หลี่จินที่เห็นหนิงอินตอนแรกเขาก็กะว่าจะไม่สนใจ แต่เขากลับเหลือบไปเห็นวิธีการพูดแปลกๆที่บางครั้งก็มีการยิ้มที่มุมปาก ซึ่งการจะเป็แบบนี้มันมีหลายกรณี
แต่ที่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้หนิงอินต้องได้ตามตื้อหลินฉินมาหลายครั้งแล้ว ทำให้เขาคิดว่าการเผลอยิ้มมุมปากระหว่างสนทนาเป็การที่หนิงอันได้เปรียบหลินฉินแบบลับๆ
และหลินฉินไม่รู้ตัวเลยสักนิดทำให้หนิงอินเหลิงจนได้ใจ ซึ่งมันเกิดขึ้นได้ไม่ยากสำหรับการคุยธุรกิจโลกเดิมแล้วมันก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป...
บวกกับฟังจากรายละเอียดของทักษะก็รู้สึกแปลกๆ คีย์เวิร์ดแรกที่เขาแยกออกมาจากทักษะคือทำลายล้างรอบทิศซึ่งมันคล้ายๆกับการะเิ
และการะเิก็เท่ากับการโจมตีที่ปะทุออกมาซึ่งมันไม่นับพวกหรือศัตรู อย่างที่สองมันต้องมีแรงกระแทกที่มากพอและกระแทกทันทีเพื่อสร้างแรงที่จะเป็ะเิ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ให้เราคิดภาพคนที่กำลังดันตู้ถ้าดันไปเรื่อยๆจนสุดขอบ มันไม่ใช้แรงะเิเพราะมันคือแรงดัน แต่ถ้าเรารวมแรงทั้งหมดและผลักตู้ทีเดียวจนสุดขอบนั้นคือแรงปะทุที่คล้ายๆกับแรงะเิ
ซึ่งผู้ใช้มิราสที่ไม่ใช้มิราสประเภทการแปลงร่าง แทบเป็ไปไม่ได้ที่จะปะทุพลังออกมาในทันทีจนเกอดะเิ เนื่องจากต้องค่อยๆถ่ายถอดพลังแฝงออกจากร่างกายไปจุดๆที่เราจะใช้พลัง ต่างจากประเภทแปลงร่างที่จะปะทุและะเิได้ทันทีเพราะจุดใช้พลังคือร่างกาย…
ขณะเดียวกันหนิงอินที่ถูกขัดจังหวะเื่สำคัญก็โมโหอย่างมาก
"นี้เ้าเป็ใครกัน! แต่งตัวประหลาดเช่นนี้ยังมายุ่งกับการค้าขายของตระกูลหลิน! และเ้าก็ยังกล่าวหาสมาคมพ่อค้าัจันทราแบบผิดๆ ถ้าเ้าไม่อธิบายเกรงว่าเราคงต้องไปพบกับหัวเมืองนี้กัน!" หนิงอินสะบัดมือซึ่งเขาใส่ชุดจอมยุทธ์พร้อมกับพูดออกมาด้วยความโกรธ
หลินฉินก็มองหลี่จินอย่างสงสัยเช่นกันและเริ่มคิดมากขึ้นเรื่อยๆว่าน้องชายของเขาโดนหลี่จินหลอก
"หนิงอินนี้คือเพื่อนน้องชายข้าเองเขาชื่อหลี่จิน" หลินฉินพูดแนะนำ อย่างน้อยก็เป็คนรู้จักกับน้องชายของเขาต้องให้หน้าหน่อย
"น้องชายของเ้าหรือไม่น่าล่ะ..." หนิงอินมองหลี่จินด้วยสายตาแปลกๆ
