ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ตอนที่ 50 สมคบคิด

            ขณะที่เฉินเซี่ยงก้าวขึ้นไปบนเวที ใบหน้าของเขาผ่อนคลายเป็นอย่างมากไม่มีทางที่เขาจะกระวนกระวาย นั่นเพราะคู่ต่อสู้ที่ทรงพลังทั้ง 4 ล้วนไม่คณามือแม้แต่น้อยด้วยท่าทีที่สงบนิ่งและมั่นใจของเฉินเซี่ยงทำให้คนอื่นๆ นับถือ

             

            เฉินเซี่ยงยืนอยู่บนเวทีพร้อมกับคู่ต่อสู้ทั้ง4 แม้พวกมันจะมีอายุ 20 ปี แต่พวกมันค่อนข้างเตี้ย ลักษณะของพวกมันเทียบไม่ได้กับเฉินเซี่ยงที่มีอายุ17 ปี เขาดูสุภาพดีและกระปรี้กระเปร่ามากกว่าเมื่อเทียบกับพวกนั้น!

             

            เหลิ่งยู่หลานอยู่ในกลุ่มคนดู นางมองเฉินเซี่ยงอย่างจริงจังดวงตาที่งดงามและเย็นชาของนางสังเกตเฉินเซี่ยงด้วยความระมัดระวังราวกับต้องการมองเขาให้ทะลุปรุโปร่งแต่มันเหมือนกับหมู่เมฆปกคลุมทับซ้อนกัน ทำให้นางไม่สามารถสัมผัสถึงกลิ่นอายของเฉินเซี่ยงได้

             

            “เริ่มได้!”

             

            ทันทีที่เสียงสัญญาณดังขึ้น คู่ต่อสู้ทั้ง4 คนพุ่งตรงมายังเฉินเซี่ยงด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมระเบิดปราณแท้จริงที่แข็งแกร่งห่อหุ้มหมัดข้างหนึ่งเอาไว้ทุกคนเห็นได้อย่างชัดเจนว่าหมัดของแต่ละคนปลดปล่อยปราณแท้จริงที่น่ากลัวปริมาณมหาศาลดูราวกับว่ามันสามารถถล่มภูเขายักษ์ให้กลายเป็นเศษหินก้อนเล็กๆ ได้เลยทีเดียว

             

            เฉินเซี่ยงยังคงยืนนิ่งพร้อมเอามือไพล่หลังไว้เช่นนั้นหมัดที่ดุดันทั้ง 4 พุ่งตรงมาที่หน้าอกของเขาพร้อมกับระเบิดคลื่นปราณอันรุนแรงจนกลายเป็นลมกระโชกแรงที่น่าหวาดกลัวทั่วทั้งเวทีการแข่งขันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงและใกล้จะทรุดตัวลง ในตอนนั้นหัวใจของผู้ชมทุกคนดูราวกับจะหยุดเต้นหมัดทั้ง 4 ช่างน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก อีกทั้งมันยังพุ่งเป้าไปที่เป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวนักสู้เพียง 1 คน...แม้จะแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าแต่กลับถูกทำลายได้โดยง่ายด้วยแรงกดดันอันมหาศาลเช่นนี้

             

            เพียงแต่เฉินเซี่ยงไม่ใช้บุรุษธรรมดาสามัญเมื่อหมัดทั้ง 4 กระทบเข้ากับหน้าอก ท่าทางของเขาไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ความจริงแล้วใบหน้าของเขาผ่อนคลายเป็นอย่างมากขณะที่เขายืนอยู่ตรงนั้นทำให้ผู้ชมทั้งหมดกลับกลายเป็นเงียบสนิท ยืนอึ้งอย่างโง่งมราวกับตุ๊กตาหิน ใบหน้าของพวกเขาทั้งหมดแสดงออกเป็นคำเดียวกันคือ‘ประหลาดใจ’ !

             

            เหลิ่งยู่หลานขมวดคิ้วแน่น นางเพ่งสายตามองเฉินเซี่ยงใบหน้าที่ดูเป็นผู้ใหญ่ ภาคภูมิ และเย็นชาต่างถูกแต่งแต้มด้วยความประหลาดใจลงไปแทนถึงแม้นางจะใช้ปราณแท้จริงทั้งหมดที่มี กลับต้านทานหมัดทั้ง 4 ได้เพียงฉิวเฉียด แต่เฉินเซี่ยงกลับไม่ใช้ปราณแท้จริงใดๆไม่ได้เตรียมตัวป้องกันใดๆ ดูเหมือนเขาไม่ได้ตั้งอกตั้งใจรับหมัดทั้ง 4 เลยด้วยซ้ำ

