ตอนที่ 4 เกม สารเสพติดและการร่วมรัก (5)
เมื่อเข้ามาถึงล็อบบี้โรงแรม เซวียติ้งกับผู้จัดการก็พูดคุยกันครู่หนึ่ง จากนั้นผู้จัดการจึงนำทางพวกเขาไปส่งยังห้องดีลักซ์สวีตชั้นบนสุดเอง
หลังมาถึงชั้นสี่สิบห้าที่เป็นชั้นสูงสุด กู้ชิงก็เดินตามเซวียติ้งเข้าไปในห้องสวีต ภายในห้องมีชายหนุ่มอายุเท่าๆ กับเซวียติ้งแปดคนกำลังดื่มเหล้า สูบบุหรี่พลางพูดคุยกัน เมื่อคนหนึ่งเห็นพวกเขาเข้าห้องมา ก็สั่งผู้จัดการหาแก้วมารินเหล้า ผู้จัดการยิ้มเอ่ย “จะเตรียมให้เดี๋ยวนี้ครับ” พลางหยิบเหล้าขึ้นชื่อราคาแพงหูฉี่จากชั้นวางมาเปิดขวด รินแยกเป็นสองแก้ว แล้วรินเหล้าเติมให้กับแขกคนอื่นๆ ก่อนจะปิดประตูออกไปจากห้องพักแขก
เซวียติ้งนั่งกับโซฟา หยิบเหล้าแก้วหนึ่งยื่นให้เขา “นั่งสิ”
คนอื่นๆ ต่างพูดคล้อยตาม “นายกเทศมนตรีกู้ไม่ต้องเกรงใจหรอก ทุกคนที่นี่เป็นเพื่อนกันทั้งนั้น”
กู้ชิงนั่งลง แต่ไม่รับเหล้า
เซวียติ้งฉีกยิ้มทีหนึ่ง แล้วหันหน้าไปบอกเพื่อนที่สังสรรค์อยู่ว่า “พวกนายไปดื่มกันตรงนั้นไป ฉันกับนายกเทศมนตรีกู้จะคุยกัน”
คนอื่นๆ เอ่ยว่า “ได้เลย” แล้วย้ายไปนั่งที่โซฟาห้องข้างๆ แทน
เซวียติ้งดื่มเหล้าอึกหนึ่งก่อนจะวางลง พูดว่า “นายรู้ไหมว่าทำไมเซี่ยเจี่ยนอี้ถึงจ้องเล่นนาย”
กู้ชิงตอบด้วยแววตาเฉยชาพร้อมน้ำเสียงเรียบนิ่ง “ประธานเซวีย ถ้าจุดประสงค์ที่พาผมมาที่นี่เป็นเพราะเรื่องนี้ละก็ รบกวนส่งคำเชิญไปที่เทศบาลนครเอานะครับ เลขาจะส่งต่อให้ผมเอง”
“ต่อให้ฉันส่งการ์ดเชิญไปให้ร้อยฉบับ ก็กลายเป็นเศษกระดาษในถังขยะอยู่ดีนี่” เซวียติ้งพิงหลังกับโซฟาพลางเท้าแขนไปกว้างๆ พร้อมยกขาไขว่ห้าง “คนที่โดนเซี่ยเสียสติจ้องเล่นงานน่ะ ไม่มีใครโชคดีรอด ‘เกม’ ของมันไปได้สักราย คืนนี้โชคช่วยนายเอาไว้ ถึงรอดไปได้ด่านหนึ่ง แล้วด่านต่อไปล่ะจะเป็นไง”
“ผมคิดหาวิธีจัดการได้อยู่แล้ว”
“กู้ชิง ไม่ต้องพูดถึงสติสตังของคนเสียสติหรอกนะ เรื่องที่หมอนั่นหมายมั่นปั้นมือไปแล้ว นายหนีไม่รอดหรอก”
“ถ้าผมหนีไม่รอดจริง ก็คงเพราะมีคนคอยใส่ไฟอยู่มั้ง รูปถ่ายใบนั้น ประธานเซวียเป็นคนส่งให้เซี่ยเจี่ยนอี้ละสิ”
เดิมทีเขานึกว่าเซี่ยเจี่ยนอี้ส่งคนสะกดรอยตามและจับตาดูหยวนจุน ถึงได้ถ่ายรูปแล้วส่งให้ถึงที่ ผสมกับเรื่องขับรถไปส่งเสี่ยวเจวี๋ย จึงตั้งตัวเป็นอริโดยไม่เจตนา เป็นเหตุให้กลายเป็นหนามตำใจของเซี่ยเจี่ยนอี้
สำหรับ ‘เกม’ ในคืนนี้ ขอแค่เขารอดพ้นภัยพิบัติจากมนุษย์ครั้งที่สองไปได้ เซี่ยเจี่ยนอี้ก็จะไม่หวาดระแวง หรือเข้าใจว่าเขากับหยวนจุนมีความสัมพันธ์ต่อกันอีก
แต่ว่าเซวียติ้งกลับโผล่หัวมา
