ชีวิตของเซวียนซือซือดำเนินไปอย่างสงบสุข เมื่อวานก่อนที่เถ้าแก่หยวนจะจากไปเธอได้เกริ่นกับเขาถึงเื่เห็ดชนิดใหม่ที่กำลังเพาะอยู่ เนื่องจากถูกจำกัดการใช้งานโครงข่ายและไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานอินเทอร์เน็ตจึงไม่สามารถสืบค้นจากฐานข้อมูลได้ มีเพียงเถ้าแก่หยวนและพรรคพวกที่มาจากเขต B เท่านั้นจึงจะสามารถทำได้
เสี่ยวหงใช้สตาร์แพดของเธอช่วยค้นหา ชื่อของเห็ดฟางและเห็ดหอมนั้นยังไม่มีในฐานข้อมูล แต่เซวียนซือซือจำเงื่อนไขตอนเห็ดนางรมได้ ชื่อเห็ดนางรมเป็เธอที่ตั้งเพราะเป็ผู้ค้นพบ ดังนั้นแม้โลกนี้จะมีเห็ดฟางอยู่จริง แต่หากคนที่ค้นพบคนแรกตั้งชื่อเป็อื่นไปพวกเขาก็ค้นหาไม่เจออยู่ดี
เพื่อความชัดเจนและรอบคอบ ถ้าเห็ดฟางและเห็ดหอมรอบนี้ออกดอกแล้ว เถ้าแก่หยวนจะเป็ธุระให้เซวียนซือซืออีกครั้งหนึ่ง และนอกจากนี้เซวียนซือซือยังบอกให้เขาเตรียมหาตลาดเห็ดไว้ด้วย เพราะครอบครัวเฉินเองก็เริ่มเพาะเห็ดแล้วเหมือนกัน
สาเหตุที่เธอไม่ได้ให้เฉินเสี่ยวโม่ผู้เรียนที่สถาบันศึกษาแห่งชาติที่เขต A เป็คนค้นหาจากฐานข้อมูล นั่นเป็เพราะว่าภูมิลำเนาในสำมะโนประชากรของเขาตอนนี้คือเขต C เขาจึงไม่สามารถเปลี่ยนเป็กำไลเป็รุ่นอื่น เพราะถ้ายังเป็กำไลรุ่นนี้ แม้จะใช้สตาร์แพดที่ทางมหาวิทยาลัยแจกก็ไม่สามารถลงทะเบียนใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อยู่ดี เว้นแต่ว่าครอบครัวเฉินจะให้เฉินเสี่ยวโม่ไปเช่าบ้านแล้วแจ้งย้ายออกจากที่นี่ไปอยู่ที่บ้านเช่าเขตอื่น เขาจึงจะเป็อิสระ
เซวียนซือซือคิดว่าเื่นี้ค่อนข้างลำบากสำหรับเฉินเสี่ยวโม่ แต่ก็จนใจเพราะรายได้ของครอบครัวเฉินนั้นน้อยนิดไหนจะต้องจ่ายส่วยทุกเดือน และยังจะต้องเก็บเงินไถ่ตัวเอง นี่ไม่รวมถึงการที่เฉินเสี่ยวโม่ตัดสินใจไม่ลงนามในสัญญาเงินกู้จากรัฐบาล เื่นี้เขาได้อิทธิพลมาจากความคิดของเซวียนซือซือเต็มๆ ดังนั้นชีวิตของเด็กหนุ่มจึงค่อนข้างอัตคัด
เซวียนซือซือไม่ได้เสนอเื่การให้ยืมเงิน และทางบ้านเฉินเองแม้จะรู้ว่าหญิงสาวขายผลผลิตได้เงินมามากมายแต่พวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยปากอะไรเช่นกัน
น้ำใจใช้ได้แต่ก็มีวันหมดไป..
