37 | เกมความจริง
อากาศเย็นสบายเมื่อตอนกลางวันค่อย ๆ ลดอุณหภูมิลงกลายเป็นเย็นจัดจนเกือบหนาวในตอนกลางคืน เพลงพนัสซึ่งสวมเสื้อไหมพรมแขนยาวหิ้วกล่องยาแวะไปคุยกับน้อง ๆ เผื่อใครอยากได้ยาแก้ปวดหัวหรือยาทากันแมลง น้องนพเล่นกีตาร์ร้องเพลงกับเพื่อน ๆ ที่โต๊ะไม้ เจ้าโก้เป็นเจ้ามือวงไพ่อยู่ในเต็นท์ ส่งเสียงเฮเสียงหัวเราะแบบที่พยายามให้เบาที่สุดแต่ก็ยังดังอยู่ดี สุดท้ายหญิงสาวก็แวะเวียนไปถึงเต็นท์ใหญ่ส่วนกลางซึ่งพวกโคชตั้งวงคุยเล่นกินดื่มกันอยู่
“อ้าว น้องเพลง มานั่งด้วยกันสิ”
โคชโอห์มเห็นเธอเป็นคนแรกก็เอ่ยชวน ทอรุ้งเคยบอกว่าโคชโอห์มดุ เข้มงวดยังกับอะไรดี แต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเขาใจดีกว่าใคร
“ไม่เป็นไรค่ะ เพลงแวะเอากล่องยามาเก็บเฉย ๆ ขอวางไว้ตรงนี้นะคะ” หญิงสาววางกล่องเล็กไว้ใกล้ลังน้ำอัดลม แต่พอขยับจะไป ใครอีกคนก็เรียกไว้
“นั่งสิคุณ”
คุณแสนย์นั่นเอง สายตาที่มองมานิ่ง ๆ นั้นทำให้เธอไม่กล้าขัด ทอรุ้งซึ่งอยู่ในกลุ่มยิ้มกว้างเมื่อเธอยอมนั่งลงข้าง ๆ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เผชิญหน้ากับชัชแสนย์พอดี
“ไหน ๆ คุณเพลงก็มาร่วมวงแล้ว เรามาเล่นเกมกันดีกว่า” ชัชแสนย์กล่าวขึ้น
ทอรุ้งยิ้มร่าดีใจ “เล่นค่ะเล่น เกมอะไรคะ”
“เกมความจริง” เขาตอบแล้วคว้าขวดแก้วเปล่ามาวางนอนกลางวง
เพลงพนัสกับทอรุ้งหันมองตากัน จากนั้นชายหนุ่มก็เล่ากติกาว่า ให้ใช้นิ้วหมุนขวดแก้ว เมื่อขวดหยุด ปากขวดชี้ไปที่ใคร คนหมุนจะมีสิทธิ์ถามคนคนนั้นได้หนึ่งข้อ ส่วนฝ่ายตอบคำถามก็ต้องซื่อสัตย์พอที่จะตอบตามความจริงไม่ว่าจะถามเรื่องอะไรก็ตาม
พวกพี่ ๆ โคชเริ่มสนุกเพราะกะจะแกล้งแฉความลับกันเต็มที่ ต่างจากเพลงพนัสที่ลอบกลืนน้ำลาย จะลุกหนีตอนนี้ก็คงไม่ทันเสียแล้ว แต่คิดอีกทีเล่นเกมแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะถ้าเธอหมุนขวดไปชี้ที่คุณแสนย์ก็จะได้ถามเรื่องที่อยากรู้โดยไม่เป็นการเสียมารยาท
เกมแรก ชัชแสนย์ให้เกียรติแม่บ้านอย่างเพลงพนัสเป็นผู้หมุนก่อน และเจ้าขวดแก้วก็ช่างเป็นใจ หยุดปากขวดได้ตรงข้ามเธอพอดีเป๊ะ
“ขออนุญาตถามคุณแสนย์นะคะ” หญิงสาวกลั้นยิ้ม อันที่จริงมีคำถามมากมายอยากพูดอยากคุยด้วย แต่สุดท้ายก็เลือกถามเพียงว่า “คุณแสนย์วางแผนอนาคตในอีกสามปีหรือห้าปีข้างหน้าไว้ยังไงบ้างคะ”
“โห น้องเพลงถามมีสาระมาก” โคชคนหนึ่งแซว แต่ฝ่ายตอบคำถามไม่หัวเราะด้วย