ถ้าหากเหตุการณ์ที่เขาโดนเซี่ยเจี่ยนอี้หมายหัวนั้นเกิดขึ้นเพราะความจริงแล้วมีคนคอยไฟใส่อยู่เบื้องหลัง ก็อธิบายการปรากฏตัวในเวลานี้ของเซวียติ้งได้ทันที
เซวียติ้งหลอกใช้ความรู้สึกสุดโต่งและซับซ้อนที่เซี่ยเจี่ยนอี้มีต่อหยวนจุนมาเล่นงานตนให้ตกที่นั่งลำบาก บีบให้วอนขอความคุ้มครองจากอีกฝ่าย ถ้าไม่เป็นไปตามนั้น คงจะใช้แผนดักเหยื่อที่โหดร้ายกว่านี้ เพื่อให้โอกาสความอยู่รอดปลอดภัยของเขาหมดสิ้น
พอได้ยินคำพูดของเขา เซวียติ้งก็ส่งเสียงหัวเราะ ‘ฮ่าๆๆๆ’ อย่างห้ามไม่อยู่ยกใหญ่ เสียงหัวเราะนี้ทำให้พวกพ้องที่ดื่มเหล้าคุยกันจากโซฟาในห้องข้างๆ ได้ยินไปด้วย
“ฉันไม่ได้คิดผิดไปจริงๆ ด้วย นายมันไม่ธรรมดาของแท้เลย! กู้ชิง ท่ามกลางอันตรายอย่างนั้น คนทั่วไปหนีไม่พ้นด้วยซ้ำ นี่ยังไม่ได้พูดถึงการคาดการณ์เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับวิธีดักทำร้ายได้ถูกเผงเลยนะ” เซวียติ้งลุกขึ้นยืนพลางโน้มเอว มือหนึ่งเท้าไว้กับโต๊ะ อีกมือหนึ่งบีบคางของเขาไว้ บังคับเขาเงยหน้าขึ้น “เอาจริงๆ ทีแรกฉันก็แค่อยากจะบงการนาย นายจะได้ไม่ต้องมาเป็นขั้วตรงข้ามกับฉัน แต่ตอนนี้ฉันสนใจนายกว่าเดิมเยอะเลย”
กู้ชิงมองเขาด้วยแววตาที่ไม่สะทกสะท้าน
“ฉันละอยากจะรู้จักธาตุแท้ใต้เปลือกนอกบ้านๆ ของนายซะจริง”
กู้ชิงเหวี่ยงมือขวาที่บีบคางของตนออกไป
“ประธานเซวีย คุณตาฝาดแล้วละ พวกคุณสืบซีวีรับราชการของผมไปนานแล้วนี่ ในนั้นไม่มีผลงานราชการใหญ่โตสักอย่าง ที่เป็นแบบทุกวันนี้ได้เพราะโชคช่วยทั้งนั้น ก็อย่างที่คุณอ่านเจอ ผมเป็นคนบ้านๆ โดยกำเนิด แถมไม่กล้าหือกับใคร ก็แค่อยากจะวางตัวเป็นกลางจนครบวาระเฉยๆ”
“คำพูดของนายหลอกคนอื่นได้อยู่นะ” เซวียติ้งกลับไปนั่งที่โซฟา “แต่มันไม่ได้ผลกับฉันหรอก”
“ประธานเซวียจะต้องบังคับผมให้ได้เลยเหรอครับ”
“ใช่เลย”
กู้ชิงขมวดคิ้ว
“กู้ชิง แค่เลือกเข้าข้างตระกูลเซวียของฉัน ไอเรื่องที่นายอยากจะรับราชการแบบบ้านๆ ในตำแหน่งนี้จนหมดวาระน่ะ มันทำได้อยู่แล้ว หรือถ้าอยากจะขยับแข้งขยับขา สร้างผลงานราชการ ทิ้งชื่อน่ายกย่องเอาไว้ มันก็ได้เหมือนกัน ต่อให้เป็นพวกข้าราชการโลภๆ ฉันก็จะเคลียร์ทางให้นายแบบสะอาดกริ๊บเอง ไม่มีใครสืบได้แน่นอน ขอแค่เซวียติ้งอย่างฉันอยู่ตรงนี้ ฉันรับประกันได้เต็มปากเลยว่านายจะนั่งดำรงตำแหน่งไปจนหมดวาระได้แบบมั่นคงสุดๆ”
“คำพูดของคุณนี่น่าหวั่นไหวมากนะครับ”
“แน่อยู่แล้ว แถมนายยังยื่นเงื่อนไขกับฉันได้อีกนะ”
“เซวียติ้ง”
“ว่าไง”
“นี่นายกลัวฉันขนาดนี้เลยเหรอ”
“...”
เซวียติ้งตะลึงไปครู่หนึ่งกับคำพูดของเขา เขาลูบหน้าทีหนึ่ง แล้วเริ่มขบคิด
เมื่อกู้ชิงพบว่าเขาไม่พูด ก็หยิบแก้วเหล้าบนโต๊ะขึ้นดื่มอึกหนึ่ง