เื่เงินไม่เข้าใครออกใคร หากยังอยากรักษาความสัมพันธ์ให้คงอยู่ ไม่ว่าจะสนิทแค่ไหนก็อย่าได้มีเื่เงินทองเข้ามาเกี่ยวข้องเป็อันขาด
เช้าวันนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มเป็พิเศษ อากาศของที่นี่แปรปรวนมาก แค่ในเวลาหนึ่งวันอุณหภูมิสามารถสูงขึ้นและลดลงได้มากถึง 30 องศาเซลเซียส
สองพี่น้องยังคงดูแลพืชพรรณเหมือนอย่างที่เคยทำ เวลาที่เหลือจากการดูแลแปลงผักของตัวเอง เซวียนซือซือก็จะทดลองไปช่วยป้าเฉินดูแลแปลงข้าวโพด และมันก็เป็เช่นนี้เรื่อยมาจนกระทั่งถึงวันต้นเดือน
การเก็บเกี่ยวครั้งต่อไปจะมาถึงในไม่ช้า มะเขือเทศบางส่วนเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดง ขณะที่สองพี่น้องหัวเราะคิกคักอยู่ในแปลงมะเขือเทศ เซวียนซือซือรู้สึกว่ามีสายตามองมาจึงปัดก้นแล้วลุกขึ้นเพื่อมองหาที่มาของสายตานั้น ก่อนจะพบว่าเป็กลุ่มคนที่มองมา กลุ่มคนพวกนี้น่าจะเป็ครอบครัวที่มีสมาชิกทั้งหมดห้าคน ชายสามคนและผู้หญิงอีกสองคน
“สวัสดีจ้ะ พวกเราเพิ่งมาอยู่ใหม่ได้ไม่กี่วัน เห็นว่าเป็เพื่อนบ้านเลยมาทำความรู้จักกันไว้น่ะ” หญิงวัยกลางคนเป็ผู้นำในการเอ่ยทักทาย
“เพื่อนบ้าน?” เซวียนซือซือทำหน้างง
“ใช่แล้ว ครอบครัวป้าอยู่ข้างๆ นี่เอง ที่ดินหมายเลข 200 น่ะจ้ะ”
ที่ดินหมายเลข 200?
หลังจากได้รู้ว่าผู้มาใหม่กลุ่มนี้คือผู้ได้รับการแบ่งสันให้อยู่ในที่ดินหมายเลข200 เซวียนซือซือก็รู้สึกไม่สบายใจสักเท่าไรเพราะตามเนื้อเื่ครอบครัวที่อยู่ข้างๆ ที่ดินของนางร้ายอย่างเธอนั้นคือครอบครัวหนิงนางเอกของเื่
โอ้ นางเอกของเื่ หนิงเิคงจะเป็เด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างหลังสตรีวัยกลางคนที่ทักทายเธอสินะ
และเพราะยังไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจว่าวันที่นางเอกจะมาถึงนั้นไวขนาดนี้ เซวียนซือซือจึงตอบกลับสั้นๆ อย่างไม่ค่อยเป็ธรรมชาตินัก
“สะ สวัสดีค่ะ”
“เรียกฉันว่าป้าหนิงก็ได้จ้ะ ไอ้หยา โชคดีจริงๆ เลยนะที่ดินแถบนี้พืชพรรณดูอุดมสมบูรณ์” หลี่เซิงมารดาของหนิงเิมองไปที่แปลงมะเขือเทศของคนตรงหน้าแล้วชมเปาะ
ไม่ใช่แค่หญิงสาวตรงหน้าเท่านั้นที่โชคดี ครอบครัวเธอเองก็น่าจะโชคดีเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เธอได้เดินสำรวจละแวกนี้มาหมดแล้ว เห็นได้ชัดว่าที่ดินหมายเลข 198 และ 199 ที่มีเ้าของเพาะปลูกอยู่ พืชพรรณเติบโตดีกว่าแปลงอื่นๆ โดยเฉพาะที่ดินที่เธอกำลังยืนอยู่นี้ ดังนั้นที่ดินหมายเลข 200 ของครอบครัวเธอก็ไม่น่าจะแย่หรอกมั้ง
เซวียนซือซือไม่ได้รับรู้ถึงจินตนาการอันสูงส่งของเพื่อนบ้านแม้แต่น้อย ที่ดินของครอบครัวเฉินนั้นเป็เซวียนซือซือที่ใช้เวลาที่เหลือจากการดูแลผักในแปลงของตนไปช่วยกำจัดรังสีอย่างลับๆ