“ทำไมครับ อยากรู้ว่าผมมีโพรเจกต์พัฒนายูโดซันไปทิศทางไหนบ้างงั้นเหรอ”
เพลงพนัสแทบสะอึก แต่ทุกคนรอบวงดูจะไม่เอะใจ คงมีแค่เธอกับเขาที่รู้ความนัยนั้น
“ไม่ใช่ค่ะ เอ่อ...ไม่ได้ถามถึงยูโดซัน ถามถึงคุณแสนย์ค่ะ”
“อันที่จริงผมก็ไม่แน่ใจ ยังหนักใจอยู่เหมือนกัน” เขายอมเปิดใจพูดแต่โดยดี และเรื่องที่เขาเล่านั้นก็เป็นเรื่องที่ทุกคนในที่นี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลยเช่นกัน
คุณแสนย์ใฝ่ฝันอยากไปเรียนยูโดที่ญี่ปุ่น ถ้าเป็นไปได้ในสามปีข้างหน้าเขาคงเรียนยูโดอยู่ที่นั่นแล้วกลับมาเป็นนักกีฬา เป็นโคชที่พัฒนายูโดซันให้ไปไกลกว่าเดิม แต่ในฐานะลูกชายคนโตของบ้านนักธุรกิจใหญ่ พ่อกับแม่จึงคาดหวังให้มารับช่วงต่อกิจการ ดังนั้นอย่าว่าแต่ไปเรียนยูโดหรือทำโรงเรียนยูโดซันเลย แม้แต่งานวิศวกรพลังงานที่ทำอยู่ก็อาจจะต้องลาออก
ยิ่งพ่อของคุณแสนย์ป่วยเป็นโรคหัวใจ ผู้เป็นแม่จึงทั้งหว่านล้อม ทั้งขอร้องให้เขารีบมาสืบทอดกิจการต่อเพื่อที่พ่อจะได้พัก แต่ชัชแสนย์ไม่เคยคิดอยากเป็นเจ้าของบริษัทผลิตและส่งออกชิ้นส่วนเครื่องจักรกลของที่บ้านเลย ไม่ว่ามันจะสร้างเม็ดเงินมหาศาลเพียงใดก็ตาม เขากับพ่อถึงกับประกาศเดิมพันกันว่า หากปีนี้เขาไม่สามารถพายูโดซันติดหนึ่งในห้าสถาบันยูโดที่ดีที่สุดได้ เขาจะต้องยอมล้มพับความฝัน ลาออกจากงานแล้วมารับช่วงกิจการแทนผู้เป็นบิดา แต่ถ้าทำได้และชนะเดิมพัน เขาจะได้สิทธิ์เลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง
“มิน่า แสนย์ถึงได้จริงจังเรื่องการประเมินของปีนี้มาก” โคชโอห์มเอ่ยขรึม ๆ
“ใช่ครับพี่โอห์ม การประเมินครั้งนี้มันคือทั้งชีวิตที่เหลือของผมเลย” เขาเอ่ยเรียบเรื่อยราวกับความกดดันที่แบกรับเป็นเรื่องชินชาเสียแล้ว
หญิงสาวผู้ตั้งคำถามไม่เอ่ยความเห็นใด หนักอึ้งหัวใจเมื่อได้ฟังจนจบ
เขาหันมาพูดด้วย “ผมตอบคุณได้แค่นี้นะคุณเพลง สามหรือห้าปีข้างหน้าของผมขึ้นอยู่กับผลประเมินปีนี้”
เพลงพนัสฝืนยิ้ม อยากจะให้กำลังใจก็ไม่กล้า
คนต่อมาที่จะได้หมุนขวดก็คือทอรุ้งซึ่งนั่งถัดไป และไม่รู้อะไรเป็นใจ ปากขวดหันไปหาชัชแสนย์อีกแล้ว
“รุ้งขอถามพี่แสนย์ว่า ทำไมพี่แสนย์ถึงไปลงเพจ ‘โสดเสงี่ยมเลี่ยมทอง’ คะ”
ทั้งวงเฮลั่น ร้องกิ๊วก๊าวแซวกันยกใหญ่ ส่วนชายหนุ่มผู้ตกเป็นเป้าคำถามหัวเราะจนหน้าแดง นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อน พอทอรุ้งเปิดประเด็นจึงไม่ต่างกับการ ‘แฉ’ ดี ๆ นี่เอง