"หลี่จินเมื่อกี้เ้าบอกว่าข้าโดนโกงมีเหตุผลเช่นไรจึงพูดเช่นนั้น" หลินฉินถามเพระถ้าเมื่อกี้หลี่จินพูดมั่วๆละก็็ เขาคงจะช่วยอะไรไม่ได้
"เ้าชื่อหนิงอินใช้ไหม? พ่อของเ้าที่ใช้ทักษะนี้มีมิราสเป็ประเภทอวตารใช้หรือไม่" หลี่จินไม่ตอบหลินฉิน แต่หันไปถามหนิงอินแทน
"เป็เช่นนั้นใครๆก็รู้ว่า ผู้าุโหนิงซูฮวาของสมาคมพ่อค้าัจันทรามีมิราสคืออัคคีปะทุ แม้จะเป็มิราสทั่วไป แต่มันก็ได้รับการสนับสนุนจากสมาคม ทำให้ตอนนี้เป็ผู้ใช้มิราสระดับ 99 แล้ว" หนิงอินพูดด้วยความภาคภูมิใจ
จากหนังสือในหอสมุดมันไม่นับจากระดับ 1-99 แต่เป็ 1-33 33 66 และ 99 แทน ซึ่งหลี่จินก็ไม่เข้าใจเหตุผลเหมือนกัน
"จากที่เ้าพูดเมื่อกี้ทักษะนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การะเิใช้ไหม" หลี่จินถามเพื่อย้ำประเด็นหลักที่เขาจะพูด
"ใช่แล้ว! จุดเด่นของทักษะนี้อยู่ที่การะเิปะทุและมันเป็ทักษะประเภทกลุ่ม" หนิงอินพยักหน้ารับด้วยความภาคภูมิใจอีกครั้ง...
หลี่จินที่ได้รับคำตอบก็หันไปพูดกับหลินฉิน "พี่ฉินท่านก็รู้ว่ามิราสประเภทอวตารมีสิ่งที่แตกต่างจากประเภทอื่น นั้นก็คือระยะการใช้พลังสั้นมากนั้นก็เท่ากับมันจะใช้พลังได้ในทันที"
หนิงอินขมวดคิ้วแต่ก็ยังฟังต่อไป ส่วนหลินฉินก็พยักหน้ากับคำพูดของหลี่จิน
เห็นหลินเฉินพยักหน้าหลี่จินก็พูดต่อ
"พ่อของหนิงอินมีมิราสไฟและยังเป็ประเภทอวตารต่างจากของท่าน และพี่ฉินถ้าข้าจำไม่ผิดมิราสของท่านคือไม้มันไม่เด่นในการปะทุเหมือนไฟอยู่แล้ว อีกอย่างถ้ามิราสของท่านไม่ใช้ประเภทการแปลงร่างท่านจะใช้มันได้ไหม ท่านจะสามารถทำให้พลังแฝงะเิจนใช้ทักษะได้รึเปล่า"
หลินฉินที่ได้ยินก็ก้มหน้าคิด ส่วนหนิงอินที่ได้ฟังกลับหน้าเสียก็เพราะเขารู้เื่นี้อยู่แล้ว
ที่จริงการอาทักษะนี้มาขายได้ก็เป็เพราะสมาคมพ่อค้าัจันทรามีมิราศประเภทไฟน้อยมากและทักษะยังมีข้อจำกัดมากมาย ทำให้ทักษะนี้ไม่มีประโยชน์เท่าไหร่ ต่างกับทักษะที่หลินฉินที่มีความหลากหลายมากกว่า…
"เ้า! อย่ามาพูดอะไรมั่วๆนะ!!"
หนิงอินที่ลนลานหันไปะโใส่หลี่จินพร้อมกับเสกดาบไฟสูงประมาณ2เมตรขึ้นเหนือหัว และใช้มันฟาดลงมาใส่หลี่จิน!
หลี่จินยกปืนคาบศิลาขึ้นมาทันทีและเตรียมจะลั่นไก แต่ทันใดนั้นดอกบัวสีทองที่ยังไม่บานก็ปรากฏข้างหน้าหลี่จิน!
