนั้น แม้จะมั่นใจแต่ก็ไม่ประมาท เขาจึงหาสิ่งที่พอเป็อาวุธได้จากรอบข้าง แล้วก็เจอก้อนหินขนาดมหึมาก้อนหนึ่ง เขาก้มลงยกก้อนหินหนักหลายร้อยชั่งขึ้นด้วยสองมืออย่างง่ายดาย! หากเป็เมื่อก่อน ต่อให้ชายฉกรรจ์สี่ห้าคนก็ไม่อาจขยับมันได้ แต่เวลานี้... มันกลับเบาราวกับก้อนหินธรรมดา
"ลองดู... ว่าพลังของผู้บำเพ็ญ จะร้ายกาจเพียงใด!"
หลี่ซวนค่อย ๆ แบกหินขนาดใหญ่ก้าวเข้าไปในโพรงทีละก้าว ทิวทัศน์รอบข้างค่อย ๆ มืดลง บรรยากาศโดยรอบชวนให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก เขาย่องเข้าไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่จั้ง ดวงตาสีฟ้าครามของเขาพลันเปลี่ยนเป็สีครามเข้ม! โลกอันมืดมิดกลับสว่างไสวขึ้นในสายตา เขามองเห็นแม้กระทั่งการขยับตัวของมัดกล้ามเนื้อใต้เกล็ดสีดำของงูอสูร ราวกับทุกการเคลื่อนไหวของมันถูกเปิดเผยต่อสายตาของเขา
"ในขณะที่มันกำลังหลับ ข้าต้องลงมือให้เร็วที่สุด... หากมันรู้ตัวก่อน โอกาสชนะของข้าคงลดลงไปกว่าครึ่ง"
หลี่ซวนกลั้นลมหายใจและเก็บทุกการเคลื่อนไหวให้เบาที่สุด
ตึก... ตึก...
เสียงหัวใจของเขาเต้นดังอยู่ภายในอก ทว่าฝีเท้ากลับมั่นคงไร้ความลังเล เมื่อเข้าใกล้จนถึงระยะที่สามารถขว้างก้อนหินออกไปได้เต็มกำลัง เขาจึงหยุดฝีเท้าลง ดวงตาจับจ้องไปยังงูอสูรที่ยังคงหลับใหล พร้อมรวบรวมแรงทั้งหมดเข้าสู่แขนทั้งสองข้าง
"ตอนนี้แหละ!"
หวือ!!
ก้อนหินั์พุ่งออกจากมือราวกับดาวตก เสียงลมฉีกอากาศดังสนั่น!
งูอสูรพลันลืมตาขึ้น ดวงตาสีเหลืองทองหดลงเป็เส้นตรง มันััได้ถึงอันตราย แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าจะหลบพ้น!
ตูมมม!!
ก้อนหินมหึมากระแทกเข้ากลางลำตัวของมันเต็มแรง! ร่างมหึมากระเด็นไถลไปกับพื้นหิน เศษศิลาแตกกระจายไปทั่ว
"ฟ่อออออ!!"
เสียงคำรามของมันดังก้องะเืไปทั่วทั้งโพรงถ้ำ หลี่ซวนไม่ปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดลอย เขาถีบพื้นอย่างแรง ร่างทะยานเข้าประชิดในชั่วพริบตา หมัดขวาที่อัดแน่นด้วยลมปราณซัดเข้าใส่ดวงตาซ้ายของงูอสูรอย่างจัง!
ปึก!!
เืสีดำพุ่งกระเซ็น! งูอสูรร้องคำรามด้วยความเ็ป แต่แทนที่จะถอยหนี มันกลับคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าเดิม ลิ้นสีแดงเข้มยาวกว่าครึ่งลำตัวพุ่งเข้าหาหลี่ซวนราวกับหอกเหล็ก
หลี่ซวนไม่รอช้า รีบกระตุ้นดวงตาสีฟ้าครามเป็ครั้งที่สามทันที!