“น้องรุ้งเห็นด้วยเหรอ” เขาส่ายหน้าช้า ๆ อย่างยอมแพ้
“เห็นค่ะ แต่จนป่านนี้ยังไม่เห็นพี่แสนย์มีแฟน เลยสงสัยว่าไม่เจอสาว ๆ ถูกใจบ้างเลยเหรอคะ”
ชายหนุ่มอ้ำอึ้งเหมือนไม่รู้จะพูดยังไง เล่นเอาลุ้นกันทั้งวง
“คือ...ถ้าให้พูดตามตรงก็คือ มันเป็นเกมในวงเหล้าน่ะ”
เพลงพนัสตั้งใจฟังจนแทบกลั้นใจ ชายหนุ่มเล่าต่อไปว่า พอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากอังกฤษ กลับมาประเทศไทยใหม่ ๆ ก็นัดเพื่อนไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน ครั้งหนึ่งพวกเขาดื่มเหล้าเล่นไพ่กันริมทะเล แล้วชัชแสนย์ดันแพ้ จึงต้องจับสลากบทลงโทษ
สลากนั้นเขียนว่า ‘ลงเพจโสดเสงี่ยมเลี่ยมทอง’ และนั่นเป็นที่มาที่ชายหนุ่มนามว่าชัชแสนย์ไปประกาศหาคู่อยู่ในโลกออนไลน์
“แล้วพี่แสนย์ได้คุยกับใครจริงจังไหมคะ” ทอรุ้งถามต่อ แต่ชายหนุ่มยิ้มกว้าง
“ได้แค่คำถามเดียวนะน้องรุ้ง เอาไว้ถามพี่รอบหน้าก็แล้วกัน”
ทอรุ้งทำท่าฮึดฮัดขัดใจอย่างไม่จริงจังนักจนชัชแสนย์หัวเราะอีก แล้วเธอก็หันไปสบตากับเพลงพนัสอย่างรู้ความนัยกันสองคน
แล้วช่วงเวลาอันน่าขนลุกก็มาถึง ขวดแก้วเวียนมาถึงมือชัชแสนย์ เพลงพนัสไม่รู้ว่าเขากะจังหวะหมุนได้อย่างไรให้ปากขวดมาหยุดที่เธอ
“คุณเพลงครับ” เสียงเรียบเย็นดังขึ้นจากผู้ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม “คุณคิดยังไงถึงเปลี่ยนงานจากนักวิจัยมาเป็นแม่บ้านครับ”
ทั้งวงหันขวับไปจ้องเพลงพนัสเป็นตาเดียว
“คือ...ฉัน...เอ่อ...”
ความกดดันพุ่งเข้ารัดลำคอจนพูดไม่ออก ไม่รู้ว่าเขารู้ตอนไหน อาจเป็นตอนแวะเข้าเขตศูนย์วิจัยไปเอาเต็นท์ก็ได้ แต่ที่แน่ ๆ คือ ชัชแสนย์รู้เรื่องของเธอ อยู่ที่ว่าจะพูดหรือไม่พูดเท่านั้น
“อย่าลืมนะครับว่านี่คือเกมความจริง กรุณาซื่อสัตย์ด้วย” คนถามขู่สำทับ
เพลงพนัสหลบสายตาเขาและทุกคนที่จ้องมา
“ฉัน เอ่อ...ไม่ได้เปลี่ยนงานค่ะ เพียงแต่ช่วงนี้งานวิจัยน้อยเลยว่าง ฉันจึงหางานอื่นทำเสริมก็แค่นั้นเอง”
แล้วเพลงพนัสก็ได้เรียนรู้ว่า การพูดความจริงไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุด เพราะพอพูดจบพวกโคชก็ยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่ รุมถามเธอตั้งแต่เรื่องบ้านเกิด การศึกษา สัมภาษณ์ชีวประวัติจนไม่รู้จะตอบใครก่อนเลยทีเดียว ทอรุ้งขยับจะช่วยตอบแทนแต่หญิงสาวบีบมือเป็นสัญญาณห้ามไว้ เพราะถึงคำตอบทื่อ ๆ ของเธอจะน่าขันสักแค่ไหน ก็ยังดีกว่าให้เพื่อนเธอดูน่าสงสัยไปด้วย