หลังจากนั้นดอกบัวก็บานออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับกันดาบไฟที่จะฟาดใส่หลี่จินเอาไว้ ไม่นานดาบไฟและดอกบัวก็เริ่มหายไปอย่างช้าๆเหมือนขาดพลังงานที่จะคงอยู่
"พอแล้วหนิงอิน! ข้าจะไม่ขายทักษะให้เ้าแล้ว" หลินฉินตะคอกไปทางหนิงอิน
หนิงอินที่ได้ยินคำพูดของหลินฉินก็มองหน้าหลี่จินอย่างโกรธแค้นและเดินจากไป…
หลินฉินที่เห็นหนิงอินจากไปก็โค้งคำนับขอบคุณ "น้องหลี่! ข้าขอขอบคุณเื่ในที่ครั้งนี้มาก ถ้ามีโอกาสข้าหลินฉินจะตอบแทนแน่"
หลี่จินพยักหน้าและเดินออกไป ซึ่งการกระทำในครั้งนี้ทำให้หลินฉินขมวดคิ้ว
'หลี่จินคนนี้ไม่ค่อยมีมารยาทเลยสินะ...การตอบรับก็ไม่มีหน้าเราเขาก็ยังไม่มอง' หลินฉินคิดเพราะปกติแล้วหลี่จินต้องตอบโต้ประมาณว่าไม่เป็ไรและเกรงใจพร้อมกับบอกว่ามีธุระก่อนจะเดินออกไป ที่สำคัญหลี่จินควรมองหน้าเขาด้วย...
ขณะเดียวกันหลี่จินที่ผละออกจากหลินฉินก็เดินขึ้นไปชั้น2ห้อง245เมื่อไปถึงเขาก็เคาะประตู...รอไม่นานประตูก็เปิดออก…
"หลี่จินเองหรือ...วันนี้เรามีนัดกันงั้นสินะ" หลินฟานที่เปิดประตูออกมาพูด
เขาออกมาจากประตูและกล่าวต่อว่า "เช่นนั้นเราจะไปกันเลยไหม"
หลี่จินพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า "ไปกันเถอะ"
หลินฟานพยักและเขาก็เดินออกไปพร้อมกับหลินฟาน
.........................................................
ขณะที่พาหลินฟานเดินทางไปฐานที่อยู่ในป่าซูริน
ระหว่างทางออกนอกเมืองหลินฟานก็ถามหลี่จินด้วยความสงสัย "หลี่จินเ้าจะพาข้าไปดูอะไรกันแน่ทำไมออกมานอกเมืองเช่นนี้"
"ข้าก็แค่จะพาเ้าไปดูอาวุธ แต่มันอยู่ในป่าซูรินไม่นานจากนี้คงจะไปถึง" หลี่จินพูด
"ในป่าซูรินหรอ? ทำไมเ้าต้องไปลองในป่าซูรินในสมาคมมิราสก็ได้นี่นา" หลินฟานพูดด้วยความงุนงง
หลี่จินตอบด้วยรอยยิ้ม "อืม...ข้าสร้างบ้านไว้ที่นั้น"
"สร้างบ้าน?! เ้าบ้าไปแล้วใช้ไหมบ้านในเมืองมีทำไมเ้าต้องสร้างนอกตัวเมืองด้วย" หลินฟานโพล่งออกมาทันทีเมื่อได้ยินคำตอบของหลี่จิน
หลี่จินยักไหล่ไม่พูดอะไร...หลินฟานที่อยากถามแต่คิดไปคิดมาก็ไม่ถามเซ้าซี้ดีกว่าเพราะอีกไม่นานก็คงจะเห็น…
……………………………………………………………..
ในเวลาเดียวกันเมืองเมโตที่ห่างออกไปกำลังเกิดปัญหาที่ยากจะแก้อยู่ นั้นก็เพราะด้วยขนาดเมืองที่ใหญ่เกินไปทำให้ชาวเมืองมีความเชื่อหลากหลายโดยแบ่งเป็
ทางตอนเหนือของเมืองที่เชื่อในเทพา ทางตอนใต้เชื่อในลัทธิหมางหลง ทางตะวันออกเชื่อในดินแดนแห่งเทพพระเ้าที่เชื่อว่าพระเ้าคือผู้ที่มีมิราสทั้ง 4 ประเภทและมนุษย์เป็สิ่งที่พระองค์เป็ผู้ควบคุม
ส่วนทางตะวันตกเชื่อในนิกายเทพและปีศาจ ที่ว่ากันว่าถ้าอยากได้พรก็ต้องสังเวยของที่เทพพอใจ แต่ถ้าอยากได้พลังต้องสละเืและชีวิตแก่ปีศาจ
ซึ่งที่หายนะไม่ได้อยู่ตรงนั้นมันอยู่ตรงที่กลางเมืองที่พวกหัวเมืองหรือคนตำแน่งสูงๆอาศัยอยู่นับถือในลัทธิหมางหลงกันหมด!