             

            ที่เฉินเซี่ยงไม่ใช้ปราณแท้จริงเป็นเพราะในตอนนี้เขาอยู่ในระดับที่8 ขอบเขตนักสู้ อีกทั้งร่างกายของเขาเองยังแข็งแกร่งเป็นอย่างมากจากการชำระร่างกายที่สระปีศาจอมตะสำหรับเขาแล้วไม่ว่าคู่ต่อสู้จะอยู่ในระดับ 1 หรือระดับ 6 ขอบเขตนักสู้ล้วนไม่ต่างกันการโจมตีของพวกเขาแค่ทำให้รู้สึกคันๆ เท่านั้น

             

            แน่นอน นอกจากทุกๆ คนที่ตกใจอยู่แล้ว ผู้ที่หวาดผวามากที่สุดเป็นบุรุษทั้ง4 ที่จู่โจมเขาเมื่อครู่ ความรู้สึกเหมือนกับว่าพลังที่พวกมันใช้ออกไปนั้นถูกดูดลงท่อระบายน้ำจนหมดสิ้นพลังอันมากมายมหาศาลที่พวกมันทุ่มลงไปในการโจมตีเมื่อครู่หายไปอย่างไร้ร่องรอย ทำให้พวกมันทั้งหมดเกิดข้อกังขากับพลังของตนว่ามันง่ายที่ผู้อื่นจะต้านรับขนาดนั้นเลยหรือแม้ว่าพวกมันทั้งหมดจะผสานการโจมตีแต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับร่างกายของเฉินเซี่ยงเลย

             

            พวกมันทั้งหมดถอยหลังกลับอย่างรวดเร็ว ถ้าเฉินเซี่ยงไม่ได้จริงจังกับการต้านรับพลังที่พวกมันทั้ง4 โจมตีพร้อมกันอีกทั้งยังไม่กระดิกตัวแม้แต่นิดเดียวนั้น ก็จินตนาการได้เลยว่าเขาสวมควรทรงพลังเป็นอย่างมากเฉินเซี่ยงเปิดตาขึ้นเต็มที่ขณะที่ปรากฏปราณสังหารไหลทะลักออกมาจากร่างกาย พวกมันทั้ง4 คนถูกอาบชโลมไปด้วยความกระหายเลือด ทั่วร่างคล้ายถูกแช่แข็ง ราวกับพวกมันจมดิ่งลงสู่ขุมนรกอเวจีแห่งการสังหารราวกับเฉินเซี่ยงเป็นพระเจ้าแห่งการสังหาร ราวกับพวกมันเป็นลูกแกะตัวน้อยที่ถูกส่งเข้าโรงเชือด

             

            “พวกเจ้าต้องการจะยอมแพ้โดยตนเอง หรือ….ให้ข้าเป็นคนลงมือ?” น้ำเสียงของเฉินเซี่ยงเต็มไปด้วยเจตนาสังหารนี่คือความน่าสะพรึงกลัวของของแท้ นี่คือปราณสังหารที่เป็นผลมาจากการฝึก ‘ทักษะสังหารใจ’ ของ‘ทักษะศักดิ์สิทธิ์แห่งพยัคฆ์ขาว’ ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงกดดันแก่จิตวิญญาณ

             

            ขณะที่เสียงของเฉินเซี่ยงดังขึ้น ทั้งคน4 ที่ยืนนิ่งพลันถอยห่างออกไปทันที เมื่ออยู่ภายใต้เจตนาสังหารที่น่าสะพรึงกลัวพร้อมกับความรู้สึกราวกับพระเจ้าแห่งการสังหารของเขาทำให้วิญญาณของพวกมันลอยออกจากร่างไปเนิ่นนาน ด้วยความช่วยเหลือของสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ทำให้ไม่มีผู้ใดหลงเหลือจิตใจที่จะสู้ต่อได้อีกแล้ว

             

            ตั้งแต่เริ่มต้นจนจบ เฉินเซี่ยงยังไม่ได้ขยับตัวแม้เพียงนิดเขาเพียงทำให้ทั้ง 4 คนหวาดกลัวกลัวและเข้าสู่รอบรองชนะเลิศไปอย่างง่ายดาย! ผลลัพธ์ที่ได้ล้วนเหนือกว่าที่ทุกคนคาดหวังไว้เหล่าผู้คนที่ได้เข้าสู่รอบรองชนะเลิศต่างต้องประสบกับแรงกดดันมหาศาลจากการเผชิญหน้ากับอสุรกายเช่นเฉินเซี่ยง โอกาสในการชนะของพวกเขาลดลงเป็นอย่างมาก