รุ่งเช้าวันใหม่ ฟ้ายังไม่สางดี รอบบริเวณลานกางเต็นท์เงียบสงบ เพลงพนัสลุกออกมาเดินเล่น จดฝีเท้าให้เงียบที่สุดเพราะนักท่องเที่ยวและชาวยูโดซันยังคงพักผ่อนนอนหลับ เธอเดินเลยลึกเข้าไปในเขตป่าหวังจะให้หยาดน้ำค้างชุ่มฉ่ำซึ่งเกาะพราวอยู่ตามยอดหญ้าและกิ่งไม้ใบไม้รอบกายช่วยชโลมล้างความร้อนรุ่มในใจลงบ้าง หญิงสาวยังน้อยใจเรื่องเมื่อคืนไม่หาย คุณแสนย์ไม่ได้ตั้งคำถามเพราะอยากรู้ความจริง แต่เขาจงใจเปิดโปงเธอต่อหน้าทุกคนต่างหาก
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าตามหลังมา เพลงพนัสเอะใจว่าเช้าขนาดนี้มีใครมาเดินเล่นอีก และถึงมีจริง เส้นทางนี้ค่อนข้างรกและเปลี่ยว พี่เจ้าหน้าที่ก็ตั้งป้ายไว้ข้างหน้าแล้วว่าเป็นเขตอันตราย ห้ามเข้ามาโดยไม่มีเจ้าหน้าที่มาด้วย แล้วใครจะกล้ามา
เพลงพนัสหันขวับ แล้วก็ต้องเบิกตาค้างเพราะคนที่ตามเธอมาคือชัชแสนย์
“คะ...คุณแสนย์ มาทำอะไรคะ”
“คุณนั่นแหละ มาทำอะไร”
หญิงสาวกะพริบตาปริบ ๆ มองร่างสูงใหญ่เดินมาหยุดข้างกาย
“ฉันมาเดินเล่นค่ะ”
เขาเอียงคอ “งั้นผมก็มาเดินเล่นเหมือนกัน”
จบคำชายหนุ่มก็เดินก้าวยาว ๆ นำไปข้างหน้า เพลงพนัสร้อนใจต้องรีบวิ่งตาม
“เดี๋ยวค่ะคุณแสนย์ ทางนี้ไม่ใช่ทางปกตินะคะ ป้ายข้างหน้าก็ติดไว้ คุณไม่เห็นเหรอ”
“งั้นทำไมคุณเข้ามาได้ล่ะ” เขาพูดโดยไม่หันไปมองหญิงสาว สองมือล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงวอร์มขายาว
แม่บ้านสาวขบริมฝีปาก ถ้าตอบไปว่าเธอมาที่นี่บ่อย สำรวจป่าจนคุ้นชินแล้ว จะยิ่งน่าสงสัยกว่าเดิมไหมนะ แต่เมื่อเขาไม่ได้คาดคั้นเอาคำตอบจึงเลือกเงียบเสียดีกว่า
เดินเข้าไปไม่ไกลทางเดินก็เริ่มแคบจนต้องเดินเรียงเดี่ยว ทางซ้ายลาดชัน เห็นเพียงยอดไม้อยู่ข้างล่าง ส่วนทางขวาเป็นเนินสูง มีกอไผ่ใหญ่ขนาดหลายคนโอบสลับกับไม้ยืนต้นอื่น ๆ ลมพัดกิ่งไผ่เสียดสีกันเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดวังเวง
ชัชแสนย์เงยหน้ามองท้องฟ้าซึ่งค่อย ๆ สว่าง เอ่ยลอย ๆ ว่า “คุณคงไม่ได้นัดใครไว้ในนี้หรอกนะ”
เพลงพนัสหันขวับ นี่สินะคือเหตุผลแท้จริงที่เขาตามเธอมา
“คุณแสนย์ นี่คุณคิดว่าฉันเป็นสปาย ลักลอบส่งข่าวของคุณให้พวกเดอะไฟเตอร์ในป่าจริงเหรอคะ”