รวมไปถึงกองกำลังที่ใหญ่ที่สุดอย่างสำนักธาราแห่งพงไพรก็นับถือในลัทธิหมางหลงด้วย และต้องรู้ว่ากองกำลังทั้งหมดยกเว้นลักธิหมางหลงพวกเขาเชื่อในเทพเ้าเหมือนกัน!...
และโดยปกติแล้วความเชื่อต่างกันคงไม่มีปัญหาอะไรแต่เพราะการประกาศาของลัทธิหมางหลง บวกกับที่เมืองมีหลายความเชื่อ แต่หัวเมืองกลับมีแค่คนในลัทธิหมางหลง ซึ่งเมืองอื่นส่วนใหญ่จะไม่เป็นี้
ทำให้ตอนนี้ความเชื่อของทั้ง 3 นอกจากลัทธิหมางหลงร่วมมือกันเพื่อกวาดล้างลัทธิหมางหลงออกไป ด้วยความกลัวที่ว่าคนแข็งแกร่งส่วนใหญ่ที่อยู่ในลัทธิจะลงมือก่อน...
จนชาวเมืองที่ไม่ในศรัทธาในความเชื่อไหนมากหรือเข้าร่วมพิธีของหลายความเชื่อ ต้องโดนลูกหลงจากพวกเคร่งศาสนาไปด้วย
...............................................................
“ลูกชายที่รักพ่อกลับมาแล้ว!!” คุณพ่อเลี้ยงเดียวผมเทาเคราสั้นที่เป็หนึ่งในสมาชิกระดับไม่สูงมากของหัวเมือง ะโเรียกชายหลังจากที่เขากลับมาจากการทำงาน
แต่มันกลับไร้เสียงตอบรับอย่างสงสัยแบบที่เคยเป็ ด้วยความกังวลใจพ่อเลี้ยงเดียววิ่งพวดเข้ามาในบ้านและเรียกชื่อลูกชายซ้ำ
“โนทัส! โนทัสลูกอยู่ไหน! ถ้าเล่นซ่อนแอบอยู่พ่อยอมแพ้!!...ออกมาได้แล้ว!!!”แต่ไม่ว่าจะะโเท่าใดก็ไม่มีเสียงตอบรับ
เวลานี้พ่อของโนทัสเลิกเดินแต่กลับวิ่งแทนเขาหาจนทั่วบ้านหาทุกห้อง แต่กลับไม่เจออะไรเลยเหมือนคนหายไปจากอากาศเปล่าๆ
ความกังวลใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆทำให้เขาต้องหารอบบ้านซ้ำ แต่ในขณะที่กำลังจะหารอบที่3อยู่นั้นเขากลับเหลือไปเห็นห้องที่เขาไม่ได้เปิดมาั้แ่โนทัสเกิด มันเป็ห้องของภรรยาของเขา...มาโลรี
เธอเป็สมาชิกของนิกายเทพและปีศาจต่างคนที่ความเชื่อในนิยายอย่างลิบลับ ถ้าจะเทียบให้เห็นก็เหมือนก็เธอคือนักบวชในศาสนาคริสต์
แต่เขาไม่ได้เลิกกับเธอเพราะเธอเป็สมาชิกของนิกายนั้น ที่จริงมันเป็เพราะความโเี้ของเธอต่างหาก มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาไปเห็นมาโลรีสังเวยชีวิตมนุษย์ให้เทพปีศาจถึงคนที่โดนจะเต็มใจ แต่เขาก็ไม่ยอมรับอยู่ดี
ด้วยความเป็ห่วงว่าเธอจะทำให้ลูกชายเป็แบบเธอหรือชวนโนทัสไปสังเวยให้เทพปีศาจรึเปล่า ทำให้เขาหย่ากับเธอและชิงเอาลูกชายมาถึงเธอจะไม่ยอมรับก็ตาม...