             

            รอบต่อไปแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 2คน และต้องสู้กันเองภายในกลุ่ม เป็นตระกูลเหยาอีกเช่นเคยที่เป็นผู้แบ่งกลุ่ม แต่ลำดับการแข่งขันยังไม่ได้ประกาศออกมาเฉินเซี่ยงไม่ได้กล่าวอันใด ในสายตาของเขา ไม่ว่าใครที่เขาต้องสู้ด้วยล้วนไม่ต่างกันแม้ตระกูลเหยาจะพยายามใช้ลูกเล่นสกปรกมากมาย แต่ที่พวกมันพยายามไปทั้งหมดล้วนไร้ประโยชน์

             

            คู่ต่อสู้ของเฉินเซี่ยงในรอบต่อไปคือสมาชิกตระกูลเหยาดูเหมือนว่ามันจะเป็นพี่ชายของเหยาเทียนหัว ชื่อของมันคือ ‘เหยาฉง’ และมันอยู่ในระดับ6 ขอบเขตนักสู้

             

            นั่นทำให้เฉินเซี่ยงประหลาดใจไปชั่วครู่แต่เขาก็คาดเดาสิ่งต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจอำนาจของตระกูลเหยาอย่างชัดเจนพวกมันจัดเตรียมให้บางคนในตระกูลของพวกมันเข้าแข่งในรอบต่อไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันต้องเล่ห์กลสกปรกบางอย่างเป็นแน่

             

            ลูกศิษย์ในตระกูลเหยามักจะปลูกสมุนไพรวิญญาณหรือไม่ก็เรียนรู้ทักษะการปรุงยาแรกเริ่มเดิมที ความแข็งแกร่งของพวกมันนับว่าตามหลังคนอื่นๆ อย่างมาก แต่เหยาเทียนหัวกลับเป็นข้อยกเว้นเพราะมันสามารถเรียนรู้การปรุงยาพร้อมทั้งมีพลังมหาศาล ถึงอย่างนั้นมันได้หายสาบสูญไปที่ใดล้วนไม่มีใครทราบทำให้ตระกูลเหยาในตอนนี้ขาดลูกศิษย์ที่โดดเด่น

             

            หลักๆ แล้วตระกูลเหยาใช้เม็ดยาของพวกมันดึงดูดตระกูลอื่นๆและเหล่านักสู้ไร้สังกัดจำนวนมากเพียงเพื่อให้ปักหลักภายใต้อำนาจของพวกมัน

             

            เฉินเซี่ยงแข่งขันในวันสุดท้ายของรอบสองเริ่มตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจะมีการต่อสู้ 2 รอบต่อวัน รอบแรกตอนเช้าและรอบที่2 ตอนบ่าย เฉินเซี่ยงไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้ใด จึงไม่ได้มาดูการแข่งขันในรอบเช้า เขารู้สึกว่ามันจะดีกว่าถ้าใช้เวลาไปกับการฝึกฝนการปรุงยา

             

            2 วันผ่านไป เฉินเซี่ยงมุ่งหน้ามายังตระกูลเหยาหลังจากทานอาหารเที่ยงเสร็จแม้ว่าเขาจะไม่ได้มาดูการแข่งขัน 3 รอบ ที่จัดขึ้นเมื่อ 2 วันที่แล้วรวมถึงรอบที่แข่งเมื่อเช้านี้แต่เขาก็รู้ว่าใครเป็นผู้ชนะ มกุฎราชกุมารและเหลิ่งยู่หลานทั้งสองต่างได้รับชัยชนะทั้งสองจะได้ต่อสู้กันในวันพรุ่งนี้ตอนเช้า

             

            “การแข่งขันระหว่างมกุฎราชกุมารและบุตรสาวของแม่ทัพใหญ่สมควรได้รับความสนใจเป็นอย่างมากบางที..พรุ่งนี้ข้าอาจจะมาชม” เฉินเซี่ยงตั้งใจไว้เช่นนั้นขณะที่เขาก้าวขึ้นไปบนเวทีเพื่อรอคอยเหยาฉง

             

            สำหรับการต่อสู้ระหว่างเฉินเซี่ยงและเหยาฉงผู้คนต่างคิดว่า..เฉินเซี่ยงจะสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย แต่ถึงกระนั้นพวกเขายังไม่แน่ใจว่าเหตุใดตระกูลเหยาถึงยอมให้เหยาฉงเผชิญหน้ากับเฉินเซี่ยงดูราวกับว่าส่งเหยาฉงไปทำงานที่ไม่เห็นคุณค่าและไร้ความหมาย

             