เขาหัวเราะหึสั้น ๆ “คงไม่เป็นอย่างนั้น แต่ขอพูดตามตรงนะคุณเพลง คุณไม่เหมือนคนปกติทั่วไป ทำอะไรหลายอย่างที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน มันอาจไม่ร้ายแรงถึงขั้น เอ่อ...โรคจิต หรือวิกลจริตอะไรพวกนั้น แต่คุณเข้าใจไหม ผมไม่อยากประสาทเสียไปมากกว่านี้”
หญิงสาวหยุดเดินทันใด “ประสาทเสียงั้นเหรอคะ”
“ผมหมายถึงคิดมากน่ะ”
“แล้วทีคุณแกล้งฉันเมื่อคืนล่ะคะ ไม่คิดบ้างเหรอคะว่าทำคนอื่นเขาประสาทเสียเหมือนกัน”
“แล้วที่ผมพูดมันผิดตรงไหน คุณก็เห็นใช่ไหมว่าใคร ๆ รู้เรื่องคุณเข้าก็ต้องสงสัยกันทั้งนั้น คุณเพลง ผมต่างหากที่ต้องโกรธคุณ ไม่ใช่คุณมางอนผมกลับอย่างนี้”
หญิงสาวสะบัดหน้าหนี เอ่ยห้วน ๆ ว่า “กลับกันเถอะค่ะ แถวนี้มันอันตราย”
ทว่าเขาคว้าแขนเธอไว้ จ้องตาแน่วแน่
“คุณเพลง คุณเป็นใครกันแน่”
มือใหญ่อุ่น ๆ ที่กำแขนเธอจนรอบยังไม่คลาย ดวงตาคมที่จ้องลึกอย่างค้นหาคู่นั้นทำเอาสติกระเจิดกระเจิง หญิงสาวต้องสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เพื่อกอบกู้สติสัมปชัญญะให้กลับคืนมา
“ฉันตอบคุณไปหมดแล้วนี่คะ แต่ในเมื่อคุณไม่เชื่อ ฉันก็คงทำได้แค่พิสูจน์ตัวเองต่อไป วันหนึ่งคุณคงได้เห็นเองว่าฉันไม่เคยคิดมีปัญหากับคุณเลย”
เสียงของตัวเองที่ตอบไปช่างสั่นและเบาหวิว เพลงพนัสค่อย ๆ แกะนิ้วมือของชายหนุ่มออกด้วยเกรงว่าหากเขายังจับแขนเธอต่อไปอีกสักนาที ตัวเธอจะถูกหลอมละลายเหลวอยู่ในป่านี้เป็นแน่แท้
แต่นอกจากเขาจะไม่ยอมปล่อยแล้ว ยังก้าวเข้ามาประชิดและจับแขนอีกข้าง
“คุณคิดอะไรอยู่ ทำไมต้องหน้าแดงด้วย”
ใบหน้าคมก้มมองอย่างสงสัย คนที่ถูกจับตัวไว้ก็แทบจะหัวใจหยุดเต้น จะผลักอกเขาให้ถอยห่างก็ไม่กล้า กลัวว่าถ้าได้สัมผัสกันมากกว่านี้อีกสักตารางนิ้วเดียว จะเป็นเธอนั่นแหละที่หัวใจวายตาย
หญิงสาวสะบัดหน้าหนี ก้าวถอยออกมา ทว่า...โดยไม่ทันระวัง เธอเหยียบหินก้อนใหญ่ผิวเรียบลื่นซึ่งเปียกน้ำค้าง อารามตกใจจึงคว้าแขนเขายึดไว้เป็นหลัก แต่กลับกลายเป็นกระชากให้ชายหนุ่มเสียหลักลื่นตามไปด้วย ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนไม่มีใครตั้งตัวทัน ทั้งสองพลาดไถลตกลงเนินไป เสียงกิ่งไม้หักราบเป็นทางสนั่นหวั่นไหวก่อนจะกลืนหายไปสู่ความเงียบ
***ลง 60% ของเรื่อง หลังจากนั้นจะเปิดพรีออเดอร์เล่ม+อีบุ๊กค่ะ ขอให้อ่านอย่างมีความสุขนะคะ***
ที่แท้ คุณแสนย์ไปลงเพจโสดเสงี่ยมเลี่ยมทอง ก็เพราะอย่างนี้นี่เอง แล้วยังมีเดิมพันกับพ่อด้วยที่เป็นเบื้องหลังของคุณแสนย์
เขาก็น่าสงสารเหมือนกันเนอะ ลูกไม้...แกต้องโอ๋ ๆ เขาแล้วแหละ ^^