พักหลังเธอเริ่มรู้สึกถึงพลังจิติญญาของตัวเอง รังสีในแปลงที่ดินไม่ได้หายขาดเพราะต้นตอของมันมาจากพื้นผิวที่ลึกลงไปรวมถึงชั้นบรรยากาศ ในทุกๆ วันเซวียนซือซือจะต้องใช้สายตาของเธอกวาดดูว่าเริ่มมีจุดสีดำที่เป็รังสีย่างกรายเข้ามายังที่ดินของเธอแล้วหรือยัง ไหนจะต้องตรวจสอบผักทุกต้นอีก
เธอได้ทดสอบเื่การกำจัดรังสีไว้สองแบบ แบบแรกคือเมื่อเก็บเกี่ยวพืชผลแล้วค่อยกำจัดรังสีทีละลูก หรืออีกแบบก็คือหมั่นดูแลกำจัดรังสีในระหว่างที่ผักเติบโต ผลปรากฏว่าผักที่ถูกดูแลเื่รังสีในทุกๆ วันมีดัชนีพลังงานสูงกว่า และเพราะเหตุนี้เองพลังของเธอส่วนใหญ่จึงต้องใช้กับแปลงผักของตัวเอง แต่ถ้าวันไหนที่ใช้พลังจิติญญาน้อย พลังที่เหลือของเธอก็จะเผื่อแผ่ไปถึงที่ดินของบ้านเฉิน ทำให้ที่ดินหมายเลข 198 ดีขึ้นอย่างช้าๆ
ไหนจะเื่ที่เซวียนซือซือนำหญ้าจากคู่มือออนไลน์มาให้ป้าเฉินปลูกหลังจากหมดรุ่นของข้าวโพดก่อน หญ้าที่นำมาจะช่วยฟื้นฟูแร่ธาตุในดิน และยังมีปุ๋ยคอกที่เหลือจากแปลงของเธอนำมาใส่ให้แปลงบ้านเฉินอีก
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่แปลงผักกาดของป้าเฉินจะดีกว่าแปลงคนอื่น แน่นอนว่าเทียบไม่ได้กับแปลงของเธอแน่นอนเพราะรังสีของที่ดินนี้ยังไม่ถูกกำจัดจนหมด
“ค่ะคุณป้า ฉันแซ่เซวียนค่ะ”
“ดูๆ ไปแล้วหนูคงอายุไล่เลี่ยกับลูกป้า นี่เิเิมาทำความรู้จักเพื่อนสิ”นางหลี่เซิงหันไปหาลูกสาวที่กำลังมองหน้าของเซวียนซือซืออย่างเหม่อลอย
‘ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าทำงานในฟาร์ม ผิวดีจัง’
แม้จะอิจฉาผิวพรรณของผู้ที่อยู่ในแปลงมะเขือเทศมาก แต่หนิงเิก็ยังคนไม่แสดงอาการ เธอทักทายเพื่อนบ้านด้วยความร่าเริง
“สวัสดีฉันหนิงเิ”
เซวียนซือซือไม่อยากจะตั้งแง่กับแม่นางเอกนัก ตอนนี้อีกฝ่ายยังไม่ได้ทำอะไรให้เธอและมาอย่างเป็มิตร ดังนั้นเธอจึงพยักหน้าแล้วเรียกชื่อหล่อนเบาๆ
“สวัสดีหนิงเิ”
โอ้ แถ้าจะให้เรียกคนพวกนี้เข้าบ้านไปดื่มน้ำดื่มท่า เซวียนซือซือก็ไม่สะดวกใจเท่าไรนัก แต่จะให้ไล่พวกเขาก็ดูเสียมารยาท สถานการณ์ตอนนี้จึงค่อนข้างกระอักกระอ่วนแต่อีกฝ่ายไม่รู้เลย พวกเขายังคงชื่นชมแปลงมะเขือเทศของเธอต่อไป
เป็ป้าเฉินที่กลับมาจากการส่งพัสดุให้ลูกชาย หล่อนเดินเข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์อย่างไม่ตั้งใจ
“สวัสดีค่ะคุณนายหนิง เมื่อวานเพิ่งเจอกัน”
“ไอ้หยาคิดว่าใคร ที่แท้ก็คุณนายเฉินนั่นเอง ดูเหมือนหนูเซวียนจะสนิทกับคุณนายเฉินนะคะเนี่ย”
ป้าเฉินพยักหน้า “เหมือนลูกหลานคนนึงนั่นแหละค่ะ”
“ไอ้หยา อนาคตฉันต้องขอรบกวนคุณนายเฉินเอ็นดูเด็กสามคนของบ้านฉันด้วยนะคะ”
“หนิงเิ หนิงเฉียวเฟิงแล้วก็หนิงอี้หังใช่ไหม ได้เลยๆ” ป้าเฉินรับคำแข็งขัน จากนั้นสตรีวัยกลางคนทั้งสองคนก็พูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาค่อนข้างเข้ากันได้ดีพูดคุยกันถูกคอ ครอบครัวหนิงจึงชวนป้าเฉินไปเยี่ยมเยียนที่ดินหมายเลข200
เมื่อคนกลุ่มนี้จากไปแล้ว เซวียนซือซือก็ถอนหายใจ ถ้าเป็ไปได้เธอไม่อยากรู้จักกับนางเอกเลยจริงๆ ให้ตายเหอะ