            “ความแข็งแกร่งที่เจ้าแสดงออกมานั้น สมควรที่จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ชนะเหยาเทียนหัวข้าหวังว่าน้องเฉินจะเมตตาข้าสักเล็กน้อย” เหยาฉงเดินเข้ามาใกล้เฉินเซี่ยงพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม

             

            เหยาฉงและเหยาเทียนหัวมีลักษณะที่คล้ายกันคือเศษเสี้ยวของความเย่อหยิ่งที่เห็นได้ชัดบนใบหน้าของพวกมัน แต่ดูเหมือนเหยาฉงจะมีน้อยกว่ามาก

             

            เฉินเซี่ยงไม่ได้ใส่ใจผู้เยาว์ของตระกูลเหยารวมทั้งมารยาทของมันผู้นี้เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม “เช่นนั้นเราควรจะเริ่มกันได้แล้ว”

             

            ทั้งสองคนแยกออกจากกันอย่างรวดเร็ว

             

            “เริ่มได้!”

             

            ทันทีที่ให้สัญญาณ เฉินเซี่ยงเห็นร่องรอยความโหดเหี้ยมและเล่ห์กลปรากฏในดวงตาเหยาฉงเฉินเซี่ยงลอบตกใจเล็กน้อย เขารู้ว่าต้องมีเล่ห์เหลี่ยมสกปรกบางอย่างแน่นอน เหยาฉงเป็นผู้เริ่มก่อนมันกระโดดพุ่งตรงมายังเฉินเซี่ยง หมัดทั้งสองข้างเคลือบคลุมไปด้วยปราณเพลิงร้อนแรงที่ทะลักออกมา

             

            เมื่อเห็นหมัดพุ่งตรงมาหาเขา เฉินเซี่ยงหลบหลีกในทันทีแต่ทันใดนั้นทั่วร่างของเขากลับไม่อาจขยับเขยื้อน ไม่อาจดึงความแข็งแกร่งออกมาแม้เพียงนิดไม่อาจโคจรปราณแท้จริงของตน จนทำให้หัวใจของเขาจมดิ่งด้วยความตกใจ

             

            ใบหน้าเหยาฉงแปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“เฉินเซี่ยง...เจ้าเสร็จแน่” หมัดเพลิงทั้งสองข้างพุ่งตรงมายังร่างของเฉินเซี่ยงอย่างบ้าคลั่งแค่พริบตาเดียว หน้าอกและศีรษะของเฉินเซี่ยงพลันถูกกระแทกอย่างรุนแรงด้วยหมัดทั้ง2 ข้างนั้น

             

            “นี่มันบ้าอะไรเนี่ย จริงๆ แล้วมันอยู่ระดับ 7 ขอบเขตนักสู้!” เฉินเซี่ยงคาดไม่ถึงว่าเหยาฉงจะปิดปังความแข็งแกร่งเอาไว้แต่สิ่งที่ทำให้เฉินเซี่ยงโกรธที่สุดคือเล่ห์เหลี่ยมน่ารังเกียจที่เหยาฉงใช้ ทำให้ร่างกายเขาอ่อนแอและไม่สามารถเค้นปราณแท้จริงออกมาได้

             

            โชคร้ายที่ร่างของเฉินเซี่ยงแข็งเสียยิ่งกว่าหินแม้จะมีความแข็งแกร่งระดับ 7 ขอบเขตนักสู้และจู่โจมโดยที่เขาไร้การป้องกัน ยังทำให้เฉินเซี่ยงได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยนั่นทำให้เหยาฉงรู้สึกหวาดกลัวราวกับเห็นผีตอนกลางวันแสกๆ

             

            “เมื่อตอนที่เจ้าพูดคุยกับข้า เจ้าปล่อยพิษไร้สีไร้กลิ่นจากปากของเจ้าทำให้เส้นลมปราณของข้าเป็นอัมพาต ข้าเลยไม่สามารถโคจรปราณแท้จริงได้….ใช่มั้ย?” เฉินเซี่ยงกระซิบอย่างแผ่วเบา ดวงตาที่กระจ่างใสและสงบนิ่งจ้องมองไปยังเหยาฉง

             

            เหยาฉงคาดไม่ถึงว่าคู่ต่อสู้ของมันจะพบวิธีที่มันใช้ได้เร็วขนาดนี้มันไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธคำกล่าวของเฉินเซี่ยง แต่กลับกัน มันพยายามจู่โจมเฉินเซี่ยงรุนแรงมากขึ้นบ้าคลั่งมากขึ้น

             

            ………………………….

    คล้ายกับเรื่องท้าทายดินแดนพระเจ้า ที่คุณอ่าน