ชั่วพริบตานั้น โลกทั้งใบพลันช้าลงอีกครั้ง การเคลื่อนไหวของงูอสูร ลมที่พัดผ่าน รวมไปถึงเศษฝุ่นที่ลอยอยู่ในอากาศ ล้วนปรากฏชัดเจนอยู่ในสายตาของเขา
แต่เพียงไม่นาน... ความเ็ปรุนแรงก็แล่นเข้าสู่ดวงตาทั้งสองข้าง ราวกับถูกเข็มนับหมื่นเล่มแทงพร้อมกัน!
"อึก!"
หลี่ซวนรีบยกมือกุมดวงตาทันที ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวลงอย่างรวดเร็ว
ใช้ดวงตาติดต่อกันครั้งที่สาม... กลับมีผลข้างเคียงเช่นนี้หรือ!
เขากัดฟันแน่น แม้ดวงตาจะเ็ปจนแทบลืมไม่ขึ้น แต่ยังฝืนมองเห็นเงาร่างของงูอสูรได้ราง ๆ
เพียะ!!
ลิ้นของงูอสูรฟาดเข้าใส่หน้าอกของเขาเต็มแรง ร่างของหลี่ซวนกระเด็นไปกระแทกกำแพงหินอย่างจัง!
ตูม!!
เศษหินแตกกระจายไปทั่ว
"แค่ก..." เืคำหนึ่งไหลออกจากมุมปาก แม้จะได้รับาเ็ แต่เมื่อเทียบกับพละกำลังของร่างกายในตอนนี้แล้ว นับว่าไม่ได้หนักหนา
หลี่ซวนสูดหายใจลึก พลางลุกขึ้นยืนอีกครั้ง "ดูเหมือน... ต่อจากนี้จะใช้ดวงตานั่นไม่ได้แล้ว"
เขาฝืนเปิดดวงตาที่ยังคงเ็ป จ้องมองงูอสูรซึ่งกำลังดิ้นพล่านเพราะดวงตาซ้ายถูกทำลายไปแล้ว "ตอนนี้... เหลือเพียงอาศัยพละกำลังของร่างกายเท่านั้น!"
งูอสูรคำรามลั่น ก่อนพุ่งเข้ามาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง หลี่ซวนสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด จากนั้นกลับพุ่งเข้าหามันโดยไม่คิดถอย!
ในจังหวะที่หัวของงูอสูรพุ่งเข้ามา เขากลับบิดตัวหลบไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด ฝ่าเท้าถีบพื้นหินอย่างแรง ร่างทะยานไปยังด้านข้างของงูอสูรทันที
สายตาของเขาเหลือบไปเห็นก้อนหินมหึมาที่ขว้างออกไปก่อนหน้านี้ ซึ่งตอนนี้แตกเหลืออยู่ครึ่งหนึ่งตกอยู่ไม่ไกลนัก หลี่ซวนรีบวิ่งเข้าไป ใช้สองมือยกก้อนหินขึ้นอีกครั้ง ก่อนคำรามลั่น!
"รับนี่ไป!"
หวือ!!
ก้อนหินมหึมาถูกเหวี่ยงออกไปสุดกำลัง!
ตูมมม!!
มันพุ่งกระแทกศีรษะของงูอสูรเต็มแรง แรงกระแทกมหาศาลทำให้ศีรษะของมันกระแทกลงกับพื้นหินอย่างรุนแรง พื้นถ้ำแตกร้าวเป็ทางยาว งูอสูรร้องโหยหวนด้วยความเ็ป ร่างของมันเริ่มเสียการทรงตัว
เมื่อเห็นโอกาส หลี่ซวนก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขากระโจนขึ้นไปหาจุดบอดของมันแล้วจับศีรษะไว้แน่น ก่อนใช้หัวเข่ากระแทกลงบนดวงตาที่บอดไปแล้วเต็มแรง!
ปึก!!