พ่อลูกเดี่ยวเปิดประตูด้วยใจที่หนักอึ้ง...มองไปในห้องที่ภรรยาเคยอยู่ที่ตอนนี้ฝุ่นเต็มไปหมดเพราะไม่ใครทำความสะอาด
เมื่อมองไปรอบสายตาของเขากลับไปเห็นสิ่งๆหนึ่งมันคือกระดาษม้วนที่น่าจะเป็จดหมายซึ่งมันเด่นมากเพราะทุกอย่างล้วนโดนฝุ่นเกาะ แต่มีแค่มันเท่านั้นที่สะอาดเอี่ยมเหมือนพึ่งโดนวางบนโต๊ะในห้อง
พ่อเลี้ยเดียวรีบความจดหมายกระดาษสีน้ำตาลอ่อนๆขึ้นมาอ่านทันที
ใจความว่า "สามีที่รักของฉันกิม-บลาเด็น คุณคิดถึงฉันหรือเปล่าฉันคิดถึงคุณมากๆ... บางทีคุณอาจจะลืมหญิงสาวที่ชื่อมาโลรีไปแล้ว แต่ฉันไม่เคยลืมคุณกับลูกชายของเราโนทัสที่พวกเราร่วมสร้างขึ้นมา...ทำเอาขึ้นคุณบนเตียงเลยที่รัก..."
ด้วยความะเืใจพ่อเลี้ยงเดียวกิมพักจดหมายลงและเดินไปนั่งบนเตรียมก่อนสักพักก่อนจะอ่านต่อ
"มาเข้าเื่หลักกันดีกว่า...เื่นี้ฉันต้องบอกว่าเป็เพราะคุณห้ามไม่ให้ลูกไปเจอแม่ของเขาฉันก็เลยพาลูกมาโดยไม่บอกคุณ ถ้าคุณอยากมาหาเราสองคนให้คุณมาที่สมาคมค้ามาตินที่เราเจอกันครั้งแรก..."
เมื่อกิมอ่านจบเขาก็เงียบไปพักใหญ่...ภาพที่ไรเดียงสาและน่ารักของมาโลรีภารรยาที่เขารัก แต่ก่อนลูกของเขาจะคลอดเธอกับไปประกอบพิธีกรรมสังเวยให้ปีศาจพันธะแห่งเืบารอนกิมโมธัสของนิยายเทพและปีศาจ
สีหน้าของเธอตอนนั้นบ้าคลั่งมากและหลังจากผู้ศรัทธาที่ถูกสังเวยก็ตายยังมีประโยคที่ว่า
"ข้าพเ้ามาโลรี-ไอเออร่าผู้ศรัทธาของท่าน! ขอวิงวองให้ลูกของข้ากับกิม-บลาเด็น โนทัส-ไอเออร่าเป็ที่รักของท่าน..." มาโลรีกล่าวชื่อของครอบครัวทั้งชื่อกับนามสกุล
ซึ่งสกุลคือสิ่งที่สำคัญของคนในโลกนี้มากทำให้เวลาแต่งงานจะไม่เปลี่ยนนามสกุลและลูกที่เกิดมาจะใช้นามสกุลตามมิราสที่สืบทอดมาได้ ถ้าไม่ใด้สืบทอดมาจากครอบครัวไหนเลยจะต้องบัญญัตินามสกุลใหม่...
และถ้าเอ่ยชื่อพร้อมกับนามสุกลกับตัวตนระดับเทพมันจะเป็การสร้างทางเชื่อมระหว่างที่ที่คนสวดอยู่กับที่ที่เทพอยู่
แต่ก็โชคดีที่กิมหยุดพิธีกรรมเอาไวได้ทัน ไม่งั้นจะเกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของเขาก็คงไม่มีใครรู้...
