สาวใช้นางหนึ่งวิ่งมาด้วยสีหน้าที่ตื่นกลัว ราวกับตนเจออะไรบางอย่างที่ผิดแปลก เนื้อตัวของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อชุ่ม เดินเข้ามาคุกเข่าต่อหน้าหญิงสาวที่มีใบหน้างดงามราวกับเทพธิดานามว่าฟางซิน ที่นั่งอยู่บนโต๊ะหินหยก ใต้ต้นไม้ใหญ่
"นายหญิงเ้าคะ ฟะ ฟะ เฟยิ ยังไม่ตายเ้าค่ะ"
"ไม่ตาย? เ้าหมายความว่าอย่างไร เ้าก็เห็นนี่ว่ามันตายต่อหน้าต่อตาข้า"
"เมื่อครู่ข้าเดินผ่านหน้าจวนของเฟยิ ข้าได้ยินเสียงดัง เลยแวะเข้าไปดู แต่ข้ากลับพบเฟยิ ที่กำลังฟุบลงอยู่กับพื้นเ้าค่ะ เราจะทำอย่างไรกันดีเ้าคะนายหญิง ถ้าท่านเซียนรู้เื่เข้า"
"เ้าจะตื่นกลัวไปใยเล่า คิดจริงๆ หรือว่ามันจะกล้าไปฟ้องท่านเซียน ตัวมันทั้งปัญญาอ่อนและขลาดเขลา ข้ารังแกมันตั้งนาน มิเห็นมันจักกล้าปริปากไปฟ้องท่านเซียน"
"แต่...นายหญิงเ้าคะ......"
หญิงสาวยังไม่ทันจะพูดจบ
ฟางซินนางขมวดคิ้ว แผ่ไอปราณที่น่ากลัวออกมา จนสาวใช้ของนางมิกล้าจะเอ๋ยปากพูดต่อ
"หากเ้ายังพูดอีก ถ้าจักทำให้เ้าได้ตายก่อนมันเสียอีก...
เ้าจงทำราวกับตนไม่รู้ไม่เห็นอะไร อย่าให้ใครอื่นสงสัยได้ หากมีใครสงสัย หรือรู้เข้า เ้าคงจักรู้ว่าจักต้องเจอกับเหตุการณ์ใด... "
"จะ จะ เ้าค่ะ ขะ ขะ ข้าจักทำตามที่นายหญิงบอกเ้าค่ะ"
"เอาหละ เ้าไม่ต้องพูดมากความแล้ว ข้าจักไปดูให้เห็นกับตา ว่ามันตายแล้วหรือไม่"
"จะ เ้าค่ะนายหญิง"
หญิงสาวที่กำลังคุกเข่า ร่างกายของนางกำลังสั่นเทา ราวกับมีสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าอยู่ตรงหน้า
ตัดมาที่ หนุ่มน้อยเฟยิที่กำลังนั่งส่องกระจก และพิจารณาสิ่งต่างๆ อยู่ครู่หนึ่ง เขาได้แต่พึมพรำกับตัวเองพรางถอนหายใจ
"ถ้าฉันตายที่นี่ แล้วจะได้กลับโลกเก่าไหมนะ"
จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแปลกๆ
"คุณกลับไปไม่ได้หรอก เพราะคุณในโลกเก่า ร่างกายได้หมดลมหายใจไปแล้ว "
เขารู้สึกฉงนใจเมื่อได้ยิน ภาษาและลักษณะการพูดคล้ายคลึงกับโลกเก่าของตน
"ใครพูดน่ะ เสียงใคร ออกมานะ"
"ฉันก็ออกมาตั้งนานแล้วไง"
เฟยิได้ปลายตามองไปรอบๆ แต่แปลกมากที่เขากลับไม่เห็นใครเลย
"ฉันอยู่นี่ไง มองไปทางไหนเนี่ย"
เฟยิได้ปลายตามองตามเสียง พบเพียงนกน้อยสีชมพูปากแดงตัวอ้วนกลม ที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่างบานที่ถูกเปิดออก
"อย่าบอกนะว่าเสียงที่ฉันได้ยิน มาจากนกตัวอ้วนนี้"
ฉันไม่ใช่นกตัวอ้วนนะ ฉันคือระบบต่างหาก อย่ามาบู้
บี้ฉันนะ"
"อ๋องั้นหรอ ไม่ได้เป็แค่นกอ้วนสินะ"