เสียงกระดูกแตกดังแว่วออกมา งูอสูรดิ้นพล่านอย่างบ้าคลั่ง ด้วยความเ็ปมหาศาลที่ได้รับ มันจึงพยายามหันหลังเพื่อหลบหนี
พอหลี่ซวนเห็นดังนั้น เขากลับะโลงไปเหยียบหางของมันไว้แน่น! เขาโคจรลมปราณทั้งหมดภายในห้วงลมปราณสิบจั้ง ลมปราณจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่แขนขวา กล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างปูดโปนขึ้นทันที
"จบได้แล้ว!"
ตูม!!
หมัดแรกซัดลงกลางลำตัว!
ตูม!!
หมัดที่สองตามมาะเิซ้ำที่จุดเดิมอย่างรวดเร็ว!
ตูม!! ตูม!! ตูม!!
เสียงหมัดดังสนั่นะเืไปทั่วทั้งโพรงถ้ำ ทุกหมัดหนักหน่วงราวกับค้อนเหล็กปะทะศิลา กระดูกของงูอสูรตรงจุดนั้นค่อย ๆ แตกหักจนกลายเป็รูพรุน เสียงร้องของมันอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ งูอสูรพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย ก่อนร่างมหึมาจะอ่อนยวบลงอย่างสิ้นเรี่ยวแรง
จนท้ายที่สุด... ร่างมหึมาก็นิ่งสนิท ไร้ซึ่งลมหายใจอีกต่อไป
ภายในถ้ำกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงหายใจหอบของหลี่ซวนที่ดังก้องอยู่เพียงผู้เดียว เขายืนมองซากงูอสูรอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ
"ชนะแล้ว... แต่หากผิดพลาดเพียงก้าวเดียว ผู้ที่นอนอยู่ตรงนี้ คงเป็ข้า"
หลี่ซวนเดินเข้าไปใกล้ซากงูอสูร ขณะกำลังจะจากไป สายตากลับสะดุดเข้ากับวัตถุสีดำสนิทชิ้นหนึ่งภายในศีรษะของมัน มันมีขนาดประมาณกำปั้นเด็ก ผิวเรียบลื่นราวกับหยกสีดำ ภายในยังแฝงประกายแสงเล็ก ๆ เอาไว้
"สิ่งนี้คืออะไรกัน..."
หลี่ซวนหยิบมันขึ้นมาพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็นึกไม่ออกว่าเป็สิ่งใด สุดท้ายจึงเก็บมันใส่ไว้ในอกเสื้อ
"เอาไว้กลับค่อยศึกษาว่ามันคืออะไรละกัน"
หลังจากนั้นเขาก็หันไปมองแปลงสมุนไพรเพียงครู่เดียว แม้ภายในนั้นจะไม่มีพืชพรรณเหลืออยู่แล้ว กลับมีดอกไม้ต้นหนึ่งผลิบานอยู่เพียงลำพัง ราวกับไม่ควรมีอยู่ในสถานที่แห่งนี้ แต่เขาไม่คิดแตะต้อง เพราะไม่รู้ว่าสิ่งใดมีพิษ สิ่งใดมีประโยชน์ หากเก็บมั่วซั่ว เกรงว่าจะเสียของเปล่า
"ตอนนี้... ไปล้างตัวก่อนดีกว่า"
หลี่ซวนก้มมองของเหลวสีดำที่ยังติดอยู่ทั่วร่าง ก่อนหัวเราะเบา ๆ "เหม็นเสียจนตัวข้าเองยังแทบทนไม่ไหว"
กล่าวจบ เขาก็เดินออกจากโพรงถ้ำ มุ่งหน้าไปยังลำธารที่อยู่ไม่ไกลจากปากถ้ำ โดยไม่รู้เลยว่า... การต่อสู้ในวันนี้ เป็เพียงก้าวแรกของเส้นทางผู้บำเพ็ญอันยาวไกลเท่านั้น!