กิมที่อ่านจดหมายก็ทำใจสักพักและตัดสิ้นใจ! กำขย้ำจดหมายในมือและโยนทิ้งไป เขาตัดสินใจแล้วว่าถึงจะต้องฆ่าคนที่เขารักไม่สิ...ที่เขาเคยรัก แต่เขาต้องช่วยลูกชายของเขาให้ได้!
มองไปที่ผลึกสีเหลี่ยมครึ่งใสครึ่งดำที่วางอยู่ในกรอบที่มีผ้ารองอยู่ด้านใน มันเป็ผลึกบันทึกภาพที่ได้จากพืชเวทชนิดหนึ่ง
ความสามารถของมันก็คือการบันทึกรูปภาพลงไปได้แต่ใน1อันสามารถบันทึกลงไปได้1ครั้งเท่านั้นส่วนวิธีก็แค่หันส่วนผลึกสีใสไปทางที่จะบันทึกถ่ายถอดพลังแฝงเข้าไปใส่ส่วนผลึกครึ่งสีสีดำเพื่อบันทึกภาพแล้วจะดูก็ถ่ายทอดพลังแฝงเข้าไปใส่ผลึกสีดำ
กิมหยิบผลึกที่บันทึกภาพภรรยาตอนท้องถ่ายยืนคู่กับตัวเองและหันมันเป็สองท่อน!
เมื่อโยนผลึกทั้งสองในมือทิ้งกิมก็เดินลงไปชั้นแรกเนื่องจากห้องที่มีจดหมายมันอยู่บนชั้นสองชั้นสอง...
เมื่อมาถึงชั้นแรกเขาก็เดินเข้าไปในห้องครัวอย่างทันทีเปิดตู้ที่อยู่ใต้เตาถ่านเอาของทั้งหมดออดมาและเปิดแผ่นรองที่ซ่อนอย่างมิดชิดออกมา ซึ่งในนั้นมีหีบบางอย่างอยู่ในนั้น
กิมหยิบหีบที่มีล็อคขึ้นมามันไม่ได้ล็อคด้วยกุญแจ แต่ล็อคด้วยมิราสแทนถ้าไม่ได้บันทึกพลังแฝงของตัวเองไว้ในนั้นจะทำให้ไม่สามารถเปิดล็อคได้...
กิมถ่ายถอดพลังแฝงเข้าไปในล็อค...กริ๊ด! เสียงปลดล็อคเกิดขึ้นพร้อมกับกิมที่เปิดหีบในหีบนั้นไม่ได้มีสมบัติแต่อย่างใดแต่มีเสื้อคลุมสีดำแทน
กิมหยิบเสื้อคลุมขึ้นมาและเอามันสวมใส่บนร่างกาย จากนั้นก็ยกหมวกเสือขึ้นมาปังหนั้งของตัวเองอย่างมิดชิด เมื่อเตรียมพร้อมจบกิมก็ลุกขึ้นและเดินออกมาจากตัวบ้านอย่างรวดเร็ว...
......................................................................
ขณะเดียวกันหลี่จินกับหลินฟาน
พวกเขาก็เดินเข้าไปในป่าซูรินและไม่นานก็เห็นฐานของหลี่จิน ฐานนี้ใหญ่พอสมควรถึงไม่ใหญ่เท่าบ้านของคนรวยในเมืองก็เถอะ...
ฐานของเขามีประตูเป็ประตูเหล็กอันยาวที่มีสองบานล็อคด้วยกุญแจที่ใช้พลังแฝงของเขานั้นที่เปิดได้ ซึ่งนอกฐานฝั่งขวามีโต๊ะยาว 1 ตัว
และบ้านของเขาก็มี 3 ชั้นประกอบด้วย…ชั้นล่างมี3ห้อง1ห้องใหญ่ที่เขาใช้สร้างสิ่งต่างๆ ห้องเก็บของ และสุดท้ายห้องน้ำ1ห้อง
ห้องน้ำที่เขาสร้างจะมีผลึกชนิดหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่้ากัน มันคือผลึกธาตุระดับต่ำสุด
และผลึกธาตุเป็สิ่งที่จะเกิดขึ้นรอบๆสิ่งที่แผ่พลังแฝงที่เป็ธาตุต่างๆออกมา เช่นรอบๆสัตว์เวทย์ธาตุไฟก็จะมีผลึกธาตุไฟคล้ายๆผลึกพลังแฝงแต่มันไม่สามารถดูดโดยตรงได้…
กลับมาที่ห้องน้ำของเรา..
หลี่จินจะต่อท่อชักโครกของเสียลงไปใต้ดิน ซึ่งเขาวางผลึกธาตุไฟหลายอัน(เยอะมาก!)เอาไว้เมื่อผลึกธาตุไฟแผ่พลังความร้อนออกของเสียก็จะระเหย
จากนั้นมันก็จะไหลไปตามท่อที่เขาสร้างไว้อีก3อัน เป็ท่อที่หลี่จินทำเป็ทางออกขึ้นไป3ทาง ซึ่งขึ้นไปจนถึงบนดินและเราก็แค่รอให้ผู้ย่อยสลายจำพวกเห็ดราและแบคทีเรียบางชนิดมาจัดการ
ก็นะ…ผู้ย่อยสลายของโลกที่มีพลังพิเศษอย่างมิราสคงไม่ธรรมดา แค่ไอของเสียนิดหน่อยคงไม่คณามือหรอก(ฮ่าฮ่า)…
ส่วนชั้น2ไม่มีอะไรเลยนอกจากเตียงนอนที่เอาไว้นอน ชั้นที่3คือห้องใต้ดินมีสามส่วน2ส่วนเอาไว้เก็บของอีกส่วนเอาไว้ทดลอง
ต่อมาก็คือสภาพแวดล้อม ที่หลังฐานไกลออกไปมากอยู่มีแม่น้ำขนาดใหญ่ ซึ่งมันเป็ที่ที่หลี่จินใช้สร้างพวกเตาหลอม…
"หลี่จินๆนี้มันอะไรกันเหล็กชนิดใหนทำไมมันแปลกๆหรือมันเป็หิน" เสียงของหลินฟานดังขึ้นเมื่อหลี่จินมองตามเสียงก็เห็นหลินฟานกำลังนั่งยองๆและเคาะกำแพงคอนกรีตอยู่
ก็น่ะเพราะในโลกนี้มีมิราสส่วนใหญ่ก็เลยใช้หิน เหล็กและไม้ทำให้ยังไม่มีการใช้ปูนเลยด้วยซ้ำ แต่กลับมีการใช้อิฐโดยไม่ได้ใช้ปูนในการยึดให้แน่น...
"มันคือคอนกรีตเสริมเหล็ก"หลี่จินคิดพร้อมกับหันไปตอบหลินฟาน
"คอนกรีตเสริมเหล็กคืออะไร? ทำไมข้าไม่เคยรู้จักยังไม่เคยได้ยินเลย" หลินฟานขมวดคิ้วและพยายามสักถามหลี่จินด้วยการจ้องตา
"มันคือ...ชั่งมันเถอะถ้าให้ข้าอธิบายเราสองคนคงต้องคุยกันอีกนาน"หลี่จินพูดพร้อมกับเดินนำไปอย่างรวดเร็ว
"หืมม..ขออภัยข้าไม่ควรถามสูตรลับของเ้า"หลินฟานพยักหน้าอย่างภูมิใจเพราะเขาหลี่จินยอมแพ้เนื่องจากไม่จ้องตากลับและเขาก็พูดเข้าใจ
หลี่จินส่ายหน้า แต่ก็ไม่จำเป็อธิบาย...คว่ำปืนในมือลงพร้อมกับพูดว่า"เราไปลองอาวุธกันหน่อยดีไหมข้าจะทำให้เ้ารู้ว่าปืนมีอานุภาพเป็ยังไง"